SMEs
ใครที่ชอบตลาด ที่คนไม่พลุกพล่านนัก ยังไม่ใช่ตลาดรีเมก ที่คนแห่แหนกันไปตามโซเชียล แนะนำ ที่ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 หรือ ตลาดบางหลวง 100 ปี ตั้งอยู่ที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม ที่สำคัญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน บรรยากาศร่มรื่น น่าเสียดายว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2559 เกิดไฟไหม้ที่ตลาดแห่งนี้ วอดวายไปราว 30 ห้อง ไม่มีรายงานข่าวผู้เสียชีวิต แต่ตลาดที่ยังหลงเหลือ ก็ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นตลาดเก่าอยู่มิใช่น้อย เนื่องจากตลาดแห่งนี้ มีความเป็นชุมชนค้าขายมาแต่โบราณ ตั้งอยู่ริมน้ำอันเป็นทางสัญจรหลัก บ้านเรือนจึงยังแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งในอดีต ด้วย “บ้านเก่า เหล่าเต๊งไม้” ที่มีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นอยู่ติดกัน เช่นเดียวกับอาคารพาณิชย์ปัจจุบัน ส่วนสภาพตลาด ก็มีสินค้าขายคนในชุมชน ทั้งอาหารการกิน กับข้าว ข้าวของเครื่องใช้สารพัดสารพัน นอกจากนี้ ยังมีความพยายามรับนักท่องเที่ยว ด้วยการที่ทางเทศบาลทำโป๊ะยื่นลงไปในแม่น้ำเพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้นั่งรับประทานอาหาร ที่มีลักษณะการออกร้าน อยู่หลายร้าน ส่วนร้านในตลาด ร้านหนึ่งที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สะดุดตา คือข้าวเกรียบปากหม้อ แต่นอกจากจะมีไส้กุยช่าย ไส้หน่อไม้ ที่เราเห็
หนุ่มวิศวะวัยเพียง 26 ปี ไม่เคยเรียนทำอาหาร แต่ได้แรงบันดาลใจจากลุงที่เป็นเชฟ ผันตัวจากอาชีพวิศวกรมาขายไก่ทอด สร้างแบรนด์ “อังเคิล ทิกเกอร์” (Uncle Tigger’s) คิดสูตรเอง รสชาติกลมกล่อม แป้งบางกรอบ ผ่านการหมักด้วยเครื่องเทศและเครื่องปรุงลับพิเศษถึง 14 ชนิด ใช้เวลาหมักนาน 12 ชั่วโมง ทอดสดๆ ก่อนเสิร์ฟ เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ทอดทุกวัน เมนูซิกเนเจอร์ Chicken & Waffles (ชิกเก้นวอฟเฟิล) ไก่ทอดชิ้นใหญ่กินกับวอฟเฟิล ยังมีไก่ทอดโรยผงหม่าล่าเผ็ดร้อนจัดจ้าน เปิดร้านได้เพียงครึ่งปี ลูกค้าขาประจำเพียบ เล็งขยายสาขาเพิ่ม ประวัติชีวิตคร่าวๆ คุณณัฏฐ์ ไวศยานุวัฒน์ หรือ “ณัฏ” จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิศวกรที่ประเทศสิงคโปร์ 1 ปี ก่อนจะตัดสินใจบินกลับเมืองไทย แล้วร่วมหุ้นกับเพื่อน 4 คน เปิดร้านอาหาร ชูเมนูไก่ทอดฟิวชั่น แป้งบางกรอบ รสชาติกลมกล่อม “หลังจากเรียนจบผมไปทำงานที่สิงคโปร์ ไปพักอยู่บ้านญาติ ผ่านไป 1 ปี เริ่มรู้สึกเบื่อไลฟ์สไตล์งานประจำที่จำเจ แต่ละวันต้องตื่นเช้า ได้กลับบ้านตอนเย็น จึงเริ่มคิดทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เพราะโดยส่วนตัวชอบทำอาหาร” สำหรับที่มาของร้านไก่ทอด นัก
ใครได้ชื่อว่า “ทาสแมว” แล้วหล่ะก็ ขอให้ที่ไหนมีของใช้-ของกิน-ของเล่น ถูกใจ “เจ้านาย” เป็นต้องซื้อหามากำนัลให้ไม่เว้นแต่ละวัน “ที่ลับเล็บ” รูปทรงต่างๆ นับเป็นอีกหนึ่งชิ้นโปรดของ “บอส” ประจำบ้าน แต่หากหลังไหนไม่มีใช้ รับรองได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย ไล่ไปตั้งแต่ ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ เบาะโซฟา หรือแม้แต่ประตู-หน้าต่าง มุ้งลวดแทบทุกบาน ย่อมมีอันต้องกระจุยกระจาย แบบไม่เหลือเค้าเดิมกันเป็นแน่แท้ “Kafbo-คาฟโบ” เฟอร์นิเจอร์ลับเล็บแมว คือสินค้าตอบโจทย์ความต้องการของบรรดาคนรักแมวยุคนี้ได้เป็นอย่างดี มี คุณโน๊ต – ขวัญชนก อมรธนานุบาล วัยสามสิบเศษ เป็นเจ้าของกิจการ เริ่มต้นแนะนำตัว จบปริญญาตรี จากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีธุรกิจของครอบครัวเป็นโรงงานผลิตพาเลทกระดาษ และเมื่อไม่นานมานี้ คุณพ่อได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ บรรดาลูกๆ ซึ่งรวมถึงตัวเธอ จึงต้องเข้ามารับหน้าที่สานต่อ แต่ด้วยความที่อยาก “ต่อยอด” ธุรกิจในแบบของตัวเอง คุณโน๊ตจึงผุดไอเดียทำเฟอร์นิเจอร์จากกระดาษสำหรับสัตว์เลี้ยงขึ้นมา ความจริงความคิดดังว่านี้ เธอมีขึ้นมาในหัวตั้งแต่สมัยคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่แล้ว แต่ได้รับการทัดทานมาตลอด โดยท
ยามใดมีโอกาส ไปเดินเล่นชมสินค้าใน “ตลาดนัดเปิดท้าย” ตามหัวเมืองต่างๆ บรรดาข้าวของเครื่องใช้ซึ่งพบเห็นกันชินตา คงหนีไม่พ้น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ทั้งมือหนึ่ง-มือสอง และสำหรับหมวดของกินนั้น มีให้เลือกชิมหลากหลาย ทั้งคาว-หวาน เรียกว่า ตามตลาดนัดลักษณะดังว่ามักมีของกินมาขายถูกปากได้ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มกันเลยทีเดียว แต่สำหรับ “ของกิน”ซึ่งเพิ่งไปพบปะมาเมื่อไม่นาน ที่ตลาดเย็นอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ต้องยอมรับว่า แทบไม่เคยเห็นใครทำขายมาก่อน เลยอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพเก็บไว้ ก่อนเข้าไปเลียบเคียงพูดคุยกับคนต้นคิด คุณลุง-คุณป้า ใจดี เจ้าของกิจการ เล่าให้ฟังสั้นๆ กิจาการหลักของพวกเขา คือ ข้าวแกงและ อาหารตามสั่ง ส่วน กับข้าวสำหรับ “น้องหมา” นั้น ทำมาได้ 5-6 ปีแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำเลี้ยงสมุนในบ้านตัวเอง โดยคิดนำเศษเนื้อไก่ หรือ เครื่องในหมู มาบดก่อนนำมารวนกับซอสจนมีกลิ่นหอม แถมเผยเคล็ดลับให้ฟังแบบไม่หวงสูตรว่า ก่อนรวนห้ามใส่น้ำมันลงไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมามากจนเลี่ยนเกินไป เจ้าของร้านท่านเดิม บอกอีกว่า ขายกับข้าว “น้องหมา” มาหลาปี ไม่มีทีท่าจะลูกค้าลดลง แถมมีหลายคนกลับ
“โครงการกำลังใจ” ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จัดตั้งขึ้นเพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย เนื่องด้วยทรงดำริว่า ทุกคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขก็ต่อเมื่อรู้จักรักษาสิทธิของตน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น กระบวนการยุติธรรม นับเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลทุกฝ่ายในสังคมก็น่าที่จะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง “โอ๋ –ผดุงศักดิ์ สามัญเมือง” ชายวัยสี่สิบพื้นเพเป็นชาวชุมพร คือ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่ไม่เคยต้องคดีมาก่อน เมื่อรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษเหลือจำคุก 6 ปี และก่อนที่จะพ้นโทษ ออกมา เขาสมัครและได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมอบรมใน “โครงการกำลังใจ” ได้เรียนรู้วิชาการทำเกษตรและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง โอ๋ เล่าว่า ใช้เวลาอบรมในโครงการกำลังใจนาน 9 เดือน ได้เรียนกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตร แม่โจ้ จนมีความรู้ สามารถเป็นวิทยากรอบรมให้กับผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจรุ่นต่อมาได้ หลังจากนั้นได้มีโอกาสพบกับ คุณเบญจวรรณ
“ผมเรียนจบปริญญาตรีมา 4 ใบ ปริญญาโทด้านการบริหารอีก 1 ใบ” “ตำแหน่งสุดท้ายก่อนตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรที่ยึดแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงที่เน้นการทำเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก ผมทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส กินเงินเดือนประมาณครึ่งแสน นอกจากนี้ ยังมีงานเสริมนอกอีกรวมๆ แล้วเป็นแสนบาท” “แต่ที่เลือกมาเดินบนเส้นทางสายนี้ เพราะผมตระหนักแล้วว่า เรื่องเงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่สุขภาพของเราสำคัญและต้องมาก่อน ใจผมนั้นสนใจเรื่องการเกษตรมานาน จึงใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในข้อมูลที่ได้รับรู้ คือ การใช้สารเคมีต่างๆ ในพืชผัก ซึ่งพบว่ามีการตกค้างและส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะคนเมือง อยู่ในเมืองนั้นมีความสะดวกสบาย มีงาน มีเงิน แต่หากเรายังต้องซื้อต้องทานพืชผักที่มีการตกค้างของสารเคมี เงินที่ได้มาจากการทำงานหนักนั้นมากกว่าครึ่งต้องเตรียมไว้เพื่อรักษาโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมา เพราะฉะนั้นเรากลับมาปลูกกินเองและไม่มีโรครบกวนจะดีกว่าไหม ผมจึงเลือกที่จะทำสวนเกษตรแบบพอเพียงเช่นทุกวันนี้” ยาซีน บุญมาเลิศ ยาซีน บุญมาเลิศ เกษตรกรเจ้าของสวนฮาวา ออกานิคฟาร์ม ตั้
เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน หอม อร่อย มีสรรพคุณช่วยเสริมสุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นไม้ผลที่มีการปลูกกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่เมืองชัยนาทมีเกษตรกรปลูกในเชิงการค้าด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภค เป็นหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้เกษตรกรยังชีพได้มั่นคง คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า เมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีวิตามินซีและเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และธาตุเหล็ก ที่เสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้บริโภคแข็งแรง และมีไขมัน คอเลสเตอรอล มีแคลอรีต่ำเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท ส่งเสริมปลูกเมล่อนเป็นพืชผสมผสาน เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด ดังนี้ 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็ง ขรุขระ แต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห 2. Inodorous ผ
ปัจจุบันกระแสความนิยมรับประทาน “มัลเบอร์รี่” หรือ “ ผลหม่อน ” หรือ “ลูกหม่อน” ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะเป็นผลไม้สีม่วงแดง ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูป หม่อนผลสด รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะน้ำหม่อน แยม และไวน์ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนได้ตลอดทั้งปี แม้ต้นหม่อนจะเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย แต่หลายคนกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้นหม่อนพันธุ์ดีที่ปลูกไว้รอบบ้านหรือในสวน กลับได้ผลผลิตน้อยกว่าที่พบเห็นทั่วไป เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้จักเทคนิคการปลูกดูแลต้นหม่อนอย่างเหมาะสม และวิธีโน้มกิ่งบังคับให้ออกผลนอกฤดู จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มผลผลิตต้นหม่อนผลสดด้วยหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้สบายๆ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ “ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ ” หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า “หม่อนผลสด” นับเป็นหม่อนพันธุ์ดีที่ได้รับความนิยมสูง จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละประมาณ 800-1,000 กิโลกรัม เกษตรกรนิยมนำผลหม่อนมาใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์ หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน มีผู้นำมาปลูกในจังหวัดเชียงใหม่นา
ช่วงนี้พี่น้องชาวไทยกำลังอินกับการตามรอยประวัติศาสตร์ มีโอกาสได้ร่วมทริป “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” ช่วงรัชกาลที่ 5- รัชกาลปัจจุบัน ไปกับ KTC เมื่อหลายวันที่ผ่านมา หนึ่งในสถานที่ที่แวะเวียนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ นั้นก็คือ ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมวังสวนสุนันทา โดยอาหารที่ได้ลิ้มรสความอร่อยนั้น เป็นเมนูอาหารชาววัง ซึ่งเป็นสูตรของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมนูแรก ยำไก่อย่างเต่า ชื่อเมนูฟังดูแปลกไม่คุ้นไปสักเล็กน้อย เมนูนี้มีที่มาคือ มีผู้นำของมาถวายรัชกาลที่ 5 เป็นเนื้อสัตว์ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเนื้อเต่าหรือเนื้อตะพาบ เมื่อเสวยแล้วติดใจอยากเสวยอีก พระวิมาดาเธอฯ จึงคิดสูตรใหม่ ใช้เนื้อไก่ส่วนอกและเครื่องในแทน เมนูที่สอง เป็นอาหารที่เป็นของเหลือจากผัดพริกเนื้อกับน้ำพริกกะปิ โดยพระวิมาดาเธอฯ ได้นำสองอย่างมารวมกัน ใส่น้ำ ปรุงรส ส่วนเหตุที่ตั้งชื่อว่าแกงรัญจวนก็เนื่องมาจากกลิ่นหอมรัญจวนของกะปิที่โดนความร้อนนั่นเอง เมนูที่สาม น้ำ
แกงส้มดอกแค อาหารพื้นบ้านที่นิยมกินกันทุกภาคพื้นประเทศไทย มีความเชื่อกันว่า เข้าหนาว อากาศเปลี่ยน ต้องได้กินแกงส้มดอกแคสักมื้อ เพื่อตัดไข้หัวลม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เจ็บป่วยไข้จากอากาศเปลี่ยน จะไม่มาเยือน และมีความเชื่อเก่าๆ แฝงไว้ ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้ตามบ้านเรือน วันนี้อาจจะขอแนะนำสิ่งที่ค้านกับคำชี้แนะเมื่อเก่าก่อน ต้องขออภัยที่ไปค้านกับความเชื่อของคนรุ่นเก่า เหตุผลเป็นเพราะข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของสังคมคนไทยเปลี่ยนไปมาก แต่ความเชื่อ ศรัทธาในข้อห้ามของคนเก่า ที่มีเหตุผลในสิ่งที่ท่านได้ชี้แนะไว้ ยังคงมีอยู่มิเสื่อมคลาย แค เป็นไม้ในตระกูลถั่ว เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง สูง 2-10 เมตร ปลูกโตเร็ว มีกิ่งก้านมาก หักโค่นง่าย เปลือกต้นสีเทา ผิวเปลือกมีร่องรอยขรุขระ เปลือกหนา มักเป็นที่สะสมของเชื้อรา และเป็นที่อาศัยของแมลงและหนอนต่างๆ ทั้งกิ่งเปราะหักโค่นง่าย เปลือกเป็นที่อาศัยของศัตรูพืช ทำให้เกิดผลกระทบกับพืชอื่นใกล้บริเวณนั้น ถูกศัตรูพืชระบาดทำความเสียหายง่ายมากขึ้น คงเป็นเหตุผลประกอบคำชี้แนะของคนรุ่นก่อน และที่ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้บริเวณบ้าน ก็คงกลัวเด็กเล่นซุกซนปีนป่ายต้น
