SMEs
“นวัตกรรม-มีดกรีดยางนกเงือก” เกิดจากการคิดค้น ของ “คุณมะนายิ ราหู” ซึ่งเป็นลูกหลานชาวสวนยาง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ที่ประสบปัญหาต้นยางหมดหน้ากรีดเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะใช้มีดกรีดรุ่นเก่า (เจ๊ะบง) ที่ต้องลับมีดให้คมทุกวัน หากแรงงานกรีดยางไม่มีฝีมือ จะทำให้หน้ากรีดเป็นตะปุ่มตะป่ำ ต้นยางเสียหาย และอายุการให้ผลผลิตลดลง คุณมะนายิ ราหู เกิดแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นมีดกรีดยางแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาการกรีดยาง โดยเขาได้ไอเดียการออกแบบมีดจากกบไสไม้โบราณ ที่ตั้งความหนาบางของการไสได้ และมีดโกนหนวดที่คมกริบ โดยไม่ต้องลับใบมีด ใช้เวลาคิดค้นลองผิดลองถูก 7 ปี จนได้มีดนกเงือก ที่กรีดโดยการลาก ได้น้ำยางมาก มีคุณภาพมาตรฐานในการกรีด 10 คน กรีดทำได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่งมีดรุ่นเก่าทำไม่ได้ เพราะใช้ทักษะมากเกินไป ทั้งเรื่องการลับมีด-การกรีด (กรีดแบบลากหรือกระตุก) คุณมะนายิ ได้รับเงินทุนสนับสนุนแปลง “สิ่งประดิษฐ์” เป็น “นวัตกรรม” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช : NIA) เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เข้าสู่ระบบตลาดอุตสาหกรรม ผลิตมีดกรีดยางนกเงือก คุณภาพดี ราคาไม่แพง ให้เกิดประโยชน์และคุณค่าต่
“เพชรหึง” (Grammatophyllum speciosum) เป็นชื่อของพืชไม้ดอกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะต้นและดอกเหมือนกล้วยไม้จึงถูกขนานนามอีกหลายชื่อ อย่าง กล้วยไม้ยักษ์ กล้วยไม้เสือโคร่ง ฯลฯ แล้วยังได้จัดให้เป็นราชินีแห่งกล้วยไม้ เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับยังมีสรรพคุณทางยาหลายด้าน แต่ที่เด่นชัดสามารถใช้เป็นยาแก้พิษแมลงกัดต่อยได้ จึงมักเรียกว่า “ว่านเพชรหึง” โดยมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ ว่า กล้วยกา, กะดำพะนาย, ตับตาน, ว่านหางช้าง, ว่านงูเหลือม และเอื้องพร้าว เป็นต้น สามารถพบได้ตามป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และทางภาคใต้ ซึ่งมักเกาะอาศัยอยู่บนยอดพันธุ์ไม้ใหญ่ ลักษณะทางธรรมชาติของเพชรหึงเป็นกล้วยไม้ประเภทแตกกอ มีระบบรากอากาศ และมีลำต้นสูงถึงกว่า 3 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันบนลำต้น ใบกว้างราว 3 เซนติเมตร ยาวราว 60 เซนติเมตร ใบอ่อน โค้งลงด้านล่าง ดอกออกราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน โดยจะออกดอกตามบริเวณยอด ครั้งละ 2-3 ช่อ และดอกจะทยอยบานติดต่อกันนานถึง 3 เดือน ออกดอกราวเดือนมิถุนายน ช่อดอกมีทั้งชนิดช่อตั้งและช่อห้อย แต่ละช่
อดีตพนักงานประจำ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลักแสน ผันตัวเป็นพ่อค้าคนกลางขายผัก – ผลไม้พร้อมทาน เสิร์ฟใส่กล่องสร้างแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) สินค้าขายดี ผักสลัดพร้อมทาน มะม่วงน้ำปลาหวาน ฝรั่งน้ำตาลปี๊บ มะเขือเทศเชอร์รี่จิ้มพริกเกลือ ส่งขายห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ธุรกิจขายสุขภาพ แม้จะปลูกผักไม่เป็น แต่รายได้ทะยานนับร้อยล้านบาท คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังผัก จำกัด เจ้าของผัก – ผลไม้พร้อมทานแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) เท้าความว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ตำแหน่งฝ่ายการตลาด เงินเดือนหลักแสน ทั้งๆ ที่ครอบครัวไม่เห็นด้วย เพราะมีลูกเล็กที่ต้องดูแล อีกทั้งภรรยาไม่ได้ทำงาน แต่ด้วยความอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องกล้าเสี่ยง โดยนำต้นทุนความรู้ในงานประจำ และความเชื่อว่าสินค้าเพื่อสุขภาพมีอนาคตไกลแน่ เลยไม่รอช้าเร่งหาสินค้าป้อนตลาด ราวปี 2550 โจทย์ของหนุ่มออฟฟิศ คือ มองหาสินค้าสุขภาพเสิร์ฟคนเมือง ชายหนุ่ม บอกว่า ลองดูในซุปเปอร์มาร์เก็ต พบว่า “ผักสลัด” มีจำหน่าย แต่ “ผักสลัด” พร้อมทานยังไม่มีขาย อีกทั้งผักเกือบทั้งห
ยำหอย อาหารรสแซ่บ เมนูเด็ดถูกใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย หากเดินไปตามตลาดไม่ว่าจะย่านไหน จังหวัดไหนจะเห็นร้านยำหอยกระจายอยู่ทั่วทุกมุม คงเป็นเพราะเมนูนี้ลูกค้ากินง่าย แม่ค้าขายคล่อง มีร้านยำหอยร้านหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล ด้วยลีลาการขาย และมารยาทการพูดการจาของแม่ค้าที่สุภาพจนลูกค้าที่แวะไปชิมต่างประทับใจ เจ้าของร้านชื่อ คุณยุพา กำลังเจริญ หรือ คุณฝน วัย 28 ปี คุณฝนเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เริ่มขายยำตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนที่เลือกขายยำหอย เพราะครอบครัวของเธอยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่เธอยังไม่เกิด พอขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ช่วยแม่ขายของที่ร้านจนซึมซับได้วิชาค้าขายมาแบบไม่รู้ตัว “ในช่วงแรกขายอยู่ร้านเดียวกับแม่ แต่หลังจากนั้นฝนแยกตัวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่ตลาดเซฟวันได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ” ในส่วนของลีลาการขายและมารยาทของคุณฝนที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าหลายต่อหลายคนนั้น เจ้าตัวเล่าด้วยความดีใจว่า มารยาทการบริการนั้นได้มาจากการช่วยแม่ขายของมาตั้งแต่เด็ก แม่จะสอนเสมอว่าอย่าอายทำกิน สอนให้รู้จักบุญคุณคน ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ ต้องบริการให้ดี อยากให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาซื้อยำหอยรู้ว่
ไผ่ นอกจากจะเป็นไม้ที่ขึ้นง่าย ตายยาก และอยู่ได้ในพื้นดินทุกชนิดแล้ว ยังมีประโยชน์มากอีกด้วย ทั้งใช้เป็นของประดับตกแต่งสร้างที่อยู่อาศัย หรือข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่างๆ ยังสามารถนำหน่อมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วย ส่วนการขยายพันธุ์ก็สามารถทำได้ทั้งวิธีการตอนและปักชำ เพราะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เจ้าของสวนลุงโชค อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 6 บ้านคลองทุเรียน ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนแบบวนเกษตร โดยเน้นการปลูกพืชพรรณหลายชนิดรวมกันในพื้นที่กว่า 100 ไร่ นอกจากนี้ ยังชื่นชอบและเพาะพันธุ์ไผ่หลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย คุณโชคดี ปรโลกานนท์ กับกอพญาไผ่เลี้ยง ซึ่งมีคุณค่าและมูลค่ามหาศาล คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำสวนแบบวนเกษตรคือ แนวทางการทำเกษตรอย่างยั่งยืนที่เน้นการปลูกไม้ยืนต้นที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้เป็นหลักร่วมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชผักสวนครัว การทำสวนในลักษณะผสมผสาน หรือการทำเกษตรที่มีลักษณะคล้ายกับเลียนแบบระบบนิเวศของธรรมชาตินั่นเอง จากพืชเศรษฐกิจ สู่การทำสวนแบบวนเกษตร ลุงโชค เล่าถึงการเริ
คุณนันทพงศ์ แสนบุดดี หรือ บอล วัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการอายุน้อย อนาคตไกล บอล เรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีบ้านเกิดที่อุดรธานี และมาคลุกคลีอยู่บ้านครอบครัวที่ขอนแก่น หลังจากเรียนจบ บอลทำงานเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ ที่บริษัทกระทิงแดง เงินเดือนดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดีไม่มีปัญหา บอลก็เป็นเหมือนคนจำนวนมาก ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากแต่บอลเริ่มได้เร็ว และหาช่องทางธุรกิจได้เร็วกว่าคนวัยเดียวกัน ระหว่างที่ทำงาน บอลก็คิดหาธุรกิจของตัวเองไปแล้ว และไปลงตัวที่ เฉาก๊วย บอลเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองถนัดคือทางด้านการพัฒนาอาหาร และเฉาก๊วยก็เป็นอาหารที่เขาชื่นชอบ จึงมีแรงบันดาลใจให้ศึกษาอยู่กับมันได้นานๆ จากนั้น เขาและพี่สาว ลองเปิดร้านเฉาก๊วยตึ๋งหนืด ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่าเป็นแหล่งวัยรุ่น ได้กลุ่มลูกค้าชัดเจนคือนักศึกษา สินค้าของเขา คือนมปั่นกับน้ำแข็ง ละเอียด เนียน หวานกำลังดี โปะหน้าด้วยเฉาก๊วยเหนียวหนึบ และราดชาเขียวให้ไหลเยิ้มบนภูเขาน้ำแข็ง ทั้งรสชาติ และหน้าตาของสินค้า มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ ไม่เพียงแต่ขายหน้าร้าน แต่ยังขยันโพสต์ลงโซเชีย
การได้ทำงานในบ้านเกิดเป็นความฝันและเป็นความต้องการของคนวัยทำงาน แต่ด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเรื่องลักษณะงาน เงินเดือน และสวัสดิการ ทำให้หนุ่มสาวส่วนใหญ่ต้องจากบ้านไปทำงานไกลถึงเมืองหลวง คุณใบเฟิร์น-พิมพ์วลัญช์ มาสันเทียะ สาวย่าโมโดยกำเนิด วัย 25 ปี บัณฑิตสาวจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หนึ่งสาวที่โชคดีมีโอกาสได้ทำงานในบ้านเกิด กับสายงานด้านบริการ “คอลเซ็นเตอร์” ที่ใจรัก หลังเรียนจบเมื่อปี 2558 สาวย่าโมคนนี้มุ่งมานะหางานที่มั่นคงทำในจังหวัดนครราชสีมาบ้านเกิด เพื่อจะได้มีรายได้ช่วยเหลือครอบครัว และอยู่ใกล้ชิดครอบครัว ถึงแม้เพื่อนร่วมรุ่นจะชักชวนไปทำงานในกรุงเทพฯ ก็ตาม ประจวบเหมาะกับ เอไอเอส มาตั้งศูนย์ Contact Center ในโคราช คุณใบเฟิร์นตัดสินใจเลือกเข้าทำงานที่แรกกับเอไอเอสในสายงานบริการ “คอลเซ็นเตอร์” ทันที เพราะชื่นชอบงานด้านบริการ มีความสุขและรู้สึกว่าประสบความสำเร็จทุกครั้งที่ได้แก้ปัญหาหรือดูแลลูกค้า “มาเป็นส่วนหนึ่งของเอไอเอส เพราะเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง การได้ร่วมงานกับเอไอเอสถือเป็นโอกาสในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านการทำงานเพื่อความก
ชาวอินโดนีเซียนั้นใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรสหลักในอาหารเลยทีเดียว โดยมีทั้งซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำรสหวานเรียกว่า “เกอจั๊บ มานิส” (Kecap Manis) ทั้งใช้จิ้ม ใช้ปรุงรส ใช้หมักกับอาหารต่างๆ เช่น หมักปลาแล้วนำไปย่างที่เรียกว่า “อิกัน บาการ์” (Ikan bakar) ซึ่งเคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาใส่ซีอิ๊วหวานในอาหาร ใส่ทีก็ไม่ใช่ใส่น้อยๆ แต่จะใส่จนอาหารนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม วันนี้ลองมาทำเมนูซีอิ๊วหวานแบบง่ายๆ และถูกปากชาวเรากันดีกว่าค่ะ นั่นคือ ไก่ผัดซีอิ๊วหวาน ที่มีชื่อเรียกว่า “อะยัม เกอจั๊บ” (Ayam Kecap) หรือ อะยัม มาสัก กิจั๊บ (Ayam masak kicap) ก่อนอื่นนำไก่ส่วนที่ชอบ จะเป็นปีก น่อง หรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ ถ้าเป็นส่วนที่ชิ้นใหญ่ก็สับเสียหน่อย นำไปหมักกับขิงสับ กระเทียมสับ เกลือ และพริกไทย ทิ้งไว้ในตู้เย็น ระหว่างนี้จะไปทำอะไร เล่นเฟซ เล่นไลน์เพลินๆ ไปก่อนก็ตามสะดวก เมื่อกะว่าเครื่องหมักเข้าเนื้อดีแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากหน่อย รอจนร้อนก็ใส่ไก่ลงไปทอดให้ผิวนอกสุกเหลืองสวยงามก็ตักขึ้นมาพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ใส่เนยลงไปผสม ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ และหอมใหญ่ซอย ผัดจนสุกใสจะได้กลิ่นหอมโชย
เมื่อเร็วๆ นี้ อาจารย์ปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มาให้ความรู้ในการทำ “เวิร์กช็อป” จัดตะกร้าผักสุขภาพให้สวยชิกสุดปัง เพื่อมอบให้กับคนรักในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ จัดโดย KTC PR PREES CLUB มีตัวแทนสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ นับสิบชีวิตเข้าร่วมแบบสนุกสนานเป็นกันเอง อาจารย์ปิยะธิดา กล่าวตอนหนึ่งว่า ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสำคัญของทุกปี หลายคนอาจจะต้องมีภารกิจสำคัญ นั่นคือ การเฟ้นหาของขวัญให้ถูกใจผู้รับ แต่จะว่าไป หน้าที่ดังกล่าวนี้ก็น่าหนักใจอยู่ไม่น้อย เพราะของขวัญของฝากที่นิยมมอบกันแบบทั่วๆไปนั้น อาจไม่เก๋ไก๋โดนใจเท่าที่ควรก็เป็นได้ และเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ปัจจุบัน ที่ผู้คนต่างหันมาให้ความใส่ใจในสุขภาพของตัวเองและครอบครัว “ตะกร้าผักสุขภาพ” ที่มีทั้งความน่ารักและพืชผักที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับผู้รับหลายๆ ท่านอย่างแน่นอน “เริ่มต้นจากการไปซื้อผัก ให้เลือก ผักที่มีรูปทรงค่อนข้างสูงไว้เป็นหลักก่อน เช่น แคร์รอต แตงกวา มะระ เพราะหากเลือกมาเป็นลูกๆ อย่าง มะนาว มะเขือ กะหล่ำ ผักก
ขวัญชัย ศรีปราโมช หรือ เจ้าของฉายา “หมอขวัญแม่นเวอร์” หมอดูที่มีชื่อเสียงจากการดูดวงดารา คนดัง ปรับดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรือง วันนี้จะมาแนะวิธีการปรับฮวงจุ้ยร้านค้าอย่างไรให้เฮง เฮง เฮง ต้อนรับปีจอ หมอขวัญ บอกว่า นักษัตร ปี 61 คือ ปีจอ หรือ ปีหมา ซึ่ง “สี” ที่จะมาเสริมพลังปีนี้ คือ “สีส้ม” หรือ “สีเขียว” สำหรับร้านค้าที่ไม่ได้ทาสีส้ม หรือ สีเขียว เพื่อความสะดวกไม่ต้องทาสีร้านใหม่ก็ได้ เพียงแค่หาน้ำล้น หรือ แจกัน สีส้ม หรือ สีเขียวมาวาง มาตกแต่ง บริเวณร้านค้า สีมงคลเหล่านี้ก็สามารถส่งพลังมาหนุนได้ หรือ หากร้านค้าร้านไหนต้องการทาสีเพื่อเสริมพลังจริงๆ เลือกทาเฉพาะนอกบ้านก็ได้ ส่วนของมงคลที่จะมาเสริมให้ค้าขายร่ำรวย หมอดูคนดัง กล่าวว่า หารูปปั้นนักษัตรที่สมพงศ์กับปีจอมาเสริม ได้แก่ ม้า วอก หรือ จอ เพราะ 3 นักษัตรนี้เป็นเพื่อนกัน เสริมดวงกัน ส่วนนักษัตรที่เป็นปีชงกับปีจอ ห้ามนำเข้าบ้าน ได้แก่ มะแม มะโรง และ ฉลู “ของมงคลที่จะเสริมให้ค้าขายร่ำรวยในปีหมา แนะนำให้นำรูปปั้นม้า หรือ หมา วางหน้าร้าน เพื่อเสริมโชคลาภ โดยเฉพาะม้า เป็นสัตว์ฮวงจุ้ยตามความเชื่อของคนจีน ในปีจอควรได้หาม้าม
