SMEs
การทำนาที่เป็นอาชีพหลักของเกษตรกร บางครั้งก็มีอุปสรรคเข้ามาทำให้ไม่สามารถทำนาได้ อย่างฝนตกหนักน้ำท่วมนา ก็ต้องหยุดการทำนา แล้วหันมาหาอาชีพเสริมทำเพื่อหารายได้ให้ครอบครัว แล้วอาชีพเสริมที่จะมาเล่าถึงนี้ก็เป็นการเลี้ยงไก่ขาย ซึ่งก็เป็นอาชีพที่หลายๆ คนกำลังทำอยู่ในตอนนี้ แต่ที่น่าสนใจก็คือ เป็นการเลี้ยงแล้วชำแหละไปขายตามตลาดเอง บ้างก็แปรรูปเป็นอาหารส่งให้ตามลูกค้าสั่ง คุณสุธา ศรีบัว ชาวบ้านกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ปกติแล้วมีอาชีพทำนา พื้นที่กว่า 30 ไร่ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงน้ำท่วม ไม่สามารถทำนาได้ ราคาข้าวก็ตกต่ำ อย่างที่ผ่านมาราคาข้าว 1 เกวียน ได้ราคาเพียง 6,000 บาท กว่าจะถึงช่วงที่ทำนาได้ก็เดือนมกราคม คุณสุธา ศรีบัว และภรรยา คุณสุธา เล่าว่า ตอนแรกทำนาเป็นอาชีพ รายได้ไม่พอใช้จ่าย เลยคิดหาวิธีว่าจะทำอะไรเป็นอาชีพเสริมดี และได้ความคิดหลังจากไปเดินที่ตลาด ว่าตนจะเชือดไก่มาขาย เพราะที่ตลาดขายปลาเยอะแล้ว และไก่ที่ขายก็เป็นไก่บ้านพื้นเมือง ซึ่งไม่ค่อยมีใครขาย และได้ผลตอบรับที่ดีพอสมควร ปัจจุบันที่บ้านเลี้ยงไก่ไว้ 20 กว่าตัว ไก่ในเล้าตอนนี้มีอายุประมาณ 7 เดือน ซื้อไก่เด็กมาราคา 10-15 บาท ก็นำมาขุนใ
เป็นไปได้นะ ที่สิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์จะอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยที่ไม่คิดว่าเป็นการเบียดเบียนกัน อย่างถึงขั้นทำลายล้างกันเลยได้ ในบางขณะหลายคนว่าดูดีมีความหมาย อีกหลายคนดูว่าเป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด และหลายคนเรียกว่าเป็นศัตรู เช่นพืชชนิดนี้ที่ชื่อว่า “ฝอยทอง” เรียกกันว่าเป็นวัชพืช วัชพืช คือพืชที่ขึ้นในที่ไม่ต้องการให้ขึ้น หรือไม่ได้ตั้งใจปลูกเอาผลผลิต มันขึ้นเองโดยอาจจะติดมากับดิน ติดมากับน้ำ ติดมากับมูลสัตว์ ที่เคลื่อนย้ายมาลงบริเวณดิน พบสภาพดินน้ำอากาศที่เหมาะสม ก็เจริญงอกงามขึ้นมาแก่งแย่งน้ำ แย่งอาหาร แย่งพื้นที่ความเป็นอยู่ของพืชปลูก หรือบางอย่างมีต้นเป็นลักษณะเถา เครือ มีมือ เกาะพันขึ้นรบกวนต้นไม้ปลูก สามารถเกาะอาศัยตามกิ่งก้านคบไม้ได้ นี้ไม่รู้ว่าอย่างเช่นพืชชนิดนี้ที่ชื่อ ฝอยทอง จะเรียกว่า หญ้า หรือ ผัก หรืออะไรดี เอาเป็นว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่เป็นผักกินได้ก็แล้วกัน ฝอยทอง ผักฝอยทอง เถาฝอยทอง เครือคำ ฝอยไหล ผักไหล เป็นวัชพืชพวกกาฝาก ที่ชอบขึ้นพันเกาะกิ่งก้านไม้ ถ้าปล่อยให้ขึ้นแน่น จะพันรัดกิ่งไม้ ยอดไม้ ใบไม้ ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้ มีลักษณะสีเหลืองทองสวยงามมาก เป็นเถาเส้น
พื้นที่ดอยภูทับเบิก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนดอยภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่างการปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี วัย 62 ปี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในหมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า “ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย โดยคุณอาเซ็ง เล่าว่า “ญาติที่สนิทกัน ป่วยเป็นหลายโรคมาก ทั้งเป็นมะเร็งตั
อาจารย์ประทีป กุณาศล นักวิชาการอิสระด้านพืช รวมถึงยังเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการไม้ผลมายาวนาน ตลอดจนยังได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศหลายแห่ง กระทั่งสะสมความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ นำกลับมาพัฒนาปรับปรุงงานเกษตรอยู่เป็นประจำ เผยข้อมูล สถานการณ์มะพร้าวทั้งในประเทศ และต่างประเทศดังนี้ “สำหรับตัวเองเป็นลูกชาวสวนผลไม้ อยู่ที่บ้านแพ้ว เกิดและเติบโตมากับผลไม้ประจำถิ่นหลายชนิด แล้วก็เห็นมะพร้าวมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ที่บ้านมีสวนมะพร้าวอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตลอดเวลาได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของมะพร้าวตั้งแต่ส่วนบนคือใบ ยอด ผล ลงมายังลำต้นและราก พันธุ์ที่ปลูกเป็นมะพร้าวก้นจีบ ได้มาจากที่อำเภอสามพราน ซึ่งพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่สามพรานจะมีลักษณะรูปร่างผลเล็ก เวลาขายสมัยก่อนมักขายควบ 2 ผลเล็ก เท่ากับ 1 ผลใหญ่ แต่ทั้งนี้ ต้องให้เครดิตกับฟาร์มอ่างทองที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตั้งอยู่บริเวณปากคลองภาษีเจริญ กระทุ่มแบน เป็นแหล่งที่คัดมะพร้าวก้นจีบ มีการทำพันธุ์จนเกิดการแพร่หลายไปทั่ว เพราะในช่วงนั้นมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบได้รับความนิยมมาก ขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมเปลี่ยนไปจากเมื่อหลายสิบปีก่อน ในตอนนั้นมะพร
ทุกวันนี้วัฒนธรรมกาแฟแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากจะมีสารพัดเมนูแปลกใหม่ เพื่อเอาใจคอกาแฟแล้ว ผู้ประกอบการยังพยายามสรรหาวิธีการต่างๆ ที่ทำให้กาแฟเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม ความพยายามดังกล่าวมาถูกทาง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ซึ่งไม่เพียงชื่นชอบรสชาติขมเข้ม แต่ยังชมชอบงานศิลป์จากกาแฟที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เครื่องดื่มแก้วโปรด ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มมูลค่าให้กับเจ้าของธุรกิจด้วย เทรนด์ศิลปะจากกาแฟในปัจจุบันมีหลากหลายจนคาดไม่ถึง “รอยเตอร์ส” นำเสนอศิลปะบนฟองนมแบบสามมิติ ที่เป็นสไตล์เฉพาะของร้าน “มาย โคฟี่” (My Cofi) ในเมืองเกาสงของไต้หวัน “ชาง คุ่ย ฟาง” เจ้าของร้าน “มาย โคฟี่” ริเริ่มไอเดียเติมงานศิลป์ลงบนฟองนมของเมนูคาปูชิโน่ร้อน โดยใช้ภาพถ่ายเป็นแบบ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าลูกค้าต้องการภาพอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นภาพสัตว์เลี้ยงแสนรัก บางคนก็อาจจะเลือกการ์ตูนหรือสัตว์แปลกๆ สำหรับภาพสัตว์เลี้ยง เธอจะเริ่มต้นจากการทำฟองนมให้เป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะค่อยๆ ใช้กาแฟ ช็อกโกแลต หรือแยมผลไม้หลากสี บรรจงแต่งแต้มให้ออกมาคล้ายกับภาพต้นแบบที่สุด สนนราคาของกาแฟที่เสิร์ฟพร้อมงานศิลป์แบบสามมิติก็จะขึ้นอยู่กับระดับความยาก-ง
อีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตลูกจ้าง ที่ผันตัวเองออกมาทำอาชีพอิสระ สุจริต มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย รวมทั้ง พร้อมที่จะให้ผู้สนใจนำไอเดียดีๆ ไปต่อยอด คุณพงศกร พลบูรณ์ อายุ 27 ปี และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ปี ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย คุณพงศกร หรือคุณกอล์ฟ เดิมเคยทำงานเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ ส่วนภรรยา คุณนุชจรีภรณ์ ทำงานที่ สวนป่านาปอ อ.นาแห้ว จ.เลย แต่เมื่อปี 2559 เขาทั้งคู่ ลาออกมาเลี้ยงไก่ !! ล่าสุด นอกจากมีขายอยู่ที่บ้านแล้ว ยังส่งขายที่ร้านประชารัฐในหมู่บ้าน รวมทั้งตลาดประชารัฐ ที่มีเจ้าหน้าที่มาชักชวนให้นำไปจำหน่ายด้วย โดยปรับราคาลงจากปกติเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านได้ซื้อไข่ไก่คุณภาพ สดๆใหม่ๆ ในราคาที่ถูกลง ซึ่งทั้งคุณกอล์ฟ และคุณนุชจรีภรณ์ ก็ดูเหมือนว่าจะมีความสุขกับการได้ทำอาชีพนี้ ที่นับเป็นอาชีพอิสระ ของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ในกรอบของพนักงานออฟฟิศ เรามาดูว่า เขาทั้งคู่ เริ่มต้นอาชีพใหม่นี้ได้อย่างไร จากเดิมที่เขาทั้งคู่มีงานประจำ แต่มิได้หมายความว่า เขาปุบปับลาออก แล้วมาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับอาชีพใหม่ หากแต่ เขาเริ่มเลี้ยงมาบ้างแล้วระหว่างที่ทำงานเป็นลูกจ้าง เริ่มต้นที่ 1
ไอศกรีมดอกไม้ “ศรีมาลา” ปัจจุบันร้านต้นแบบอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และสาขาแฟรนไชส์อีกหลายแห่ง มีจุดเริ่มต้นจาก การนำเอาดอกไม้ในท้องถิ่น เช่น ดาหลา อัญชัน เข็ม บัว และ กุหลาบมอญ มาผสานกับความรู้ทางวิชาการในโครงการอุตสาหกรรมและวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (IRPUS) ที่เน้นการวิจัยสามารถแก้ปัญหาจริงให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยดำเนินการภายใต้ความร่วมมือแบบไตรภาคี ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), ผู้ประกอบการ และ ทีมงานวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกไม้ในท้องถิ่น จน “ศรีมาลา”กลายเป็นสินค้าเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมดังกล่าวไปแล้ว คุณโจ้-พีรวงศ์ จาตุรงคกุล เจ้าของไอศกรีม “ศรีมาลา” เริ่มให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นว่า พื้นเพอยู่จังหวัดสมุทรสาคร แต่มาทำมาหากินอยู่ตลาดน้ำอัมพวา ได้ราว 7 ปีแล้ว เริ่มด้วยการเปิดร้านขายข้าวคลุกน้ำพริก ชื่อ “กำปั่น” ปรากฏประสบความสำเร็จ มีคนสนใจมาก เลยคิดต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ด้วยการมองหา “เสน่ห์”ของอัมพวา มาเป็นจุดขาย
“…อีก 10 ปี เราจะมีเด็กกับผู้สูงอายุในสัดส่วนเท่ากันประมาณ 12 ล้านคน และในระยะยาวจำนวนผู้สูงอายุจะมีมากกว่าจำนวนเด็ก ขณะที่วัยแรงงานเริ่มลดลงเป็นโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงอายุประชากรที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า…” ข้อมูลส่วนหนึ่งจากการวิจัย ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ข้างต้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นภาพในอนาคตอันใกล้ได้ลางๆว่า ชีวิตบั้นปลายของใครหลายคน อาจไม่มีคนในครอบครัวมาคอยดูแลใกล้ชิด เหมือนสังคมไทยในยุคก่อน ที่ปู่ย่า-ตายาย มักได้อยู่ร่วมชายคากับครอบครัวถึงรุ่นเหลนโหลน เรื่อยไปจนกว่าอายุขัยจะสิ้นสุดลงตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป และด้วยปัจจัยภายนอกหลายประการ ต่างส่งผลให้ “ผู้สูงอายุ”กลุ่มหนึ่ง ขาดแคลนคนคอยดูแล บรรดาลูกหลาน ซึ่งอาจพอมีกำลังจ่าย จึงมักมองหา “เนิร์สซิ่ง โฮม-Nursing Home” เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระประจำวัน จนในปัจจุบันธุรกิจให้บริการลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นหนาตาอย่างเห็นได้ชัด “บ้านอุดมสุข” บ้านสีเขียวหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 5 ไร่ เป็นกิจการรับดูแลผู้สูงอายุ เปิดให้บริการมาได้ราว 4 ปี ตั้งอยู่ที่อำเภอ
“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าให้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนาน หรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคม ให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ………………… ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณวีระยุทธ ทองโชติ อายุ 38 ปี พนักงานประจำในโรงงานสกรีนเสื้อแห่งหนึ่ง มักใช้เวลาว่างหลังเลิกงานตั้งแต่เย็นจนถึงดึกดื่นค่อนคืน ไปคอยเก็บขยะรอบสนามหลวง และอาสา “ถ่ายรูปฟรี” ให้กับประชาชนทุกเพศทุกวัยที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ นับแต่วันแรกถึงวันนี้ นับได้กว่า 50 ครั้งเห็นจะได้ “เมื่อใดที่นึกถึงกล้องที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก กล้องที่ถ่ายภาพถิ่นทุรกันดาร ให้กลับมาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ กล้องที่ถ่ายพื้นที่แห้งแล้งให้กลายมาเป็นพื้นที่ทำกิน กล้องที่ถ่ายทุกข์ยากความลำบากของพสกนิกรให้กลับกลายเป็นความสุข ด้วยพระอัจฉริยภาพจากโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมจะต้องนึกถึงกล้องถ่
ใครที่เคยมีโอกาสผ่านไปแถวคลองสอง ถนนรังสิต-นครนายก ขาออก อาจเคยเห็นตลาดนัดขนาดใหญ่ ที่เปิดขายกันช่วงเย็นไล่ไปจนถึงราวสามทุ่มเศษ และถ้าได้เดินเข้าไปด้านในเพื่อหาซื้อของกินของใช้ จะต้องได้เห็นการตกแต่งภูมิทัศน์ของตลาดด้วยภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ขนาดใหญ่ เรียงรายเป็นระเบียบ งดงามน่าทึ่ง สอบถามถึงที่มาแนวคิดดังกล่าว คุณสุดใจ แซ่แต๋ง เจ้าของตลาดพระรูปคลองสอง ดังเกริ่นมาข้างต้น กรุณาสละเวลามาพูดคุยด้วย แม้กำลังง่วนกับการขายข้าวสวยอยู่ “พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ ปัจจุบันอายุ 61 ปี ชื่อเล่นไม่มี แต่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า เจ๊ลัง” คนต้นเรื่อง เริ่มต้นพูดคุยด้วยบุคลิกเป็นกันเอง ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง ก่อนทำตลาดนี้ เคยทำเสื้อผ้าส่งออกมาก่อน พอเลิกทำเสื้อผ้า มีโอกาสมาพักร้อนย่านรังสิต ลูกน้องชวนมาส่งขนมปังในตลาดนัด เลยคิดอยากเช่าที่ทำตลาดนัดบ้าง จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ราว 17 ปีกว่าแล้ว คุณสุดใจ แซ่แต๋ง เจ้าของตลาดพระรูปคลองสอง “ปัจจุบันเช่าที่ดินไว้หนึ่งร้อยไร่ เพื่อทำตลาดนัดนี้ และด้วยความที่นับถือเสด็จพ่อ ร.5 ตอนทำตลาดเลยนำรูปของพระองค์ท่านมาตั้งไว้ด้านหน้า คนแถวนี้เลยเรียกกันติ
