SMEs
ข้อคิดดีๆ จากสาวผู้มากประสบการณ์ คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง อดีตบัณฑิตคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ผันตัวมาเป็นสื่อมวลชน และมีไร่มะละกอ พร้อมทั้งรับซื้อมะละกอ ป้อนเข้าสู่ตลาดไท และอีกหลายสายการบิน เธอพบเห็นปัญหาในวงการเกษตรมานับไม่ถ้วน และวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำคำแนะนำดีๆ ของเธอมาแบ่งปัน โดยคุณหนึ่งฤทัย ออกมาเตือน คนที่อยากลาออกจากมนุษย์เงินเดือน เพื่อมาทำการเกษตร ดังนี้ “เห็นเพื่อนๆ หลายคน อยากลาออกมาทำเกษตรแล้วบอกตรงๆ ว่า….ห่วง…ค่ะ … จะลาออกมาด้วยเหตุผลของความเบื่องานประจำ อยากมีอิสระ แรงกดดันหรือแรงบันดาลใจอะไรก็ตาม อยากให้กลับไปคิดดีๆ ก่อนค่ะ ตีลังกาคิดอีก 100 ตลบค่ะ เพราะมันไม่ง่าย…. คำถามที่ยากที่สุดก็คือ….ปลูกอะไรดี…. เพราะการทำอาชีพเกษตรที่หวังรายได้จากพืชเกษตรที่เราทำ….มันไม่ใช่อะไรก็ได้ค่ะ ….แต่ถ้าคิดจะทำเกษตรเพื่อความสุข เพื่อกินเอง เพื่อแบ่งปัน….เป้าหมายมันต่างกัน…. อะไรก็ได้….เป้าหมายคุณอยู่ที่ไหนค่ะ ความสำเร็จในอาชีพเกษตรในวันนี้…มันไม่ง่ายเหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา คนที่สำเร็จกับอาชีพเก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดหนองคายว่า เกษตรกรชาวอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โค่นต้นยางพารา หันกลับมาทำสวนมังคุดขายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด ให้ผลผลิตไวกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งยังขายผ่านโลกโซเชียล นายกฤษฎา นิลแสง อายุ 45 ปี และนางจุฬารัตน์ นิลแสง อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของไร่นิลแสง บ้านโป่งสำราญ ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เปิดเผยถึงความเป็นมาในการปลูกมังคุดว่า เดิมนั้นตนมีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ก่อนหน้านั้นเป็นสวนยางพารา แล้วมีการปลูกมังคุดแซม ปลูกมาแล้วเป็นระยะเวลา 15 ปี แต่ไม่ได้มีการบำรุงรักษาและไม่ได้ให้ความสำคัญมังคุดที่ปลูกไว้เลย ต่อมาเมื่อ 2 ปีย้อนหลัง ราคายางพาราไม่ดี จึงได้ตัดสินใจโค่นต้นยางพาราขาย แล้วหันมาดูแลและบำรุงรักษาต้นมังคุดอย่างจริงจัง จนมังคุดเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งพบว่ามังคุดในสวนมีรสชาติดี สมบูรณ์เกือบทุกผล และที่สำคัญให้ผลผลิตก่อนมังคุดที่อื่น โดยเฉพาะออกผลก่อนมังคุดที่ปลูกในภาคตะวันออกประมาณ 3 เดือน จึงทำให้ไม่มีคู่แข่ง ได้ราคาสูง ราคาขายออกจากสวนอยู่ที่ 60 – 65 บาท/กิโลกรัม ในส่วนของการตลาด นอกจากจะขายท
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะเห็นคนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่กี่ปี เนื่องจากนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมใช้รูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมถึงการทำตลาดที่ใช้โซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการขายทั่วไป คุณกาญจนา ลากุล เจ้าของ นโม ฟาร์ม (Namo Farm) ซึ่งตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 8 บ้านคำตานา ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นคนหนุ่มสาวอีกรายที่หันมาเอาดีในการทำเกษตร โดยเริ่มทำเมื่อปี 2556 หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดกิจการร้านขายอาหารสัตว์และขายปุ๋ย เมื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ในปี 2556 เธอจึงได้ใช้วิชาบริหารธุรกิจ ในระดับ ปวส. ที่ร่ำเรียนมาใช้ในเรื่องการตลาด รวมถึงความรู้ที่ได้จากการเรียนระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ขอนแก่น พร้อมกันนั้นยังได้รวบรวมเกษตรกรในพื้นที่ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษ บ้านคำตานา มีสมาชิก 10 ครอบครัว โดยเธอรับหน้าที่เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนฯ แหล่งศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ วันนี้ใช้แต่พืชผักผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นโม ฟาร์ม” จะขายดีแล้ว คุณ
คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุสามสิบเศษ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯ กำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต่รถกระบะเก่าคันหนึ่ง ซื้อมาสะสมไว้นานแล้ว เลยคิดนำมาดัดแปลงเป็นหน้าร้านหาเงินดีกว่า” คุ
จั๋งเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากและมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมู่บ้านแคร่เป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ สร้างรายได้เป็นเท่าตัว จั๋งเดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลองจังหวัดแพร่นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้นสามารถนำมาปลูกใส่กระถา
แม้มีงานประจำและทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่ด้วยรักในการทำเบเกอรี่ และคิดต่อยอดหารายได้เพิ่มอยู่เสมอ คุณสาวิตรี มงคลศิลป์ (ปุ้ย) และ คุณสุรชัย ธัญธาดา (แว่น) สองสามีภรรยาจากจังหวัดลพบุรีจึงช่วยกันสร้างแบรนด์ ‘เคี้ยวเพลิน’ เจาะตลาดคนชอบกินขนมทานเล่น เคี้ยวเพลิน เรียกตัวเองว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กในครอบครัวที่เพิ่งเปิดได้ 3 เดือน เป็นแบรนด์ที่ชูคอนเซ็ปต์ง่ายๆ ให้ลูกค้าเคี้ยวอย่างเพลิดเพลินตามชื่อ เคี้ยวจนหมดโดยไม่รู้ตัว โดยคุณแว่นและคุณปุ้ย ต่างมีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ที่บ้านคุณแว่นทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าขายส่งขายตลาดนัดจตุจักร และประตูน้ำ ส่วนคุณปุ้ยทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้รับเหมาทำถนน และเคยทำเบเกอรี่มาก่อน แต่เพราะการทำธุรกิจคู่แข่งค่อนข้างเยอะ หลักการตลาดเยอะ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกเบื่อ จึงเริ่มทดลองหาอาชีพใหม่ ทั้งทำเกษตร ทำขนม สารพัดอย่าง กระทั่งมาลงตัวที่แบรนด์เคี้ยวเพลิน โดยมีคุณปุ้ย ภรรยาสาวเป็นคนชักชวน ส่วนคุณปุ้ย เสริมว่า เคี้ยวเพลินเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ช่วยกันทำในครัวเรือน เพราะอยากทำอะไรที่กินแล้วถูกปาก ซึ่งตนถนัดเบเกอรี่อยู่แล้ว ทั้งคู่เริ่มศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หาวัตถุดิบที่มีประโย
หนู เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันทุกระยะ โดยหนูพุกใหญ่ และหนูนาใหญ่ มักกัดทำลายต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะชำและต้นปาล์มปลูกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีหนูป่ามาเลย์ ที่เข้าทำลายปาล์มน้ำมันในช่วงให้ผลผลิต กัดกินตั้งแต่ช่อดอกอ่อน ผลปาล์มอ่อน ผลดิบ และกินกระทั่งเนื้อเปลือกผลสุก เกษตรกรหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนูป่ามาเลย์ ที่กัดกินทะลายปาล์มสดเสียหายสะสมรุนแรง ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา รวมทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดหนูค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถปราบหนูได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทำการศึกษาวิจัย การใช้ “นกแสก” กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งพบว่าได้ผลดีมาก นกแสก เป็นนกประจำถิ่นของไทยซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และเป็นนกกลางคืนที่อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ปกติใช้โพรงไม้และช่องใต้หลังคาเป็นรังวางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง ทุ่งหญ้า ไร่นา และสวนปาล์มน้ำมัน มีการผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เลี้ยงลูก 2 ครอก ติดต่อกัน จำนวนไข่ รังละ 5-7 ฟอง จำนวนต่ำสุด 2 ฟอง สูงสุด 15 ฟอง เพศเมียจะฟักไข่ประมาณ 30 วัน ใ
“ปลูกผักแลกค่าเทอม” เป็นโครงการยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในการนำความรู้ ภาคทฤษฎีมาทำการผลิตพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิชาการทำหน้าที่พี่เลี้ยง นำเทคนิค องค์ความรู้ มาสอนแนะแก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทุกคณะ ทุกชั้นปี ที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แบ่งเบาภาระให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในค่าเล่าเรียน ปัจจุบันมีนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมในโครงการจำนวน 467 คน จาก 11 คณะ สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตรจากการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน รวมทั้งมีรายได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน ขณะที่ทางคณะและสำนักได้บูรณาการการเรียนการสอน เพื่อการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ป้อนเข้าสู่กาดแม่โจ้ 2477 ผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ผ่านมา (ภาคเรียนที่ 2/2559) นักศึกษาสามารถจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตจากพื้นที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จัดสรรให้ดำเนิน
จั๋งเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากและมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมู่บ้านแคร่เป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ สร้างรายได้เป็นเท่าตัว จั๋งเดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลองจังหวัดแพร่นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้นสามารถนำมาปลูกใ
“ทุเรียนน้ำกะทิ นวัตกรรมการแปรรูปใหม่ล่าสุด อีกความสำเร็จบ่งบอกความก้าวหน้าของเกษตรกรไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” คุณพุทธไนย ตันมณี เลขที่ 77 หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้คิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ทุเรียนน้ำกะทิเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก เล่าถึงประวัติความเป็นมา กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ว่า “ผมเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังจากเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ 2 ปี ถือว่ามีความรู้เรื่องข้าวระดับหนึ่ง จึงเอาความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพทำข้าวถุงจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2530 ช่วงนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ต้องเลิกรากิจการไปเพราะมีปัญหาลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าสินค้า” เมื่อต้องผิดหวังกับธุรกิจค้าข้าว หลังจากนั้น จึงหันหลังให้อาชีพค้าขายไปทำงานสวนแทน โดยได้ไปซื้อที่ทำสวนอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปลูกไม้แบบผสมผสาน ปลูกมังคุด ลองกอง สวนป่า พืช สมุนไพร และทุเรียนอินทรีย์ เริ่มทำสวนจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปลูกแบบขายผลผลิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก คนกลับบ้านมาทำสวนกันเ
