SMEs
“บ้านผลไม้” ธุรกิจแปรรูปผลไม้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ธุรกิจครอบครัวของ คุณจิรทีปต์ ปัทมโยธิน และ คุณนริชา กุลนานันท์ ที่มีความรักในการแปรรูปผัก-ผลไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ตามที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับโครงการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ที่เชียงรายและเชียงใหม่ และโครงการตามพระราชดำริ ที่สกลนครและบุรีรัมย์ ปัจจุบัน บ้านผลไม้ดำเนินธุรกิจมาร่วม 15 ปี โดยมีทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณสุทัตตา ปัทมโยธิน วัย 26 ปี มารับช่วงบริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป คุณสุทัตตาเรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบด้วยปริญญาโท ด้านการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส วูแมน (Texas Woman’s University) หลังเรียนจบทายาทสาวรีบกลับมาช่วยกิจการครอบครัว “บ้านผลไม้เป็นธุรกิจที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้าง เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคนที่อยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี ในฐานะที่เป็นทายาท และโตมากับธุรกิจนี้จึงอยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ เป็นความภูมิใจที่ได้ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้ผู้บริโภคได้ทาน” ทายาทสาวถ่อมตัวว่า เธอยังต้องเรียนรู้การบริหารงานอีกพอสมควร ทั้งนี้
นางสุรัตน์ นิลพัน อายุ 48 ปี หนึ่งในเกษตรกร หมู่ 9 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พลิกผืนดินที่มีอยู่ 2 ไร่ หันมาปลูกต้นใบเตย ภายในสวนยางพารา และได้ผลผลิอย่างงาม โดยต้นเตยผลิใบเขียวชอุ่มเต็มพื้นที่ สามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายทั้งปี มีชาวบ้านมาซื้อถึงที่ ส่งขายในตลาด และส่งตามออเดอร์ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอย่างพออยู่พอกิน ส่งลูก 2 คน เรียนจบปริญญาตรีได้อย่างภาคภูมิใจ นางสุรัตน์ กล่าวว่า ตนปลูกเตยหอมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งจะปลูกทั้งเตยหอมและยางพารา เตยหอมดูแลง่าย ผลผลิตดีมาก การตัดเตยแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับลูกค้าสั่งพร้อมกัน ขายกิโลกรัมละ 25 บาท บางวันได้ถึง 100 กิโลกรัม ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าในตลาดอำเภอย่านตาขาว เช่น แม่ค้าทำดอกไม้ แม่ค้าทำเตยหอม แม่ค้าทำขนมหวาน แม่ค้าทำขนมตะโก้ ก็จะมาสั่งเตยหอมพร้อมกัน บางวันเคยได้ถึง 100 กิโลกรัม หรือบางวัน 70 กิโลกรัม จะเป็นไปตามออเดอร์ของแม่ค้าจากตลาด การดูแลต้นเตยหอมดูแลง่าย ปลูกครั้งเดียวก็ขึ้นเต็มพื้นที่ และที่ตนมาปลูกต้นเตยหอม เพราะในพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินที่ชุ่มน้ำ จึงได้ทดลองปลูก จนส่งลูก 2 คน เรียนจบปริญญาตร
“ผักคาวตอง” เป็นพืชผักที่ไม่ค่อยมีคนนิยมกินกันมากนัก รูปสวยน่ากิน แต่กลิ่นรสชาติคาวขื่น/เอียน ติดตามประจำตัวแรง ทำให้เป็นผักที่หลายคนเมินหน้า แต่ด้วยรูปลักษณ์ ใบรูปหัวใจสีเขียวสด สีเขียวตองอ่อน ขนาดใบและยอดกำลังเหมาะแก่การเคี้ยวกลืนกินแกล้มลาบ ยำ ก้อย พล่า เป็นผักแกล้มอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม กลิ่นคาวของผักคาวตองช่วยลดหรือดับกลิ่นคาวของเนื้อ ของหมู ที่นำมาเป็นอาหารได้ดี และที่สำคัญเป็นสมุนไพรแก้โรคต่างๆ ได้ดีทีเดียว “ผักคาวตอง” เป็นชื่อทางภาคเหนือเรียกกันในแต่ละภาคก็แตกต่างกันไป เช่น ภาคอีสาน เรียก ผักคาวทอง ภาคกลาง เรียก ผักเข้าตอง พลูแกง พลูคาว เป็นพืชล้มลุกแต่มีอายุอยู่ต่อเนื่องกันหลายปี เป็นผักที่มีลำต้นใต้ดิน แผ่เลื้อยไปทั่ว และจะแตกรากและยอดชูขึ้นเป็นช่อยอดใบ ลำต้นใต้ดินหรือที่เรียกว่า รากหรือไหลที่เลื้อยมีสีขาว มีข้อปล้องพร้อมที่จะแตกยอดหรือต้นขึ้นบนดินใหม่ได้ทั่วไป ถ้าปลูกไว้ในกระถางจะเลื้อยขดเต็มกระถาง และชูยอดขึ้นมาเพื่อแตกยอดหรือต้นใบใหม่ ถ้าปลูกในพื้นดินเป็นแปลงก็จะแผ่ขยายไปได้เยอะมาก ใบแก่สีเขียวเข้ม ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน ใบกว้าง 1-1.5 นิ้ว ยาว 1-2 นิ้ว ปลายใบแหลม ฐานใบ
จังหวัดกาฬสินธุ์นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมแพรวาที่เลื่องชื่อ ยังเป็นแหล่งปลูกพุทราส่งขายมากในช่วงเดือนตุลาคม จนถึงเดือนมีนาคม ซึ่งพุทราบ้านโพน อำเภอคำม่วง เกษตรกรปลูกพุทราแบบกางมุ้ง รสชาติดีปลอดภัย เป็นมิตรต่อร่างกาย ที่สำคัญหอมกลิ่นนม สามารถเด็ดกินได้จากต้น ล่าสุดไปรษณีย์ไทยจับมือเกษตรกรกลุ่มนี้สร้างแบรนด์พุทรา “ทันสุข” ส่งขายผู้บริโภคทั่วประเทศแล้ว คุณวิสัย ภูจันหา เกษตรกรผู้ปลูกพุทรา เล่าให้ฟังว่า ในบ้านโพน อำเภอคำม่วง จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ปลูกพุทรา พื้นที่ปลูกของสมาชิกราว 1,600 ไร่ ปลูกพุทรา 3 พันธุ์ คือ จัมโบ้ นมสด และพวงทองหรือสามรส ได้มาตรฐาน GAP หรือมาตรฐานอาหารปลอดภัย ในสมัยก่อนจะจำหน่ายพุทราให้กับพ่อค้าคนกลางซึ่งมารับซื้อที่สวน กระทั่งมีโครงการของไปรษณีย์เพิ่มสุข เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนช่องทางการตลาด และได้มอบเครื่องวัดความหวานให้กับกลุ่มเกษตรตร คัดเกรดความหวานของพุทราต้องไม่ต่ำกว่า 12 brix สำหรับพุทราบ้านโพนนั้น ใช้วิธีปลูกแบบกางมุ้ง เพื่อป้องกันแมลงวันทอง และไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง 1 ไร่ จะใช้มุ้ง 7 ม้วน ราคาม้วนละ 4,300 บาท มุ้งสามารถใช้ได้ 5 – 6 ปี ปัจจุบันมี 1,600 ไร่ กางมุ
“เกาะช้าง” จังหวัดตราด แหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เริ่มปั้น “ทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง” ที่ปลูกบนเกาะช้างมานานกว่า 50 ปี ให้ชาวสวนช่วยกันอนุรักษ์เป็นเอกลักษณ์ของเกาะช้างประสบความสำเร็จมาแล้ว เมื่อปี 2559/60 ขายได้ กิโลกรัมละ 250 บาท ในขณะที่ทุเรียนชะนีที่อื่นๆ ขายได้เฉลี่ย กิโลกรัมละ 80-100 บาท มาเมื่อ ปี 2560/2561 คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กับ คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง ได้ร่วมมือกันผลิต “ส้มโออินทรีย์เกาะช้าง” ให้มีคุณภาพ รสชาติหวาน ลูกสวย และที่สำคัญเป็นส้มโออินทรีย์ 100% เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรชาวสวนส้มโอบนเกาะช้างมีรายได้เพิ่มขึ้นและยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพร่วมกับอาชีพอื่นๆ ในพื้นที่เกาะช้างตลอดไป คุณชลธี (ขวา)และคุณมานพ เปิดแปลงนำร่อง…ไร่ภูเลรีสอร์ท และร่มฉัตรโฮมสเตย์ คุณชลธี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กล่าวว่า ได้รับผิดชอบดูแลด้านวิชาการ จังหวัดจันทบุรีและตราด ตามที่ ดร. สุวิทย์ ชัยเกี
LA ORR (ลออ) แบรนด์จิวเวลรี่ดีไซน์เก๋ ที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้าไว้กับแฟชั่น จับผ้าไหมใส่ไอเดียสร้างสรรค์ชิ้นงานอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว และทุกชิ้นล้วนเป็นผลงานแฮนด์เมดที่ผลิตด้วยความตั้งใจ การันตีได้ว่าเครื่องประดับแต่ละแบบมีเพียงชิ้นเดียวในโลก คุณออม หรือ สุพัจนา ลิ่มวงศ์ ดีไซเนอร์สาววัย 31 ปี เจ้าของแบรนด์ LA ORR ที่แปลว่า งาม คุณออม เล่าให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า เริ่มสร้างแบรนด์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะเป็นความตั้งใจตั้งแต่สมัยเรียนว่าอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก่อนหน้านั้นทำงานบริษัทส่งออกเครื่องประดับเงิน และเป็นดีไซเนอร์ ซึ่งในระหว่างนั้นออมได้ทดลอง หาเทคนิค และแนวคิดมาเรื่อยๆ พอถึงจุดอิ่มตัวกับงานออฟฟิศ ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านออกแบบแฟชั่น เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ หลังจากนั้นออกมาสร้างแบรนด์ชื่อ LA ORR โดยเลือกใช้ผ้าไหมเป็นวัสดุหลักในการทำชิ้นงาน ดีไซเนอร์สาวเล่าว่า ส่วนตัวชอบงานศิลปะของไทยอยู่แล้ว ซึ่งผ้าไหมถือเป็นศิลปะไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว มีโอกาสได้ลองสัมผัสของจริง ได้เห็นเนื้อผ้าแล้วรู้สึกว่าถ้านำมาเป็นวัสดุในงานออกแบบน่าจะดีไม่น้อย “ต้องยอมรับว่าคนทั่วไปไม่ค่อยนำม
วันที่ผมจัดนิทรรศการงานศิลปะที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นอกจากคนทั่วไปได้ให้ความสนใจมาชมผลงานของผมแล้ว ผมยังมีโอกาสได้ต้อนรับ คุณเจริญ ภัสระ ด้วย คุณเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการการประปานครหลวง และผู้ว่าการการประปานครหลวง ผมเรียนกับท่านว่า หลังเกษียณอายุผมได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งวาดรูป เพราะชอบมาก่อนงานเขียนหนังสือเสียอีก ท่านได้บอกกับผมว่า ตัวท่านเองก็ชอบงานด้านศิลปะเช่นกัน แต่เป็นศิลปะการทำมีด ฉะนั้น พอหมดภาระหน้าที่งานประจำ ก็ได้เปิดห้องส่วนหนึ่งของบ้านเพื่อทำมีด ปกติคนที่เคยมีตำแหน่งใหญ่โตแบบคุณเจริญ อีกทั้งยังเป็นวิศวกร พอผ่านพ้นจากภาระหน้าที่ประจำก็มักจะได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาบริษัท ทว่า ท่านไม่สนใจ กลับมานั่งทำมีดอยู่ที่บ้านเงียบๆ คนเดียว ถ้าไม่ต้องเดินทางไปธุระนอกบ้าน ท่านมักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงขลุกอยู่ในห้องทำมีดเพื่อหาความสุขให้ตัวเอง เพียงท่านบอกชีวิตส่วนตัวย่อๆ ก็ทำให้ผมสนใจขึ้นมาทันที ไม่ได้สนใจมีด แต่สนใจคนทำมีด อยากไปดูท่านทำมีดว่างั้นเถอะ จากนั้นไม่นาน ผมก็ได้ไปดูท่านทำมีดถึงบ้าน บ้านของท่านตั้งอยู่ที่ 143/3 ซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 6 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ก่อนเข้า
นายไวย เบ็ญมาศ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เกษตรกรผู้มีอาชีพเป็นนายฮ้อยมากว่า 10 ปี แต่ด้วยความที่มีภรรยาและลูกที่ต้องส่งเสียให้เรียน อาชีพนายฮ้อยไม่ตอบโจทย์ จึงเริ่มมองหาอาชีพใหม่พอดีกับมีเพื่อนแนะนำให้ลองมาทำเกษตรเขาแนะนำว่าอาชีพนี้ดีมีรายได้ทุกวัน สามารถหาเงินส่งลูกเรียนได้ทัน จึงตัดสินใจลองเปลี่ยนมาทำเกษตรตั้งแต่ตอนนั้นนับเป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้ว ตอนที่ตัดสินใจมาทำเกษตรเริ่มแรกคือปลูกมันสำปะหลังก่อน แต่ปลูกมันสำปะหลังต้องรอนาน 1 ปี ถึงจะเก็บขายได้ ซึ่งไม่ทันแน่ที่จะส่งลูกเรียน จึงเริ่มมองหาปลูกพืชอายุสั้นอย่างอื่นแทน เพราะพื้นที่ตรงนี้มีดินดี น้ำดี ตลาดก็อยู่ใกล้บ้าน จะปลูกอะไรคงไม่ยาก มะเขือเปราะเป็นพืชทนแล้ง อายุสั้นปลูก 3 เดือน ให้ผลผลิต เก็บได้นาน 1 ปี สามารถปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ถือว่าเป็นพืชอายุสั้น และให้ผลผลิตดี เริ่มปลูกมะเขือขาว 2 ปี จำนวน 10 ไร่ มะเขือที่คุณไวยปลูกคือมะเขือขาวหยก เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากจังหวัดสระบุรี ข้อดีของพันธุ์นี้คือจุกใหญ่ เหี่ยวช้า หากวันไหนเหลือขายไม่หมด สามารถเก็บไว้ได้ยังไม่เหี่ยว รสชาติหวาน ลูกใหญ่ เป็นที่ต้อง
น้ำผลไม้ปั่นยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยอยู่เสมอ ด้วยบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ทำให้ธุรกิจขายนำในรูปแบบต่างๆ เปิดตลาดให้เห็นตลอดเวลา และแน่นอนหากจะทำธุรกิจนี้รสชาติอร่อยอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ เจ้าของธุรกิจต้องสร้างความแปลกใหม่ เติมไอเดียสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นความซื้อของลูกค้าอีกทางด้วย Pineapple Beach Hua Hin ร้านขายน้ำสับปะรดปั่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสิร์ฟในลูก ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติและความสดใหม่ของสับปะรดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตลาด 7 เดือน สร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ลูกในหนึ่งวัน ทำกันสดๆ หน้าร้านทุกวัน น้ำสับปะรดปั่นพร้อมเสิร์ฟในลูกที่ว่า เป็นไอเดียสร้างสรรค์ของ คุณสุนิสา ชนะเสนา หรือ แหม่ม วัย 33 ปี เธอเล่าว่า เป็นคนชอบทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานแฮนเมดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงหันมาทำธุรกิจนาฬิกาแฮนเมดขาย แต่ด้วยไอเดียไม่หยุดนิ่งและอยากหาอาชีพอื่นทำเพิ่ม จึงเริ่มมองหาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นธุรกิจดู “ในประจวบฯ มีสับปะรดค่อนข้างเยอะ แหม่มหาไอเดียนำมาทำเป็นน้
เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ผมได้รับเชิญให้ไปอัดรายการ เอ็นบีทีมีคำตอบ ที่ทีวี ช่อง 11 ที่ห้องอัดรายการผมได้พบกับ นายณัฐรท เซ็นนิล เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้รับเชิญมาอัดรายการเช่นกัน ผมได้รับเชิญมาอัดรายการเกี่ยวกับคนเขียนหนังสือแล้วหันไปวาดรูป ส่วน นายณัฐรท เซ็นนิล ได้รับเชิญมาอัดรายการในฐานะคนเคยทำงานบริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกรที่ต่างจังหวัด หลังจากผมอัดรายการเรียบร้อยแล้วได้ถือโอกาสนั่งดูชายหนุ่มผู้ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกร เมื่อผมได้ดูแล้วก็อดที่จะนำมาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าคิดมากสำหรับการประกอบอาชีพของคนไทยในสมัยนี้ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ นายณัฐรท หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า บูม ได้เล่าในรายการว่า เขาเป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอายุ 29 ปี ยังโสด เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ตัดต่อข่าวและโฆษณา ก่อนลาออกจากงานเพื่อกลับบ้านไปเป็นเกษตรกรอิสระได้รับเงินเดือน 23,000 บาท เงินเดือนแค่นี้ กับการมีชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ แล้วยังต้องจ่ายค่าเดินทางอีก จึงไม่ค่อยพอใช้ หลังจากบูมทำงานอ
