SMEs
จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งปลูกส้มเขียวหวานสีทองแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูก 22,592 ไร่ แหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอเหนือสุดของจังหวัดสุโขทัย เขตติดต่ออำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ซึ่งก็มีพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานสีทองมากเช่นกัน ทั้ง 2 อำเภอ จึงเป็นดินแดนแห่งการผลิตส้มเขียวหวานสีทอง พื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานสีทองในประเทศไทย เรียงตามลำดับพื้นที่ รวม 11 จังหวัด จังหวัด ครัวเรือน พื้นที่ปลูก (ไร่) เก็บเกี่ยวผลผลิต (ไร่) รวม 3,141 34,814 26,225 1. สุโขทัย 1,322 22,592 20,722 2. แพร่ 832 6,524 4,076 3. น่าน 797 3,818 560 4. เชียงราย 116 1,294 777 5. จังหวัดอื่นๆ 74 586 90 (กำแพงเพชร พิษณุโลก ตาก ลำปาง เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ราชบุรี) ข้อมูล : กรมส่งเสริมการเกษตร 27 เมษายน 2559 ที่อำเภอศรีสัชนาลัย มีแหล่งปลูกส้มเขียวหวานสีทองมากที่สุด อยู่ที่ตำบลแม่สิน ผลิตส้มออกขายทั้งผลสด และส่งโรงงานผลิตน้ำส้มคั้นบรรจุกล่องยี่ห้อดัง และส่งห้างโมเดิร์นเทรดด้วย แม่สิน เป็นชื่อเรียกลำห้วยแม่สิน เป็นลำห้วยที่สำคัญของประชากรผู้อยู่อาศัยและหล่อเลี้ยงพื้นที่
ภายหลังการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์จนได้เป็นไก่ดำเคยู-ภูพาน ที่สามารถตอบสนองต่อตลาดกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากสายพันธุ์นี้เมื่อผ่านการปรับปรุงแล้วทำให้เลี้ยงง่าย โตไว ทนร้อน ทนโรค เลี้ยงได้ในทุกพื้นที่ อีกทั้งยังให้เนื้อไก่สีดำที่มีรสชาติดี เนื้อนุ่ม ไม่เหลวแฉะ พร้อมๆ ไปกับการสร้างขนสีขาวสวยงาม สามารถนำไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามได้อีกด้วย คุณอาทิตย์ ทิพเนตร หรือ คุณอ๊อด อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 7 ตำบลลาดสาลี อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้นำสายพันธุ์ไก่ดำเคยูภูพานมาเลี้ยง เพราะเป็นไก่ที่ตอบสนองกับพื้นที่ได้อย่างดี เลี้ยงง่าย โตเร็ว แข็งแรง ราคาดี แล้วยังมีตลาดรองรับที่แน่นอน ทำให้เลี้ยงไม่ทัน จึงชักชวนชาวบ้านมารวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน คุณอาทิตย์ ทิพเนตร หรือคุณอ๊อด ก่อนหน้านั้นคุณอ๊อดเป็นคนที่ชอบเลี้ยงไก่มาก โดยเฉพาะไก่ชน แต่พอน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ไก่หายและตายเกือบทั้งหมด จึงเริ่มต้นใหม่ด้วยการเปิดหาข้อมูลทางเน็ต จนได้พบเรื่องราวของไก่ดำเคยู ซึ่งกำลังอยู่ในกระแสความต้องการของผู้บริโภคด้านสุขภาพ จากนั้นจึงลองติดต่ออาจารย์ที่ดูแลเรื่องนี้เพื่อขอสายพันธุ์มาเพาะ
คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 การทำแปลงปลูกพริก “ก็ต้องเตรียมดินให้ดี” การปลูกพืชหรือปลูกพริกให้งาม ต้องเตรียมดินให้ดี การเตรียมพื้นที่ปลูกพริก สำหรับเกษตรกรที่เริ่มต้นปลูกพริกในที่ดินใหม่ จะต้องเก็บตัวอย่างดินไปตรวจวิเคราะห์ อย่างน้อยที่สุดควรตรวจค่าความเป็น กรด-ด่าง ของดิน ดินที่เหมาะต่อการปลูกพริก ควรมีค่า pH = 6.0-6.8 ถ้าสภาพดินเป็นกรด จะต้องมีการปรับสภาพของดิน โดยใช้โดโลไมท์หรือปูนขาว ในการใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ในแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 300 กิโลกรัม ต่อไร่ ในการเตรียมพื้นที่ก่อนที่จะไถดิน ให้ใส่ปุ๋ยคอก อย่างน้อย ไร่ละ 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน เมื่อไถดินเสร็จ ให้ตากดินทิ้งไว้นาน 3-7 วัน หลังจากตากดินเสร็จ ก็จะเป็นขั้นตอนของการยกแปลงปลูก โดยแปลงปลูกควรจะสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ความยาวของแปลงขึ้นกับสภาพพื้นที่ แต่ความยาวของแปลงไม่ควรเกิน 50 เมตร ในการขึ้นแปลงจะใช้รถไถติดผาล 7 ขึ้นแปลงไป-กลับ 1-2 รอบ เมื่อขึ้นรอบสุดท้าย ให้ใช้เกรดรถไถปรับหลังแปลงให้เ
หลังจาก คุณอธิคม ขุนแก้ว ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ของจังหวัดพัทลุง อยู่บ้านเลขที่ 426 หมู่ที่ 6 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ประสบความสำเร็จจากการประกอบอาชีพการเกษตรในระดับหนึ่ง เป็นที่รู้จักของเกษตรกรทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ก็มีเกษตรกรสนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา โดยสำเร็จหลักสูตรการอบรมไปแล้วประมาณ 2,000 คน จากหน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม้โจ้ เป็นต้น ซึ่งหลักสูตรขึ้นอยู่กับผู้สนใจเข้าอบรมกำหนดระยะเวลาและหัวข้อ คุณอธิคม ตั้งใจถ่ายทอดความรู้ที่มี จึงเปิดเป็นโรงเรียนฝึกอาชีพสอน 108 อาชีพ แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยเน้นไปที่ความสนใจของเกษตรกร ซึ่งพบว่าเกษตรกรสนใจมากเป็นพิเศษ ได้แก่ การปลูกผักสวนครัว พริก ดีปลี กะเพรา โหระพา ขมิ้น ตะไคร้ มะนาว ปลูกหน้าวัว ปลูกปาล์ม การขยายพันธุ์พืช การผสมดินปลูกพืช ชนิดต่างๆ ตลอดจนการตลาด แต่ทั้งนี้ การทำการเกษตรในมุมของคุณอธิคม จะเน้นการปลูกในกระถางขนาด 17 นิ้ว ซึ่งเป็นกระถางมาตรฐาน คุณอธิคม บอกอีกว่า การสอนจะมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้ผู้สนใจไ
อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม อาจารย์สยาม สกุณนา คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรมอยู่ที่ กศน. จังหวัดพะเยา ต่อมาได้ลาออกไปทำงานบริษัทปุ๋ย หลังจากนั้นลาออกจากบริษัทปุ๋ยอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานประจำ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร จึงกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เช่าที่ทำนาจำน
ไม่บ่อยนักที่จะได้ขนมไทยหาทานยากมาออกบู๊ธอวดความอร่อยตามห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่ แม่แดง- ยุพา วงศ์สิริ วัย 60 ปี เจ้าของร้านครัวทะเล ที่ยังคงอนุรักษ์ขนมโค ขนมไทยโบราณกว่า 100 ปีไว้ ขนมโค เป็นขนมท้องถิ่นทางภาคใต้ แม่แดงเล่าว่า เปิดร้านอาหารครัวทะเลเป็นอาชีพประจำอยู่แล้ว แต่ที่หันมาทำขนมโคเพิ่มอีกอย่างเป็นเพราะอยากอนุรักษ์ขนมไทยไว้ให้เด็กรุ่นหลังได้ทาน ไม่ได้ขายหวังผลกำไร บางคนไม่ได้คิดเผยแพร่แต่ทำขายเพียงหารายได้เท่านั้น แม่แดงเสริมว่า ขนมโคมีลักษณะคล้ายขนมต้มของทางภาคกลาง ต่างกันคือไส้ของขนมต้มจะใช้มะพร้าวผัดผสมน้ำตาลปึก ส่วนไส้ของขนมโคจะเป็นน้ำตาลแว่นที่ได้จากตาลโตนด คลุกมะพร้าวทึนทึกขูดด้วยกระต่าย และเดิมทีขนมโคมีแค่แป้งสีขาว เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยจึงนำมาประยุกต์ใหม่โดยการเพิ่มสีให้น่าทานมากขึ้น สีขาวคือแป้งข้าวเหนียว สีเหลืองผสมฟักทอง สีดำจากข้าวเหนียวดำ ส่วนขั้นตอนการทำที่เห็นจากหน้าร้าน ดูไม่ยุ่งยากอะไร ต้มน้ำให้เดือดใส่ใบเตยเพิ่มกลิ่นหอม ใส่น้ำตาลแว่นบนแป้ง ปั้นให้เป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ นำไปต้มในน้ำที่เดือดพอดี เมื่อสุกนำมาคลุกน้ำตาลเป็นอันเสร็จ แม่แดง ทิ้งท้ายว่า ขนมโคเป็นขนมทำ
คนที่บ่นเบื่อแผงลอยขายของบนทางเท้าบ้านเรา แล้วชอบพร่ำเพ้อว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเขาไม่เห็นทำกันแบบนี้เลย ขอให้รู้ว่าไม่จริง บ้านอื่นเมืองอื่นเขาก็มีกันมากมาย ฉันไม่พูดไกล เอาอย่างที่อเมริกานี่ก็คาหูคาตา นิวยอร์กนี่แหละตัวดีนัก ขายกันตั้งแต่ขนมนมเนย ถั่วอบ เครื่องดื่ม ไอศกรีม เสื้อผ้า ถุงเท้า กระเป๋า สติ๊กเกอร์ ที่จริงแทบทุกเมืองของอเมริกาเขามีขายของบนที่สาธารณะ แต่มักอนุญาตให้ขายได้เฉพาะวันหยุด มีที่ทางให้ขายกันเป็นเรื่องเป็นราว อย่างที่ฉันเล่ามาให้ฟังเยอะแยะ ไม่ว่าจะตลาดกรีน หรือตลาดยูเนียนสแควร์ ที่นิวยอร์กนี่ ตลาดปลอดสารพิษ ที่ซานตาโมนิก้า แอลเอ., ตลาดโรสโบวล์ ที่พาซาดิน่า แต่นิวยอร์กนี่ เขาให้ขายกันบนทางเท้าจะจะเป็นธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราวเลย ย่านไหนคนมากเขายิ่งอนุญาตให้ขาย เอาง่ายๆ อย่างย่านไทม์สแควร์ ซึ่งทางหนึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญ คนมากมายยังกะมดปลวก อีกทางหนึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวมักแวะไปชม แบบว่าไปนิวยอร์กต้องไปให้ถึงไทม์สแควร์ หรือถ้าเป็นผู้หญิง พวกชอบช็อปปิ้งก็ต้องโผล่ไปที่ถนนสายที่ห้า หรือ Fifth Avenue ของไทม์สแควร์ เสียหน่อย เป็นนับว่าได้มาถึงกับเขาแล้ว ในมหานครนิวยอ
คุณจำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิลแห่งบ้านป่ากว๋าว อ.พาน จ.เชียงราย จบเพียง ป.4 แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ปลานิล คิดค้นเทคนิค และอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลานิลได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลเกียรติยศอีกมากมาย “เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่ปี 2522 โดยเริ่มต้นจากการทำบ่อเลี้ยงปลานิลขนาดเล็ก ไปพร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้รู้ในท้องถิ่น อ่านจากในตำรา ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งจนเกิดเป็นองค์ความรู้ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายรูปแบบการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ตามปกติแล้วรูปร่างลักษณะภายนอกของปลานิลตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่จะสังเกตได้โดยการดูอวัยวะเพศที่บริเวณใกล้กับช่องทวาร ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศลักษณะเรียวยื่นออกมา ส่วนตัวเมียจะมีลักษณะเป็นรูค่อนข้างใหญ่และกลม ขนาดของปลาที่ดูลักษณะเพศได้ชัดเจนนั้น ต้องมีขนาดยาวตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ในกรณีที่ปลามีขนาดโตเต็มที่แล้วนั้น อาจจะสังเกตเพศได้ด้วยการดูสีที่ลำตัว เพราะปลาตัวผู้จะมีสีเข้มตรงบริเวณใต้คางแ
ชาวอินโดนีเซียนั้น ใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรสหลักในอาหารเลยทีเดียว โดยมีทั้งซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำรสหวานเรียกว่า “เกอจั๊บ มานิส” (Kecap Manis) ทั้งใช้จิ้ม ใช้ปรุงรส ใช้หมักกับอาหารต่างๆ เช่น หมักปลาแล้วนำไปย่างที่เรียกว่า “อิกัน บาการ์” (Ikan bakar) ซึ่งเคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาใส่ซีอิ๊วหวานในอาหาร ใส่ทีก็ไม่ใช่ใส่น้อยๆ แต่จะใส่จนอาหารนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม วันนี้ลองมาทำเมนูซีอิ๊วหวานแบบง่ายๆ และถูกปากชาวเรากันดีกว่าค่ะ นั่นคือ ไก่ผัดซีอิ๊วหวาน ที่มีชื่อเรียกว่า “อะยัม เกอจั๊บ” (Ayam Kecap) หรือ อะยัม มาสัก กิจั๊บ (Ayam masak kicap) ก่อนอื่นนำไก่ส่วนที่ชอบ จะเป็นปีก น่อง หรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ ถ้าเป็นส่วนที่ชิ้นใหญ่ก็สับเสียหน่อย นำไปหมักกับขิงสับ กระเทียมสับ เกลือ และพริกไทย ทิ้งไว้ในตู้เย็น ระหว่างนี้จะไปทำอะไร เล่นเฟซ เล่นไลน์เพลินๆ ไปก่อนก็ตามสะดวก เมื่อกะว่าเครื่องหมักเข้าเนื้อดีแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากหน่อย รอจนร้อนก็ใส่ไก่ลงไปทอดให้ผิวนอกสุกเหลืองสวยงามก็ตักขึ้นมาพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ใส่เนยลงไปผสม ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ และหอมใหญ่ซอย ผัดจนสุกใสจะได้กลิ่นหอมโช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสกลนครเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นยุ้งฉางหรือนำไปขายแล้ว ต่อมาไม่ได้ทิ้งที่นาให้เปล่าประโยชน์จึงพากันหันมาปลูกผักนานาชนิดส่งขายตลาดโดยมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ เช่นเดียวกับเกษตรกรบ้านพังขว้าง ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ชาวบ้านทำนาเก็บเกี่ยวเสร็จได้ไถดินกลบ จากนั้นเปลี่ยนเป็นแปลงผักหว่านเมล็ดพันธุ์ หมั่นใส่ปุ๋ย รดน้ำ กำจัดวัชพืช ใช้เวลาเดือนกว่าๆ ก็พร้อมขายแล้ว นายสมัย ฐานทองดี อายุ 66 ปี เกษตรกร กล่าวว่า ปีนี้สภาพอากาศหนาวเย็นกำลังดีตนและเพื่อนบ้านไม่ยอมทิ้งที่นาหลังเก็บเกี่ยวเสร็จให้ไร้ประโยชน์ จึงลงมือปลูกผักขาย สำหรับตนปลูกผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง และพริก ซึ่งสภาพอากาศเย็นเหมาะเป็นอย่างมาก เนื่องจากผักเจริญเติบโตดีได้ราคาและปลอดสารพิษ โดยใช้น้ำบาดาล รดเช้าเย็น ขณะนี้ราคาผักกำลังดี มีคนมารับซื้อถึงที่ เช่น ผักกาดขาว พริกหยวก ขายกิโลกรัม ละ 12 บาท ส่วนผักกวางตุ้ง กิโลกรัมละ 15 บาท ในแต่ละวันจะนำออกมาจำหน่าย ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ถุง ถุงละ 12 กิโลกรัม 1,000-1,400 บาท และอาจมีเว้นช่วงไปเนื่องจากต้องปรับไปปลูกพืชอื่
