SMEs
Thai Dog House (ไทยด็อกเฮาส์) คือ ผู้ออกแบบและรับผลิตบ้านสุนัข บ้านแมว และสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่และสายพันธุ์ของสัตว์ ภายในตัวบ้านของน้องหมา สามารถติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเสริมมากมายตามรสนิยม ไม่ว่าจะติดพัดลม ติดเครื่องปรับอากาศ ติดไฟในบ้าน ติดไฟนอกบ้าน ติดมุ้งลวด ติดตะแกรงกันหมาออก ปูกระเบื้อง ติดล้อเลื่อนติดประตูสวิงให้เข้าออกเองได้ “เราให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านให้แตกต่างจากกรง บ้านสุนัข ในแบบของเราทนแดดทนฝน กันยุง และสามารถเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่สุนัขของท่านได้ไม่ต่างจากบ้านคน” คือ คำแนะนำตัวจากคุณเอ้ – เปรมใจ โพธิกัน เจ้าของกิจการ Thai Dog House วัยสามสิบเศษ ก่อนคุยให้ฟังต่อ จบการศึกษาด้านการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ ด้านการจัดการทั่วไป ก่อนหน้านี้ทำงานออฟฟิศควบคู่กับอาชีพเสริม คือ ทำฟาร์มเพาะสุนัขพันธุ์ชิวาว่า จนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว มีโอกาสได้ดูสารคดีต่างประเทศเห็นบ้านสุนัขน่ารักดี ทางคุณตั้ม-แฟนหนุ่ม จึงทำมาให้ แต่พอลูกค้าที่มาซื้อน้องหมาชิวาว่า เห็นแล้วเกิดชอบใจขอซื้อไปหลายต่
แกงใต้ กับ แกงมลายู นั้น คล้ายกันมาก เช่น “กูไลคุนนิงอิกัน” (Gulai kuning ikan) บางทีเรียกว่า “ฆูลากูนิงอิกัน” แล้วแต่ท้องที่และสำเนียง คือ แกงเหลืองปลาของชาวมลายูและอินโดนีเซีย ซึ่งคล้ายแกงเหลือง (แกงส้ม) แบบปักษ์ใต้บ้านเราแต่จะใส่กะทิ โดยมากนิยมแกงด้วยปลาทะเล เช่น ปลาอินทรี ปลาโอ ปลากะพง และปลาแดง เป็นต้น ถ้าเป็นปลาตัวเล็กก็แกงทั้งตัวหรือหั่นครึ่ง ถ้าปลาตัวใหญ่ก็แล่เป็นชิ้น คราวนี้เราจะแกงด้วยปลาอินทรี (Ikan tenggiri) ค่ะ เครื่องแกงก็มีไม่กี่อย่างไม่ซับซ้อน ได้แก่ พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง พริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม ขมิ้น และกะปิ นำไปตำให้ละเอียด สำหรับชาวมลายูนิยมนำไปปั่นในครกไฟฟ้าโดยเติมน้ำลงไปให้พอเหลว เมื่อปั่นแล้วก็เทพริกแกงลงหม้อ ใส่กะทิ นำขึ้นตั้งไฟ บุบตะไคร้ลงไป ใส่ส้มแขกเพื่อให้รสเปรี้ยวเช่นเดียวกับแกงใต้ของเรา อาหารของชาวมลายูโดยมากจะใช้ส้มแขก (Asam keping) และมะขามเปียก (Asam jawa) เป็นหลักเพื่อให้รสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังใช้ตะลิงปลิง (Belimbing) ด้วย ถ้าไม่มีส้มแขกก็ใส่น้ำมะขามเปียกหรือตะลิงปลิงได้ค่ะ ปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและน้ำปลา ตัดรสด้วยน้ำตาลโตนดนิดหน่อย อย่าใส่มากจะเสียรส
เติบโตจากก้าวเล็ก-ทุนน้อย ของพี่ชายกับน้องสาว ซึ่งมีโรงงานอายุกว่าสามสิบปีของครอบครัวเป็นกองหนุน และด้วยความอดทน ตั้งใจ มีหัวคิดก้าวไกล สไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้ภายในเวลาไม่ถึงสิบปี จากธุรกิจลูกชิ้นปลา ขายส่งตลาดสดย่านบางกอกน้อย สามารถเติบโตเป็นบริษัทมั่นคง ในฐานแฟรนไชซอ มีคู่ค้าเป็นบรรดาแฟรนไชซีถึง 600 รายทั่วประเทศ แถมกำลังจะออกไปเปิดตลาดต่างประเทศ แบบทั่วโลกกันเลยทีเดียว เพราะล่าสุดสามารถยืดอายุการจัดเก็บสินค้าหลักได้นานถึงหนึ่งปี โดยรสชาติไม่เปลี่ยน ทำให้มั่นใจเต็มร้อย ไม่ว่าเชื้อชาติไหน หากลองได้ทาน”ลูก-ชิ้น-จัง”แล้ว ต้องติดใจ คุณหน่อย –ภิรมย์นาถ สว่างล้ำ ผู้บริหารแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาทอด แบรนด์ “ลูก-ชิ้น-จัง” วัยสามสิบกว่า พกพาบุคลิกนักธุรกิจสาว มาดคล่องแคล่วมั่นใจมาให้ข้อมูล ด้วยหน้าตายิ้มแย้มกันเอง ย้อนความเป็นมา เธอและพี่ชาย-คุณหนุ่ย-เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย จบการศึกษาด้านนิเทศาสตร์มาทั้งคู่ ไม่เคยทำงานประจำที่ไหนมาก่อน เพราะหลังจากเรียนจบ ก็ชวนกันลุยทำธุรกิจแบบเต็มตัว โดยเข้ามาต่อยอดธุรกิจโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาขายส่งของครอบครัว ที่ทำมานานกว่าสามสิบปี ด้วยเหตุผลต้องการเพิ่มช่องท
คุณชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ครูสอนดนตรีผู้มีอาชีพเสริมคือการเพาะเลี้ยงหนูพุกขาย ครูเวย์เรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี คณะครุศาสตร์ เอกดนตรีศึกษา ปัจจุบัน เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี คุณสาวชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ เริ่มต้นเลี้ยงหนูพุกได้อย่างไร ครูเวย์ เล่าว่า ที่บ้านพ่อและแม่ทำไร่ทำสวน ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยอยู่แล้ว ตนจึงได้คลุกคลีอยู่กับไร่กับนามาตั้งแต่เด็ก หนูก็กินบ่อย อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็บริโภคหนูกันเป็นประจำ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบรสชาติของหนู คิดว่าอร่อยเนื้อนุ่ม หากจะเพาะเลี้ยงหนูขายเองได้จะดีแค่ไหน เพราะในปัจจุบันหากินได้ยาก ราคากิโลกรัมหรือตัวละ 100-200 บาท จึงมองเห็นช่องทางสร้างอาชีพจากตรงนี้ เมื่อมองเห็นโอกาส หลังจากนั้น ครูเวย์จึงเริ่มศึกษาใช้เวลาหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและปรึกษาพี่ที่รู้จักเป็นเวลา 3 เดือน ศึกษาวิธีการเลี้ยง พฤติกรรม อาหาร รวมถึงสถานที่เหมาะกับการเลี้ยง เงินทุนเท่ากับศูนย์ และพอดีกับที่บ้านมีบ่อเลี้ยงปลาเก่าก่ออิฐบล็อกเพิ่มก็สาม
ติดกระแสของกินมาพักใหญ่ สำหรับขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม ขนมหวานหอมละมุนปาก หากใครเป็นสาวกขนมชนิดนี้ จะรู้ดีว่าต้นตำรับเจ้าดังคิวยาวเหยียดนั้นอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเบื่อต่อคิวลองหาร้านอื่นทานดูบ้าง มีหลายร้านให้เลือก รสชาติไม้แพ้กันแน่นอน คุณภาพเรียกว่าสูสีกันซะด้วยซ้ำ ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม ร้านขนมปังของ คุณต้น-รณชัช พลากรกิตติ วัย 30 ปี หนุ่มวิศวะ จากสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คุณต้น เล่าว่า เลือกออกจากงานประจำที่มั่นคงและรายได้ดี มาสานต่อความฝันทำธุรกิจที่อยากทำด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท แต่ทั้งนี้การจะลาออกจากงานเจ้าตัวไม่ได้ตัดสินใจแบบด่วนสรุป ทุกอย่างผ่านการคิดและดูความเป็นไปได้ของธุรกิจมาก่อน “ความฝันที่ว่าคือการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลือกทำขนมปังปิ้ง เพราะชอบทานขนมชนิดนี้” ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คุณต้น เล่าว่า มีพี่สาวที่สามารถทำไส้ขนมได้ จึงคอยเป็นหลังบ้านช่วยสนับสนุน ส่วนตนเป็นคนดูแลภาพรวม การสร้างแบรนด์ การตลาด รวมถึงภาพรวมอื่นๆ ของปังอั้ยยะ ปัจจุบันนับรวมเวลา ปังอั้ยยะเปิดตัวมาได้ 4 เดือน คุณต้น บอกว่า การตอบรับดีมาก ตอน
10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กทม. มาช้านานแล้ว ที่มาของชื่อพันธุ์เกิดจากรส
กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันใหญ่โต กรณีเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง นำรายละเอียดใบสมัครตำแหน่ง “บาริสต้า” มาเผยแพร่ผ่านโซเชียล ก่อนระบุผู้สมัครนั้นคุณสมบัติยังไม่ถึง ก่อนแนะให้ไปทำตำแหน่งอื่นจะเหมาะกว่า กระทั่งมีคนออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าของร้านดังกล่าวมากมาย ขณะที่เรื่องราวดราม่าครั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุป ลองสำรวจข้อมูลบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับอาชีพ “บาริสต้า” พบกระทู้จากสมาชิกท่านหนึ่งของเว็บไซต์พันทิป ที่แนะนำตัวไว้ว่า เคยคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงร้านกาแฟทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับได้กระทู้มีเนื้อหาน่าสนใจสำหรับคนที่อยากก้าวเข้าสู่อาชีพ “คูล-คูล” แห่งยุค “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับว่าที่ “บาริสต้า”ทั้งชาย-หญิง จึงรวบรวมเนื้อหาบางส่วนมานำเสนอ ตามนี้ ………….. สำหรับใครที่คิดว่างาน “บาริสต้า” เป็นงานแค่ชงกาแฟ บอกเลยว่าคิดผิดมหันต์ งานบาริสต้า มีหลายสิ่งที่ต้องทำต้องดูแล ถ้าให้สรุปมาคงเป็น 8 ข้อนี้ บาริสต้าต้องอดทน ต้องใส่ใจรายละเอียดขั้นเทพเลยแหล่ะ ไหนจะต้องล้างจาน เช็ดโต๊ะ กวาดร้าน ถู
เพราะ ‘ลูก’ คือทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนจึงกล้าลองทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำก็เพื่อลูก อย่าง มิค – บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ที่ปฏิเสธทันทีเมื่อเพื่อนชวนทำธุรกิจ แต่พอชื่อ น้องปริม – รัตน์นรี ลูกสาววัยขวบเศษถูกยกมาเป็นเหตุผล สุดท้ายเลยตัดสินใจร่วมหุ้นโดยไม่ลังเล “มิคมีเพื่อนที่เรียนโรงเรียนประจำด้วยกันตั้งแต่เด็กที่อังกฤษ แล้วย่าเขารู้จักกับย่ามิค เขาเลยชวนทำปูดองสูตรย่ามิคกันไหม เราบอกว่าอย่าทำเลยยาก มันใช้เวลานาน วุ่นวาย เวลาทำลูกน้องที่บ้านมือแหก เพราะกรรมวิธีการเตรียมวุ่นวายมาก เขาก็พูดไปพูดมา เราก็บอกว่าอย่าเลยจะทำทำไมให้เหนื่อย แต่พอเขามาพูดโประโยคสุดท้ายว่าเรามีลูกไม่ใช่เหรอ อยากทำอะไรให้ปริมไม่ใช่เหรอ เออ! จริง ลืมประเด็นสำคัญคือ ลูก โอเค…งั้นทำ เลยเริ่มทำตัดสินใจว่าลองสักตั้ง” นักแสดงอารมณ์ดีบอกถึงที่มาของ ‘Pookaiyerm_byMick (ปูไข่เยิ้มบายมิค)’ โดยเมื่อตัดสินใจเริ่มก็ลองลงมือทำ แต่รสชาติไม่ใกล้เคียงกับที่คุณย่าผู้ล่วงลับเคยทำให้ทาน โชคดีที่ตอนหลังได้เจอสูตรของคุณย่าได้จดไว้ ทว่าขั้นตอนการทำกลับไม่ง่ายเพราะปูไข่ดอง 1 ตัวต้องผ่านคนล้างและขัดถึง 6 รอบ ซึ่งในครั้งแรก ปู 50 ตัวที่มาส่งตั้งแต่
เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องเล็ก แม้จะเป็นคำพูดที่แซวกันเล่นๆ แต่อย่างน้อยนี่ก็แสดงให้เห็นว่า คนเราให้ “ความสำคัญ” กับเรื่องกินมากมายขนาดไหน จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทุกวันนี้มีร้านอาหารเกิดใหม่ตลอดเวลา หากไม่ขายรสชาติความอร่อย ก็ขาย “ความแปลก” เข้าไว้ ซึ่งมีทั้ง “ความแปลกใหม่” และ “แปลกประหลาด” อย่างล่าสุดที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ก็มีร้านอาหารที่เคลมตัวเองว่า เป็นร้านอาหารเปลือยเจ้าแรกในกรุงปารีส!!! ร้านอาหารที่ว่านี้มีชื่อว่า O’naturel เป็นร้านอาหารขนาด 20 โต๊ะ ตั้งอยู่บนถนนที่ไม่อึกทึกพลุกพล่านในกรุงปารีส โดยหน้าร้านมีเพียงผ้าม่านสีขาวปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเข้าไปเห็นความเป็นไปภายในร้าน ส่วนใครที่อยากเข้าไปลองดูบรรยากาศ และลองชิมรสชาติอาหารร้านนี้ จะเดินดุ่ยๆ เข้าไปไม่ได้นะค้า เพราะที่นี่เขามีกติกาว่า ลูกค้าจะต้องโทรไปจอง หรือทำการบุ๊กกิ้งก่อน จึงจะมีโอกาสเข้าไปนั่งกินอาหารในร้านได้ แล้วเมื่อเข้าไปแล้ว ไม่ว่าใครจะร่ำรวยขนาดไหน ก็อยู่ในสภาพเท่าเทียมกันหมดชนิด “หมดเปลือก” เพราะทุกคนจะต้อง “แก้ผ้า” สวมได้เพียงรองเท้าแตะที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ส่วนคุณสุภาพสตรี
กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอ คุณศุภวัฑฒ์ โกมลมาลย์ ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง เผยว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร เช่นส่งแม่ค้าในตลาด มีแผงค้าเอง หรือจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบใด และสำหรับผู้ที่ ต้องการทดลองเลี้ยง แนะนำในพื้นที่เล็กๆ ก่อน สักประมาณ ครึ่งไร่ หรือ 200 ตารางวา ด้วยลูกพันธุ์จำนวน 2-3 หมื่นตัว เลี้ยงไป 8-10 เดือน ก็จับขายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้เงินลงทุนราว 3-5 หมื่นบาท โดยจะมีรายได้ อยู่ที่ราว 200000 บาท (คิดจากราคาขายต่อกิโลกรัมประมาณ 200 บาท) ใครที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถปรึกษาหาข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดทุกจังหวัด หรือที่กรมประมง บางเขน กรุงเทพฯ รายละเอียดสำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จากเอกสารกรมประมง กุ้งชนิดนี้ มีชื่อท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จ
