SMEs
“มะพร้าว” เป็นอีกหนึ่งไม้ผลที่เมื่อลืมตาบนประเทศนี้ก็ได้พบเห็นทันที แล้วที่คุ้นและชอบกันมากตั้งแต่เด็กจนโตคือน้ำมะพร้าวอ่อนที่มีรสหวาน หอม ดับกระหาย ชื่นใจ แต่เดิมมะพร้าวนำมาใช้ในวงจำกัด เช่น มะพร้าวแกงในอุตสาหกรรมกะทิ หรือดื่มน้ำมะพร้าวอ่อน จนเมื่อมีงานวิจัยแพร่กระจายออกไปถึงคุณค่าและประโยชน์ของน้ำมะพร้าว รวมถึงผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่มีต่อร่างกายนับไม่ถ้วน จึงทำให้ผู้คนทั่วไปหรืออาจจะเกือบทั่วโลก เริ่มหันมาบริโภคมะพร้าวกันอย่างตื่นตัว โดยเฉพาะเมื่อมีพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมเกิดขึ้น จึงสร้างความคึกคักต่อวงการตลาดมะพร้าวอีกหลายเท่า มีกลุ่มต่างๆ หันมาจับธุรกิจผลิตน้ำมะพร้าวในรูปแบบต่างๆ ออกมาวางขาย ขณะที่น้ำกะทิก็เพิ่มจำนวนการผลิตส่งขายตลาดในและต่างประเทศตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้ราคามะพร้าวเพิ่มสูงขึ้น มีชาวบ้านหลายพื้นที่ปรับเปลี่ยนจากพืชชนิดเดิมมาปลูกมะพร้าวแทน หรืออาจปลูกเป็นพืชแซม ซึ่งบางรายก็ประสบความสำเร็จ ขณะที่บางรายผลผลิตที่ได้ยังไม่ดีเท่าที่ควร แล้วบางรายโชคร้ายประสบปัญหาศัตรูเข้าทำลายต้นมะพร้าวสร้างความเสียหายหมดเนื้อหมดตัวไปก็มี หลากหลายสาขาอาชีพมากันอย่างคับคั่ง สิ่งสำคัญ
คุณเอ-โรสสุคนธ์ ภัทรภาดา เจ้าของกิจการแฟรนไชส์ “ส้มตำมาละเด้อ” เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน หากผู้ประกอบการมัวย่ำอยู่กับที่คงไม่ได้ ยิ่ง “สมรภูมิ”ร้านอาหารด้วยแล้ว ยิ่งจำเป็นที่จะต้อง “รู้เขา รู้เรา” ก่อนเป็นอันดับแรก “ทุกวันนี้ หลายคนเหมารวมว่า การขายอาหารเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน เพราะถึงอย่างไรคนก็ต้องกิน แต่ลืมคิดไปหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่คิดอย่างนั้น คนอื่นก็คิด จึงมีคู่แข่งขันเกิดขึ้นมากมาย บางรายมาเร็ว ไปเร็ว บางรายดันทุรังเปิดไป ทั้งที่ขาดทุน แถมยังมีคู่แข่งผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ด เมื่อต้องเผชิญกับคู่แข่งขันมากมายที่ยังมีชีวิตรอดในตลาด ตัวเราเองได้สร้างจุดต่างในร้านของเราแล้วหรือยัง การสร้างจุดแตกต่างในสินค้าหรือบริการถือเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งของร้านเลยทีเดียว” คุณเอ บอกอย่างนั้น คุณเอ เจ้าของกิจการ “ส้มตำมาะลเด้อ” และว่า ร้านอาหารที่ปิดตัวลงไปอย่างง่ายดายมักประสบปัญหาแตกต่างกันออกไปด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น สายป่านยาวไม่พอ รสชาติอาหารไม่คงที่ พนักงานเข้าออกเป็นว่าเล่น และขาดหลักการบริหารที่ถูกวิธี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหานั้นอยู่ อยาก
สมัยที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยังมีชีวิตอยู่ ผมได้ไปพบกับอาจารย์ที่บ้านดำนางแล จังหวัดเชียงรายหลายครั้ง ที่บ้านดำนางแลเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ห้องเขียนรูป หอแสดงงาน บ้านของอาจารย์ถวัลย์ซึ่งตกแต่งเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์มี 40 กว่าหลัง ทุกหลังจะมีของเก่า ของแปลก หนังสัตว์ และเขาสัตว์ ตั้งโชว์ไว้จำนวนหลายชิ้นมาก มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง มีมีดหน้าตาแปลกและงานศิลปะที่เป็นโลหะแสดงไว้ ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น ที่สะดุดตาคือ มีดขนาดต่างๆ สะดุดตาก็เพราะรูปทรงของมีดไม่เหมือนใคร โดยมีหน้าตาแปลกอย่างไรให้ดูจากภาพประกอบ เพราะอธิบายด้วยตัวหนังสือให้เห็นภาพยากมาก ตอนแรก ผมนึกว่ามีดเหล่านี้อาจารย์ถวัลย์ซื้อมาจากต่างประเทศ เพราะท่านเดินทางบ่อย แต่จริงๆ แล้ว มีมีดเพียงบางเล่มเท่านั้นที่ซื้อมาจากต่างแดน ส่วนใหญ่เป็นมีดที่อาจารย์ถวัลย์ออกแบบเอง แล้วจ้างให้ช่างทำมีดทำให้ ไม่ได้เป็นช่างเมืองนอก แต่เป็นช่างไทยนี้แหละ จะเป็นช่างที่ไหน ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่เคยคิดที่จะสะสมมีด บังเอิญเมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวที่จังหวัดอุทัยธานี หลังจากได้ท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว คนที่นั่นพาผมไปชมโรงงานทำมีดที่มีชื่อว่า มี
ทุเรียนเมทรินทร์ อาจเป็นชื่อของทุเรียนไทยสายพันธุ์ใหม่ มีจุดเริ่มต้นมาจากความเศร้า หากเปี่ยมไปด้วยความรักและความหวังที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งถ้าใครยังพอจำได้ ย้อนไปเมื่อราวต้นปี 2558 ข่าวคราวของ ครอบครัว “เนาวรัตน์พงษ์” ที่ต้องพบความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เมื่อ “มะเร็งในสมอง” ได้พรากลูกสาวคนเดียวของบ้าน “น้องไอนส์-เมทรินทร์” ให้ต้องมีอันจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยวัยเพียง 2 ขวบ นับว่าอยู่ในความสนใจเป็นวงกว้าง และด้วยความไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ของหนูน้อยแก้มป่อง-ตากลมโต ที่เข้ารับการรักษาตัวอย่างถึงที่สุด โดยผ่านการผ่าตัดสมองและการผ่าตัดอื่นๆ รวมแล้ว 12 ครั้ง คีโม 20 ครั้ง และทำรังสีบำบัดอีก 20 ครั้ง ทำให้ชาว โซเชียล ตั้งฉายาขวัญใจตัวน้อยของพวกเขาว่า “นักสู้ฟันน้ำนม” “ช่วงเวลานั้นได้เห็นเพื่อนร่วมทุกข์มากมายที่เป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่เสียชีวิตลงคนแล้วคนเล่า ทั้งที่พวกเขายังเป็นเด็ก จึงพยายามผลักดันให้เกิดการจัดตั้งกองทุนวิจัยรหัสพันธุกรรมเพื่อรักษามะเร็งในเด็ก มูลนิธิรามาธิบดี โดยให้การต่อสู้ของไอนส์เป็นจุดเริ่ม” ดร.สหธรณ เนาวรัตน์พงษ์ คุณพ่อของน้องไอนส์ ย้อนความทรงจำ ผ่านเสียงหม่น ก่อนเล่าให้ฟัง เข
“พื้นที่เเห่งรัก” ที่เป็นมากกว่า บ้าน คือ นิยามตัวเอง ของฟาร์มสเตย์ บ้านไร่ ไออรุณ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง มี คุณเบส-วิโรจน์ ฉิมมี วัยสามสิบต้นๆ สถาปนิกหนุ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกเมื่อไม่นาน ซึ่งปัจจุบันเป็นกิจการที่ได้รับการกล่าวขานถึงกันอย่างกว้างขวางถึงความพอดีและพอเพียง จนถูกจัดให้เป็นฟาร์มสเตย์มาแรงสุดในเวลานี้ เพราะมีคนจองคิวยาวเหยียดเต็มตลอดทั้งปี “สิ่งที่ผมกำลังทำเเละเเบ่งปันออกไป ผมไม่ได้อยากเเละมีเจตนาที่จะเชื้อเชิญ หรือให้ทุกคนบนโลกใบนี้เดินทางมาที่บ้านของผม…เเต่ผมอยากให้ทุกๆ คนกลับบ้านของคุณเอง เเล้วสร้างบ้านให้มีชีวิต เติมเต็มความสุขให้กับคำว่า บ้าน หลังนั้นของคุณอีกครั้ง” คุณเบส เผยความรู้สึกไว้อย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ทำงานในกรุงเทพฯ ได้ 3 ปีกว่า จึงลาออกและเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อสร้างฝันของตัวเอง ด้วยการปลูกบ้านเพื่ออยู่กับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ช่วงแรกไม่มีใครเห็นด้วย เพราะคิดว่าส่งลูกเรียนแล้ว ลูกต้องได้ทำงานในกรุงเทพฯ จะได้ไม่มาเหนื่อยแบบพ่อ-แม่ที่ต
ย้อนไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อน แหลมเกต คือชื่อของร้านอาหารทะเลชื่อดัง ระดับ “ท็อปไฟว์” ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เปิดให้บริการอยู่นานจนกลายเป็น “ร้านเก่าแก่” แต่แล้วเมื่อ “สังคมเมือง” เข้า “รุกคืบ” บรรยากาศโดยรอบ จนทำให้ศรีราชา อาจไม่เหมาะกับการไปตากอากาศหรือพักผ่อนเหมือนดังแต่ก่อน เจ้าของร้านรุ่นคุณพ่อ-คุณแม่ ซึ่งนับวันอายุก็ยิ่งมากขึ้น จึงตัดสินใจ ปิดกิจการลง เมื่อราวปี 2550 ที่ผ่านมา ถัดจากนั้นราว 4-5 ปี ทายาทรุ่นสองของกิจการ ได้สานต่อธุรกิจครอบครัว ปลุกให้ “แหลมเกต” พลิกขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง บนทำเลกลางกรุง ย่านสุขุมวิท แต่ความตั้งใจของเจ้าของร้านเจนวาย กลับไม่เป็นไปอย่างที่วาดฝันไว้ “เส้นทาง” ของ “แหลมเกต” เมื่อครั้งนั้น จึงทั้งขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ และไม่ได้โรยด้วยกุหลาบ…แม้แต่กลีบเดียว “เกิดและโตมากับร้านอาหาร แค่พนักงานเสิร์ฟอาหารมา 1 จาน รู้เลยว่าอร่อยหรือไม่อร่อย พอเรียนจบปริญญาตรีจึงตัดสินใจไม่ทำร้านอาหารแล้วเข้ากรุงเทพฯ มาสมัครงานประจำ ทำที่แรกรู้สึกไม่ใช่ตัวเอง อยู่ได้ไม่ถึงปีจึงลาออก” คุณโค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ ผู้บริหารกิจการ Laemgate Infinite (แหลม
10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กทม. มาช้านานแล้ว ที่มาของชื่อพันธุ์เกิดจากรส
เกษตรกรหนุ่มมาดเข้มวัย 31 ปี อยู่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี อดีตเคยเป็นพนักงานเช็กสต๊อกคลังสินค้า บริษัทเอกชน ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ พืชเมืองหนาว จุดเด่น ผลเล็ก เนื้อแน่น รสชาติหวานกรอบ เม็ดน้อย ทานแล้วผิวดี วิตามินซีสูง คนรุ่นใหม่นิยมทานผลสด ปลูกบนพื้นที่ 600 ตารางเมตร ขายไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง รายได้ปีละ 360,000 บาท คุณปิยะ กิจประสงค์ เกษตรกรหนุ่ม เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ภาควิชากีฏวิทยา ทำงานประจำอยู่คลังสินค้า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งราว 6 ปี กระทั่งเริ่มรู้สึกอยากทำกิจการส่วนตัว จึงลาออกพร้อมกับนำเงินเก็บสะสมมาสร้างโรงเรือนกางมุ้งปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ หรือ มะเชือเทศราชินี 3 โรงเรือน พื้นที่ทั้งสิ้นราว 600 ตารางเมตร ผสมปุ๋ยสูตรตัวเอง เก็บมะเขือเทศเชอร์รี่ผลสดขายสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100-150 บาท สำหรับมะเขือเทศเชอร์รี่ เป็นไม้เมืองหนาว มีหลายสายพันธุ์ แยกตามลักษณะของผลและสี เช่น สีเหลือง แดง ชมพู ม่วง น้ำตาล คนทั่วไปนิยมทานผลสด ซึ่งการปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ของไทย เริ่มจากภาคเหนือ เพราะมีอากาศเย็น ส่วนภาคกลางที่พบขณะนี้ มีที่
แปลงเกษตรของเด็กนักเรียนในโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก มีไอเดียทำบวบงูให้ตรงสวย ขายได้ราคา ซึ่งปกติผลของบวบงูจะมีลักษณะยาว เรียว บิดโค้งไปมาตามความยาวของผล พบผลตรงน้อยมาก มีลายสีเขียวอ่อนหรือขาวพาดยาวเป็นแนวตั้ง แต่บางพันธุ์ก็จะเป็นสีเขียวอ่อนพาดลายขาว หรือเป็นสีขาวไม่เห็นลายก็มี ความยาวของผลบวบงูสามารถยาวได้ถึง 200 เซนติเมตร เลยทีเดียว สำหรับแปลงเกษตรของเด็กนักเรียนโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 มีวิธีทำบวบงูให้ตรงสวยงาม ด้วยการเก็บก้อนหินภายในบริเวณโรงเรียน นำมาผูกห้อยไว้กับปลายผลของบวบงู ตั้งแต่ผลของบวบงูมีความยาว ประมาณ 5 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งทำให้บวบงูมีรูปทรงของผลตรงสวยงาม เมื่อนำไปขายจะได้ราคาดีกว่าผลบวบงูที่บิดโค้งงอไปมา และวิธีนี้หากใครจะนำไปใช้ก็ไม่ขัดข้อง ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์
เห็นชื่อเรื่องแล้วหลายคนคงอดสงสัยว่า กบ ที่คุณรุ่งเพชร แหลมสิงห์ อดีตนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังเจ้าของเพลง “ฝนเดือนหก” เป็นชนิดเดียวกันกับที่ชาวบ้านนำไปเลี้ยงแล้วมีรายได้เป็นล้านหรือไม่ คำตอบคือ ใช่ จากเคยเป็นเพียงอาหารธรรมดาของชาวบ้านตามหมู่บ้านท้องถิ่น ตอนนี้กบกลายเป็นเมนูแสนอร่อยของคนทุกเพศทุกวัยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น กบทอด ยำกบ ผัดพริกกบ ฯลฯ จนทำให้ตลาดผู้บริโภคมีความต้องการมาก ขณะที่ได้เกิดอาชีพเลี้ยงกบกันอย่างแพร่หลายแล้วเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงนับได้ว่ากบเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน ถึงแม้กบจะเลี้ยงไม่ยาก แต่การเลี้ยงกบให้มีคุณภาพเพื่อเกิดรายได้ดีจำต้องมีเทคนิคควบคู่ไปด้วย เช่นเดียวกับชาวบ้านที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รวมกลุ่มกันเลี้ยงกบแบบครบวงจร ส่งขายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มีรายได้กันเป็นแสนเป็นล้านบาทต่อปี แล้วยังถือเป็นแหล่งเพาะ-ขายพันธุ์กบแห่งใหญ่ของประเทศด้วย แต่อะไรคือเหตุผลที่ชาวบ้านกลุ่มนี้ถึงได้มีศักยภาพในการเลี้ยงกบจนได้โกอินเตอร์เช่นนี้ คุณวรมิตร ศิลปชัย นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำ
