SMEs
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ตรงกับเทศกาลทุเรียน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนรักทุเรียน ยามนี้มองไปทางไหน ก็มีทุเรียนให้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ แต่หากใครต้องการรับประทานทุเรียนที่มีรสชาติอร่อยถูกปากถูกใจ ขอแนะนำให้เลือกซื้อ “ทุเรียนปราจีนบุรี” ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องรสชาติความอร่อยสุดๆ โดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ทุเรียนปราจีน จังหวัดปราจีนบุรี” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 จุดเด่นของ “ทุเรียนปราจีนบุรี” คุณเฉลิม อารีย์ เกษตรอำเภอเมืองปราจีนบุรี โทร. (081) 498-7401, (099) 289-7158 ในฐานะผู้จัดการแปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ที่ 2 ตำบลไม้เค็ด และหมู่ที่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบัน ทุเรียนปราจีนบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้าคือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุมทอง และทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง ประกอบด้วย ทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำ พันธุ์ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น ทุกวันนี้ แ
เฟิร์น (Fern) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophyta เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราว 20,000 สปีชีส์ โดยถูกจำแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta เฟิร์นเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงที่แตกต่างไปจากไลโคไฟตา (lycophyte) ตรงที่มีลักษณะใบแท้จริง (megaphylls) ที่ต่างจากพืชที่มีเมล็ด และที่สำคัญ ระบบสืบพันธุ์ไม่มีดอกและเมล็ด ซึ่งวงจรชีวิตของเฟิร์นนั้นเป็นวงจรชีวิตแบบสลับ โดยมีระยะสปอโรไฟต์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด (diploid) และแกมีโทไฟต์ที่มีโครโมโซม 1 ชุด (haploid) ซึ่งแกมีโทไฟต์ของเฟิร์นสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ เฟิร์นเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้าจึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้บนดินที่เลว บนหิน ตามร่องหินหรืออาศัยอยู่บนต้นไม้ได้ จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสวน เพื่อให้เกิดความอ่อนช้อยและมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาปะปนอยู่กับไม้อื่นๆ ภายในบริเวณนั้น คุณสุเมธ ศรีสุนทร เป็นเกษตรกรปลูกเฟิร์นอยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฟิร์นที่เขาปลูกและขยายพันธุ์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มทำจากความชอบจนกลายมาเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี
“ขอให้หายไวๆ…สู้ สู้ นะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนจากช่างหนุ่ม ซึ่งเดินออกไปส่งลูกค้าหน้าร้าน แว่วมาให้ได้ยิน รู้สึกเป็นประโยคไม่คุ้นหูนัก โดยเฉพาะกับบรรยากาศในร้านทำผม “ที่นัดมาบริจาคผมเพื่อทำวิกให้ผู้ป่วยใช่มั๊ยครับ”ช่างหนุ่มคนเดิม หันมาทักทายมาอย่างนั้น ก่อนสอบถามรายละเอียดต่อ ได้สระผมทำความสะอาด และเป่าให้แห้งสนิททิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงแล้วใช่มั๊ย เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจ เจ้าของร้าน “แฮร์อินเทรนด์ ดอทคอม” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยอ่อนนุช 46 เขตพระโขนง จึงอธิบายให้หายสงสัยว่า ถ้าสระผม-เป่า แล้วมัดผมตัดเลย เส้นผมยังมีความชื้นอยู่ เมื่อนำมาเก็บไว้จะเป็นเชื้อราไม่สามารถนำมาทำวิกให้ผู้ป่วยได้ ช่วงเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงภายในร้านแห่งนี้ กับการไปบริจาค “เส้นผม” เป็นครั้งแรกในชีวิต รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ จึงซอกแซก-ชวนช่างคุย ไปเรื่อยๆจนทำให้ทราบ ที่มาของกิจกรรมโครงการ “ตัดเพื่อทอ ส่งต่อเพื่อรอยยิ้มเธอ” ที่ร้านแห่งนี้ทำติดต่อมาเป็นปีที่ 7 แล้ว บรรยากาศในร้าน “โครงการนี้ มีกิจกรรมหลักๆคือ ทางร้านจะรับบริจาคเส้นผมทำวิกเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง,รับบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อนำไปจัดทำวิกผมให้กับผู้ป่วยม
ที่ บ้านหนองทุ่ม ต.หนองทุ่ม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม มีเกษตรกรทำสวนองุ่น ซึ่งจะเน้นวิธีการปลูกแบบธรรมชาติ สร้างรายได้กว่า 200,000 ต่อปี โดยเจ้าของชื่อ นางทองม้วน วงศาไฮ เป็นเจ้าของสวนองุ่นแคลทลียา นางทองม้วน กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะมาทำสวนองุ่นเคยประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งการใช้ชีวิตค่อนข้างจะลำบาก ต่อมาได้เดินทางกลับบ้านเกิดและเห็นสวนองุ่น จึงเกิดความสนใจอยากทดลองปลูก จึงซื้อพันธุ์มา 2 ต้น ราคาต้นละ 290 บาท นำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน พบว่าองุ่นเจริญเติบโตดีดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก และเก็บผลผลิตได้ 25 กิโลกรัม จึงเป็นแรงบันดาลใจทำให้ผันชีวิตจากอาชีพแม่ค้าหันมาเป็นเกษตรกรปลูกองุ่นที่บ้านเกิด นางทองม้วน กล่าวต่อว่า ใช้ที่ดินเพียง 1 ไร่เศษ ปลูกองุ่น จำนวน 400 ต้น ปลูกมาได้ประมาณ 2 ปีเศษ เน้นการปลูกตามวิถีธรรมชาติ ใช้โดโลไมท์ช่วยปรับปรุงดิน และปุ๋ยคอกบำรุงต้นให้เจริญงอกงาม ส่วนปุ๋ยเคมีใช้ สูตร 15-15-15 แต่ใช้เพียงส่วนน้อย เพื่อกระตุ้นรากองุ่นในระยะแรกเท่านั้น ในรอบปีแรกผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินเป็นน้ำกร่อยส่งผลต่อรสชาติองุ่นมีความหวาน องุ่นที่นี่จะ
ดูเหมือนผู้คนทุกวันนี้จะใช้ชีวิตแบบเร่งรีบกันมากขึ้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ จึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับโลกที่หมุนเร็ว ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในสหรัฐ “นอร์ดสตรอม” (Nordstrom) เพิ่งเปิดสาขาสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะแห่งแรกที่ย่านแมนฮัตตันในนครนิวยอร์ก เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่านักช็อปที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สาขาใหม่ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ราว 47,000 ตารางฟุตแห่งนี้ เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน นอกจากจะดึงดูดบรรดาลูกค้าหนุ่มๆ ด้วยสินค้ามากมาย และบริการพิเศษตามความต้องการของลูกค้า เช่น เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลระหว่างเดินช็อป ที่นี่ยังเน้นบริการช็อปสินค้าแบบสะดวกใช้ระหว่างเดินทาง หรือ on-the-go ที่ช่วยให้ทุกการช็อปสะดวก ไม่มีสะดุด หมายความว่า หนุ่มๆ สามารถสั่งซื้อรองเท้ากุชชี่ผ่านออนไลน์ แล้วค่อยไปแวะรับที่สาขาตอนตี 2 ระหว่างทางที่จะไปสังสรรค์กับเพื่อน ทำให้สามารถสวมรองเท้าคู่ใหม่ไปปาร์ตี้ได้โดยไม่ต้องตะลอนไปรับสินค้าก่อนห้างปิด ส่วนนักช็อปรายใดชื่นชอบเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแบบสั่งทำตามความต้องการ ภายในสาขาใหม่นี้ก็มีรองรับ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือแบรนด์ชิโนลา (Shinola) รวมถึง
“ ยินดีออกแบบ” เป็นชื่อบริษัทรับ “สร้างแบรนด์”ด้วยการออกแบบ โดย เริ่มต้นจากการวางรากฐานของ แบรนด์ที่มั่นคง เพื่อสร้างจุดยืนให้ชัดเจน สร้างภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่ชื่นชอบเพื่อยึดครองพื้นที่ในใจกลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้ คือ หนทางนำไปสู่การสร้างยอดขายอย่างที่เจ้าของสินค้านั้นๆคิดหมายมั่นกันไว้ “อะไรก็ตามที่ใช้ในการสื่อสารความเป็นตัวตนของแบรนด์ ที่จะออกไปสู่สายตากลุ่มเป้าหมาย ในรูปแบบโดดเด่น ดึงดูดใจ เพื่อสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้า เรามีหน้าที่ดูแล” เจ้าของกิจการ “ยินดีออกแบบ” เคยนิยามตัวเองไว้อย่างนั้น คุณเอ-อนุชิต ปัญญาวัชระ เจ้าของกิจการ “ยินดีออกแบบ” เปิดบทสนทนาด้วยการแนะแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้นว่าตัวเขาและ คุณฝน ภรรยา เคยเป็นครีเอทีฟในบริษัทโฆษณา กระทั่งปี 2542 ออกมาตั้งบริษัทของตัวเอง รับสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าทุกประเภทแบบครบวงจร โดยมีแนวคิดในการทำธุรกิจว่า การที่สินค้าใดๆจะแจ้งเกิดจะแจ้งเกิดในตลาดและยึดครองใจกลุ่มเป้าหมายได้ สิ่งสำคัญที่สุด นอกเหนือจากสินค้าจะมีดีอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันนั้นคือ แบรนด์ของคุณคือใคร “ทำงานเป็นครีเอทีฟโฆษณาได
คุณมานพ อมรอรช (คุณอาร์ท) อยู่บ้านเลขที่ 17 เทศบาลสาย 7 ตำบลขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี บัณฑิตหนุ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรียนจบสาขาวิชาพืชสวนประดับ กลับมาสานต่อสวนไม้ผลที่พ่อแม่อนุรักษ์ทุเรียนสายพันธุ์โบราณไว้กว่า 10 สายพันธุ์ คุณอาร์ท เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเลือกเรียนเกษตร เพราะจากประสบการณ์พบเห็นจากคนแถวบ้านหลายคนที่ไปเรียนไกลถึงกรุงเทพฯ เรียนจบจากหลากที่หลายคณะ มีทั้งจบเกษตรโดยตรงและจบจากสาขาอื่น แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมายังบ้านเกิดและลงเอยที่งานสวนอยู่ดี ด้วยสาเหตุนี้จึงตัดสินใจเรียนคณะเกษตร และพอดีตอนนั้นได้โควต้าจาก มทร. ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี เรียนจบในระดับ ปวส. แล้วเข้าศึกษาต่อที่ ม. แม่โจ้ ช่วงจบใหม่ๆ ได้ลองไปทำงานหาประสบการณ์ที่บริษัทจัดสวนก่อน หลังจากนั้นไปทำเกี่ยวกับเคมีเกษตร และกลับมาสานต่ออาชีพของครอบครัวในที่สุด มรดกสวนทุเรียนจากพ่อ-แม่ 30 ไร่ สร้างเงิน สร้างอาชีพ มาตลอด พื้นที่สวนทุเรียนคุณอาร์ทอยู่เขตตำบลซึ้ง อำเภอขลุง มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีทุเรียนกว่า 400 ต้น เป็นมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ตนแค่มาสานต่อ ซึ่งคุณอาร์ทกลับมาสานต่อการทำสวนได้เป็นเวลา 10 ปีแล้ว หลังจา
บทความโดย : รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ………….. หลายท่านคงคุ้นหูกับคำว่า Disrupted Economy (เศรษฐกิจที่มีการสะดุดหยุดชะงักแล้วเปลี่ยนรูปแบบอย่างพลิกผัน) กันพอสมควรนะคะ ในโลกยุคดิจิตอลนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเพราะเทคโนโลยี ซึ่งมีผลทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวกันให้ทันการเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนวิธีการในการผลิต การทำการตลาด การขาย การบริการลูกค้า ฯลฯ รวมความแล้ว คือ ต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการแทบทั้งหมด หากปรับเปลี่ยนไม่ทันก็จะสูญเสียตลาดให้กับบริษัทเกิดใหม่ ที่คล่องตัวในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการและเจาะหาตลาดใหม่ๆ ได้เร็วกว่าองค์กรรุ่นเก่า เร็วๆ นี้ท่านอาจจะได้เห็นข่าวในโทรทัศน์ที่รายงานเรื่องบริษัทขายของเล่นเด็กขนาดยักษ์ใหญ่ของโลก ทอยส์ อาร์ อัส (Toys r Us) ที่กำลังทยอยปิดสาขาทั่วโลกและกำลังพยายามดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ที่จะหนีจากสภาพล้มละลาย ทั้งนี้เป็นเพราะทอยส์ อาร์ อัส ไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทรายเล็กรายน้อยที่ขายของเล่นผ่านทางออนไลน์ที่มีสินค้าหลากหลายกว่า ราคาต่ำกว่า ส่งได้เร็
ผมไปเที่ยวจังหวัดลำพูนเที่ยวนี้ พรรคพวกพาไปกินอาหารกลางวันที่บ้านของ ลุงบัณฑิต บุญมาลัย เป็นบ้านที่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 95 หมู่ 5 ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ที่พรรคพวกพาไปกินกลางวันที่นี่ก็เพราะ นอกจากได้กินอาหารพื้นเมืองรสชาติดีแล้ว ยังได้กินผักสดๆ ที่เพิ่งเก็บ ที่สำคัญ ปลอดสารพิษอีกต่างหาก ร้านอาหารที่ว่านี้จะว่าเป็นร้านก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก เพราะไม่ได้เปิดเป็นร้าน แต่ได้จัดให้ลูกค้ากินอาหารกันที่บ้าน ซึ่งเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น มองไปโดยรอบในบริเวณบ้าน สิ่งที่ได้เห็นก็คือ พืชผักสวนครัวเต็มไปหมด ตอนไปกิน กำลังหิวไม่ได้เดินดู แต่หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เราถือโอกาสเดินดูพืชผักสวนครัวที่มีอยู่ทั่วบริเวณบ้าน แม้ริมรั้วก็ยังมีชะอม ตำลึง และกระถิน เป็นสวนครัวที่ลุงบัณฑิตปลูกลงกระถางบ้าง ยกร่องปลูกลงบนดินก็มีไม่น้อย พืชผักสวนครัวที่มองเห็นแล้วรู้จักชื่อทันทีโดยไม่ต้องให้เจ้าของบ้านบอกก็มี พริก ทั้งเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ มะเขือ ทั้งเป็นพวงและมะเขือเปราะ มะเขือเทศก็มีหลายสิบต้น เป็นทั้งมะเขือเทศลูกเล็กๆ สีแดงจัดและลูกโต ตะไคร้ก็มีหลายกอ สะระแหน่ปลูกใส่โฟมหลายลัง ผักโขม ผักคะน้า กะหล่ำปลี ลุงก็ปล
เรื่องของดอกเบี้ยเงินฝาก ที่นับวันจะลดน้อยถอยลงจนแทบจะติดลบ ย่อมเป็นปัจจัยส่งผลให้ใครที่พอจะมีทุนอยู่ในมืออาจกำลังมองหาธุรกิจสักอย่างทำ เพราะน่าจะดีกว่ากำเงินไว้เฉยๆ โดยไม่มีโอกาสงอกเงย แต่อย่างที่รู้กัน ทุกวันนี้เศรษฐกิจภาพรวมนั้นสุดแสนจะซบเซา หันซ้าย แลขวา ถ้าจะหาร้านที่ขายดิบขายดีได้คงยากเต็มที ฉะนั้นถ้ามีธุรกิจอะไร ที่เสนอตัวเข้ามาในตลาด พร้อมประกาศชัด “คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงต่ำ สินค้าไม่มีเอาต์ แถมไม่เน่าไม่เสีย” คงเป็นตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังอยากลงทุนในยามนี้ คุณไผ่-ชาคริต ภูษิต อายุสามสิบเศษ เจ้าของธุรกิจขายปลีก-ส่ง สินค้าญี่ปุ่นมือสอง แบรนด์ “เนโกะ” ซึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 2 สาขา คือ ผู้ยืนยันว่า ธุรกิจในแบบของเขานั้น สามารถคืนทุนได้เร็วแถมมีความเสี่ยงต่ำอีกด้วย ก่อนย้อนความเป็นมาส่วนตัวใหรู้จัก พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำทางสายไอทีมาตลอด ทำงานออฟฟิศอยู่พักใหญ่ รู้สึกการงานไม่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างที่อยากได้ เลยตัดสินใจลาออก แต่บอกตรงๆยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไรต่อ พอมีโอกาสไปเจอร้าน
