SMEs
แม้เหตุการณ์มหาอุทกภัย จะผ่านพ้นไปแล้วหลายปี แต่หลายคนคงยังจำความยากลำบากในครั้งนั้นกันได้ดี ที่หลายบ้าน อาจจำต้องอดทนอยู่ในความมืด เนื่องจากน้ำท่วมสูงถึงหม้อแปลง ไฟฟ้าจึงถูกตัด ไม่สามารถใช้ชีวิตกันได้ตามปกติ ห้วงเวลาดังว่า หลายคนคงคิดในใจว่า ถ้ามี “การไฟฟ้าฝ่ายผลิต” มาครอบครอง เป็นของตัวเอง คงจะดีไม่น้อย และนั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของที่มาของสินค้าน่าสนใจนับจากนี้ กระเป๋าผจญภัย (Survivor Kit) แบรนด์ “บิ๊ก ฟุต” เป็นกระเป๋าที่ออกแบบรูปทรงใหม่และติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่สามารถช่วยชีวิต หรือช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์คับขันได้ เช่น แผงโซลาร์เซลล์เก็บพลังงานไฟฟ้า ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น “แนวคิดเริ่มต้นในการทำกระเป๋านี้ มาจากคำทำนายเกี่ยวกับภัยพิบัติ ในปี 2012”คุณขนิษฐา นภาวรกุล ผู้บริหารบริษัท โจ เฮาส์ จำกัด กิจการรับผลิตและจำหน่ายกระเป๋าทุกชนิดมานานกว่า 20 ปี เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมาให้รู้จักกันมากขึ้นว่า เป็นผู้ผลิตกระเป๋าในลักษณะ OEM หรือรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างๆอยู่หลายปี กระทั่งมีความคิดอยากมีผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นแบรนด์ของตัวเอง ล่าสุดจึง ผุด
ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น! โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอ
มะเขือพวง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นอย่างมาก มักจะนำไปใส่เป็นเครื่องเทศในแกงสารพัด หากจะหามาปลูกไว้ทำกับข้าวกินเองบ้างก็คงจะดีไม่น้อย มะเขือพวงเป็นพืชอายุสั้น ใช้ระยะเวลาในการปลูก 3-4 เดือน ก็เก็บผลผลิตขายได้แล้ว การปลูกมะเขือพวง ใช้น้ำน้อย ทนแล้ง แต่ก็ต้องการความดูแลเอาใจใส่ หากปลูกไว้กินเองที่บ้านสัก 1 ต้น คงไม่ยากเกินไป วิธีการปลูก ขุดหลุม 2×2 เมตร เป็นระยะที่กำลังพอดี ดูแลได้ง่าย เบื้องต้นให้ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์ ลองก้นหลุม แล้วใช้ปูนขาวฆ่าเชื้อ ก่อนจะลงต้องมีการเตรียมดิน ตากดินไว้ 1 สัปดาห์เพื่อฆ่าเชื้อ ถ้าอยากให้ได้ผลดีให้ใส่มูลไก่ แกลบ ปูนขาว ลงไป การดูแล ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง ระบบน้ำ มะเขือพวงชอบน้ำแบบธรรมดาคือไม่มากไม่น้อยเกินไป รดน้ำ ตามความเหมาะสม ถ้าฝนไม่ตก 1 สัปดาห์ รดน้ำ 2 ครั้ง เพราะดินอุ้มน้ำอยู่แล้ว ถ้าจะให้ดีควรรดน้ำช่วงเช้า เพราะจะช่วยในเรื่องของโรคราน้ำค้าง หมั่นดูแลโรคแมลงด้วยปุ๋ยชีวภาพ เพียงเท่านี้ก็สามารถมีมะเขือพวงไว้ประกอบอาหารแบบไม่ต้องซื้อแล้ว
ขนมเปี๊ยะ เป็นขนมอีกชนิดหนึ่งที่ทำขายกันมาก ไม่ว่าจะไปที่ย่านการค้าใด ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า ย่อมเห็นขนมชนิดนี้วางจำหน่าย ขนมเปี๊ยะโดยทั่วไปมันจะใช้วิธีอบ และมีไส้หลักๆ คือหวาน เค็ม ถั่ว ไส้ฟัก ไข่เค็ม แต่ที่เส้นทางเศรษฐี ไปพบมาคราวนี้ ต่างออกไป เป็นขนมเปี๊ยะปิ้ง อีกทั้งมีไส้ให้เลือกมากมาย ไม่จำกัดอยู่แค่ถั่ว ฟัก ไข่เค็ม แต่เป็นไส้ที่เจ้าของบอกว่า เป็นอาหารคาว เช่น หมูแดง กะหรี่ไก่ เป็นต้น คุณลำแพน เสถียร วัย 36 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า มีหน้าร้านอยู่ที่ 78/2 ม.1 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ใช้ชื่อว่า ขนมเปี๊ยะปิ้งบ้านพะยูน เหตุที่นำมาปิ้ง ก็เนื่องจากเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง “ขนมเปี๊ยะปกติ มีแบบอบ และทอด แต่แบบปิ้งยังมีน้อย ส่วนไส้ ในท้องตลาดก็จะมีไส้หวาน ถั่ว เผือก เราสร้างความแตกต่าง ไส้หมูแดง และกะหรี่ไก่” ส่วนช่องทางการขาย ขายในแหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง รวมทั้งขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี ไลน์ เมื่อลูกค้าสั่งแล้ว ก็ส่งทางไปรษณีย์ ไปรษณีย์เอกชน รถไฟ รถทัวร์ เรียกว่าใช้ทุกช่องทาง “ที่บ้าน ปกติทำเบเกอรี่ได้หมด เมื่อก่อนเราทำซาลาเปาไส้หมูแดง อร่อย ก็เลยปรับมาทำเป็นขน
“ทองม้วน” ขนมไทยโบราณ ที่ปัจจุบันยังพอหารับประทานได้ไม่ยากนัก และด้วยความเป็นสินค้า “รู้จักกันดี” ในหมู่ผู้บริโภค จึงมีคนทำออกมาขายกันค่อนข้างมาก นับดูเล่นๆ เห็นมีอยู่นับสิบเจ้า ใครถูกปากร้านไหน เลือกอุดหนุนกันได้ตามแต่อัธยาศัย ในขณะฟาก “คนขาย” อาจหนักใจไม่น้อย เพราะคู่แข่งมีมาก หากอยากให้สินค้าในแบบของตนถูกนึกถึงเป็นอันดับต้น การหา “จุดเด่น” จนเป็นจุดขายเฉพาะตัว จึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารสชาติที่ต้อง กลมกล่อม…อร่อยติดลิ้น “ทองม้วนแม่เล็ก” เป็นร้านขนมที่ชื่อเสียงไม่เล็กเหมือนชื่อ ตั้งอยู่ในตลาดแห่งอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และถึงแม้จะมีสินค้าหลักเป็นของทานเล่นมีมาแต่นมนาน แต่ “ลุกส์” ของร้านอาจแปลกตาถึงขั้นเหนือความคาดหมายของใครหลายคน “อยากเปลี่ยนภาพของทองม้วน ที่หลายคนมองเป็นแค่ขนมธรรมดาไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาในร้านแล้ว ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกเหนือความคาดหมาย…สักนิดนึงก็ยังดี” นี่คือความตั้งใจในเบื้องแรกของเจ้าของกิจการ ช่วงเวลางานในร้านไม่ยุ่งเหยิงมากนัก คุณเล็ก-วันทนา เก่งทอง เจ้าของกิจการ “ทองม้วนแม่เล็ก” กรุณาปลีกตัวมานั่งพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้ม
คุณโจ้-วิศรุต สุคนธ์พงเผ่า ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจเต้าหู้กรอบ “โยฟุ-YOFU” ขนมขบเคี้ยวจากเต้าหู้ 100% เล่าให้ฟัง จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาการเงินและบริหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อและการตลาด เพื่อหาประสบการณ์ หลังจากทำงานได้ประมาณ 1 ปี ได้รับแรงบันดาลใจจากนักธุรกิจหลายท่าน จึงตัดสินใจลาออกและมาประกอบธุรกิจส่วนตัว “เรียนจบแล้วทำงานประจำอยู่ 1 ปีลาออกมาเพราะอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เสี่ยงออกมาทำ ทำธุรกิจเทรดดิ้งไม่ประสบความสำเร็จ เจ๊งไป 2 รอบแต่ไม่ท้อ เคยตั้ง บริษัท ชามิลโก้ จำกัด สร้างแบรนด์ชานมไข่มุก แต่ตลาดมีการแข่งขันสูงจึงต้องปิดตัวลง แต่ยังไม่ยอมแพ้ พยายามเริ่มธุรกิจใหม่ คิดค้นวิธีการผลิตเต้าหู้กรอบ ตั้ง บริษัท โกจิโซ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ไปพร้อมกับสร้างแบรนด์ ชื่อ “โยฟุ-YOFU” ขนมขบเคี้ยวจากเต้าหู้ 100%” คุณโจ้ เล่าต่อว่า การลงทุนทำธุรกิจรอบที่สามในแบบของเขานั้น อยากทำขนมขบเคี้ยวมีประโยชน์ ราคาไม่แพงมาก ให้คนทั่วไปได้ทาน แต่ตอนที่เริ่มทำโยฟุ สิ่งที่เจอ คือ ปัญหาของเต้าหู้ ที่เก็บไว้ได้ไม่นาน เลยหาทางทำให้เก็บได้นาน หาทานเมื่อไหร่ก็ได้ สะดวกขึ้
แท็กซี่ นับเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างหนึ่งของคนไม่ชอบขับรถ คนไม่มีรถขับ และคนที่เบื่อกับการขับวนหาที่จอดรถ ยิ่งเวลาต้องเดินทางไปในย่านธุรกิจซึ่งหาที่จอดรถยาก หรือหากมี ก็เป็นที่จอดรถที่มีการเก็บค่าจอดรถแพงมหาโหด แต่ปัญหาอย่างหนึ่งเวลาใช้บริการรถแท็กซี่ก็คือ บางครั้งนั่งแล้วรู้สึกทรมานยิ่งกว่าขับรถเอง หากไปเจอโชเฟอร์แท็กซี่ช่างจ้อ ที่พูดไม่หยุด หรือชอบชวนผู้โดยสารคุยไปตลอดทางตั้งแต่ขึ้นรถ ยันลงรถ แถมยังคุยในเรื่องที่ผู้โดยสารไม่สนใจ ไม่ได้อยากจะรู้ หรืออยากจะฟังเลยสักนิด ซึ่งจุดนี้เอง ที่ทำให้บริษัทผู้ให้บริการรถแท็กซี่ชื่อว่า “มิยาโกะ” ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้จับมาเป็น “จุดขาย” ทดลองนำมาแตกไลน์เป็นบริการใหม่เรียกว่า “ไซเลนซ์ แท็กซี่” หรือ “แท็กซี่เงียบ” ที่โชเฟอร์จะพูดกับผู้โดยสารเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะปล่อยให้ผู้โดยสารได้นั่งเงียบๆ ไปตลอดทางตามความต้องการ ใครจะคิดล่ะว่า เรื่องเล็กๆ แบบนี้ จะมีผู้ให้บริการแท็กซี่ใส่ใจ และหยิบมาหาเงินกับลูกค้าอีกกลุ่มได้ ซึ่งเราเชื่อว่า น่าจะมีผู้โดยสารประเภทนี้อยู่ไม่น้อยเชียวล่ะ จากรายงานข่าวเล่าว่า บริษัทมิยาโกะ ซึ่งมีรถแท็กซี่ในสังก
ต่างฝ่ายต่างงานแน่นเอี๊ยดกันทั้งคู่แต่ ป้าตือ–สมบัษร ถิระสาโรช ออร์แกไนเซอร์มือทอง และคุณแม่ลูกแฝด โอปอล์–ปาณิสรา อารยะสกุล ก็ยังหาเวลามาทำธุรกิจร่วมกันในชื่อแบรนด์ Wa Theater (วะ เธียเตอร์) โดยนำเข้าผลไม้จากญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะแอปเปิ้ลหวานชินาโนะ องุ่นเคียวโฮ พีชฮาคุโตะ ลูกพลับทาเนนาชิ ฯลฯ มาให้คนไทยได้ชิม และแม้คอนเซ็ปต์จะเป็นผลไม้พรีเมี่ยมในราคาที่จับต้องได้ แต่ 2 หุ้นส่วนรับประกันในเรื่องความอร่อย เพราะลงทุนบินไปเลือกเองจากฟาร์มที่นั่น แถมยังได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วย ใครสนใจรีบแอดไลน์ @wa_theaterthailand จะเอาไว้สอบถามรายละเอียดหรือสั่งผลไม้ก็ได้หมด แต่ถ้าเข้าไปดูในไอจี wa_theaterthailand ระวังหาทางออกไม่ถูก ก็พรีเซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์ อลิน–อลัน นั้นน่าฟัดมาก https://www.instagram.com/p/Ba9MoPEl3Xz/?hl=th&taken-by=wa_theaterthailand
จากธุรกิจขายส่งข้าวแต๋นกว่า 10 ปี วันนี้แบรนด์ ติกกี้ไรซ์ ข้าวแต๋น…อร่อยมาก กลายเป็นข้าวแต๋นเงินแสน ด้วยฝีมือการสร้างแบรนด์จาก คุณเจี๊ยบ-รุจิรา สิงห์ทอง วัย 35 ปี ดีกรีปริญญาโท 2 ใบ และเป็นผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เธอไม่ทิ้งเวลาว่างหางานเสริมทำเพิ่มคู่ไปกับงานประจำ คุณเจี๊ยบ เล่าว่า ที่บ้านทำข้าวแต๋นขายมา 10 ปีแล้ว แต่เป็นเพียงการขายส่งไม่ได้ติดแบรนด์อะไร ช่วงที่ทำงานประจำนำข้าวแต๋นไปฝากเพื่อนที่ออฟฟิศ หลายเสียงชอบรสชาติชมว่าอร่อย จึงคิดว่าน่าจะทำควบคู่กับงานประจำได้ เกิดเป็นแบรนด์ชื่อ เจี๊ยบ ข้าวแต๋น แต่ยังไม่ลงแรงอะไรมาก ทำขายอยู่เพียง 1 ปีตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง ขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่แล้วธุรกิจที่คิดว่าไปได้ดี กลับมาสะดุดช่วงน้ำท่วม เพราะเจ้าของร้านที่ให้เช่าพื้นที่ นำที่ไปปล่อยเช่าให้ร้านอื่น คุณเจี๊ยบจึงเปลี่ยนมาขายส่งแทน ติดต่อวางสินค้าตามร้านอาหาร ได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่ร้าน แต่การขายส่งใช่ว่าจะดี เพราะติดปัญหาคือบางร้านสินค้าขายไม่ดีทำให้ข้าวแต๋นถูกเก็บไว้นานมาตรฐานสินค้าเรื่องรสชาติอาจไม่เหมือนเดิม จึงเลิกติดแบรนด์ไปหันกลับมาทำง
บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ “ซัยโจ เด็นกิ” ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดมานานกว่า 30 ปี มีเจ้าของเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ชื่อว่า คุณสมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ “ปีที่แล้วยอดขายของซัยโจ เด็นกิ อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท มาปีนี้แทนที่จะเติบโตแตะ 2,000 ล้านบาท แต่เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยรวมไม่ดี ยอดขายจึงตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มลูกค้าในประเทศ 85 เปอร์เซ็นต์ ต่างประเทศ 15 เปอร์เซ็นต์”คุณสมศักดิ์ เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และขอชี้แจง กรณีก่อนหน้านี้ มีกระแสความไม่พอใจบริการหลังการขายของแอร์ซัยโจ เด็นกิ จากลูกค้าบางส่วน ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ว่า เรื่องบริการหลังการขาย ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าปวดหัวพอสมควร เพราะว่าซัยโจ เด็นกิ ใช้ระบบการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย แต่พร้อมจะเข้าไปดูแลให้ผู้ซื้อโดยตรงกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับอันเนื่องมาจากความบกพร่องจากการผลิต ขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ซื้อร้อยละเก้าสิบห้านั้น เกิดจากการต
