SMEs
เพราะมีความชอบด้านอาหารอยู่เป็นทุนเดิม และได้ทำงานเกี่ยวกับด้านอาหารมาตลอด จึงได้เห็นการพัฒนาอาหาร ขนม เครื่องดื่มมาตลอดหลายปี ประกอบกับความสนใจอาหารคลีนฟู้ดด้วย เพราะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งเคยเป็นหนึ่งในบรรดาลูกค้าของร้านอาหารคลีนฟู้ดมาตลอด ทำให้มองเห็นปัญหาในการสั่งอาหารของร้านแต่ละร้าน จึงเกิดไอเดียอยากรวบรวมร้านอาหารคลีน อาหารสุขภาพ เข้ามาอยู่รวมกัน เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค คุณณัฐนรี ชุมมานนท์ หรือ คุณเอม Co-founder, CMO ของ Indie Dish เกริ่นเรื่องราวให้ฟังว่า มีประสบการณ์ด้านการตลาดและการบริหารผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารมากว่า 10 ปี โดยมีตำแหน่งเป็น Global Brand Manager ของ Starbucks Coffee Company (USA), Regional Brand Manager ของ Unilever Asia และยังเป็น Managing Director ของแบรนด์เครื่องครัว OXO Good Grips ในประเทศไทยซึ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นหลัก “อยู่อเมริกามานาน เมื่อกลับมาเมืองไทย พบว่า แม้อาหารไทยจะมีให้เลือกหลากหลาย แต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพกลับเป็นอะไรที่หายาก จึงได้ลองพยายามหาร้านอาหารที่เป็นอาหารสุขภาพ ก็ได้พ
มีโอกาสได้ฟังเรื่องราว การประกอบธุรกิจของเจ้าของกิจการผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปท่านหนึ่ง จากการลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประกอบการภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นจังหวัดจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี กับกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานเครือข่ายการพัฒนาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการเดินหน้าสานต่อ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จัด คลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ ครั้งที่ 7 ซึ่งมีความน่าสนใจตรงที่แนวคิด และวิธีการคิด เนื่องจากเป็นแนวคิดมาจากคนที่เคยล้มเหลวมาก่อน แถมมีหนีสิ้นตั้งแต่เดือนแรกที่เข้ามาบริหารงาน และพนักงานที่เคยทำงานด้วยกัน กว่า 300 คน ทิ้งงานและไม่กลับมาทำงานเกินกว่าครึ่ง เหลือคนที่ทำงานเพียง 50 คนเท่านั้น จึงทำให้คิดได้อย่างหนึ่งว่า การทำงานทุกอย่าง ไม่ได้ง่ายเลย กว่าจะประสบความสำเร็จ ความรู้สึกท้อถอย อาจเป็นเพื่อนเดินเล่นที่ดีที่สุดในยามที่ล้มเหลวกับหนทางที่อยากจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ และการลุกขึ้นใหม่ มาต่อสู้กับสิ่งที่คิดฝัน ก็คงเหมือนกับการได้พบเจอทางแยกใหม่ๆ ให้ไ
เป็นที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน และทำให้เหล่าบรรดานักชิม และคนรักชีสต่างให้ความสนใจ อยากลอง และอยากเห็นกันอย่างท่วมท้น สำหรับเมนูชีสสุดปัง อย่าง Rainbow Cheese Toast คุณอุนันทา จันทร์บาง หรือ คุณเล็ก เจ้าของแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ฮิตมากในโลกออนไลน์ตอนนี้ Happy Cheese Toast และเธอยังเป็นผู้คิดค้นสูตรชีสเรนโบว์ เมนูยอดฮิตของคนรักชีสที่ต้องไปลอง และได้รับการตอบรับในตลาด และโลกออนไลน์มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ด้วย เริ่มต้นเรื่องราวด้วยอาชีพของเธอว่า “มีอาชีพเป็นครูสอนทำอาหารมาตลอด 9 ปี สอนคนอื่นทำอาหารเพื่อนำไปประกอบอาชีพมาก็มาก ก็มีความคิดว่าก็อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองบ้าง การคิดค้นและพัฒนาสูตรชีสในครั้งนี้ เกิดมาจากความรักและชอบทานชีสมากๆ ของตัวคุณเล็กเอง ทำให้ครูสอนทำอาหารอย่างเธอ จึงเริ่มพัฒนารสชาติของชีสที่ตัวเธอชอบขึ้นมา ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนามาตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นรสชาติเป็นชีสออริจินอล ก่อนจะได้มาปรับปรุงพัฒนาสูตรให้มีสีสันมากขึ้น “จุดประกายไอเดียมาจากการต้องการต่อยอดจากสิ่งที่ชอบ โดยได้ไอเดียต้นแบบมาจากชีสของประเทศฟินแลนด์ที่เขามีชีส 3 สี เราก็มาพัฒนาเป็นสูตรของเราเอง
เมื่อคิด ก็ให้ลงมือทำ จึงจะสำเร็จ แต่ถ้าเราแค่คิดเฉยๆ และไม่ลงมือทำ มันก็จะไม่สำเร็จ เป็นคำสอนของแม่ที่ใช้สอนลูกเสมอ และการทำงานมาตลอด จึงเป็นต้นแบบให้เขาเห็น คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ เกริ่นก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทางธุรกิจต่างๆ ให้ฟัง จากการเลี้ยงไก่ 600 ตัว สู่ฟาร์มไก่ครบวงจร คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ วัย 57 ปี เจ้าของกิจการหลากหลายในจังหวัดระนอง อาทิ เจ้าของฟาร์มไก่พันธุ์ทิพย์ฟาร์ม, ฟาร์มเลี้ยงหมู, โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์, ร้านอาหาร ก.ไก่, ร้านบีบิวชาบู และร้านอาหารเคียงเล เริ่มต้นเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมีธุรกิจหลากหลายที่ต่อยอดมาจนปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่าร้อยล้านบาท “สมัยก่อน พ่อแม่มีอาชีพเป็นคนเอาเรือแร่มาขายที่ จ.ระนอง เราเลยได้ตามมาเรียนหนังสือที่นี่ด้วย เรียนอยู่ได้ 2 ปี จนเรียนจบม.ปลาย จึงได้มีโอกาสรู้จัก คุณสานิตย์ มหพันธุ์ทิพย์ ผู้เป็นสามี ธุรกิจทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้ คือตอนนั้นคุณสานิตย์ เริ่มเลี้ยงไก่อยู่ก่อนแล้ว มีไก่อยู่ 600 ตัว พร้อมกับมีที่ดินดั้งเดิมประมาณ 30 ไร่ เขาก็ชวนเราแต่งงาน ช่วยกันทำมาหากินอยู่ จ.ระนอง จวบจนปัจจุบันที่ได้มาอยู่ที่นี่ ทำมาหากินและขยายธ
ไก่ดำภูพาน เป็นไก่ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไก่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด คือมีขนดำ เนื้อดำ หนังดำ มีหน้าแข้งดำ และกระดูกดำ ซึ่งความดำที่มีทั้งหมดในตัวไก่ดำได้ไปสอดคล้องกับความเชื่อที่มีกันมาว่า การได้กินไก่ดำเปรียบเสมือนได้กินยาอายุวัฒณะ ซึ่งมีงานวิจัยถึงสารสีดำที่อยู่ในตัวไก่นี้ว่า มีประโยชน์อย่างไร จึงได้ผลปรากฏว่าเป็นสารเมลานิน ที่สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอความแก่ได้ และที่สำคัญเปรียบเสมือนเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกาย จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่รักสุขภาพกันเลยทีเดียว คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้เลี้ยงไก่ดำ จากมีแนวคิดเพื่อเลี้ยงไว้บริเวณบ้านเพื่อเก็บมูลสำหรับใส่ต้นมะนาว แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้แบบสบายๆ “ไก่ดำภูพาน ได้มาจากฝากคนรู้จักซื้อมาจากภูพาน เราก็เลยนำมาทดลองเลี้ยง ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยง เป็นอาหารที่ซื้อได้ง่ายๆ จะเป็นพวกอาหารหมู เพราะพื้นที่แถวนี้มีโรงงานค่อนข้างมาก เวลาที่มีอาหารที่ผลิตมาตกเกรด ผมก็จะซื้อได้ในราคาที่ถูก เราก็ประหยัดต้นทุน พอเอามาให
หอมแป้น เป็นผักชนิดหนึ่งที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกผักที่คล้ายต้นหอม มีใบเรียวยาว แต่ใบแบน บาง เป็นการเรียกตามลักษณะของมันที่แบน บาง เช่น ไม้แป้น หมายถึง ไม้กระดานเป็นแผ่นบาง หอมแป้น จึงหมายถึง กุยช่าย ที่คนเมืองเหนือเคยชินกับการเรียก หอมแป้น มากกว่าเรียก กุยช่าย ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมบริโภคกันมากนักก็ตาม ส่วน ขนมกุยช่าย จะไม่เรียกว่า ขนมหอมแป้น การปลูกกุยช่ายมักปลูกร่วมกับผักชนิดอื่น แหล่งปลูกกุยช่ายอยู่ที่ราชบุรี นครปฐม ในบางพื้นที่ปลูกแต่กุยช่ายเพียงชนิดเดียวเป็นแปลงใหญ่ การปลูกกุยช่ายเป็นการลงทุนลงแรงเพียงครั้งแรกอยู่ได้นานหลายปี เป็นพืชผักอายุยืน ต่างจากผักชนิดอื่นอยู่ได้เพียงฤดูเดียว หลังจากปลูกกุยช่ายแล้วการดูแลรักษามีให้ทำน้อย ให้ผลผลิตได้เร็ว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี การเก็บเกี่ยวใช้เวลาน้อยไม่เปลืองแรงงาน โรคแมลงศัตรูมีน้อย สามารถทำงานอยู่กับกุยช่ายได้อย่างสบายๆ และเบาแรง จึงเป็นงานเบาที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ดังเช่นกับ โกแป๊ะ หรือ ลุงแป๊ะ ชื่อจริง คุณบุญผ่อง ฉิมพุก เกษตรกร วัย 65 ปี หันมาปลูกกุยช่ายเลี้ยงตัวมา 10 กว่าปี คุณบุญผ่อง ทำแปลงกุยช่ายบนพื้นที่ 2 ไร่ อยู่ หมู่ที่ 6 บ้านห้วย
เพิ่งผ่านพ้นไปด้วยดีสมความตั้งใจ สำหรับ ‘งานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้”งานใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว โดยปีนี้ ยังใช้ชื่อเรียกขานที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันว่า“อุบล บุ๊กแฟร์ – UBONBOOK Fair ครั้งที่ 9” ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดในงานนี้ ไปรวมตัวกันที่ อาคารสุนีย์ ทาวเวอร์ ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมดังกลางเมือง ตลอดการจัดงานเป็นเวลา 9 วัน คือ ระหว่างวันที่ 12-20 สิงหาคม ที่ผ่านมา บรรดานักอ่านน้อยใหญ่ ต่างพากันไปเสพความรู้ทั้งในรูปแบบของตัวหนังสือ นิทรรศการ การบรรยายบนเวทีเสวนา ฯลฯ รวมทั้งยังมีโอกาสได้พบปะกับ “ตัวจริง-เสียงจริง” ของนักเขียนคุณภาพระดับประเทศอีกหลายสิบชีวิตอีกด้วย และเช่นเคยเหมือนทุกปี ที่บรรดาสำนักพิมพ์น้อยใหญ่นับร้อยแห่ง ต่างพากันขนหนังสือมาอออกบู๊ธ ลดราคากันแบบสุดๆ ให้สมกับได้เวียนมาเจอะเจอนักอ่านทั้งหน้าเก่า-หน้าใหม่ กันปีละครั้ง แต่ก็อย่างที่รู้กัน ในยุคปัจจุบันที่ “โซเชียลมีเดีย” เติบโตเบ่งบาน การอ่านหนังจากกระดาษ นับวันจึงมีแต่ละลดลงเรื่อยๆ การติดป้ายลดราคาหนังสือ ว่าลดกี่เปอร์เซ็นต์ หรือ ซื้อกี่เล่แถมกี่เล่ม นั้น คงยังไม่พอที่จะดึงดูดลูกค้
“ลูกชิ้นปิ้ง” ของกินริมทาง สุดแสนจะคุ้นเคย เห็นขายกันตามรถเข็นบ้าง หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง ส่วนราคาจำหน่ายทุกวันนี้ ไม้ละไม่เกิน 5 -10 บาท แต่คงเพราะเป็นอาหารทานง่าย ถูกปากทุกเพศ ทุกวัย จึงส่งผลให้ “ลูกชิ้นปิ้ง”กลายเป็นเมนูแพร่หลาย ที่มีทั้งคนขายและคนทานกัน…จำนวนมาก ทั้งนี้มีข้อมูล “น่าทึ่ง” แทบไม่น่าเชื่อ เปิดเผยมาว่า “ลูกชิ้นทิพย์” แบรนด์ดัง ซึ่งเป็นเจ้าตลาดลูกชิ้นหมูปิ้ง “เบอร์หนึ่ง”ของบ้านเราอยู่เวลานี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10-15 ตัน ต่อวัน หรือราววันละ 7 แสนไม้ ส่วนยอดขายเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เดือนละ 60-70 ล้านบาท โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ตัวเลขรายรับทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 600 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2560 นี้ จะทำยดอขายได้ถึง 800 ล้านบาทกันเลยทีเดียว เจ้าของฉายา…เจ๊ยี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ช่วงบ่ายของวันทำงาน เจ้าของกิจการ เปิดออฟฟิศในโรงงานผลิต “ลูกชิ้นทิพย์”ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใจดี “มีคนตั้งฉายาให้ว่า เจ๊ยี้ …คือ เวลาติดต่อธุรกิจกันแล้วจะจู้จี้เรื่องคุณภาพมาก อย่าง
อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า ในอนาคตสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีการคำนวณจากสำนักงานสถิติแห่งชาติว่า จำนวนผู้สูงอายุของไทยจะมีมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ซึ่งผู้สูงอายุไม่น้อยกลัวว่าเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณจะส่งผลให้เป็นภาระของลูกหลาน จึงทำให้ผู้สูงอายุไม่น้อยได้หากิจกรรมยามว่างทำ เพื่อเป็นการสร้างสุขให้กับการดำเนินชีวิต เช่น ท่องเที่ยว กิจกรรมนันทนาการ ตลอดจนอาชีพที่สนใจ รวมไปถึงทางด้านการเกษตร ซึ่งงานทางการเกษตรถ้าหากทำในช่วงที่เกษียณแล้ว พืชบางชนิดอาจเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ไม่ทัน จะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่วัยเกษียณ เพื่อเป็นอาชีพรองรับเมื่อต้องเกษียณจากงานอย่างเต็มตัว เมื่อออกจากงานก็สามารถขายผลผลิตได้ทันที จึงเป็นเสมือนกิจกรรมยามว่างที่สร้างเงินและความสุขไปพร้อมกัน เหมือนเช่น ดร. ชวัลวิทย์ แจ่มขำ อยู่บ้านเลขที่ 289 หมู่ที่ 10 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นผู้ที่ได้เริ่มทำการเกษตร คือสวนมะพร้าวน้ำหอม โดยเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเกษียณอายุราชการจะมาถึง ปลูกสวนมะพร้าว ไว้รอก่อนเกษียณอายุงาน ดร. ชวัลวิทย์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนจบการศึ
ถ้าเราเป็นคนช่างสังเกตสักหน่อยจะเห็นคำว่า มะ ที่ส่วนมากคนไทยมักนำมาใช้หน้าชื่อผลไม้ไทยๆ เช่น มะม่วง มะไฟ มะยม เป็นต้น มีคนบอกว่า มะ แปลว่าผลไม้ที่กลายมาจากคำว่า หมาก ในศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 1 เรียกผลไม้ว่า หมาก ทั้งสิ้น เช่น หมากขาม (มะขาม) หมากม่วง (มะม่วง) หมากพร้าว (มะพร้าว) หมากกลาง (ขนุน) หมากสั้น หมากหวาน และในศิลาจารึกหลักเดียวกัน ยังแปลความว่า ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสหวาน จากความหมายของคำว่า หมาก ที่หมายถึง ผลไม้ ทำให้สันนิษฐานว่า คนไทยในอดีตคงจะรู้จักคุ้นเคยกับหมากเป็นอย่างดีมาก่อนผลไม้ชนิดอื่น จึงใช้หมากเป็นสัญลักษณ์แทนผลไม้และนำไปประกอบที่หน้าชื่อผลไม้อื่นๆ หมาก เป็นพืชวงศ์เดียวกับ ตาล มะพร้าว จาก และลาน คือ เป็นพวกปาล์ม มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบเอเชียใต้ ไปจนถึงหมู่เกาะอินเดียตะวันออก รวมทั้งพื้นที่ประเทศไทยด้วย รูปร่างทั่วไปคล้ายมะพร้าว แต่มีขนาดเล็กกว่า คือ สูงเต็มที่ราวๆ 12-15 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นไม่เกิน 45 เซนติเมตร ลำต้นเขียวเป็นมัน ออกผลเป็นทะลายคล้ายมะพร้าว และออกผลช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน ผลเล็กขนาดไข่ไก่ ในหนึ่งทะลายมีหลายสิบถึงร้อยผล หมาก เป็นพ
