SMEs
ไก่อบฟาง เมนูขึ้นชื่อแต่โบราณกาล รู้จักกันแทบจะทั่วไป แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี กุ้งอบฟาง ที่ลือลั่นในโลกอินเตอร์เน็ท มาแนะนำ กุ้งอบฟาง ในที่นี้ เป็นของร้าน จินดาคาบาน่า มีคุณจิรนาถ วงศ์งามดี หรือคุณไก่ วัย 53 ปี เป็นเจ้าของ จุดเด่น ของกุ้งอบฟาง เจ้านี้คือ นำกุ้งมาอบฟาง ไฟลุกพรึ่บพรั่บกันบนโต๊ะอาหารเลยทีเดียว (ชมคลิป) คุณไก่ เล่าว่า แนวคิดได้มาจากที่วันหนึ่ง สามีอยากกินไก่อบฟาง แต่หาไก่ไม่ได้ มีแต่กุ้ง ก็เลยทดลองเอากุ้งมาอบฟาง ก็ได้รสชาติแปลกไปอีกแบบหนึ่งคือหอมกลิ่นฟาง ทว่า จากจุดเริ่มต้น มาจนถึงทำออกขายได้นั้น ก็ต้องผ่านการคิด ประดิษฐ์อุปกรณ์อยู่พักใหญ่ ตั้งแต่การเสียบกุ้ง การทำปี๊บ(ดัดแปลง) มาครอบ สุมด้วยฟาง ที่อยู่ในตะกร้าเพื่อไม่ให้ฟางกระจัดกระจาย ส่วนกุ้ง ก่อนนำมาอบก็นำไปทอดมาก่อน ให้มีความสุกที่ 90 เปอร์เซนต์ กุ้งเลือกขนาด 12 ตัวต่อหนึ่งกิโลกรัม ซื้อจากบ่อกุ้งทั่วไป (กุ้งเป็นๆ กุ้งสด) ราคา อยู่ที่ราว 450-460 บาท ส่วนเมื่อนำมาอบฟางแล้วขายให้ลูกค้า ที่ราคา 750 บาทต่อกิโลกรัม น้ำจิ้มก็เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดทั่วไป แต่ที่เน้นคือรากผักชี และมะนาวจริง ใครสนใจ ตามไปชิม ไปดูไอเด
เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์” ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยคุณวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธาน ซึ่งโครงการนี้จัดเป็นครั้งที่ 9 แล้ว โดยเน้นภาคธุรกิจบริการ อันเป็นธุรกิจสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศ คัดเลือกผู้ประกอบการธุรกิจบริการจำนวน 20 รายเข้าร่วม อาทิ ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการบริหารจัดการองค์กรในยุคที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ THAILAND 4.0 โครงการนี้ เริ่มจัดตั้งแต่ปี 2552 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้มากกว่า 1,468 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 207 บริษัท เจ้าของกิจการต้องเปิดใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจของโลกทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องหาแนวทางหรือกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งการหาลูกค้าใหม่ในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ และการนำระบบสารสนเทศเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการต้นทุนภายในอง
ประโยชน์ของเห็ดมีทั้งคุณค่าทางอาหารและโภชนาการ ขณะเดียวกัน ยังมีคุณสมบัติในการเป็นยา จึงทำให้ผู้คนที่ใส่ใจต่อสุขภาพหันมาบริโภคเห็ดกันอย่างจริงจัง ยิ่งเทศกาลกินเจแล้วเห็ดดูจะเป็นอาหารสำคัญลำดับต้นเลย ดังนั้น นับวันความต้องการบริโภคเห็ดจึงไม่เคยลดน้อยลง เหตุนี้จึงเกิดอาชีพการเพาะเลี้ยงเห็ดขึ้นมากมายในทุกหนทุกแห่ง เพราะเห็ดเป็นพืชที่เพาะเลี้ยงง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก สามารถเจริญเติบโตได้ง่ายจากวัสดุปลูกทางธรรมชาติที่ใกล้ตัว แต่หากมองลึกลงไปในทางปฏิบัติอย่างแท้จริงแล้วการเพาะเลี้ยงเห็ดเพื่อให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน เพื่อขายได้ราคาพอใจ คุณจะต้องเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน “ฟาร์มเส้นทางเห็ด” ในจังหวัดพิษณุโลก เป็นสถานที่อีกแห่งที่ผลิตเห็ดอย่างมีคุณภาพ ผลิตเห็ดจำนวน 14 สายพันธุ์ในแบบอินทรีย์ที่ถูกต้อง ได้มาตรฐาน อันเป็นผลมาจากความใส่ใจ พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตจนได้เป็น ORGANIC THAILAND พร้อมกับยังนำเห็ดมาแปรรูปเป็นขนม ของรับประทานเล่น ของว่าง จำหน่ายยังตลาดผู้บริโภคในทุกระดับ คุณรุ่งทิวา อันตรเสน เจ้าของฟาร์ม เล่าถึงแรงจูงใจที่มายึดธุรกิจอาชีพนี้เพราะมาสานต่องานของพ่อ-แม่ที่ทำมาตั้งแต่ปี 25
รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงก์ จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินล้านทุกปี ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเล็งแปรรูปมะนาวไร้เมล็ดในรูปของน้ำมะนาว มะนาวผง และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว “พื้นเพเป็นคนพิษณุโลก แต่ต้องเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ จบมาก็สมัครเข้าทำงานธนาคารได้ 1 เดือน แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้งานหลายด้าน เช่น งานขายงานบริการ และเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการในองค์กรใหญ่ ซึ่งจุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจลาออกมาปลูกมะนาวขาย เพราะช่วงทำงานได้ลองนำ มะนา
ความสำเร็จ นั้นอยู่ที่ผู้อื่นกล่าวถึง มิใช่ยกย่องสรรเสริญตนเอง จะรู้จักอุทัต สุวิทย์ศักดานนท์ มากไปกว่าความเป็นเฮียใหญ่ของคนเชียงใหม่ เจ้าของธุรกิจในเครือนิ่มซี่เส็ง สิงห์เหนือที่ประสบผลสำเร็จมากมายหลายอย่าง เป็นยักษ์ในวงการขนส่งที่สร้างขึ้นมาด้วยมือและได้เห็นผลสำเร็จนั้นด้วยตาตนเอง ย่อมต้องให้ความสนใจสายตาที่สังคมมองเขาอยู่ อุทัต สุวิทย์ศักดานนท์ เป็นหนึ่งในเพียงสี่คนไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลจีนเข้าร่วมประชุมสุดยอด100นักธุรกิจเชื้อสายจีนจากทั่วโลก นอกจากเขาแล้วมีเพียงเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวใหญ่ค่ายช้าง ,ธนินทร์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี. และ ไกรสร จันศิริ เจ้าสัวซีเล็คทูน่า “ มีผมคนเดียวที่ไม่ใช่เจ้าสัว แถมบ้านนอกด้วย” เจ้าตัวบอกพร้อมยิ้มสว่าง เขาได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับผู้ประสบผลสำเร็จในหลากหลายสาขาวิชา นั่นยืนยันว่าคนอื่น สังคมอื่น ยอมรับในความสำเร็จของเขา ขณะที่เจ้าตัว ยกให้เพียงสองสิ่งที่นำพาตนเอง ครอบครัว และธุรกิจมาถึงวันนี้ได้ “ขยัน และอดทน ผมมีเท่านั้นจริงๆ ทำๆๆๆเก็บๆๆๆ ถังคุณก้นไม่รั่ว วันหนึ่งน้ำมันก็เต็ม” เกิดในครอบคัวคนจีน
จุดเริ่มต้นของ บริษัท ก้าวหน้าไก่สด จำกัด ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่จังหวัดอุบลราชธานี คือซื้อลูกไก่จำนวนหลักร้อยมาเลี้ยงเอง และสนับสนุนให้ชาวบ้านเลี้ยง จากนั้นนำผลผลิตที่ได้จำหน่ายในตลาดท้องถิ่น ถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านมากว่า 30 ปีแล้ว แต่สมาชิกและลูกเล้าของก้าวหน้าไก่สดฯ ยังจำได้ดี เพราะความมุ่งมั่นของ คุณสุนีย์ ตริยางกูรศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ก้าวหน้าไก่สด จำกัด ผู้ริเริ่มงานเลี้ยงไก่ จึงมีความก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ เหมือนกับชื่อของบริษัท จากจำนวนไก่หลักร้อย เพิ่มเป็นหลักพันและหลักหมื่นในปัจจุบัน โดยผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงขณะนี้คือ คุณสุเชษฐ์ ตริยางกูรศรี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ก้าวหน้าไก่สด จำกัด คุณสุนีย์ ตริยางกูรศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ก้าวหน้าไก่สด จำกัด รับพิจารณาเกษตรกรในท้องถิ่นเข้าร่วม บริษัท ก้าวหน้าไก่สด จำกัด ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเลี้ยงไก่แบบครบวงจร ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านนัดหมายกระชั้นชิด ทำให้พลาดโอกาสที่จะพูดคุยกับ คุณสุเชษฐ์ ตริยางกูรศรี ผู้ที่มาให้ข้อมูลแทนคือ คุณแสวง มิ่งขวัญ หัวหน้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่เนื้อ คุณแสวง มิ่งขวัญ หัวหน้าโครงการส่งเสริม
นายสุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ชาวสุโขทัย เปิดเผยว่า อาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพของบรรพบุรุษ เนื่องจากพ่อ แม่และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประกอบกับมีใจรักในการเกษตร อยากปลูกผักปลอดสารพิษ ไว้บริโภคเอง เหลือจากแบ่งปันให้เพื่อนบ้านก็แบ่งจำหน่าย จึงได้ศึกษาจากแปลงที่ประสบผลสำเร็จ แล้วได้ดำเนินกิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง โดยในระยะแรก ทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก หลังจากได้สมรสก็ได้ลงมือทำในกิจกรรมของตนเองอย่างเต็มที่ ได้นำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเอง และดูแบบอย่างที่ประสบผลสำเร็จมาปรับใช้ในแปลง ของตนเอง มีการเพิ่มเติมกิจกรรมเรื่อยมา เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กิจกรรมมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ลดต้นทุน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิตเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน ด้วยการ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อลดความเสี่ยงและอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ตื่นมาไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายนอกบ้าน แต่กลับกันทำให้เรามีรายได้ทุกวันจากผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงไว้ ทั้งผักสดปลอดสารพิษ กบ ปลา ไข่ไก่ ชาวบ้านสามารถมาเดินเก็บ หรือจ
ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163 คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552 จากซ้ายไปขวา คุณณรงค์ ทูลสูงเนิน เกษตรอำเภอน้ำยืน นำทีมงานทำข่าวทั้งวัน คุณวิไล อุตส่าห์ คุณหนูจร พุดผา ทายาทเกษตรรุ่นที่ 3 คุณอำนาจ พุดผา ลูกชายคุณหนูจร และ ว่าที่ร้อยตรี รณยศ โมฆรัตน์ คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้
โลดแล่นอยู่ในแวดวงครีเอทีฟผลิตโฆษณามายาวนาน 30 ปี ได้รับรางวัลมากมาย สำหรับ “เสกสรรค์ อุ่นจิตติ” หรือตุ้ย เด็กฝั่งธน ที่จบมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ชีวิตผกผันไปเป็นเกษตรกร หลังสวมตำแหน่งกรรมการผู้บริหารได้เพียง 4 ปี ปัจจุบันปลูกผักอยู่ที่เขาใหญ่ เจ้าของสโลแกน “ไม่แปลก ไม่ปลูก” ผักขายดี กะหล่ำปลี และมะเขือเทศเชอร์รี่ 8 สี คุณตุ้ย ในวัย 56 ปี เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจบคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำงานออกแบบ อยู่ในแวดวงโฆษณามาตลอด 30 ปี ย้ายที่ทำงานบ่อย ทุกๆ 3 ปี ย้าย 1 ครั้ง ด้วยเหตุผลว่า ทำงานบริษัทก็เหมือนมาโรงเรียน เมื่อไม่มีอะไรให้เรียนแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนที่เรียน ออกไปหาสิ่งใหม่ๆ กระทั่งตำแหน่งงานสุดท้าย คือ MD (กรรมการผู้บริหาร) เอเยนซี่รับผลิตสื่อโฆษณาแห่งหนึ่ง หลังจากรับตำแหน่ง MD ได้เงินเดือนหลายแสน คุณตุ้ย บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ทำ 4 ปี ตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่นักบริหารที่ดี ประกอบกับงานไม่สนุก หนที่สุดก็ไม่ฝืน ตัดสินใจลาออกมาเปิดบริษัทโฆษณาเป็นของตัวเองไม่มีลูกจ้าง เพราะทั้งบริษัททำอยู่คนเดียว “ผมมีลูกค้าประจำอยู่บ้าง เลยตัดสินใจลาออก
ครอบครัวของ คุณมะโนทยาน พรมกอง อพยพจากอำเภอเดชอุดม มาตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 7 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี สมัยก่อน ถึงแม้น้ำยืนจะเข้าออกลำบาก แต่ก็ดินดำน้ำดีกว่าที่เดชอุดม…ดีไม่ดีอย่างไรให้สังเกตดูที่ชื่อหมู่บ้านคือเกษตรสมบูรณ์ เมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ครอบครัวของคุณมะโนทยานปลูกข้าวไว้กิน ขณะเดียวกัน ก็ปลูกพืชไร่ จำพวกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง มีอยู่ช่วงหนึ่ง มะเขือพวงมีราคา จึงปลูกกันพอสมควร ทำให้ผลผลิตมีมาก หากนำไปขายในตัวเมืองอุบลฯ หรือที่ตลาดอำเภอวารินชำราบ ขายได้ราคาไม่ดี จึงต้องนำไปขายไกลถึงจังหวัดจันทบุรี จากซ้ายไปขวา คุณเพ็ญนภา คุณธนะศักดิ์ คุณแม่ลำเนาว์ และสมาชิกใหม่ของครอบครัว คุณมะโนทยาน นำมะเขือพวงบรรทุกรถไปขายถึงเมืองจันท์ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เมืองจันท์ในช่วงที่คุณมะโนทยานไปเห็นนั้นเป็นหน้าผลไม้ ตามข้างทางมีสวนเงาะสุกแดง ข้างทางบางแห่งมีทุเรียนวางขายอยู่เต็มไปหมด คณะที่ไปได้ซื้อชิมแล้วอร่อย ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน คุณมะโนทยานเริ่มคิดว่า น่าจะปลูกทุเรียน เพราะสภาพพื้นดินของอำเภอน้ำยืน สีเดียวกับเมืองจันท์ เพราะเป็นตะเข็บชายแด
