SMEs
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถขยายผลในวงกว้าง สร้างรากฐานที่ดีของเอสเอ็มอีในหลากหลายพื้นที่และเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้ก้าวทันกับยุค 4.0 จำเป็นต้องอาศัยพี่เลี้ยงที่เป็นมืออาชีพ คอยให้คำแนะนำแก่เอสเอ็มอี สสว. จึงเปิดตัวกิจกรรม Train the Coach เพื่อพัฒนาโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าหมายในช่วง 3 ปี จะผลิตโค้ชมากกว่า 2,200 ราย และพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10,000 ราย พร้อมสร้างระบบฐานข้อมูลโค้ชของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางทั้งให้คำปรึกษาและจับคู่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง ทั้งนี้ กิจกรรม Train the Coach ภายใต้โครงการศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร (OSS) ของ สสว. และเป็น 1 ใน 9 มาตรการของภาครัฐ ที่ต้องการยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ยุค 4.0 โดยเป็นการช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีได้รับการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจหรือชี้แนวทางการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน มีการลงทะเบียนโค้ชเข้าสู่ระบบผ่าน www.thesmecoach.com รวมถึงฝ
“ไข่มดแดง” ໄຂ່ມົດແດງ หรือ “ไข่มดส้ม” ໄຂ່ມົດສົ້ມ ในภาษาอีสาน–ลาว เป็นไข่ของมดแดงที่เรียกกันว่า “แม่เป้ง” ซึ่งเป็นไข่และตัวอ่อนระยะดักแด้ของมดแดง ที่ว่าเป็นของหรูนี้ก็เพราะว่าราคาของมันนั้นแพงเอาเรื่อง กิโลกรัมละหลายร้อยบาท ความนิยมของไข่มดแดงในฐานะอาหารโอชารส ที่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวนี้ ทำให้เกิดการคิดค้นในการเลี้ยงมดแดงขึ้น และยังมีการบรรจุใส่กระป๋องส่งออกขายไปยังต่างแดนด้วย อาหารบ้านๆ จึงได้โกอินเตอร์ไปบริการชาวไทย-ลาวทั่วโลก เมื่อลมแล้งเริ่มฤดู มดแดงต่างขะมักเขม้นม้วนใบไม้ทำรังบนต้นไม้สูง เขาจึงว่ามันเป็นอาหารชั้นสูง ช่วงนี้ชาวบ้านจะออกชะเง้อมองหารังแล้วแหย่รังสอยลงมา ไข่มดแดงนี้ ว่ากันว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ขนาดองค์การอนามัยโลก รณรงค์ให้กินเป็นอาหารเช่นเดียวกับการบริโภคแมลงที่ชาวตะวันตกเคยเห็นเป็นของประหลาด ชาวลาวนิยมเอาไปต้มใส่ปลาค้อ (ปลาช่อน) ใส่ในแกงเห็ด แกงผักหวาน เช่นเดียวกับชาวไทยอีสานและเหนือ จะใส่ปลาแห้งหรือเนื้อปลาด้วยก็แล้วแต่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือปลาร้า ที่จะทำให้แกงถ้วยนี้นัวยิ่งขึ้น เครื่องแกงหลักๆ ประกอบด้วย พริก ห
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ คุณสุวรรณ เหรียญเสาวภาคย์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารจาก 16 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้ประกอบการ SME จัดงานแถลงข่าว การประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 10 และการประกวดรางวัล SME Startup ครั้งที่ 2 ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คุณสุวรรณชัย เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. คือการส่งเสริมและสนับสนุน การเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ SME ในการสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานต่างๆ ตามนโยบายซึ่งรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและยกระดับการส่งเสริม SME ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยการประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ หรือ SME National Awards นับเป็นหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ของไทยสู่ระดับสากล โดย สสว. เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2549 และดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 9 ครั้ง มีผ
คุณมานิตย์ โสภณ อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมากว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกพันธุ์จากชาวบ้านที่ไปช้อนมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอสองพี่น้อง หรือชาวบ้านบางรายเลี้ยงไว้ภายในร่องสวนเอง เมื่อปลาช่อนมีลูกก็จะนำมาส่งขายให้กับเธออีกหนึ่งช่องทาง จากอาชีพช่างเย็บผ้า สู่ชีวิตเกษตรกร คุณมานิตย์ เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีเธอมีอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ต่อมาช่วงนั้นมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ จึงกลัวว่าจะทำงานบริการลูกค้าได้ไม่เต็มที่ จึงได้มองหาอาชีพใหม่กับสามีว่าจะทำอย่างอื่นที่ทำงานไม่แข่งกับเวลาเหมือนอาชีพที่ทำอยู่ จึงได้มีแนวความคิดมาอนุบาลพันธุ์ปลาช่อนเพื่อเลี้ยงให้ลูกพันธุ์มีขนาดที่ใหญ่ส่งขายให้กับเกษตรกรนำไปเลี้ยงต่อไป “ช่วงแรกที่มาทำ ก็เริ่มจากเล็กๆ ก่อน ปักตาข่ายเลี้ยงในคลองก็ทำแบบง่ายๆ ใช้ไม้หลักแค่ 4 เสา ตอนนั้นมีอยู่ประมาณ 4 กระชัง พอได้ทดลองขายก็มีกำไรเกิดขึ้น ทีนี้ก็มองไปว่าน่าจะมีกำไรหากจะทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง หลังจากนั้นมาก็ค่อยๆ ขยับขยายและพัฒนามาเรื่อยๆ โดยทำเฉพาะปลาช่อนเพียงอย่างเดียว” คุณมานิตย์ เล่าถึงท
คุณนฤมล ใหม่โสภา ตัวแทนสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยว เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเวชสำอางจากมะพร้าวบนเกาะพะงัน แบรนด์ COCONUT Koh Phangan (โคโคนัท เกาะพะงัน) ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นสินค้ามีความหลากหลาย บรรจุภัณฑ์ทันสมัย ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยว่า สืบเนื่องจากที่ผ่านมา หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างมีแผนประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน แต่ต้องยอมรับ “คนท้องถิ่น” จำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบ จากการเชิญชวนดังกล่าว เพราะแม้จะมีนักท่องเที่ยวมากันมาก แต่กลุ่มคนท้องถิ่นดังกล่าวไม่มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ทางสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ ซึ่งต้องการให้คนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบมีรายได้เพิ่มขึ้นจาการท่องเที่ยว เพื่อจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขทุกฝ่าย จึงเห็นพ้องให้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน มีอุปนายกฝ่ายต่างๆ ขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบงานด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวชุมชน และการทำงานของสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ ลักษณะดังกล่าว พบว่า บนเกาะพะงัน
ที่ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่แห่งนี้เป็นฐานผลิตเครื่องปั้นดินเผามีชื่อเสียงมาช้านาน นับเป็นแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ คุณสุ-สุมาลา เป้าพิมพ์ อายุ 33 ปี เจ้าของเรื่องราว เธอเป็นสาวโคราช ผู้สร้างมูลค่าให้กับเครื่องปั้นดินเผา นำการเพ้นต์มาวาดลวดลายด้วยใจรัก สาวนักเพ้นต์ เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมีทุกวันนี้ไม่ง่าย ย้อนไป 5-6 ปีก่อน เธอกับแฟนหนุ่ม ผ่านความลำบากมาหลายรูปแบบ ทำงานรับจ้าง ทั้งรายวัน รายเดือน ทำนา ทำสวนก็ทำมาแล้ว สารพัดอาชีพ จนมาถึงอาชีพปัจจุบัน คือการเพ้นต์เครื่องปั้นดินเผา คุณสุ บอกว่า เริ่มต้นอาชีพนี้จากความชอบ อยากพัฒนา และเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นของดีจากบ้านเกิด “สุเป็นคนด่านเกวียน หลายคนรู้ว่าที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาชื่อดัง ที่บ้านสุเองก็ทำอาชีพนี้ เราเห็นว่าเครื่องปั้นดินเผามันสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ จากที่ขายรูปแบบซ้ำๆ สีดำ สีน้ำตาล ก็เปลี่ยนเป็นการเพ้นต์ ซึ่งเมื่อก่อนการเพ้นต์ยังไม่เป็นที่นิยม” เมื่ออยากทำ แต่ไม่มีความรู้ด้านศิลปะ คุณสุจึงเริ่มต้นด้วยการซื้อหนังสือมาศึกษาเอง “อ่านหนังสือแล้วก็ยังไม่เข้าใจ จะล
ช่วงที่ นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำทัพคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์ บ้านสนวนนอก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านสนวนนอก ยังมีวิถีการดำรงชีวิตความเป็นอยู่โบราณตามแบบวิถีชุมชนเขมร และมีการจัดการด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดบุรีรัมย์ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ชาวบ้านนำของกินที่เป็นผลิตผลจากชุมชนท้องถิ่นมาวางจัดแสดงและจำหน่ายมากมาย รวมถึงขนมโบราณหลายอย่างให้คณะของนายกรัฐมนตรี ได้ลองลิ้มชิมกัน เช่น ขนมอันซอมกะบ็อง (ขนมต้มด่าง), ขนมเนียล (ขนมกะลา), ขนมตรูย (ขนมกะลา), ขนมพะบู (ขนมฝักบัว), แต่อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่า “ขนมเวือระพอม” ที่วัสดุทำจากกล้วยและแป้ง รสชาติคล้ายๆ “ขนมจาก” แต่ห่อด้วยใบตองแล้วนำมาปิ้งจนหอมกรุ่น เรียกกันภาษาไทยว่า “ขนมตดหมา” และจากชื่อ ขนมตดหมา นี้เอง ที่หลายคนสงสัยว่า หน้าตามันเป็นอย่างไร และมันทำมาจากอะไร “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อาสาค้นข้อมูลมาให้ดังนี้ ขนมตดหมา มีส่วนผสมสำคัญคือ รากตดหมา ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่ง เป็นไม้เลื้อย มีอีกชื่อหนึ่งว่า กร
มะเขือยาว เป็นอีกหนึ่งชนิดพืชที่ผลผลิตเมื่อออกมาแล้ว สามารถนำผลมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยำมะเขือยาวเผา ผัดมะเขือยาว หรือจะนำมะเขือยาวมาชุบไข่แล้วทอดให้เหลืองสวย นำมารับประทานคู่กับน้ำพริกกะปิก็เข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียว อย่างทางภาคเหนือจะนำมะเขือยาวไปทำเป็นน้ำพริกหนุ่ม เมื่อนำมารับประทานคู่กับแคบหมูก็อร่อยลงตัวไม่เบาเช่นกัน จากความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่นั้น จึงทำให้มะเขือยาวยังเป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ตลาดยังมีความต้องการ จึงทำให้ คุณภัทร พูลทวี อยู่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้ปลูกมะเขือยาวเพื่อส่งจำหน่ายให้กับตลาดผัก โดยผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี ส่งจำหน่ายได้ราคาอีกด้วย คุณภัทร เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานได้ก็เลือกอาชีพทางการเกษตรเป็นงานหลัก โดยในช่วงแรกเลือกปลูกฝรั่งแป้นสีทองเพื่อสร้างรายได้ ต่อมาจึงได้เลิกปลูกฝรั่งแป้นสีทองไป เพราะมองว่าฝรั่งค่อนข้างดูแลยากในการจัดการ และไม่สามารถปลูกพืชอื่นทดแทนได้ จึงได้เลือกพืชที่สามารถปลูกแบบหมุนเวียนได้เป็นพืชผักในเวลาต่อมา “พอเริ่มคิดที่จะเปลี่ยน ว่าจะทำอะไรดี ก็เลยได้คำตอบเป
“หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไฟแรง กำลังมองหาอาชีพใหม่หรือเกี่ยวข้องกับอาชีพธุรกิจ SMEs เดิมที่กำลังทำอยู่ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ฯลฯ เรารู้ว่านอกจากคุณจะมีสินค้าคุณภาพยอดเยี่ยมแล้ว คุณยังต้องการมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นในการโชว์สินค้า ชวนให้ลูกค้าที่ผ่านไปมา เข้ามาแวะเยี่ยมชม…เราจึงมีข่าวดีสำหรับคุณ!” อ่านข้อความในแผ่นพับโฆษณาดังว่า จึงเงยหน้ามองหาต้นเรื่อง ครั้นกวาดสายตาพิจารณาเพียงแว่บเดียว ตัดสินใจได้ทันที “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ต้องมีเรื่องราวของสินค้าตัวนี้ มานำเสนอให้ได้ ครั้นทาบทามถามถึงเจ้าของกิจการ พนักงานฝ่ายขาย จึงกุลีกุจอติดต่อให้ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง คุณเอกชัย วีระนพรัตน์ เจ้าของกิจการ ผู้ผลิตและจำหน่าย รถเข็นโชว์สินค้าดัดแปลง ภายใต้ แบรนด์ “Relux-รีลักส์” กรุณาสละเวลามานั่งพูดคุยด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟังว่า เต่เดิมกิจการของครอบครัวเขาเป็นโรงงานผลิตอัลบั้มรูป มาในระยะหลังตลาดเริ่มซบเซา จึงเกิดความคิดนำเครื่องจักรในการผลิตอัลบั้มรูป ไปสร้างสินค้าประเภทอื่น ประกอบกับการวิเคราะห์ความต้องการของ “คนรุ่นใหม่” ในยุคนี้ ที่มีหลายคนอยากมีอาชีพอ
นอกจากธุรกิจความงาม ดาราไทยก็สามารถทำธุรกิจอื่นอีกได้ดีนะ เฉกเช่น “น้าเน็ก” หรือ นายเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ที่ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธรับค่าจ้างเป็นเงินหลายหลักให้รีวิวยาปลูกหนวด แต่เลือกมาจับตะหลิวทอดเนื้อ สร้างแบรนด์ “เนื้อทอดเทวดา” รสชาติดี ถึงขนาดเอ่ยปากว่า “ถ้าไม่อร่อยให้เตะ” เลยทีเดียว “เนื้อทอดเทวดา” ธุรกิจอาหารที่น้าเน็กภาคภูมิใจมาก หลงใหลรสชาติถึงขนาดขอร่วมหุ้นกับเจ้าของสูตร และลงมือทำเองเกือบทุกขั้นตอน เพียง 3 เดือนธุรกิจรุดหน้า กำลังการผลิต 470 กระปุกต่อวัน ล่าสุดเตรียมแผนทำคีออส กระจายสินค้าเข้าไปจำหน่ายตามจุดต่างๆ เดินหน้าธุรกิจรุกทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ น้าเน็ก บอกถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจว่า เมื่อปี 2560 คุณนิติพัฒน์ สุขสวย ผู้ก่อตั้ง the standard นำเนื้อทอดแดดเดียวกรอบๆ มาให้ลองชิม ปรากฏอร่อยม้าก (อร่อย จนต้องลากเสียง) อร่อยถึงขนาดสั่งมาทานวันละ 5-10 กระปุก ว่างเมื่อไหร่ เป็นต้องทานเนื้อทอด ทานกับอาหารมื้อหลัก ทานเป็นกับแกล้ม ทานเล่นก็ได้ อร่อยถึงขนาดต้องนัดเจอตัวเจ้าของสูตร “ผมทานเนื้อทอดร้านนี้แล้วรู้สึกว่าอร่อยมาก อร่อยไม่เหมือนร้านไหนๆ ที่กินมา ทานเป็น
