SMEs
เผลอแพล็บเดียว เบเกอรี่แบรนด์ “Only Amy’s” ของ “เอมี่-เอมิกา กลิ่นประทุม” นักแสดงสาวช่อง 7 ขายมา 3 ปีแล้ว ซึ่งยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อยามไปออกบู๊ธตามงานต่างๆ ปรากฏว่ามีแฟนๆ ของเธอไปอุดหนุนกันอุ่นหนาฝาคั่ง พอซื้อเสร็จก็ขอถ่ายรูปกับดาราคนสวยเก็บไว้เป็นที่ระลึก สาวเอมี่ บอกเล่าความเป็นมาของธุรกิจนี้ว่า เริ่มจากน้องสาวเป็นคนทำเบเกอรี่อร่อย โดยเฉพาะบราวนี่ จึงได้เรียนรู้จากน้องสาว และทำไปฝากพรรคพวกเพื่อนฝูงในกองถ่ายและผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ซึ่งต่างก็ชอบเพราะไม่หวาน ต่อมาเริ่มรับออร์เดอร์ แต่ช่วงแรกรับไม่มาก เนื่องจากน้องสาวมีงานประจำ หลังจากมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้องสาวตัดสินใจเลิกทำงานประจำหันมาทำเบเกอรี่เต็มตัว จึงรับออร์เดอร์ได้มากขึ้นโดยช่วยกันหลังเลิกจากการถ่ายทำละคร เพราะถ่ายเป็นบางวันเท่านั้น รวมทั้งออกบู๊ธมากขึ้น เดือนหนึ่ง 3-4 ครั้ง “ปีหลังๆ เริ่มบริหารดีขึ้น พอถึงบ้าน 3 ทุ่มทำตอนกลางคืน วันไหนไม่ถ่ายละครก็ทำขนม ทำทั้งวัน ล็อกไว้เลย อย่างก่อนออกบู๊ธ 1 วันจะทำขนมกัน เพราะไม่ใช่แค่ทำ ต้องแพ็ก ต้องห่อ ต้องใส่กล่อง ไม่ได้จ้างใคร ทำกับน้องสาว และบางทีมีเพื่อนมาช่วยทำ” ใน
หากเอ่ยถึงเมนูอาหารที่ทำจากเนื้อปลากราย สิ่งที่ทุกคนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้น ทอดมันปลากราย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเนื้อปลากรายนั้นสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นแกงป่า หรือแม้แต่แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ฯลฯ คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบปลากรายมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้สัตว์น้ำจืดชนิดนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ที่อยากทดลองเพาะพันธุ์ด้วยสองมือของเขาเอง ซึ่งจากความพยายามไม่ได้นำมาแต่ความสำเร็จ แต่สามารถเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้อีกด้วย ทำอาชีพนี้ เพราะความชอบ คุณวิทยา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีอาชีพทำงานเกี่ยวกับเครื่องกลอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมา ปี 2543 มีเหตุต้องย้ายมาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาเพื่อเป็นอาชีพในขณะนั้นด้วย “เหตุที่ต้องย้ายมาที่นี่ พอดีแม่ของภรรยาเสียชีวิต ก็เลยได้ย้ายมาอยู่ที่สุพรรณฯ ซึ่งเราเป็นคนที่ชอบปลากรายอยู่แล้วสมัยยังเด็ก ช่วงนั้นก็เลยลองเพาะพันธุ์ดู ก็ทดลองเพาะกับธรรมชาติก่อน คือใช้บ่อใช้คลองแบบธรรมชาติ
กุ้งก้ามแดง หรือที่บางคนเรียก ล็อบสเตอร์น้ำจืด เป็นสายพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกุ้งก้ามแดงได้นำมาทดลองเลี้ยงในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เล็งเห็นความต้องการของตลาด ทรงทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร และได้มอบหมายให้โครงการหลวงดอยอินทนนท์ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่ กรมประมง หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์ ทำการศึกษาทดลองเลี้ยง ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยผลผลิตรุ่นแรกได้ถูกนำมาใช้ประกอบอาหารในการถวายเลี้ยงแก่พระราชอาคันตุกะในวันที่ 13 มิถุนายน 2549 ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากนั้นมา หน่วยวิจัยประมงน้ำจืดบนพื้นที่สูงอินทนนท์ก็ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง (ปกากะญอ) ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว และจากการเลี้ยงในนาข้าวของเกษตรกรที่บ้านแม่กลางหลวงดอยอินทนนท์ นำมาสู่การเลี้ยงและขยายพันธุ์กุ้งก้ามแดงเพื่อจำหน่ายเป็นเชิงการค้าได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา รวมถึงมีการขยายพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในพื้นที่อื่น
สำหรับเมนูอาหารนั้นด้วยความที่ร้าน NETA FISH&MEAT มีเมนูมากกว่า 100 เมนู ทั้งประเภทปลาและเนื้อ อาทิ แซลมอนซาซิมิ, แซลมอนแช่น้ำปลา, มิกิภูเขาไฟแซลมอน, ซูชิหลากหลายหน้า, เนื้อวากิวกระทะร้อน และประเภทปิ้งย่าง ยากิโทริ ฯลฯ ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรหากจุดเริ่มต้นทำด้วยใจที่มีความสุขก็ย่อมทำให้ธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จไปเกินครึ่ง เช่นเดียวกับ “เตชินท์-จิรัฐชัย ชยุติ” ที่ตอนนี้กำลังถ่ายทำซีรีส์ “เจ้าเวหา ตอน พิชิตแดนใจ” ทางช่องทรูโฟร์ยู อดีตนักร้องวัยใสที่ช่วงนี้ขอพักวางไมค์มาลุยธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นบุฟเฟ่ต์ “NETA FISH&MEAT” เดอะสตรีท รัชดาภิเษก โดยเจ้าของร้านอยากให้คนในเมืองได้รับประทานอาหารอร่อยและคุ้ม ความเด็ดอยู่ที่บุฟเฟ่ต์ครบวงจร ลูกค้ามานั่งสั่ง และได้รับประทานของอร่อยๆ สดใหม่ วันต่อวัน สำหรับชื่อร้าน “NETA” เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่าท็อปปิ้งที่อยู่บนข้าวปั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อและปลาแซลมอน ซึ่งที่นี่จะเป็นร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นที่มี 100 กว่าเมนู สามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานประเภทเนื้อหรือปลา หรือจะเลือกทั้ง 2 แบบ โดยเจ้าของร้านบอกกล่าวว่าเริ่มแรกทำร้านยอมรับว่าเครียด เพราะเป็นงานที่แต
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ในบ้านเราต่างพุ่งเป้าไปที่การทำธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV เพราะหลายประเทศเปิดเสรีทางการค้าและมีกำลังซื้อมากขึ้น อย่าง คุณถาวร พิลาจันทร์ เจ้าของบริษัท ไททุนทวี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าไปทำธุรกิจส่งออกที่ประเทศลาว โดยจำหน่าย “ปลากระป๋อง” หลากหลายแบรนด์ และแม้เพิ่งจะทำอย่างเป็นระบบและเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว แต่กิจการก็เติบโตดี โอกาสใน CLMV คุณถาวร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศ และเคยไปอยู่ที่ประเทศอิสราเอลนาน 17 ปี ทำให้รู้ความต้องการของลูกค้าต่างชาติและคนไทยในต่างแดน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มาทำธุรกิจส่งออกสินค้า และเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างกลุ่มประเทศ CLMV ยังมีโอกาสอีกเยอะ ด้วยเหตุผลว่าประเทศเหล่านี้ยังไม่มีการผลิตที่หลากหลาย อย่างเวียดนามที่มีประชากรถึง 92 ล้านคน ต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยส่งน้ำตาลทรายไปขายที่ประเทศลาว และหากลูกค้าอยากได้สินค้าประเภทไหนก็จัดหาให้ตามความต้องการ สำหรับสินค้าหลักที่ส่งไปที่ประเทศลาวคือ ปลากระป๋อง ซึ่งทางคุณถาวรจ้างบร
เรื่องเศร้าสลดที่ญี่ปุ่นไม่กี่วันก่อน ทำให้ฉันนึกถึงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เคยถกเถียงกับเพื่อนมาตลอดหลายสิบปีที่ไปๆ มาๆ ประเทศนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นมักเป็นอาชญากรรมรุนแรง สมัยฉันไปเรียนเมื่อก่อนโน้น คดีที่มักเกิดขึ้นคืออาชญากรรมของแก๊งยากูซ่า ฆ่าพวกเดียวกัน ฆ่าศัตรู ฆ่าโสเภณีที่หนีจากการควบคุม คือ มันสะท้อนภาพดำมืดออกมาอย่างรุนแรงเท่าที่จะทำได้ในสังคมที่คนโค้งแทบจดดินเวลาพบปะกัน ไม่นานต่อมา มักมีข่าวเรื่องการผลักคนให้รถไฟชน มีปีละไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งรุนแรงเกินจะนึกได้ว่าคนกับคนทำกันอย่างนั้นได้อย่างไร ญี่ปุ่นเป็นเหมือนบ้านที่สาม รองจากอเมริกา และไทย ฉันผูกพันกับญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นมากมายเกินกว่าจะพูดได้หมด จึงเศร้าสลดทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ล่าสุดที่เหยื่อคือคนพิการ 10 กว่าคน ฉันพูดไม่ออกไปตลอดทั้งวัน ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ คนวัยทำงานมีน้อยกว่าคนที่กินเงินเกษียณ สังคมที่เหน็ดเหนื่อยกับการแบกรับภาระหนักเช่นนี้ จึงมีอาการ “สติแตก” อย่างมากทั้งปริมาณและความรุนแรง คนรุ่นใหม่มักมองว่าคนแก่เป็นภาระ ทั้งที่ต
อย่างที่ทราบกันอยู่ทุกปีว่า ทุกเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน แล้ง มะนาวแพงแสนแพง และได้ยินเสียงบ่นอยู่ทุกปี ครั้นจะไปเริ่มต้นทำในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอนำเสนอการทำมะนาวนอกฤดู เพื่อให้ออกผลในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งจะต้องเตรียมตัวทำเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มะนาวออกดอกเต็มที่ในเดือนพฤศจิกายน (เดือนหน้านี้) และไปเก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งขั้นตอนการทำทั้งหมด ได้จาก คุณประเวศ แสงเพชร อดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร ที่ออกมาให้ความรู้ในเรื่องการทำมะนาวนอกฤดูอยู่หลายครั้ง ขั้นตอน เริ่มจากเลือกกระถางเคลือบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15-18 นิ้ว ทำความสะอาดทั้งด้านนอกและด้านใน เตรียมดินปลูกที่มีส่วนผสมของดินร่วนสะอาด กับ กาบมะพร้าวสับขนาดเล็ก อัตรา 3 : 1 และเติมปุ๋ยคอกเก่าเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดก้นกระถางด้วยเศษอิฐหัก หรือกระถางแตก ป้องกันไม่ให้ดินไหลออกจากกระถาง ใส่ดินผสมลงเกือบเต็มกระถาง นำกิ่งพันธุ์มะนาวที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่แตกกิ่งก้านมาก ถ้าเป็นกิ่งเดี่ยวยิ่งดี ฉีกถุงเพาะชำออก ระวังอย่าให้รากฉีกขาด ปลูกลงกลาง
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส้มตำ เป็นเมนูอาหารหลักของประเทศไทยไปแล้วก็ว่าได้ กินกันทุกภาค ทุกเพศ ทุกวัย และมีขายแทบจะทุกตรอก ซอกซอย ถ้าเป็นเขตภูมิประเทศ ก็เรียกว่าแทบจะย่อยแสนย่อยจะต้องมีร้านส้มตำ และเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีโอกาสปลูกมะละกอพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีลักษณะดีกว่าพันธุ์เดิม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้มากขึ้น ล่าสุด บริษัทเอกชน ได้ปรับปรุงมะละกอพันธุ์ใหม่ ที่ชื่อว่า พันธุ์ “ส้มตำ” โดยใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ทั้งหมด 15 ปี ปัจจุบัน ได้จดทะเบียนสายพันธุ์เรียบร้อยแล้ว บริษัทดังกล่าว ได้ปรับปรุงพันธุ์มะละกอทุกขั้นตอนโดยวิธีธรรมชาติ เริ่มจากตรวจสอบ ดีเอ็นเอ (DNA) ทุกสายพันธุ์ที่มีทั้งหมดว่า ปลอดจากกระบวนการตัดต่อพันธุกรรม (Non GMO) หลังจากนั้น ย้ายปลูกในสภาพไร่ เพื่อคัดสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรคไวรัสใบจุดวงแหวน จึงผสมคัดเลือกสายพันธุ์พ่อ แม่ ที่มีลักษณะผลที่ตรงตามความต้องการของตลาดส้มตำ และมีความทนทานต่อโรคไวรัส ทางบริษัทเน้นวิจัยเรื่องการเปลี่ยนเพศของดอกมะละกอในสภาพร้อนจัดและหนาวจัด ก่อนทำลูกผสม และทดสอบ เก็บข้อมูลในสถานีทดลอง และแปลงเกษตรกร เพื่อคำนวณผลผลิตต่อต้น น้ำหนักผล ความ
อยากมั่ง อยากมี กลายเป็นหนี้สิน หลังศึกษาจบด้านช่างกล คุณยวง เขียวนิล สอบเข้ารับราชการ แต่ทำงานเนิ่นนาน 10 ปีก็ไม่รวย เหลือบเห็นเพื่อนทำธุรกิจส่วนตัวแล้วรุ่ง จึงเลือกเดินตาม เปิดร้านเหล็กดัด มุ้งลวด และกระจก จากเป้าหมาย “รวย” กลายเป็น “หนี้” ขายที่ขายทางจนหมด หอบเงินก้อนที่เหลือจากการใช้หนี้ เปิดธุรกิจผลิตโครงหลังคาเหล็ก เดินทางจากบ้านไปอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่สุดท้ายคือ บอบช้ำซ้ำซาก เดินทางกลับมาขอปันพื้นที่ 4 ไร่ของแม่ยาย ในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี หวังทำนาสร้างหนทางเกษตรกรรม แต่กลับเลือกทางผิด กลายเป็นคนติดเหล้า จนเป็นพิษสุราเรื้อรัง “วันๆ กินแต่เหล้า ใครห้าม ก็บอก ตับของกู ตังค์ของกู ขนาดแม่ห้ามยังไม่ฟัง กินเหล้าตั้งแต่ปี 2531 กระทั่งปี 2534 กลายเป็นพิษสุราเรื้อรัง และร่างกายทรุดหนักในปี 2537 ตอนนั้นคิดว่าถ้าไม่เลิก คงตาย จึงหักดิบ แต่กลับแย่ ภรรยาจึงต้องพาไปหาหมอ ใช้เวลารักษา และพักฟื้นอยู่ 1 ปี เลิกเหล้าได้แบบเด็ดขาด” เมื่ออาการกลับมาดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ภรรยาได้รับช่วงมรดกที่ดินรวม 44 ไร่ จึงตั้งใจสู่การเป็นเกษตรกรเต็มตัว “ผมเดินทางไปพบเกษตรอำเภอ สอบถามถึงการทำเกษต
ผักสวนครัว อย่างกะเพรา แมงลัก และโหระพา แม้เป็นผักพื้นๆ ราคาไม่แพง แต่ก็เป็นผักที่คนไทยบริโภคตลอดทั้งปี ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัด สระบุรี คุณป้ามณี วงศ์มหิงค์ ปลูกกะเพรา โหระพา และแมงลัก ไว้ 1 ไร่ ก็สามารถตัดขายได้ทั้งปี คุณป้ามณี เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยทำนา แต่สู้กับภาวะแล้งไม่ไหว เลยหันมาปลูกผักสวนครัว ซึ่งทำรายได้ทุกวัน ตกวันละ 500 บาท โดยบอกว่า แค่ 1 ไร่ก็ตัดขายไม่ทันแล้ว อย่างกะเพรา เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ส่วนการปลูกก็ง่ายมาก ขุดหลุมตื้นๆ ปลูก รดน้ำ แล้วใส่ปุ๋ยคอก จากนั้น รดน้ำวันละครั้ง พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ถึง 15000 ต้น หลังจากปลูกแล้ว 30 วันก็เก็บขายได้ และเก็บขายได้นาน 6-7 เดือน โดยจะเก็บได้ 10-15 ครั้ง จากนั้น ก็จะตัดได้น้อยลงไปเรื่อยๆ ชมคลิป การปลูก การตัดขาย
