SMEs
เมื่อมองถึงเรื่องของการตลาดแล้ว นับได้ว่าอนาคตของปลาช่อนยังไปได้อีกไกล เพราะวิธีการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากและที่สำคัญตลาดยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค คุณขจร เชื้อขำ บ้านเลขที่ 51/3 หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาช่อนในชนิดที่ว่าตัวยงเลยก็ว่าได้ มีทั้งการเพาะพันธุ์ลูกปลาช่อน การเลี้ยงปลาช่อนส่งเนื้อขาย และที่สำคัญมีการแปรรูปสินค้าจากเนื้อปลาช่อนอีกด้วย (กลาง) คุณขจร เชื้อขำ เห็นปลาช่อน เป็นสัตว์น้ำที่น่าสนใจ คุณขจร เล่าให้ฟังว่า สมัยเริ่มแรกของช่วงอายุวัยทำงาน ตนได้เลือกอาชีพเกษตรกรรม คือการเลี้ยงปลา เมื่อคิดว่าเหมาะสมกับทางสายงานด้านนี้แล้ว จึงจับเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งปลาที่เขาเลี้ยงในช่วงแรกเป็นปลาทับทิม ต่อมาเขาได้ไปศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์ปลาช่อนจากสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้สนใจอยากเลี้ยงปลาช่อนแบบจริงจังในเวลาต่อมา “ช่วงที่เราเลี้ยงปลาทับทิมอยู่ คนในย่านนี้เขาก็เลี้ยงปลาช่อนกันอยู่ เน้นไปหาช้อนลูกปลาจากธรรมชาติ มาเลี้ยงใส่บ่อกันส่วนมาก ซึ่งช่วงนั้นที่ฟาร์มเราก็ทำแต่ยังไม่มา
คุณปราณี เพชรสวัสดิ์ แห่งปราณีฟาร์มเห็ดเยื่อไผ่ เลขที่ 119 หมู่ที่ 14 ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ (095) 462-8982 เล่าให้ฟังว่า ทำฟาร์มเห็ดเยื่อไผ่มาหลายปีแล้ว โดยได้ไปศึกษาหาความรู้จาก ดร.อานนท์ ปรมาจารย์ด้านเห็ด การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ขั้นแรกต้องทำเชื้อก่อน สูตรที่ใช้ในการเขี่ยเชื้อ เป็นสูตร RDA คือ ใช้มันฝรั่ง 200 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร กลูโคส 20 กรัม ผสมกันแล้วต้มให้มันฝรั่งเปื่อย แล้วใส่ขวดแก้วทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำหมวกเห็ดมาเขี่ยสปอร์เชื้อเห็ดใส่ นำมาวางไว้ในที่ร่ม ประมาณ 30 วัน อุณหภูมิที่ดีคือ ประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ถ้าอากาศหนาวเกินกว่านี้เชื้อจะเดินค่อนข้างช้ากว่าปกติ เมื่อเชื้อเดินดีแล้ว จึงนำมาเขี่ยใส่ขวดเพาะเชื้อ โดยใช้สูตร ข้าวฟ่างนึ่ง จนสุกดีแล้วนำมาผึ่งให้คลายร้อน แล้วบรรจุขวดเพียงครึ่งขวด รอให้เชื้อเดินจนเต็มที่ สูตรก้อนเห็ด ใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 94 เปอร์เซ็นต์ รำละเอียด 5 เปอร์เซ็นต์ ปูนขาว 0.8 เปอร์เซ็นต์ ดีเกลือ 0.2 เปอร์เซ็นต์ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำมาบรรจุถุง ขนาดของถุงที่บรรจุเชื้อเห็ดปกติแต่ใส่ในปริมาณแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ 500-600 กรัม ซึ่
คุณเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณ ติดตามงานส่งเสริมการเกษตร ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 15 ตำบล 199 หมู่บ้าน พื้นที่กว่า 1,042 ตารางกิโลเมตร นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ 10 คน ข้าวหอมมะลิ เป้าหมายหลักนำนโยบายแห่งรัฐ คือการเกษตรระบบแปลงใหญ่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างคุณภาพ การบริหารจัดการ สู่การตลาดที่ดี ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) ข้าวหอมมะลิ ฐานเรียนรู้เรื่อง ดิน น้ำ ข้าว พืช สัตว์ ประมง แปรรูปผลผลิต สู่การตลาดคุณภาพ เป็นศูนย์การศึกษาดูงานของชุมชน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง เป้าหมาย คือ เกษตรกรกินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด ครอบครัวเกษตรกรมีความสุข กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องแบกรับภารกิจหลัก ผ่านทางพบ คุณยอด หลักสนาม อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.15 บ้านหนองมั่ง ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โทร.083-3447040 เกษตรกรหนุ่มใหญ่ กำลังก้มๆเงย ในแปลงพืชผัก เป็นมะเขือเปราะ อายุ 35-40 วัน ปลูกด้วยการบริหารจัดการน้ำแบบประหยัด สูบน้ำใต้ดินมาใช้ คลุมหน้าดินด้วยฟางข้าว
การปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งในโครงการที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกในช่วงหน้าแล้ง เพื่อลดพื้นที่การทำนาปรัง ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานพร้อมกับได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเปิดตลาดรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านที่ปลูกมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด คุณแสวง ทองท่อน อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 6 ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชาวบ้านที่ยึดอาชีพเกษตรกรรมด้วยการปลูกข้าว สลับกับการปลูกพืชอายุสั้นอย่างมะเขือลาย แต่ต้องใช้สารเคมีมากจนทนไม่ไหวจึงเลิกเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้บริโภค จากนั้นจึงหันมาปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์แทนเพราะไม่ต้องใช้สารเคมี แถมยังทำให้ต้นทุนต่ำ คุณทวี มาสขาว (ขวา) เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี เข้าเยี่ยมชมไร่ข้าวโพดของคุณแสวง คุณแสวงใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 8 ไร่ แล้วใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 22 กิโลกรัม เป็นข้าวโพดพันธุ์แปซิฟิก 99 เหตุผลที่เลือกใช้พันธุ์นี้เพราะได้รับการแนะนำจากเพื่อนบ้านหลายราย เนื่องจากมีข้อดีคือให้ความเข้มข้นของแป้งสูง อีกทั้งยังให้ผลผลิตมากด้วย การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพด คุณแสวง บอกว่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้
คุณสันทัด ไทรทอง อยู่ที่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 9 ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาพืชสวน จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อปี 2555 จึงได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับงานด้านการจัดสวนอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาเริ่มอิ่มตัวกับงานทางด้านนี้จึงได้ลาออกมาอยู่บ้านพื้นทำงานทางด้านการเกษตร คุณสันทัด ไทรทอง “ช่วงที่เราทำงานบริษัทรู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอิสระ และยิ่งอยู่ในเมืองหลวงด้วยแล้ว ผมก็ว่ามันดูวุ่นวาย ชอบอยู่แบบธรรมชาติบ้านเกิดมากกว่า เลยคิดที่อยากจะกลับมาทำมาหากินในพื้นที่ว่างของที่บ้าน เพราะรู้สึกว่าเราสามารถเป็นนายตัวเองได้ จึงตัดสินใจลาออกมา และใช้พื้นที่ว่างที่เรามีอยู่มาทำเป็นอาชีพสร้างเงิน” คุณสันทัด เล่าถึงที่มา เมื่อตกลงปลงใจที่จะกลับมาอยู่บ้านแล้ว คุณสันทัด บอกว่า ได้มองหาพืชที่จะทำเงินให้กับเขาสามารถมีรายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจเลือกปลูกมะลิ เพราะเป็นพรรณไม้ที่สามารถผลิตดอกและนำไปขายได้ โดยที่ชุมชนในย่านนี้มีแต่แปลงที่ปลูกดอกดาวเรือง ส่วนแปลงที่ปลูกดอกมะลิยังมีค่อนข้างน้อย ซึ่งมะลิที่
พื้นที่กว่าร้อยละ 90 ของจังหวัดทางภาคใต้เป็นแหล่งปลูกและแปรรูปกาแฟ โดยส่วนที่เหลือจะปลูกมากตามดอยสูงต่างๆ ทางภาคเหนือ ความสมบูรณ์และคุณภาพของกาแฟจากพื้นที่ทั้งสองแหล่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยสภาพทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต จนทำให้เกิดแบรนด์ดังหลายยี่ห้อ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมทางภาคอีสานจึงไม่ค่อยพบเห็นหรือได้ยินแบรนด์กาแฟบ้าง ฉะนั้น คอลัมน์ตลาดสินค้าเกษตรฯ เล่มนี้ จึงต้องการพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับกาแฟชื่อดังทางภาคอีสานยี่ห้อหนึ่งที่ชื่อ “โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่วังน้ำเขียว มีศักยภาพปลูกกาแฟได้คุณภาพ “โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” มีจุดเริ่มต้นมาจากความพยายามของ คุณปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ ที่ชักชวนชาวบ้านในพื้นที่ ให้ปลูกกาแฟแนวอินทรีย์อย่างมีคุณภาพ ป้อนเข้าสู่กลุ่ม “ผู้ปลูกกาแฟวังน้ำเขียว” เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟและเครื่องสำอางกาแฟ ส่งขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมทั่วประเทศ พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมในบริเวณร้านให้เป็นโมเดลผลิตและแปรรูปกาแฟเพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำบรรยากาศอีกด้วย คุณปกรณ์
สถานการณ์น้ำน้อยทางภาคอีสานดูจะสร้างปัญหาให้กับอาชีพปลูกข้าวของชาวบ้านหลายพื้นที่จนต้องหาทางปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน อย่างชาวบ้านที่ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ขานรับแนวทางของภาครัฐเพื่อที่จะปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างผักขะแยง ซึ่งมีคุณสมบัติใช้น้ำน้อย อายุสั้น เก็บเกี่ยวมีรายได้แบบวันต่อวัน ลักษณะการปลูกผักขะแยงของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวหรือพื้นที่บริเวณบ้านที่มีจำนวนเนื้อที่แตกต่างกันตามกำลังของครัวเรือน โดยชาวบ้านจะรวมตัวเป็นกลุ่มทั้งหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งวิธีการปลูก การดูแล รวมไปถึงการขาย จนเกิดความเข้มแข็งสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือน จนได้รับการกล่าวขานว่า “หมู่บ้านผักขะแยงเงินล้าน” คุณแพ พรมวิจิตร บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 14 ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (087) 870-4290 ทำอาชีพปลูกผักขะแยงกับบัวบกสร้างรายได้มานานเกือบ 10 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยออกไปทำงานยังจังหวัดต่างถิ่น แต่ต้องประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับครอบครัว คุณแพ พรมวิจิตร คุณแพเริ่มปลูกผักขะแยงในพื้นที
ถ้าจำไม่ผิด เหมือนเราจะเคยพากันไปเดินตลาดในเกาหลีเหนือมาแล้วด้วยอารมณ์เหวอๆ แถมตุ๊มต่อม ด้วยเพราะตลาดของเขาแทบไม่มีอะไรวางขาย คนส่วนใหญ่เขาแทบไม่ซื้อขายอะไรกัน หากจะมีบ้างเขาก็ไปซื้อในร้านของรัฐบาล ผักหญ้าก็ปลูกกินกันเองไม่ค่อยซื้อ ตลาดจึงหงอยหนักหนา เดินตลาดเกาหลีเหนือจึงไม่มีอะไรสนุก แถมอาการระแวดระวังหนักหนาของคนเกาหลีเหนือที่มีต่อคนแปลกหน้า ก็ให้ทั้งเศร้าและเซ็ง ซึ่งก็ต้องเข้าใจเขา เขาอยู่ในประเทศสังคมนิยมที่ปกครองแบบปิดมาเกือบ 50 ปี เรื่องราวภายในเกาหลีเหนือเป็นอย่างไร เราก็รู้กันดี คราวนี้เราไปเดินตลาดเมืองพรมแดนจีนติดเกาหลีเหนือ เรียกว่าเมืองหน้าด่าน เพราะประชิดกันแค่แม่น้ำกั้น เมืองตานตง หรือ Dandong อยู่ชายแดนจีน นั่งรถไฟจากปักกิ่งไป 13 ชั่วโมง หรือจะนั่งเครื่องบินไปก็แค่ 3 ชั่วโมง ทุกวันนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไปกันปีละหลายล้านคน ไม่มีอะไร พากันไปชะโงกดูเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือไม่อนุญาตให้คนต่างประเทศเข้าไปท่องเที่ยวได้ง่ายๆ แต่เมื่ออยากรู้อยากเห็นกัน วิธีที่ดีที่สุดคือมาที่เมืองตานตง ไปยืนบนฝั่งแม่น้ำยาลู แล้วก็มองไปฝั่งตรงข้าม เท่านั้นก็จะได้เห็นเกาหลีเหนือของจริง เมืองข
ลูกค้างานจัดเลี้ยงเจ้าประจำ ตามผมให้ไปทำงานเลี้ยงเมนูสุดหรู งบประมาณคุยกันได้ นานๆ ผมถึงจะรับจัดเลี้ยงสักเจ้าหนึ่ง ไม่ได้ทำประจำ เอาประเภทขายไอเดีย วัตถุดิบดี และอร่อยๆ คราวนี้ลูกค้าต้องการให้จัดงานตั้งแต่เช้ายันดึก มีคนเสิร์ฟผูกเนกไท เสิร์ฟไวน์ แขกประมาณ 10-15 คนในแต่ละรอบ ไม่ถึงกับหรูมาก แต่น้องๆ ระดับโรงแรม 4 ดาว เช้า เขาขอเป็นข้าวต้มกุ้งตัวโตๆ กับ ชุดขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา กาแฟสดชงเครื่อง ชาฝรั่งอิงลิชเบรกฟาสท์ เอิร์ลเกรย์ ชาจีนหอมมะลิ แขกเช้ารวมเลี้ยงพระเช้า แถมด้วยอาหารเพลใส่ปิ่นโตถวายพระกลับไปด้วยกลางวัน เป็นชุดอาหารไทยแท้ผสมจีนเล็กน้อย ซุปเยื่อไผ่ซี่โครงหมูอ่อน น้ำพริกกุ้งแก้ว ผัดก้านคะน้าฮ่องกงปลาช่อนแม่ลา เนื้อปูก้อนผัดพริกเหลือง ปลากะพงทอดกระเทียม ข้าวหอมมะลิ ผลไม้สด เต้าทึงน้ำลำไย ขนมจีบไทยไส้กุ้งและหอยแมลงภู่ซอสกระเทียม เย็น เป็นไทยฟิวชั่นผสมฝรั่ง เสิร์ฟทีละจาน – จานแรก เป็นขนมจีบไทยไส้กุ้ง กับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบซอสกระเทียม – จานที่สอง เป็นซุปครีมต้มข่าอ่อนเนื้อไก่ในลูกมะพร้าวอ่อน – จานที่สาม เป็น ยำส้มสายน้ำผึ้งแช่เย็นในผลส้ม และ พล่าคอหมูย่างน้ำมะกรูด
ตลาดนัดเปิดท้ายบ้านๆ ลักษณะนี้ จะมีให้เห็นไม่มากนัก ในประเทศมาเลเซีย ในภาพที่เห็นเป็นตลาดนัดเปิดท้าย มีของขายทุกชนิด ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบในกลุ่มผัก ผลไม้ สินค้าสำคัญรองลงมาเป็นอาหารปรุงสำเร็จรูป อาหารคาวหวานท้องถิ่นหลากหลาย (ยงเต้าหู้ โรจัก) ดังตลาดนี้ เป็นตลาดนัดที่ขายทุกวันจันทร์ ตั้งอยู่บนถนนข้าง KSL resort ในเมือง Johor Bahru ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเมือง Johor Bahru เป็นเมืองชายแดนติดกับ woodlands ประเทศสิงคโปร์ ตลาดนัดจะเริ่มช่วงบ่ายไปจนดึก เจ้าของร้านเป็นคนจีนมาเลย์ และ คนมาเลย์โดยแท้ ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์
