SMEs
ณยุภาพร ประถม อยู่บ้านเลขที่ 29/8 หมู่ที่ 1 ตำบลท่ามะเฟือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่ริเริ่มเลี้ยงปลากระชัง คือ คุณพ่อ ซึ่งสมัยก่อนคุณพ่อของเธอเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เพราะด้วยปัญหาหลายๆ อย่างทางสายงาน จึงเลิกทำกิจการด้านนั้น และมาทำการทดลองเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำน่าน เพราะในสมัยที่คุณพ่อยังเป็นสมาชิกสภาจังหวัดได้ออกพื้นที่ต่างๆ เห็นอาชีพด้านการเลี้ยงปลากระชังตามภาคกลางของประเทศ จึงนำสิ่งที่เห็นมาทดลองเลี้ยงที่บ้าน เพราะพื้นที่บริเวณบ้านอยู่ติดแม่น้ำน่าน (ขวา) คุณยุภาพร ประถม “สมัยนั้นคุณพ่อเริ่มทำเป็นเจ้าแรกประมาณปี 46 ต่อมาจึงรวมกลุ่ม ตั้งเป็นกลุ่มเลี้ยงปลากระชัง ประมาณปี 49 ช่วงแรกๆ ทางกลุ่ม เลี้ยงไปได้ดี ต่อมาประสบปัญหาบ้าง ทำให้สมาชิกภายในกลุ่ม มีเลิกเลี้ยงไปบ้าง เพราะการจัดการหลายๆ อย่าง” คุณยุภาพรเล่าถึง จุดเริ่มต้น ของการทำอาชีพการเลี้ยงปลากระชังของครอบครัว ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ทำเป็นกระชังสำหรับเลี้ยงเธอบอกว่าเป็นเหล็กที่มีอยู่เดิม เพราะสมัยก่อนที่บ้านก็ทำอาชีพรับเหล่าก่อสร้างด้วย จึงได้นำเหล็กเหล่านั้นมาประกอบเป็นกระชังสำหรับเลี้ยงปลาในแม่น้ำ และเมื่อเลี้ยงมา
ปกติ ช็อกโกแลตทั่วไป ก็มีราคาแพงอยู่แล้ว พอถูกนำมาทำเป็น “ช็อกโกแลต เพ้นติ้ง (Chocolate painting)” หรือ ช็อกโกแลตที่มีการวาดภาพลงบนหน้าช็อกโกแลต อย่างเช่น ภาพวาดของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น นางเอกดังฮอลลีวูดยุคฟิฟตี้-ซิกซ์ตี้ (1950-1960), ภาพวาดของ ชาร์ลี แชปลิน ดาวตลกเอกของโลกชาวอังกฤษ หรือภาพวาดนักการเมืองชื่อดังระดับโลก ฯลฯ ราคาเลยยิ่ง โกโซบิ๊ก หรือ แพงไปกันใหญ่ ในรัสเซียตอนนี้ ช็อกโกแลต เพ้นติ้ง มีราคาเริ่มสตาร์ตตั้งแต่ 450 ยูโร (16,875 บาท) ไปจนถึง 1,000 ยูโร หรือประมาณ 37,500 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่ ล้วนเป็นบุคคลมีฐานะ ระดับราชวงศ์ของกลุ่มประเทศทางยุโรป หรือไม่ก็ราชวงศ์ทางตะวันออกกลาง แล้วยังนักการเมืองที่มีชื่อเสียง หรือนักกีฬาดัง ที่นิยมซื้อเพื่อไปมอบเป็น “ของขวัญ” แก่บุคคลที่เคารพรัก นับถือ ในโอกาสสำคัญต่างๆ เอริน่า เอลดาร์คาโนวา นักธุรกิจหญิงชาวรัสเซีย ซึ่งเปิดร้านช็อกโกแลต เพ้นติ้ง ในกรุงมอสโก เมื่อปี 2544 และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรช็อกโกแลต เพ้นติ้ง แต่เพียงผู้เดียวในรัสเซีย เล่าว่า ในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมแห่งอังกฤษ และ เจ้าหญิงแคทเธอริน หรือพระนามเดิม เคท มิดเดิลตัน เมื่อปี
นอกจากอาหารถูกจริตคนไทย อย่างสารพัดน้ำพริก หรือทำง่ายอย่างปาท่องโก๋ แล้วนั้น อาจารย์ขนิษฐา ชัยชาญกุล หรือ อาจารย์ตุ๊ก อาจารย์สอนทำอาหาร สร้างอาชีพที่ มติชน อคาเดมี และมีประสบการณ์การสอนอาชีพ ที่สำนักงานส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน แนะนำว่า ถ้าหากจะหาอาชีพขายของที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องลงทุนมากมายนักและสามารถอาศัยอุปกรณ์พื้นฐานที่มีในบ้านเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกได้ด้วย นั่นคือ การทำเมนูก๋วยเตี๋ยวขาย ซึ่งเป็นอาหารจานเด็ด ตอบโจทย์คนไทย เพราะกินง่าย ทุกเพศทุกวัยสามารถกินได้ ที่สำคัญคือเป็นการลงทุนที่ไม่มาก เพียงแค่ซื้อวัตถุดิบอย่างพวกของสด ก็สามารถทำก๋วยเตี๋ยวขายได้แล้ว และอาศัยเอาพวกหม้อต้ม ชาม ถ้วย ช้อน อุปกรณ์ในครัวเรือนที่มีในบ้านมาประยุกต์ใช้ในการขาย ก็สามารถขายก๋วยเตี๋ยวได้แล้ว จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการไปตระเวนสอนตามที่สถาบันการศึกษาต่างๆ คือมีหลายคนไม่ค่อยเชื่อว่าการขายก๋วยเตี๋ยวจะสามารถขายได้จริงๆ สิ่งที่ดีที่สุดในการสอน คือ ทำให้เขาเห็นจริงๆ ว่าทำได้ สอนโดยใช้อุปกรณ์ครัวเรือนในบ้านมาทำให้ดู ให้เห็นเลยว่าสามารถทำขายได้จริง “สำหรับ เงินทุน หรือกา
หลังจากเรื่องราวชีวิตของสาวออฟฟิศระดับผู้บริหารประจำสถาบันการเงินมีชื่อ ถูกเลิกจ้างในวัยสี่สิบปลาย หันมาจับอาชีพทำการเกษตร ด้วยการเช่าที่ดินแค่ 100 ตารางวาย่านรามอินทรา ตั้งชื่อให้ว่า “เฮย์เดย์ ฟาร์ม” ปลูกเห็ดและสารพัดผัก จนสามารถเก็บผลผลิตส่งขาย มีรายรับเข้ามาประคองครอบครัว ถ่ายทอดผ่าน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเมื่อหลายวันก่อน ปรากฎว่าความสนใจหลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลามมีผู้คนเข้าถึงโพสต์กว่าหนึ่งล้านเจ็ดแสนราย กดไลก์ให้กว่า 25,000 ไลก์ และกดแชร์ ส่งต่อกันอีกเกือบ 3,500 ครั้ง แถมยังมี “ฟีดแบก”ต่อเนื่องตามมาอีกเป็นระลอก ล่าสุด คุณเอีย-อารีย์ เพ็งสุทธิ์ เจ้าของเรื่องราว เผยว่า หลังจากเธอได้แบ่งปันประสบการณ์ออกไป ปรากฎว่ามีผู้คนให้ความสนใจ โทรศัพท์กันเข้ามาจนรับแทบไม่หวาดไม่ไหว “ไลน์ปกติมี 350 contact ตอนนี้เพิ่มเป็น 600 กว่า หลายคนบอกอยากทำบ้าง บางคนบอกจะขออยู่ช่วยดูแสวน บางคนโทรมาขอยืมตังค์ แต่ที่เด็ดสุด คือ มีคนโทรมาขอเป็นแฟน บอกว่าอยากได้ผู้หญิงแบบนี้ เพราะปกติสาวออฟฟิศจะแต่งตัวสวยๆ ชอบช็อปปิ้ง หายากที่จะทำงานเกษตร”คุณเอีย เล่า ก่อนหัวเราะร่วน และว่า คนที่โทรศัพท์เข้ามาคุยด
พื้นที่ที่มีการปลูก “แห้ว” กันมากที่สุด และปลูกกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ คือ อ.ศรีประจันต์ อ.สามชุก อ.เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และด้วยคุณค่าสารอาหาร รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว “แห้ว” ถูกนำไปเป็นส่วนประกอบอาหารเมนูต่างๆ ทั้งคาวและหวาน บรรดาร้านอาหารและหลายโรงงานอุตสาหกรรมก็นิยมใช้ ส่งออกต่างประเทศอีกด้วย ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ปลูก และเกษตรกรได้เป็นอย่างดี คุณเวโรจน์ พัฒนะพรหมมาส หรือกอล์ฟ เจนเเนอเรชั่นที่ 3 ที่เข้ามาสืบทอดการทำนาแห้วต่อจากคุณสุรพล พัฒนะพรหมมาส หรือคุณพ่อ เจ้าของนาแห้วและโรงงานคัดเกรดแห้วปลอดสาร ได้ใบรับรองเครื่องหมาย อ.ย. ผ่านการตรวจสอบสารเคมีตกค้างเป็นที่เรียบร้อย ตั้งอยู่เลขที่ 27/1 หมู่ 6 ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี คุณกอล์ฟ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ที่บ้านทำนาปลูกข้าว สลับกับปลูกแห้ว (ปลูกข้าว 6 เดือน ปลูกแห้ว 6 เดือน) มา 30 ปี ซึ่งรุ่นคุณพ่อท่านใช้วิธีนำพันธุ์แห้วจากจีนมาผสมกับแห้วพันธุ์ไทย จนได้แห้วที่มีขนาดใหญ่ สีขาวสวย น่ารับประทาน ปลูกที่อำเภอศรีประจันต์ ที่อำเภอนี้ปลูกแห้วขายกันตลอดทั้งปี ส่งทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเ
ถูก “รีวิว” จากหลายแหล่ง ยกย่องให้เป็น ร้าน “สเต๊ก” อร่อยหลากหลาย แถมราคาไม่แพง เมนูถูกสุดในร้านแค่ 29 บาทก็มี “แซม สเต๊ก แอนด์ มอร์” ชื่อนี้อาจคุ้นเคยกันดี สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต มหาวิทยาลัยรังสิต เมืองเอก และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย่านบางเขน เพราะปัจจุบันร้านอาหารแห่งนี้ ได้ยึดทำเลสำคัญ หน้าสถาบันทั้ง 3 แห่ง จนกลายเป็นร้านในดวงใจของใครหลายคนในย่านนั้น…ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณวุฒิ-วรวุฒิ ศิวะพรประเสริฐ เจ้าของกิจการ “แซม สเต๊ก แอนด์ มอร์-SAM Steak And More” วัย 36 ปี กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นจากการแนะนำตัว จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วงยังสวมเครื่องแบบนิสิต รู้สึกชื่นชอบเมนู “สเต๊ก” แถวสามย่านเป็นกำลัง ก่อนจบจึงตั้งใจอยากมีกิจการร้านสเต๊ก เป็นของตัวเองสักแห่งหนึ่ง เพราะเห็นว่าวัยรุ่นกำลังนิยมและคงใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่ แม้จะได้งานประจำทำที่บริษัทแห่งหนึ่งแล้ว คุณวุฒิยังเชิญ “เชฟ” ซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อน ให้มาช่วยสอนการทำอาหารฝรั่ง อย่าง สเต๊ก
มะเขือเทศฟักทอง เมื่อแก่จัดมีสีแดงสด ผลขนาดใหญ่ มีรูปลักษณะที่เด่นชัดคือ ลักษณะผลคล้ายฟักทอง แต่มันคือมะเขือเทศ ผู้เขียน ไปพบกับพืชตัวนี้ ที่ งานครบรอบ 35 ปี บริษัทอีสท์ เวสท์ ซีด หรือ ที่รู้จักกันในนาม”ศรแดง” พร้อมกันนี้ยัง เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Go Grow ที่ศูนย์วิจัยพันธุ์ผัก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ แนวคิดหลักของผลิตภัณฑ์ Go Grow ก็คือ “ใครๆ ก็ปลูกได้” เจาะกลุ่มเกษตรคนเมืองที่นับวันจะเพิ่มสูงขึ้น และเมล็ดพันธุ์ผักในซอง Go Grow ก็จะมีวิธีการปลูก การดูแลแบบครบถ้วน เรียกว่า เอาใจเกษตรมือใหม่สุดๆ และหนึ่งในโครงการที่ศรแดง ดำเนินการอยู่ก็คือ จับเมล็ดผักพื้นบ้าน ที่อาจจะสูญหาย มีอยู่น้อยในปัจจุบัน ให้กลับมาปลูกกันแพร่หลายขึ้น และเกษตรกรรายย่อย สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ มาปลูกใหม่ในรุ่นต่อไปได้ด้วย มะเขือเทศฟักทอง เป็นหนึ่งใน ผักพื้นบ้าน ที่ศรแดง ตั้งเป้าหมาย จะนำออกสู่ตลาด ในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ โดยลักษณะเด่น อันควรค่าแก่การอนุรักษ์ ก็คือเป็นผักที่มีถิ่นกำเนิดในภาคเหนือ เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวเหนือ นำมาทำน้ำพริกอ่อง หรือน้ำเงี้ยว ที่รับประทานกับขนมจีน นอกจาก มะเข
เหนื่อย เบื่อ ล้า ความรู้สึกนี้มักเกิดขึ้นกับมนุษย์เงินเดือนแทบจะทุกคน ถ้าเป็นแล้วหาย กลับมาฮึดตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งตรงหน้าได้ ก็คงไม่ใช่ปัญหาหนักใจ แต่หากความรู้สึกนั้นกัดกินจิตใจ ถึงขั้นตื่นเช้ามาไม่อยากขยับกาย ไม่มีพลังก้าวเดินไป อยู่ในภาพเดิมๆ การ “ลาออก” น่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย รักการอ่าน รักอักษร เปิดห้องสมุดในบ้าน เช่นเดียวกับ คุณชโลมใจ ชยพันธนาการ คุณครูคนขยัน ผู้ปลุกแรงบันดาลใจให้ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่หันมาสนใจอักษรและรักการอ่าน เหตุผลของการลาออกของคุณครูชโลมใจ คือ ความเบื่อที่เกิดขึ้นในช่วงวันเวลาแห่งการเป็นเรือจ้างที่ก้าวย่างมาราว 30 ปี บรรยากาศ ผู้คน และอีกหลายต่อหลายเรื่องราว ผลักดันให้คิดหาทางสร้างอาชีพใหม่ และคงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก นั่นก็คือ “ห้องสมุด” “ตอนที่ยังเป็นครูจะชอบทำกิจกรรม โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับตัวหนังสือ เขียนหนังสือ หนังสือทำมือ งานวาด จัดค่าย เด็กๆ บางคนกลายเป็นนักเขียนมือรางวัลก็มี ซึ่งตอนนั้นครูสนุกกับงานมาก และด้วยความที่ชอบหนังสือ รักการอ่านนี้เอง เราจึงอยากมีอาณาจักรของตัวเอง นั้นคือห้องสมุด ให้เด็กๆ และผู้สนใจได้มีพื้นที่ในการอ
ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ผ่านการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับว่า เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แล้ว คงไม่ต้องหาอะไรมารับรองกันอีก เพราะชื่อสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ได้การันตีตนเองอย่างสวยงามเป็นที่เรียบร้อย เมื่อปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) มีการแข่งกันสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ ผลที่ได้คือ คุณมนู มุสิทธิมณี หรือที่รู้จักกันในวงการผู้นิยมเลี้ยงปลาคาร์พว่า นินู จึงเรียกกันติดปาก หลังการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พว่า “นินู แฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ” เจ้าของฟาร์ม “m&m koi farm” ย่านหมู่ที่ 3 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา แท้ที่จริง คุณมนู มีอาชีพรับราชการ มีเวลาว่างเพียงเช้า เย็น และวันหยุดราชการ ในการดูแลปลาคาร์พ แต่สามารถเลี้ยงปลาคาร์พได้โตเร็ว สวย สีสด รูปทรงมีขนาดเหมาะสมกับวัย จนวงการนักเลี้ยงปลาคาร์พยอมรับในฝีมือ ช่วงบ่ายของวันหยุดราชการ จึงเป็นโอกาสดีที่จะนัดพบปะกับคุณมนู แดดร่ม ลมตก มีฝนเล็กน้อย เสียงน้ำตกจำลองด้านใดด้านหนึ่งของบ่อปลาคาร์พดังกว่าเสียงฝน ยิ่งเปิดพร้อมกันหลายบ่อด้วยแล้ว ระหว่างพูดคุยจึงต้องออกเสียงให้ดังกว่าปกติ พื้นที่ภายในฟาร์มมีขนาดไม่มากนัก ตามที่คุณมนูบอกไว้ว่า
การปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือทำกิจกรรมเดียวทั้งพื้นที่มักมีความเสี่ยงสูงเมื่อต้องพบกับโรคแมลงศัตรูพืชระบาด กระทบแล้ง/น้ำท่วมทำให้เสียหาย หรือขายได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ผลกระทบก็คือความไม่มั่นคงต่อการยังชีพ วิถีเกษตรผสมผสานแบบประณีต เป็นการจัดการใช้ที่ดิน ทุน แรงงานหรือปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ทำการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือทำประมงในพื้นที่เดียวกัน เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยสุดเมื่อจัดการใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสาน ควบคุมโรคแมลงศัตรูพืชโดยชีวะวิธี มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวต่อเนื่อง หรือชะลอการขายได้เมื่อราคาตกต่ำ เป็นหนึ่งวิถีที่ใครก็ทำได้ วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสานแบบประณีต…วิถีที่ยั่งยืนมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิวิช พวงสวัสดิ์ เกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสานแบบประณีต เล่าให้ฟังว่า ได้เคยทำงานภาครัฐมาก่อน แต่ปัจจุบันได้ลาออกมาทำงานภาคการเกษตรกับครอบครัว ในระยะแรกพื้นที่เกษตรที่นี่ได้ปลูกพืชชนิดเดียวมักทำให้ได้รับมีความเสี่ยงกับความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมอยู่เนืองๆ แถมยังมีโรคแมลงศัตรูพืชระบาดอยู่บ่อยครั้ง ผลผลิตที่ได้รับมากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน ฐานะความเป็นอยู่จึงพออยู่พอกินที่ยังไม่มีความมั่นคงนัก คุณ
