SMEs
ทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาตั้งคำถามในการจับจ่ายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะต้องการประหยัดเงิน แต่พวกเขารู้สึกว่าสิ่งของหลายๆ อย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ จะได้ไม่ต้องคอยดูแลรักษา แถมไม่เปลืองทรัพยากรจนกลายเป็นภาระให้โลกอีกด้วย ยกตัวอย่าง “รถยนต์” ที่อาจจะขายดิบขายดีในบ้านเรา แต่คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศไม่ได้รู้สึกอยากครอบครอง เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้มีแอพพลิเคชั่นแบ่งปันกันใช้ ใครทางเดียวกันก็ไปด้วยกัน หารค่าใช้จ่ายแล้วจบ ไม่ต้องมีภาระผ่อน แถมค่าบำรุงรักษาจิปาถะ แนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ และบริการให้เช่าสิ่งของก็กลายเป็นทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์เรื่องนี้ ในอนาคตจะไม่ได้มีแค่การเช่าที่อยู่อาศัย แต่จะรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แม้แต่เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าสำหรับทำงาน ก็จะไม่ต้องควักเงินซื้ออีกต่อไป “อิเกีย” ห้างค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลกก็กำลังปรับตัวรับเทรนด์ชอบใช้ แต่ไม่อยากซื้อ เห็นได้จากคำพูดของ “เจสเปอร์ โบรดิน” ซีอีโอของบริษัท ที่กล่าวในเวทีประชุมเวิลด์ อีโคโนมิ
ทุเรียนหนึ่งเดียวของภาคเหนือคือ “ทุเรียนหลงลับแล” ของอุตรดิตถ์ เดือนกุมภาพันธ์ ทุเรียนหลงลับแลที่สวนกำลังติดช่อดอกตูมๆ ถึงติดดอก ก็กะเอาตามหลักวิชาการทุเรียนจะใช้เวลาตั้งแต่ดอกบานถึงผลสุกแก่ประมาณ 100-120 วัน แต่พันธุ์หมอนทองจะยาวถึง 135 วัน คงเป็นเพราะต้องสร้างลูกสร้างผลใหญ่ พันธุ์ลูกเล็กๆ อย่างกระดุม หรือแม้แต่หลงลับแลก็จะใช้เวลาประมาณ 100 วัน ถ้าเดือนธันวาคมเริ่มแตกตาออกอีก 2 เดือน เดือนกุมภาพันธ์ดอกจะเริ่มบาน และอีก 3 เดือน ผลถึงจะแก่คือ พฤษภาคม-มิถุนายน ทีนี้ก็จะไล่เรียงกันไปแต่ละต้น ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล คือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้รับการยอมรับและรับรองพันธุ์ว่าเป็นทุเรียนพื้นเมืองที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่สุด ก็จะออกมาให้ผู้คนลิ้มรส สมดังรอคอยมาเป็นปี “ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล” ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2520 จากการประกวดทุเรียนที่ปลูกด้วยเมล็ด ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และจังหวัดอุตรดิตถ์ มีชาวสวนนำทุเรียนเข้าประกวดมากมาย ซึ่งในปีนั้น ทุเรียนหลงลับแล กำลังเป็นที่เล่าลือ กล่าวขานถึงกันมาก เป็นสินค้าเกษตรที่บอกเล่ากันมาว่า ค
ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับเชิญไปอัดรายการ “เอ็นบีที มีคำตอบ ที่ทีวี ช่อง 11” ณ ห้องอัดรายการ แล้วได้พบกับ นายณัฐรท เซ็นนิล เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ถูกรับเชิญมาอัดรายการนี้ด้วยเช่นกัน หลังอัดรายการเสร็จ ผมนัั่งคุยกับคุณ ณัฐรท เลยได้ทราบว่า ชายหนุ่มคนนี้ เคยทำงานบริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกรที่ต่างจังหวัด นายณัฐรท หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า บูม ได้เล่าในรายการว่า เขาเป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอายุ 29 ปี ยังโสด เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ตัดต่อข่าวและโฆษณา ก่อนลาออกจากงานเพื่อกลับบ้านไปเป็นเกษตรกรอิสระได้รับเงินเดือน 23,000 บาท เงินเดือนแค่นี้ กับการมีชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ แล้วยังต้องจ่ายค่าเดินทางอีก จึงไม่ค่อยพอใช้ หลังจากบูมทำงานอยู่ได้ไม่กี่ปี จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ไปเริ่มต้นทำงานด้านเกษตร ด้วยการเลี้ยงเป็ด ไก่ และขุดบ่อเลี้ยงปลาเป็นหลัก ที่บูมตัดสินใจเช่นนี้ ไม่เกี่ยวกับเงินเดือนที่ทำอยู่ไม่พอใช้อย่างเดียว แต่มีใจรักงานด้านเกษตรมาก่อน โดยเฉพาะธรรมชาติ เขาสารภาพว
“เศรษฐกิจพอเพียง” แม้จะเป็นวลีฮิตที่หลายคนนิยมกล่าว ทว่าน้อยคนไม่ได้ลงมือทำ แต่สำหรับ คุณเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ หรือ คุณลุงเป้ง เกษตรกรตามแนวพระราชดำริ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2552 และประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เขาได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร พร้อมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างแท้จริง ปัจจุบันไม่ต้องไปคอยแก่งแย่งชิงดีในสังคมทำงาน มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน มีความสุขทุกวันอยู่ในผืนแผ่นดินไทย อดีตผู้รับเหมา ผันตัวทำเกษตร กลายเป็นคนเลี้ยงสัตว์ดีเด่น สำหรับประวัติคุณลุงเป้ง ครั้งหนึ่งเขาคือผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ต้องคอยไปประมูลงานราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ที่ดี กระทั่งปี 2536 ตัดสินใจเป็นเกษตรกร เพราะต้องการหนีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่แย่งชิงคนอื่น มาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้สีเขียว มีรายได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนใจทำ จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ว่า “คุณสุขฟาร์ม” “ผมจบการศึกษาระดับ ปวส. ด้านเทคนิคและ
ทุกวันนี้ สินค้าและบริการเกี่ยวกับบรรดาน้องหมา-น้องแมว ต่างเรียงรายทยอยออกมาสู่ตลาดมากขึ้นตามลำดับ มีทั้งของไทยของเทศให้เลือกซื้อกันตามรสนิยมและกำลังทรัพย์ของผู้เลี้ยง เรียกว่าถ้ามี “แค็ตตาล็อก”ให้เลือกชม คงต้องใช้เวลาเปิดดูกันเป็นวันๆเลยก็ว่าได้ สำหรับเสื้อยืดสกรีนข้อความกวน-กวน ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นชาย-หญิง มาได้พักใหญ่ และล่าสุดได้ขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปที่ “น้องหมา”เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่ากันว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงบ้านเรา นับวันจะขยายตัวโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พูดง่ายๆมีคนเลี้ยงสัตว์มากขึ้น มีคนต้องการซื้อทั้งสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น ฉะนั้นหากผู้ประกอบการรายใด มีความคิดสร้างสรรค์ดีๆ ห้วงเวลานี้อาจเป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มต้นค้าขาย โดยอาจลองเทียบเคียงกับความต้องการของคนเป็น “ตัวตั้ง”ก่อน เหมือนอย่างเสื้อยืดกวน-กวนยี่ห้อนี้ก็ได้แต่ขอให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่ไปก๊อปปี้งานคนอื่นเขา…นะฮับ…โฮ่ง โฮ่ง
หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 36 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ว่ากันว่าชุมชนเล็กๆที่มีสมาชิกทุกเกือบ 200 คนแห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานและยอมรับในระดับโลก ยกย่องให้เป็นแหล่งผลิตถ้วย-ชาม ลายคราม รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ ที่ฝีมือประณีตวิจิตรงดงาม อยู่ในลำดับต้นของประเทศ แถมยังมีรางวัลการันตีจากหน่วยงานต่างๆมากมาย อาทิ หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น , สุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว มาตรฐานระดับสากล , ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ แม้ปัจจุบันภาพแห่งความสำเร็จดูจะเด่นชัด น่าชื่นใจ แต่กว่าจะมาเป็น “หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี” ในวันนี้ได้ หลายท่านอาจทราบดีว่า…ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย คุณอุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ให้ข้อมูลในฐานะผู้บุกเบิกจัดตั้งชุมชนแห่งนี้ ย้อนความทรงจำถึงความเป็นมาให้ฟัง เมื่อครั้งเพิ่งเรียนจบชั้นประถมฯ 4 คุณพ่อ-คุณแม่ เคยมีอาชีพทำไร่ไถนา แต่ฐานะทางบ้านไม่สู้จะดีนัก จึงพากันไปสมัครเป็นคนงานในโรงงานทำชามตราไก่ ชื่อ “เสถียรภาพ” ซึ่งช่วงเวลานั้นจัดว่าใหญ่สุดในย่านอ้
ผลิตภัณฑ์ผลไม้ฟรีซดราย หลายหลากชนิด ทั้ง ทุเรียน มะม่วง มังคุด ขนุน กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้สินค้าแปรรูปดังกล่าวขายดิบขายดีกันหลายเจ้า ซึ่งหนึ่งในนั้น มี ยี่ห้อ WOW รวมอยู่ด้วย คุณโภคิน บุตรเจริญ เจ้าของกิจการทุเรียนฟรีซดราย ยี่ห้อ WOW ให้ข้อมูลธุรกิจกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ว่า ตัวเขาเป็นวิศวกรเครื่องกลจากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำอยู่ในบริษัทต่างๆอยู่หลายแห่ง กระทั่งเมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ ได้เข้าทำหน้าที่ในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตวัคซีน ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับ “เครื่องฟรีซดราย – Freeze Dry Machine” และจากการได้คลุกคลีกับเครื่องจักตัวดังกล่าว ทำให้เขาเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในอนาคตอันใกล้ “มั่นใจว่าแนวโน้มความต้องการเทคโนโลยีฟรีซดรายจะเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะผู้คนจะให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและคุณค่าทางอาหารมากขึ้น ขณะที่เครื่องฟรีซดราย สามารถแปรรรูปและถนอมอาหาร ให้คงคุณค่าและรสชาติตามธรรมชาติได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เหมือนการทอดหรือการอบลมร้อน ที่ทำให้คุณค่าทางอาหารเสียไป”คุณโภคิน บอกถึงแนวคิดตั้งต้น เมื่อสิบกว่า
ป้าละมาย วงษเสถียร เจ้าของกระชังปลาในบ่อดิน แห่งตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีรูปแบบการเลี้ยงปลากระชังในบ่อดินที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากใช้ต้นทุนในการเลี้ยงค่อนข้างน้อย อีกทั้งด้วยเหตุผลสองประการหลักๆ คือ การใช้ขนมคบเขี้ยว อาธิ มาม่า ขนมปัง เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลา และในระหว่างเลี้ยงหรือจับปลาขายไม่เคยดูดน้ำทิ้งหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อเลี้ยง ทำให้สามารถเลี้ยงได้ตอลดทั้งปีโดยที่ไม่มีโรคเข้ามารบกวน ป้าละมาย เริ่มเลี้ยงหันมาเพาะเลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน ราวๆ ปี 54 ซึ่งป้าละมายเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเลี้ยงปลา จะประกอบอาชีพรับชื้อเสื้อผ้ามือสองมาขายตามตลาดนัดแถวบ้านซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังทำอยู่ พอในช่วงต้นปี 52 หลานชายได้มาชื้อที่ดินแถวบ้านซึ่งเป็นที่ที่เจ้าของเดิมนั้นขุดเอาทรายไปขายทิ้งไว้แต่พื้นที่ที่เป็นบ่อ มีน้ำที่สะอาด สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ดี ป้าละมายเห็นว่าพื้นมีความเหมาะสมจึงตัดสินใจนำพื้นที่บางส่วนมาเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ควบคู่กับการขายเสื้อผ้ามือสอง โดยขณะนั้นความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาไม่มี ลองผิดลองถูก สอบถามคนที่เลี้ยง และอาศัยประสบกา
มนุษย์รู้จักและบริโภคองุ่นมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 15,000 ปี องุ่น เป็นพันธุ์พืชป่าที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทวีปอเมริกาก่อนจะกระจายพันธุ์เข้าสู่ทวีป ยุโรป จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีการบ่งบอกว่ามีการปลูกองุ่นกันมามากกว่า 5,000 ปี การปลูกองุ่นในเมืองไทย สำหรับประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาในสมัยใด แต่ในกฎมณเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา มีข้อความกล่าวถึง “ป้อมสวนองุ่น” จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะมีการนำพันธุ์องุ่นมาปลูกแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา เมืองไทยเริ่มสนใจปลูกองุ่นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อันเกิดแต่การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ และทรงเสด็จเยี่ยมเยือนนานาชาติอยู่เสมอ จึงโปรดเกล้าให้นำ “ องุ่น ” หนึ่งในพันธุ์ไม้แปลกจากต่างประเทศที่ได้เสด็จประพาสมาปลูกในประเทศไทยด้วย องุ่นเป็นพืชเมืองหนาว กว่าจะปลูกและพัฒนาพันธุ์ให้เหมาะสมกับการปลูกในประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่เขตร้อนได้ ต้องใช้เวลาทดลองปรับปรุงพันธุ์กันนานมาก ช่วงรัชกาลที่ 7 เมืองไทยเริ่มมีการปลูกองุ่นกันบ้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะผลองุ่นที่ได้มีรสเปรี้ยว ทำให้การปลูกองุ่นซบเซาลง ปี พ.ศ. 2493 หลวงสมานวน
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าทางการเกษตรบางอย่าง มีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้เกษตรกรบางรายถึงกับมีสภาพหนี้สินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงส่งผลให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย ไม่เป็นเรื่องง่ายที่จะให้มีผลกำไรงอกงามมาแต่ละครั้ง เพราะต้องฝ่าและผ่านอุปสรรคมากมายหลายประการกันเลยทีเดียว ซึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำไม่ได้มีแต่เพียงสินค้าที่เป็นผลผลิตที่เป็นพืชเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในเรื่องของการทำการประมง ตลอดไปจนถึงการทำปศุสัตว์เองก็ส่งผลต่อการเลี้ยงไม่น้อย โดยสัตว์บางชนิดเมื่อถึงเวลาที่ต้องจำหน่ายสู่ตลาด กลับมีราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเกิดสภาวะขาดทุนในแต่ละรอบการผลิต ดังนั้น การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย จึงควรคำนึงหรือเล็งเรื่องการลดต้นทุน ที่เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้การประกอบอาชีพที่ทำอยู่ เพื่อผ่านวิกฤตในช่วงที่สินค้าตกต่ำลง คุณพิชญ์ชญะพงศ์ ขำอุปถัมภ์ อยู่บ้านเลขที่ 150/1 หมู่ที่ 11 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมากว่า 5 ปี โดยสุกรที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม 3 สาย ได้แก่ พันธุ์ดูร็อค พันธุ์แลนด์เรซ และพันธุ์ลาร์จไ
