SMEs
น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ เป็นเครื่องดื่มดับกระหายและตอบโจทย์อากาศร้อนในบ้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังสอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้อาชีพผลิตสมุนไพรแห้งและผลไม้สดเกิดการขับเคลื่อนต่อยอดมีรายได้อีกทางหนึ่งด้วย การผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ จัดเป็นอาชีพอิสระที่หลายคนทำกันอย่างแพร่หลาย อาจเป็นเพราะใช้เงินทุนไม่มาก วัตถุดิบหาง่าย สามารถผลิตในพื้นที่เล็กๆ อย่างในบริเวณบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้หาใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปซะทุกคน คุณดวงเดือน ทองญวน หรือ ป้าตา อยู่บ้านเลขที่ 74/2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เวลาว่างจากงานแม่บ้านต้มน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้แช่เย็นขาย กระทั่งล่วงเข้าปีที่ 3 อาชีพอิสระของเธอกลับสร้างรายได้หลักให้แก่ครอบครัวด้วยการผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้อย่างมีคุณภาพ สะอาด รสเข้มข้น จำนวนกว่า 20 ชนิด พร้อมกับตั้งชื่อให้คนเรียกกันง่ายๆ ว่า “น้ำสมุนไพรป้าตา” ป้าตาไม่ได้ตั้งใจจะต้มน้ำสมุนไพรขายเป็นอาชีพ ทว่าความบังเอิญที่นำผลฟักข้าวซึ่งปลูกไว้ในบริเวณบ้านไปขายที่ตลาด แล้วคนซื้อบ่นว่าอยากดื่มน้ำฟักข้าวด้วยเพราะชี้ว่ามีสรรพคุณ
“ชะคราม” เป็นวัชพืชในดินเค็ม พบทั่วไปตามชายฝั่งทะเลที่น้ำเค็มขึ้นถึงแต่เป็นวัชพืชมากค่า ใครเคยไปแถวสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม คงเคยได้เห็นพุ่มชะครามขึ้นอยู่แถวนาเกลือและตามป่าชายเลนเยอะเลย หน้าฝนจะแตกช่อใหม่อ่อนๆ ให้เก็บมาปรุงอาหารอิ่มหมีพีมันกันไปเลยทีเดียว ชะคราม หรือ ช้าคราม เป็นพืชทนเค็ม กิ่งก้านอวบน้ำ ใบแคบยาว พองกลม ปลายแหลมมีนวลจับขาว สีเขียวอมฟ้า ใบมีรสเค็ม ออกดอกตามซอกใบ แต่ส่วนที่นำมากินกันคือใบบริเวณยอดอ่อน ในทางวิทยาศาสตร์เราสามารถใช้ชะครามใช้เป็นดัชนีชี้วัดความเค็มของดินได้ โดยชะครามที่ขึ้นในดินเค็มจัดใบจะออกสีม่วงแดง ส่วนต้นที่ขึ้นในดินจืดใบจะออกสีน้ำเงิน และสำหรับชนิดที่มีสีเขียวสดหรือสีเขียวอมม่วงในฤดูแล้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงอ่อนๆ Suaeda maritima เนื่องจากเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตได้ง่ายในดินเค็ม ใบของชะครามจึงดูดเอาความเค็มจากดินมาเก็บไว้ เมื่อใบแก่ขึ้นเรื่อยความเค็มก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เวลาเก็บชะครามมาปรุงอาหารจึงควรเลือกใช้ใบอ่อน นำมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนที่จะนำมากินต้องทำให้สุกก่อนโดยรูดเฉพาะใบ เหมือนรูดใบชะอม แล้วต้มคั้นน้ำทิ้งไป 2-3 ครั้ง เพื่อให้ลดความเค็มลงก่อ
การทำไร่นาสวนผสม เป็นการทำงานเกษตรหลายชนิดผสมผสานในบริเวณพื้นที่เดียวกัน ปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีการจัดการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน และการจัดการที่ดี ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิตที่ได้ผลตอบแทนคุ้มทุน ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนจึงเป็นวิธีการลดความเสี่ยงและสร้างรายได้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง วิถีไร่นาสวนผสม วิถีพอเพียงและมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณศรัญญา เพ็ชรรักษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แนวทางการดำเนินงานส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นวิธีการที่มีความเสี่ยงสูงในการที่จะได้รับผลผลิต เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคง จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้ทำเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมการผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภค คุณศรัญญา เพ็ชรรักษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาก
คุณพะเยาว์และคุณประมวล รุ่งทอง สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จงหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝังแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสองเป็นเกษตรหัวไว้ใจสู้พร้อมที่จะเปิดรับความรู้ใหม่ๆ กล้าที่จะทดลองและรับแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตร ปัจจุบันทั้งสองมีอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คุณประมวล (ภรรยา) เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตัวเองมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าในหมู่บ้าน ส่วนคุณพะเยาว์ (สามี)นั้นมีอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ด้วยอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังที่สามีทำอยู่นั้น ทุกวันยิ่งทำก็เริ่มแย่ลงๆ มีกำไรน้อย ขาดทุนบ้าง ได้กำไรบ้าง เพราะการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังต้องใช้คนในการดูแลพอสมควร ลำพังจะให้สามีทำและดูแลคนเดียวก็ไม่ไหว ทำให้ตัวเองต้องตัดสินใจเลิกตัดเย็บเสื้อผ้าและหันมาช่วยสามีเพาะเลี้ยงปลาในกระชังเพียงอย่างเดียว คุณประมวล คุณพะเยาว์ รุ่งทอง คุณประมวล เล่าให้ฟังอีกว่า ตัวเองและสามีเริ่มเพาะเลี้ยงปลาในกระชังมาตั้งแต่ปี 2542 เริ่มแรกมีกระชังทั้งหมด 10 กระชัง ปลาที่เพาะเลี้ยงจะมีหลากหลายชนิดด
เครื่องปั้นดินเผาประเภทเซรามิก เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นๆ สอดรับไปกับความเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จำนวนร้านอาหาร ร้านกาแฟ สปา โรงแรมที่พัก ผุดขึ้นในทุกๆ จังหวัด และผลงานทำมืออย่างเซรามิก ก็กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่า ที่อาจได้มากกว่าเท่าตัว ดังกล่าวมานี้คือความจริงที่ คุณอุเทน ริมฟอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเฮือนปฏิมาเซรามิก เล่าให้เราฟัง ปี 2 สร้างผลงาน ขายได้หลายหมื่น คงต้องกล่าวยกให้คุณอุเทน คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเซรามิก เพราะเขามีทั้งความรู้ร่ำเรียนเอกอุตสาหกรรมเซรามิก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และยังจบศิลปกรรม เอกเครื่องปั้นดินเผา จากเทคโนโลยีราชมงคล ดีกรีเกียรตินิยม คุณอุเทน เริ่มต้นหารายได้จากความรู้ที่ได้ศึกษาตั้งแต่เริ่มอยู่ชั้นปี 2 โดยเขานำผลงานที่ทำส่งอาจารย์และผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือของตนเองซึ่งเก็บรวบรวมไว้ระหว่างเรียน ไปออกงานแสดงสินค้า เพียงวันแรกของการเริ่มต้นขายก็มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาเหมายกร้าน รวมรายได้วันแรก 40,000 กว่าบาท และนี่คือจุดสร้างกำลังใจสำคัญ ที่ทำให้เขาเลือกเดินสู่เส้นทางสายผู้ผลิตจำหน่ายเซรามิกแบบเ
ได้รับฉายาจากคนในวงการปลากัด ว่าเธอคือ “เจ้าแม่ปลากัดเงินล้าน” สำหรับ สุวรรณีย์ แสงดี หรือ “เจ๊แอน” หญิงสาวกตัญญูสู้ชีวิตที่เจ้าตัวก็ไม่เคยคาดคิดว่าปลากัดตัวเล็กๆ สีสวยๆ ที่เลี้ยงในขวดโหล จะสามารถเปลี่ยนชีวิตให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะจากที่เคยต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา ไม่มีเงินขึ้นรถประจำทาง ทุกวันนี้กลายเป็นเจ้าของฟาร์มปลากัดมีเงินหมุนเวียนปีละล้าน ชีวิตเหมือนได้เริ่มต้นใหม่ ได้รับฉายาจากคนในวงการปลากัด ว่าเธอคือ “เจ้าแม่ปลากัดเงินล้าน” สำหรับ สุวรรณีย์ แสงดี หรือ “เจ๊แอน” หญิงสาวกตัญญูสู้ชีวิตที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าจะมีทุกวันนี้ เจ๊แอน เล่าว่า ไม่เคยคาดคิดว่าปลากัดตัวเล็กๆ สีสวยๆ ที่เลี้ยงในขวดโหล จะสามารถเปลี่ยนชีวิตให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะจากที่เคยต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา ไม่มีเงินขึ้นรถประจำทาง ทุกวันนี้กลายเป็นเจ้าของฟาร์มปลากัดมีเงินหมุนเวียนปีละล้าน ชีวิตเหมือนได้เริ่มต้นใหม่ เพราะยึดหลัก 3 ข้อ คือ ซื่อสัตย์ ไม่หมิ่นเงินน้อย และรักในอาชีพ สำหรับจุดเริ่มต้น เจ๊แอน เท้าความว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 – 8 ปีที่แล้ว ยึดอาชีพขายอาหารตามสั่งและทำเบเกอรี่ สามีซ่อมมอเตอร์ไซค์ แต่แล้ว
แม้ถูกเลย์ออฟตอนอายุสี่สิบกว่า แต่ไม่ฟูมฟายต่อโชคชะตา ล่าสุดไอดอลคนดัง ที่เคยสร้างปรากฎการณ์คนอ่านนับล้าน หันเพิ่มมูลค่าผลผลิตปลูกผักสลัดลงดินและแปรรูปเห็ดสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ย้ำใจรักซะอย่างไปรอดแน่นอน เปิดตัวครั้งแรกที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และสามารถสร้างปรากฏการณ์ “คนอ่าน-คนไลค์-คนแชร์”กันถล่มทลาย จนสื่อหลายสำนักรุมตอมขอสัมภาษณ์จนจัดคิวแทบไม่ทัน กระทั่งทุกวันนี้กลายเป็น “เน็ตไอดอล” มีแฟนคลับเป็นของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คุณเอีย-อารี เพ็งสุทธิ์ อดีตพนักงานประจำบริษัทประกันภัยระดับผู้บริหาร ที่ชีวิตพลิกผัน โดน “เลย์ออฟ”ตอนอายุสี่สิบกว่า แต่ไม่เคยฟูมฟายหรือย่อท้อกับโชคชะตา ผันตัวมาทำเกษตรอินทรีย์ บนที่ดินเช่าเพียงหนึ่งร้อยตารางวาย่านรามอินทรา ตั้งหน้าตั้งตาปลูกสารพัดผัก มีทั้งโรงเห็ดภูฎาน ค้างบวบ ค้างถั่วฝักยาว ชะอม มะเขือเปราะ พริกขี้หนู ต้นอ่อนผักบุง ต้นอ่อนทานตะวัน เมื่อผลผลิตออกดอกผล ก็ทำการแพ็คลงถุงส่งขายให้เพื่อนฝูงตามออฟฟิศที่พร้อมอุดหนุน แถมบางครั้งยังขับรถตระเวนขายไปทั่วตามสไตล์คนอัธยาศัยดี เห็นร้านส้มตำที่ไหนเป็นจอดแวะถามไถ่รับซื้อผัก
หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชต่างถิ่นอยู่เขตติดต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ชาวกรีกและชาวโรมันนำมาบริโภคมากว่า 2,000 ปีแล้ว โดยชาวตะวันตกถือกันว่าเป็นอาหารสุขภาพ กินแล้วมีกำลัง โดยเฉพาะผู้ชายเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำหนัดเนื่องจากลักษณะของหน่อไม้ฝรั่งคล้ายเครื่องเพศชาย ประเทศไทยรู้จักหน่อไม้ฝรั่งเมื่อประมาณ 60 กว่าปี โดยได้นำพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ทดลองปลูกครั้งแรกที่ สถานีกสิกรรม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้กระจายปลูกในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงในปี พ.ศ. 2530 หน่อไม้ฝรั่งจึงเป็นที่รู้จักทั่วไปและราคาไม่แพงมากนัก จากเกษตรเชิงเดี่ยวการทำไร่ข้าวโพดและไร่มันสำปะหลังหมุนเวียนกันไป ปีไหนข้าวโพดดี ปีต่อไปก็จะปลูกข้าวโพด ปีไหนมันสำปะหลังดี ปีต่อไปก็จะแห่กันปลูกมันสำปะหลัง ทำให้ต้องขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินมากมาย คุณปฐม ชูเชื้อ เกษตรกรชาวไร่จากบ้านคลองกุ่ม ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เบอร์โทรศัพท์ (086) 805-4393 บอกว่า ขืนทำต่อไปต้องถึงกับขายที่แน่ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฐานะไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลย เกษตรเคมีที่ต้องพึ่งปุ๋ยพึ่งยาทำให้เกษตรกรต้องเป็นหนี้เป็นสินมาตลอด “หลายปีที่ผ
มีสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นหลายเจ้า ที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า คุณยาย สูตรลับ เทคนิคส่งต่อมาที่คุณแม่ พอมาถึงรุ่นลูก เจนที่ 3 ก็นำสินค้าครอบครัว มาสร้างจุดแข็ง ตั้งแต่ตัวสินค้า คือเป็นสินค้าสูตรเก่า ดั้งเดิม ได้รับความนิยมในชุมชน จากนั้นนำมาใส่การตลาดคือ ปรับแพ็คเกจจิ้ง ทำสินค้าให้อยู่ระดับพรีเมี่ยม และเปิดตลาดให้กว้างขึ้นด้วย การขายผ่านโซเชียล “ปลากุเลาทองแม่แป้นตากใบ” เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ คุณปัญจพร พันธเสน หรือคุณกล้วย วัย 30 ปี ทำงานเป็นสถาปนิกที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร แต่มีกิจการครอบครัว ที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย คือปลากุเลาทองตากแห้ง ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส คุณกล้วย เล่าให้ฟังว่า อาม่า หรือคุณยาย ทำปลากุเลาทองตากแห้งมาตั้งแต่สมัยสาวๆ (ขณะนี้ คุณยาย อายุ 80 ปีเศษ) ทำขายในชุมชน จากนั้นก็เว้นช่วงไปพักใหญ่ๆ จนเมื่อราวปี 2552-2553 คุณแม่ของคุณกล้วย เริ่มกลับมาเรียนรู้เรียนรู้อีกรอบจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของอาม่า คุณกล้วย เล่าว่า ”อันนี้ เป็นสูตรของชาวจีนที่ตากใบ อาม่าของกล้วย ได้มาจากอาม่าข้างบ้านอีกที ก็เริ่มทำขายแถวๆบ้าน ราคายังไม่สูง เ
ผักหวานบ้าน ผักหวานป่า ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ เนื่องจากเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง แถมไม่ต้องใช้สารเคมีในการเพาะปลูกมาก ผักหวานป่า แหล่งปลูกแหล่งใหญ่ 3-4 พันไร่ อยู่ที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ด้วยผลผลิตที่มากขนาดนี้ เจ้าของร้านอาหาร อย่างที่ร้าน ครัวผักหวานป้าน้อย จึงนำมาผักหวานป่ามาดัดแปลงเป็นเมนูอาหารได้นับร้อยเมนู แต่ที่มีลูกค้าสั่งมากๆ เมนูเด็ดๆ ก็ได้แก่ ยำผักหวานทอดกรอบ ส้มตำผักหวานทอดกรอบ ก๋วยเตี๋ยวผักหวานที่ใช้ผักหวานมาแทนถั่วงอกเป็นต้น คุณเล็ก เจสุวรัตนมณี วัย 56 ปี เจ้าของร้าน ครัวผักหวาน เผยว่า ด้วยเมนูขึ้นชื่อของร้าน จึงได้รับเชิญมาออกงานที่เมืองทองธานี หลายครั้ง คุณเล็ก บอกว่า เมนูผักหวานป่า ขายดีขนาดที่ ทางร้านต้องออกไปส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก และรับซื้อมาใช้กับที่ร้านอาหาร จากช่วงแรกก็เพียงก๋วยเตี๋ยวผักหวานป่า ก็นำมาใส่ในแกงเลียง หมูตุ๋นเนื้อตุ๋น ทอดมัน ยำสด ยำกรอบ(ซึ่งวิธีการทำเหมือน ผักบุ้งทอดกรอบทุกประการ) และที่มาออกงานเมืองทองธานี ก็มาขายเป็นจาน ลูกค้าเดินกิน หรือนำไปนั่งที่โต๊ะรับประทานได้เลย ราคา 40 บาทและแบบซื้อกลับบ้านราคา 50 บาท วัตถุดิบห
