SMEs
ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักตามแหล่งค้าขายยอดฮิต อย่าง ตลาดนัดยามค่ำคืน ที่กระจายอยู่แทบทุกมุมเมือง เรื่องของ “การแข่งขัน” ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การหา “จุดขาย” ที่ “โดดเด่น” และ “แตกต่าง” ของเหล่าผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ในทุกประเภทสินค้าจึงนับเป็นเรื่องจำเป็น ว่ากันถึงสินค้ากลุ่มอาหาร เป็นอันรู้กันใครๆก็อยากทำออกมาขาย เพราะเชื่อกันว่า น่าจะขายได้ ขายง่าย กว่าสินค้าประเภทอื่น “สถานี มี หอย” คือ ร้านอาหาร ชื่อเรียกชวนอมยิ้ม เปิดให้บริการอยู่ที่โซนอาหาร ของ หัวมุม Market & More ตลาดนัดยามค่ำคืน ย่านเกษตร-นวมินทร์ ร้านแห่งนี้มีเมนูหลักเพียง 3 รายการ คือ หอยแครงลวก หอยหวานลวก และ หอยแมลงภู่อบ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มสองรส หวานกับเปรี้ยว ตั้งราคาขายจานละ 100 บาท เหมือนกันหมด แต่แตกต่างกันที่ปริมาณของหอยแต่ละชนิด แต่ถ้าสั่งชุด “หอยรวม” ทั้งสามชนิด เสิร์ฟมาในจานใหญ่ ทางร้านตั้งราคาไว้ 290 บาท สำรวจบรรยากาศโดยรอบ ไม่มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ โต๊ะ-เก้าอี้ ก็เลือกใช้วัสดุง่ายๆเป็นพาเลทไม้ มาต่อๆกัน แต่ที่เห็นว่าน่าจะสะดุดตา เรียกให้ผู้คนหยุดยืนอ่านได้ไม่น้อย คงเป็นป้ายไวนิล พื้นเขียวตัวหนัง
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ ลาดพร้าว ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงว่า มูลนิธิข้าวไทยฯ และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ร่วมกันจัดประกวด “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 สำหรับการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยในปีนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน อาศัยเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ข้าวไทย มีศักยภาพในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ และผลประโยชน์ที่ได้รับทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 จะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 80,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท (2 รางวัล) รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท” ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล(ที่3จากขวา) ถ่ายภาพร่วมกับบรรดาเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ผลการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปีนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการ
เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของวงการโอท็อปอีกครั้ง สำหรับโครงการ “ประชารัฐพัฒนา OTOP Potential Growth” อันเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรของกรมการพัฒนาชุมชนที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง คุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดี พช. พร้อมด้วย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้ร่วมลงนามความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน คุณอภิชาติ เกริ่นว่า ในส่วนของ พช. ซึ่งรับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการโอท็อปใน 5 ด้าน คือ 1) การเข้าถึงปัจจัยการผลิต 2) การบริหารจัดการ 3) องค์ความรู้ 4) การตลาด และ 5) การประชาสัมพันธ์และการรับรู้ เพื่อให้โอท็อปเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมต่อไป แต่หากติดตามข่าวคราวจะเห็นว่ายังมีจุดอ่อนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะในด้านการตลาด นำพัฒนากรอบรมเพิ่มกึ๋น ดังนั้น เพื่อให้มีการพัฒนาสินค้าโอท็อปอย่างต่อเนื่อง พช. จึงได้ร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดย ศูนย์ให้คำปรึกษาและพั
ไทย เป็นอีกประเทศในโลกที่ผลิตกล้วยไม้ได้อย่างมีคุณภาพ แหล่งปลูกกล้วยไม้หลายแห่งมีศักยภาพในการผลิตกล้วยไม้ได้จำนวนมาก สามารถส่งขายได้ทั้งภายในและต่างประเทศ การผลิตกล้วยไม้ไม่เพียงแต่เจ้าของธุรกิจจะต้องแข่งขันกับหลายประเทศที่ผลิตอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังต้องเอาชนะธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงจนทำให้กระทบกับยอดและคุณภาพผลผลิตอีกด้วย แต่ด้วยใจสู้ของชาวสวนกล้วยไม้ไทยต่างหาวิธีเอาชนะกับปัญหาอุปสรรคอย่างไม่ท้อ ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้า ฉบับนี้พาท่านผู้อ่านไปพบกับ คุณสมชาย เลิศรุ่งวิทยาชัย อยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 7 ตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เจ้าของสวนกล้วยไม้ ที่ชื่อ “สวนหมื่นล้านออร์คิด” เป็นสวนกล้วยไม้สกุลหวายตัดดอกที่มีคุณภาพขนาดใหญ่ย่านบางเลน ขายส่งทั้งตลาดในและต่างประเทศ พบปัญหาจำนวนมะพร้าวลดลง หายาก ราคาแพง ส่งผลต่อการทำธุรกิจ ความจริงแล้วสวนกล้วยไม้เมื่อมองจากภายนอกก็เหมือนกัน แต่ถ้าได้เดินเข้าไปในแปลงปลูกกล้วยไม้ของสวนคุณสมชายจะพบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของกล้วยไม้ที่ปลูก ใช้บล็อกซีเมนต์เป็นวัสดุปลูกแทนกาบมะพร้าว ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ให้ผลผลิตสมบูรณ์ทั้งขนาดและความสวยสด แถมยังประหยัดค
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว การทำงานที่รับแต่เงินเดือนอย่างเดียว อาจจะเสี่ยงเกินไปในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ดังนั้น การหาอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วยโดยไม่กระทบกับ หน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ จึงเป็นทางเลือกที่ดี เช่นเดียวกับ คุณซิน สุมนา แจวเจริญวงศ์ วัย 44 ปี ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทบาทนักข่าวภาคสนาม ช่อง 3 ของเธอ ด้วยว่า เห็นจากหน้าจอทีวีบ่อยๆ นอกจากการทำงานในอาชีพนักข่าวแล้ว วันนี้ คุณซิน สวมบทบาท คุณแม่ ของน้องชะเอม วัย 2 ขวบ ซึ่ง ชื่อแบรนด์ปลาทูต้มหวานที่เธอทำอยู่ ก็มาจากชื่อลูกสาวตัวน้อยของเธอนั่นเอง คุณซิน เล่าว่า ปลาทูต้มหวาน เดิมทีเป็นธุรกิจของครอบครัว ตั้งแต่สมัยคุณย่า เมื่อสักราว 50 ปีมาแล้ว ด้วยพื้นเพเป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร คุณย่าทำปลาทูต้มหวาน และนำไป หาบเร่ขายยังเมืองคอน (จ.นครศรีธรรมราช) สืบต่อจากคุณย่า ก็เป็นคุณป้า ที่ปัจจุบันยังยึดอาชีพนี้ โดย มีญาติที่เป็นคุณอา มีเรือประมง ออกหาปลาทู ได้ปลาทูคุณภาพ สามารถคัดตัวสวยๆ มาทำได้เอง สำหรับปลาทูต้มหวาน สูตรคุณย่านี้ ต้องเคี่ยวถึง 7 วัน 7 คืน จนก้างนิ่ม กินได้ทั้งตัว โดยก่อนนำไปเคี่ยว ก็ใช้ไม้ไผ่ หรือชานอ้อย วางปูพื้น เอา
เว็บไซต์ ดิ อินดีเพนเดนต์ ของอังกฤษรายงานว่า ฟานมูฟ บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ ประสบปัญหาจักรยานได้รับความเสียหายจำนวนมากระหว่างการขนส่ง ดูเหมือนว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้แล้วด้วยวิธีการง่ายๆ นั่นคือพิมพ์ภาพโทรทัศน์จอแบนไว้ข้างกล่อง และด้วยวิธีการที่ทำให้ดูเหมือนว่า กล่องใส่จักรยานเหมือนเป็นกล่องใส่ทีวี ทำให้ฟานมูฟ ที่ส่งออกจักรยานให้กับลูกค้าในต่างประเทศ ลดความเสียหายลงได้มากถึงราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ ทาโก คาร์เลียร์ ผู้ร่วมก่อตั้งฟานมูฟเปิดเผยกับดิ อินดีเพนเดนท์ว่า “เราได้แนวคิดนี้หลังจากที่สินค้าของเราเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนที่ถูกขนส่งในสหรัฐ” “ท้ายที่สุดแล้วร้านของเราในบรู๊กลินเต็มไปด้วยจักรยานมือ 1 มีตำหนิที่เรานำมาซ่อมแซมใหม่และนำมาขายลดราคา” คาร์เลียร์กล่าว และว่า “ทีมงานของเราปรึกษากันและเห็นว่าผู้ส่งสินค้าจะระมัดระวังกับบรรจุภัณฑ์มากกว่าหากพวกเขารู้ว่ามีสินค้าราคาสูงอยู่ภายใน และจากการที่กล่องของเรามีขนาดเท่าๆ กับทีวีจอแบนขนาดใหญ่ เราจึงตัดสินใจที่จะพิมพ์ภาพทีวีลงไปบนกล่อง ซึ่งมันได้ผลดีมาก ในสหรัฐความเสียหายของสินค้าลดลงราว 70-80 เปอร์
เรียกเสียงฮือฮาไปเมื่อไม่นาน สำหรับการเปิดตัว “แหลมเกต อินฟินิท” ร้านอาหารซีฟู้ดบุฟเฟต์ ย่านจตุจักร ที่สุดเลิศหรูอลังการไม่เหมือนงานเปิดร้านขายอาหารทั่วไป ลองสำรวจบรรยากาศร้านโดยรอบบนพื้นที่ 666 ตารางเมตร บริเวณชั้น 2 ของเอสเจ อินฟินิท ทาวเวอร์ พบว่ามีความแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป ดูหรูหราราวกับเวทีละครโรงใหญ่ ที่พร้อมจะเปิดม่านต้อนรับการมาเยือนของแขกนับพันคน เมื่อถึงเวลาทำการแสดง เมื่อไล่เรียงไปที่เมนูประจำร้าน ยังพบความแปลกตาน่าสนใจอีกหนึ่งประเด็น เห็นจะเป็นเรื่องของเมนูอาหาร เพราะโดยทั่วไป เมนูอาหาร มักมีแค่ตัวหนังสือหรือไม่ก็ภาพถ่ายประกอบ แต่เมนูอาหารของ “แหลมเกต อินฟินิท”แห่งนี้ มีภาพวาดสีน้ำมันแนวเสมือนจริงจัดเรียงรายอยู่บนเมนูสองหน้ากระดาษ เรียกว่าโดนใจ “สายอาร์ต”ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับความเป็นมาของเมนู ที่เป็นงานศิลป์รังสรรค์ความอร่อยได้เสมือนจริง นี้ ผศ.สำราญ มณีรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ ทางแหลมเกต ได้ร่วมมือกับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่างฯ ให้ช่วยกันปรุงแต่งภาพสีน้ำม
จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 11,510 ไร่ (2558) พื้นที่ปลูกมะม่วงแปลงใหญ่สุดของจังหวัดลําปางอยู่ที่ตำบลพิชัย อำเภอเมือง ประมาณ 200 ไร่ เป็นมะม่วงมหาชนก ส่วน คุณสายัณห์ ปานพินิจ เคยปลูกมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์และน้ำดอกไม้สีทอง ประมาณ 150 ไร่ อยู่ที่ตำบลพิชัย อำเภอเมือง ก่อนเลิกมาปลูกยางพารา รองลงมาประมาณ 50 ไร่ ปลูกมะม่วงมหาชนกเช่นกัน อยู่ที่ตําบลสบป้าด อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง นอกนั้นมีพื้นที่ถือครองปลูกมะม่วงกันไม่ถึง 100 ไร่ สวนมะม่วงอีกหนึ่งแห่งถึงแม้มีพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพียง 20 ไร่ ไม่ใช่รายใหญ่ลำดับต้นๆ ของจังหวัดลำปาง แต่หนุ่มใหญ่ผู้นี้ก็ประสบความสำเร็จเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 3 ปี ในปีนี้ (2559) จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจน่าติดตามความสำเร็จของหนุ่มใหญ่คนหนึ่งผู้ที่ไม่เคยปลูกมะม่วงมาก่อน จากคนหนุ่มที่ทำงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาตลอดเกือบ 30 ปี ได้หันหลังให้กับธุรกิจที่ทำรายได้สูงมาปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอย่างมุ่งมั่น หนุ่มนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างผู้นี้ก็คือ คุณเอกภพ วิญญาภาพ ในวัยเข้าสู่ 50 ปีต้นๆ ทิ้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำกับพ่อ เพื่อมาสร้างฝันที่ตนเองเค
‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาดี เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให
สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม และภัยธรรมชาติต่างๆ มักเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนผลผลิตทางการเกษตรไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ปลูก ลำพังเกษตรกรไทยคนเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ Evergrow คือ แปลงปลูกผักออร์แกนิคในตู้คอนเทนเนอร์ โดยจำลองแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟ LED ควบคุมอากาศและน้ำด้วยระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพลิเคชั่น ช่วยให้การปลูกผักขนาดเล็กเป็นเรื่องง่าย สามารถปลูกผักได้สูงสุดครั้งละ 50 ต้น โดยไม่ต้องดูแล รดน้ำ พรวนดิน ทุกอย่างทำงานอัตโนมัติ ข้อมูลจะถูกส่งไปปรากฏยังสมาร์ทโฟน คนที่ปลูกผักไม่เป็นก็สามารถปลูกได้ จำลองธรรมชาติ อยู่ในตู้ฯ ใช้ซอฟแวร์สั่งงาน คุณภุชงค์ วงษ์ทองดี หรือ “อาร์ม” เด็กหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท Unixconจำกัด และเจ้าของนวัตกรรม EverGrow เครื่องปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ โดยอาศัยโปรแกรมอัตโนมัติ ผักที่ปลูกได้เป็นผักออร์เเกนิค ประวัติคุณอาร์ม เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่งราว 10 ปี กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลาออกมารวมตัวกับเพื่อนเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเพื่อนล้วนอยู่ในแวดวงคนทำเกษตร ฉะนั
