SMEs
เชียงราย – นายจำเริญ ปันดอน ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาด้วยหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กล่าวว่า เชียงแสนถือเป็นแหล่งเลี้ยงปลามากเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดเชียงราย รองจากอำเภอพาน ชาวบ้านทั้ง 8 หมู่บ้าน 4,900 คน ส่วนใหญ่เลี้ยงปลา แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาต้นทุนสูงจากค่า ซื้ออาหาร โดยเฉพาะในปีนี้ราคาปลาลดลง โดยปลานิลเหลือกิโลกรัมละ 40 บาท หากไม่ใช้หญ้าเลี้ยงปลาคงแย่ โดยใช้สูตร 6 : 4 : 1 คือ หญ้า 6 ส่วน รำข้าว 4 ส่วน และหัวอาหาร 1 ส่วน นำมาบดผสมกัน ทำให้ต้นทุนลดลงถึง 3 ใน 4 ส่วน ขณะที่หญ้าเนเปียร์ฯปลูกง่าย ใช้เวลาแค่ 30-45 วัน ก็ตัดมาใช้ได้ ด้าน นางชฎาพร ออนเขียว ผู้เลี่้ยงปลารายหนึ่งกล่าวว่า เลี้ยงปลานิล 8 ไร่ ซื้อมาครั้งละ 21 กระสอบ กระสอบละ 20 กิโลกรัม เฉลี่ยกระสอบละ 300-500 บาท ครั้งหนึ่งใช้เงิน 6,000-10,000 บาท แต่ปัจจุบันปลูกหญ้าเองทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงเหลือเพียงครั้งละ 1,350 บาท
“ข้าวเงี้ยว” หรือ “ข้าวกั้นจิ้น” นั้นชาวล้านนารู้จักกันดี คำว่า “เงี้ยว” ได้บอกที่มาของอาหารชนิดนี้ไว้ชัดเจนว่ามาจากชาวเงี้ยวที่เรียกตนเองว่า “ไตโหลง” (ไทหลวง) หรือที่ชาวสยามนิยมเรียกว่า “ไทใหญ่” หรือ “เงี้ยว” นั่นเอง ส่วนคำว่า “กั้นจิ้น” เป็นภาษาคำเมือง “กั้น” หมายถึง คั้น บีบนวดคั้น ประมาณนี้ ส่วนคำว่า “จิ้น” หมายถึงเนื้อ เช่น จิ้นงัว จิ้นควาย หมายถึง เนื้อวัว เนื้อควาย จิ้นส้ม หมายถึงแหนม “ข้าวกั้นจิ้น” จึงหมายถึงข้าวที่มีการบีบคั้นกับเนื้อ โดยจะนำเลือดหมูสดไปคั้นกับตะไคร้เพื่อดับคาว แล้วคลุกลงไปในข้าวสวยที่หุงไว้คลายร้อนแล้วพร้อมกับหมูสับ ปรุงรสด้วยเกลือ เหยาะซีอิ๊วสักหน่อยก็หอมดี ใครติดหวานก็ใส่น้ำตาลลงไปนิดหน่อย และที่จะทำให้อร่อย คือ น้ำมันกระเทียมเจียว ใส่ลงไปแล้วคลุกไปนวดไปให้เครื่องทั้งหลายนั้นเข้ากันดี จึงนำมาห่อใส่ใบตองมัดด้วยตอก หรือกลัดด้วยไม้กลัดแล้วนำไปนึ่งให้สุก เปิดห่อใบตองมาควันฉุยหอมฟุ้ง ตักกระเทียมเจียวราด จะให้เด็ดก็มีกากหมูด้วย กินแนมกับพริกแห้งทอดและผักสดที่เข้ากันดี คือ หอมแดง แตงกวา และผักชี อร่อยอย่าบอกใคร นึกภาพตามแล้วน้ำลายปุ๊ ก็มันของโปรดของฉันเลยนี่นา ตาม
การขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ทำนายังคงสร้างปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรทางภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนาผืนนั้นอยู่ห่างไกลแหล่งน้ำทางธรรมชาติ หรือไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน ฉะนั้น ทางออกของชาวบ้านที่ดีที่สุดคือ การเปลี่ยนไปทำเกษตรกรรมแบบใช้น้ำน้อย อย่าง คุณวีระชัย ศรีสด อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 8 บ้านโนนแดง ตำบลยาว อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จากเดิมที่เคยมีพื้นที่ทำนาเป็น 100 ไร่ แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์เนื่องจากขาดแคลนน้ำ แถมยิ่งทำ ยิ่งมีหนี้สิน จึงตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพการเกษตรหลายชนิดที่ใช้น้ำน้อย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนมาจบที่การเพาะพันธุ์ปลาขาย พ่วงด้วยการเพาะพันธุ์กบและเลี้ยงกบเนื้อ สร้างรายได้รวมแล้วปีละเป็นแสนบาท คุณวีระชัย ศรีสด กับภรรยา น้ำน้อย ทำนาไม่ได้ เปลี่ยนมาเพาะปลา-เลี้ยงกบ คุณวีระชัย เจ้าของ “วีระฟาร์ม” เล่าว่า เดิมมีอาชีพทำนาบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ หาเลี้ยงครอบครัว ไม่นานพบว่ามีปัญหาอุปสรรคนานัปการที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ต้นทุนค่าปุ๋ย ยา ค่าแรง รวมถึงราคาข้าวที่ตกต่ำ เพราะยิ่งทำนากลับเพิ่มหนี้สินมากมาย จึงตัดสินใจหยุดชั่วคราวแล้วลองหันมาทดลองเพาะพันธุ์ปลาแ
วันก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอ เรื่องราวของคุณเม้ง วรวิทย์ ไชยทิพย์ ผู้ค้าส่งหน่อไม้ฝรั่งรายใหญ่ ที่เริ่มจากศูนย์ แต่ปัจจุบัน สามารถส่งห้างสรรพสินค้าแมคโคร ได้ราว 300-400 กก.ต่อวัน (อ่านเพิ่ม กดลิ้งค์ เส้นทางสู่ การเป็นผู้ค้าหน่อไม้ฝรั่งรายใหญ่ ส่งห้างฯ-ส่งออก จากจุดเริ่มต้น หนุ่มออฟฟิศมากฝัน) ซึ่งนอกจาก ห้างแมคโครแล้ว คุณเม้ง ยังทำหน่อไม้ฝรั่งขาว ส่งห้างสรรพสินค้าอีกหลายแห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งวิธีการทำหน่อไม้ฝรั่งขาว ก็มีหลักง่ายๆ คือ ไม่ให้หน่อไม้เกิดการสังเคราะห์แสง หรือไม่ให้ถูกแสง เมื่อหน่อไม้ฝรั่งโตขึ้นมาได้นิดหนึ่งก็ครอบด้วยท่อพีวีซี ที่หุ้มปลายสูงขึ้นมาด้วยถุงพลาสติกปลูกสีดำ ทำให้ไม่ถูกแสง ซึ่งราคาหน่อไม้ฝรั่งขาว จะสูงกว่าหน่อไม้ฝรั่งปกติ อีกเท่าตัว โผล่ขึ้นมาแค่นี้ ให้เริ่มครอบ “ในการผลิตหน่อขาว ถ้าเป็นต่างประเทศจะเป็นพันธุ์เฉพาะ แต่ของไทย ไม่ให้มันสังเคราะห์แสง คือพอโผล่พ้นดินมาสักครึ่งเซน ก็เอาท่อพีวีซีขาด 6 หุน สูง 20 เซนติเมตร ปลายด้านบนเอาถุงดำครอบอีกที ครอบไว้ และจะถอนที่ความสูง 25 เซนติเมตร ลูกไร่ก็ขายหน่อ ได้ราคาแพงขึ้น คือทำให้มันแตกต่างขึ้นมาอีกนิด มีเท่าไหร
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้ที่ประกอบอาชีพประจำอาจมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงทำให้จำเป็นต้องมองหาอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่า สามารถมีเก็บเพิ่มพูนส่งต่อยังลูกหลานต่อไป จึงสามารถเห็นได้จากหลายๆ บุคคล ที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานประจำมาประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ที่เรียกว่าทำแล้วมีความสุขนอกจากงานประจำ ด.ต. เกียรติศักดิ์ เดชป้อง อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ใช้เวลาว่างช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มาดูแลฟาร์มเลี้ยงโคอเมริกันบราห์มันที่เขารัก เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเขาบอกว่ามีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักเช่นกัน(ขวา) ด.ต. เกียรติศักดิ์ เดชป้อง และพี่ชาย อาชีพประจำรับราชการ เลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ด.ต. เกียรติศักดิ์ ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มเก่ง เล่าให้ฟังว่า รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำสถานีตำรวจบางยี่ขัน ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อรับราชการมาได้สักระยะหนึ่งจึงเกิดความคิดที่อยากจะมีรายได้ที่มากขึ้น จึงได้เกิดแนวความคิดที่จะประก
จริงๆ แล้ว ไผ่ในเมืองไทยมีมากหนักหนา กระนั้นก็ตามเมื่อค้นพบไผ่สายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่อยู่ในวงการก็อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจ แต่ก่อนเก่าโบราณมีการนำไผ่จากจีนเข้ามาปลูกคือ ไผ่ตง ระยะเวลาน่าจะกว่า 100 ปีแล้ว ราว 10-20 ปีมานี้ มีการนำไผ่ชนิดใหม่จากจีนเข้ามา ลักษณะโดดเด่นมาก คือเจริญเติบโตและให้หน่อเร็ว แต่ที่มานั้นยังสับสน ว่านำเข้ามาตั้งแม่เมื่อไหร่ ใครเป็นผู้นำเข้ามา ยุคแรกๆ เมื่อไผ่ชนิดนี้ ไปเจริญแพร่พันธุ์อยู่ที่ใด คนในท้องถิ่นจะตั้งชื่อขึ้นใหม่ ทำให้ไผ่จีนที่คุณสมบัติโดดเด่นมีมากกว่า 5 ชื่อ ในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี เรียกกันว่า ไผ่ตงลืมแล้ง ที่อำเภอไทรโยค เรียกว่า ไผ่กิมซุ่ง คุณทรงยศ พุ่มทับทิม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ไปพบที่ระยอง จึงนำไปศึกษาอยู่ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เรียก ไผ่จีนเขียวเขาสมิง ชาวนครสวรรค์เรียก ไผ่อินโดจีน ยังมีชื่ออื่นๆ อีก คุณสมบัติที่พบเห็นอยู่ของไผ่ชนิดนี้ หากสภาพแวดล้อมดีพอสมควร จะเจริญเติบโตเร็ว หลังปลูกเพียง 4-7 เดือน ก็เริ่มให้หน่อได้แล้ว จำนวนหน่อต่อกอดก แต่ต้องหมั่นสางลำออก อย่าให้ลำมากหรือแน่นมากเกินไป หากลำมากจำนวนหน่อที่ออกมาจะน้อย หน่อมีขนาดเล็ก ให้ดีคว
“ผักหวาน” ผักที่สามารถปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และถึงแม้จะใช้เวลาปลูกค่อนข้างนาน แต่เมื่อได้ผลผลิตแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่ากับการรอคอยเลยทีเดียว คุณณัฐติกาญจน์ เจริญทรัพย์ หรือ น้ำผึ้ง หญิงสาวหน้าคมวัย 28 ปี เด็กเทคนิค จบ ปวส.จากวิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ จังหวัดลพบุรี เธอคือทายาทสวนผักหวานป่าเจริญทรัพย์ ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจปลูกผักขาย ต่อจากคุณแม่ จนทำให้ตระกูลนี้ ขึ้นแท่นเศรษฐีชาวสวน น้ำผึ้ง เล่าว่า คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก หลังเรียนจบสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ราว พ.ศ. 2550 มาช่วยแม่ปลูกผักหวานและพืชผักชนิดอื่น อาทิ ชะอม ถั่วพลู ข้าวโพด บนพื้นที่ 40 ไร่ ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี แต่ทว่าตอนขาย “ผักหวาน” ได้ราคาดีที่สุด เฉลี่ยกิโลกรัมละ 70 – 80 บาท ขณะที่ข้าวโพดขายได้เพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท หนที่สุดเลยเลือกปลูกแต่เฉพาะผักหวานเท่านั้น คุณแม่ของน้ำผึ้ง ปลูกผักขายมานานกว่า 30 ปี กระทั่งได้ลูกสาวมาช่วยบริหาร ปัจจุบันเป็นทั้งเกษตรกรและแม่ค้าเต็มรูปแบบ กล่าวคือ ปลูกเอง ส่งขายเอง รับซื้อจากเกษตรรายอื่นมาขายต่อด้วยบวกกำไรกิโลกรัมละ 30 บาท “ดิฉันปลูกผักหวาน บนพื้นท
“ช่างชุ่ย” แหล่ง “เช็กอิน”สุดคูลล่าสุด ของเหล่าบรรดาศิลปินน้อยใหญjและคนทำมาค้าขายหลากหน้าหลายตา และแม้จะเปิดตัวมาได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่เท่าที่สำรวจด้วยสายตา เห็นเลยว่า กระแสตอบรับยังแรงดีไม่มีตก เพราะถึงช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้คนในกทม. จะพากันออกไปทำบุญ-ท่องเที่ยว ต่างจังหวัดกันมากโข แต่จุดพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ ย่านฝั่งธนนี้ ก็ยังมีผู้คนพากันไปเยี่ยมเยือน จำนวนไม่น้อยอยู่เหมือนกัน โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงรวบรวม “ลูกเล่น” ของคนทำมาค้าขาย ใน “ช่างชุ่ย” มาให้ชมกัน พอเป็นการจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ ให้ใครหลายคนอาจนำไปต่อยอดกันได้ แบบไม่หวงวิชา ร้านเสื้อยืด สไตล์รักษ์โลก นำชักโครกหมดสภาพ มาตั้งเรียงกัน ก่อนนำกระถางต้นไม้หลายชนิดลงไป ก็เขียวไปอีกแบบ ผัดไทย อาหารพื้นๆ หาทานได้ทั่วไป นำมาตั้งชื่อใหม่ ให้ดูหวือหวา บวกกับลีลาการผัดที่เพิ่มความเร้าใจเข้าไปอีกหน่อย เรียกลูกค้ามาต่อคิวได้ดีทีเดียว ฟู้ดทรัก อาจไม่ใช่ของใหม่น่าตื่นเต้นแล้ว หากอยากให้คนมามุง คงต้องมีรูปแบบที่ล้ำมากขึ้นไปอีก อย่าง กาแฟสดรายนี้ นับว่าหน้าตาดี ช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง ป้ายสื่อสารบอกแบบตรงไปตรงมา แต่ไม่ทำให้
“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าให้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนาน หรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าต่อสังคม ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แสดงไว้ ณ The First Annual Bangkok Art & Photography Event 2007 ….. ในยามที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ยังมีคนในชาติจำนวนไม่น้อย ออกมาแสดงน้ำจิตน้ำใจต่อกันในหลายรูปแบบ รวมถึงบริการรับถ่ายรูปให้กับผู้คนที่เดินทางมายังท้องสนามหลวงห้วงเวลานี้ แบบไม่คิดค่าแรงแม้แต่บาทเดียว โดย คุณแจ๊ค-วีระยุทธ ทองโชติ อายุ 37 ปี หนึ่งในเจ้าของจิตอาสาดังว่า เริ่มต้นแนะนำตัว ปัจจุบันทำงานประจำ เกี่ยวกับการเขียนลายเสื้อผ้า พวกลายไทย ลายกราฟฟิคสำหรับงานสกรีน เป็นพนักงานในโรงงานเล็กๆ เงินเดือนไม่มากนัก แต่อยู่ได้เพราะไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้ออะไร ข้าวของที่ใช้ราคาไม่แพง ไม่มีบัตรเครดิต หากอยากซื้ออะไรจะเก็บเงินสดซื้อ นอกจากจะเป็นคนประหยัดแล้ว แม้เงินเดือนจะน้อยก็อยู่ได้สบาย เพราะปั่นจักรยานไปทำงาน ส่วนที
ในยุคที่อะไรก็ขายไม่ค่อยดี บรรยากาศจับจ่ายไม่ค่อยจะคึกคัก หากใครคิดทำสินค้าแบบธรรมดา ชนิดหาจุดที่แตกต่างไม่ได้ เห็นคงต้องมีอันม้วนเสื่อกลับบ้านไปก่อนเวลาอันควร “กับข้าว” เจ้าของแบรนด์เครื่องนอนลวดลายอาหารหน้าตาน่ารับประทานเหมือนจริง นับเป็นหนึ่งในหลายผู้ประกอบการ ที่สามารถสร้าง “จุดขาย”ของตัวให้มีความโดดเด่น กระทั่งขายดิบขายดีมาพักหนึ่งแล้ว มีเจ้าของกิจการสองท่าน คือ คุณบอส – ฐิติรัตน์ ทำนุโรจน์ทวี และ คุณเอ็กซ์ –สุพัชชา มิตรวารีสัมพันธ์ คุณเอ็กซ์ อาสาเป็นคนให้ข้อมูลว่า เจ้าของไอเดียสินค้าผ้าปูที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม ลวดลาย เป็นอาหารนานาชนิด อาทิ กุ้งแม่น้ำเผา ผัดไทย ปูนึ่ง ต้มยำทะเล ฯลฯ นี้ เป็นของคุณบอส-ฐิติรัตน์ หุ้นส่วนคนสำคัญ ซึ่งร่วมกันทำธุรกิจ ทำโรงงานรับผลิตสายคล้องคอบัตร และผ้าพันคอเชียร์กีฬา ให้กับหน่วยงานต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2549 โดยก่อนหน้านี้ เคยลงทุนซื้อเครื่องซับพลีเมนชั่น ซึ่งเป็นเครื่องจักรมูลค่าหลักล้านบาท เพื่อนำมาใช้งานในการแยกสีสายคล้องและผ้าพันคอให้เป็น 4 สี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ทำอยู่พักใหญ่ เกิดความคิดแตกไลน์สินค้า แบบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่ใช่
