รอบโลก
ไม่จำเป็นต้อง “หาเงินเก่ง” แค่รู้จัก “ใช้เงินเป็น” เพียงเท่านี้ชีวิตก็อยู่รอดปลอดภัย ไร้กังวล มาร์ช่า บาร์นส์ หญิงชาวเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เล่าว่า เธอได้เรียนรู้ “เคล็ดลับนี้” จากพ่อแม่เธอ ที่เคยถูกปลดออกจากงานประจำที่ทำมากว่า 20 ปี แต่ทั้ง 2 กลับไม่รู้สึกตกใจอะไรมากมาย ทั้งนี้เพราะ พ่อแม่เธอต่างรู้จักใช้เงิน และไม่เคยใช้เงินเกินตัว อย่างเช่น เวลาซื้อเสื้อผ้าก็จะซื้อตอนลดราคาเท่านั้น ด้วยวิธีใช้เงิน (เป็น) แบบนี้ที่สามารถช่วยทั้ง 2 ได้เป็นอย่างดี ในยามที่ความไม่แน่นอนของชีวิตมาเยือน มาร์ช่า อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารวัย 39 ซึ่งมีประสบการณ์ในสายอาชีพที่ปรึกษาทางการเงินมากกว่า 12 ปี เล่าว่า นิสัยการใช้เงินของพ่อแม่ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอชอบ และสนใจเรื่องวางแผนด้านการเงินส่วนบุคคล กระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 เธอจึงสบโอกาสได้มาทำธุรกิจเดอะ ไฟแนนซ์ บาร์ (The Finance Bar) ศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลเคลื่อนที่ โดยลงทุนซื้อ “รถโรงเรียน” มาทำเป็นออฟฟิศ ซึ่งเธอได้คอนเซ็ปต์มาจากธุรกิจรถขายอาหารเคลื่อนที่ ที่กำลังบ
จิบเบียร์กับเพื่อนรู้ใจ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ จิบเบียร์ โดยมี แมวมานั่งคลอเคลีย ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ …แบบว่า มีความสุข ถูกใจสิงห์นักดื่ม ที่เป็น คนรักแมว ที่ใช้ชีวิต หรือ ทำงานอยู่ในย่านถนนเซนต์ จอร์จ ของเมืองบริสทอล ประเทศอังกฤษมั่กๆ จากที่ผ่านมา หลายคน อาจจะเคยได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจ “คาเฟ่แมว ” ที่มีเปิดกันเยอะ อย่างที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษก็มี “คาเฟ่แมว “เปิดให้บริการคนรักแมวอยู่หลายร้าน แต่ที่เมืองบริสตอล ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพราะที่นั่นมี “ผับแมว” ชื่อว่า แบ๊กโอ’ เนลส์ เปิดให้บริการ บนถนน เซนต์ จอร์จ มาได้สักพักแล้ว ลุค แดเนี่ยล ชายอังกฤษ เจ้าของผับวัย 44 ซึ่งเป็นคนรักแมวมากกกกก เล่าว่า จากเริ่มแรกที่เขาเลี้ยงแมวไว้ในผับแค่ 2 ตัว ด้วยไม่รู้จะเอาน้องเหมียว ไปไว้ที่ไหน เวลาที่เขามาดูแลกิจการที่ผับ แต่ปรากฏว่า กลับมีลูกค้าหลายคนชอบเล่นกับแมว กระทั่งปัจจุบัน ที่ผับของเขามีแมวอยู่ถึง15 ตัว โดยทุกตัว ลืมตาดูโลกในผับของเขานี่ล่ะ ” ลูกค้าส่วนใหญ่ให้การตอบรับดี แม้จะมีบ้าง ที่ลูกค้าบางคนเดินเข้ามา พอเห็นแมวเต็มไปหมด ก็ผลัก
เคล็ดลับ ความสำเร็จของธุรกิจอาหาร นอกเหนือจากรสชาติที่อร่อย การบริหารจัดการที่ดี การใส่ไอเดียแปลกใหม่ ก็ช่วยเรียกแขกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แหวกแนวได้ไม่น้อย ใครจะเชื่อว่า “ร้านอาหาร” กับ “สุขา” จะไปด้วยกันได้ แต่ “คาเฟ่สุขา” ที่ผุดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก สะท้อนว่า มีลูกค้าจำนวนมากที่ชื่นชอบความแปลกแหวกแนวแบบไร้ขีดจำกัด รอยเตอร์ส หยิบยกเรื่องราวของ “เครซี ทอยเล็ต คาเฟ่” ร้านอาหารในกรุงมอสโกของรัสเซีย ที่นำไอเดียห้องสุขามาตกแต่งร้าน โดยใช้เฟอร์นิเจอร์และภาชนะใส่อาหาร ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวของเครื่องใช้ในห้องสุขาไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้จากโถส้วมจริงๆ ถ้วยชามรูปร่างเหมือนชักโครก กระโถนปัสสาวะ และอ่างอาบน้ำ ไม่ใช่แค่ธีมการตกแต่งร้าน แต่เครซี ทอยเล็ต คาเฟ่ ที่รองรับลูกค้าได้ 50 คน ยังรังสรรค์เมนูที่สอดคล้องกับคาเฟ่สุขา โดยบางเมนูมีหน้าตาชวนคิดหนัก เช่น ซุปเห็ดสีน้ำตาล รวมถึงไส้กรอกหมูที่รูปร่างคล้ายอุจจาระ แถมเสิร์ฟมาในชามโถชักโครกอีกต่างหาก ร้านไอเดียแหวกแนวแห่งนี้มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนจำนวนไม่น้อย โดยลูกค้าบางคนให้เหตุผลว่า อาหารรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง แค่ราวๆ 8 ดอลลาร์ และบรรยากาศแตกต่าง นอกจ
โรงแรมม่านรูดแบบเดิมๆ หลายแห่งมีอันต้องรูดม่านปิดฉากไปแล้ว เพราะทุกวันนี้ลูกค้ามีทางเลือกใหม่ๆ มากขึ้น ทั้งเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรมไม่กี่ดาว รวมถึงคอนโดมิเนียม ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วทุกมุมเมือง รังรักหลายแห่งในบ้านเราจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่เพื่อความอยู่รอด ขยับสู่ “เลิฟโฮเต็ล” ที่เน้นดีไซน์ทันสมัย ไม่ต้องรูดม่านแบบประเจิดประเจ้อเหมือนในอดีต จนบางครั้งก็แยกไม่ออกระหว่างบูติก โฮเต็ล และ เลิฟโฮเต็ล แถมแต่ละห้องยังตกแต่งให้แตกต่าง เพื่อเอาใจคู่รักที่มีรสนิยมหลากหลาย ในญี่ปุ่นเอง โรงแรมแห่งรักก็พากันปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถยืนหยัดฝ่ามรสุมเศรษฐกิจได้ดี เพราะความแตกต่างและความเข้าใจลูกค้า เอเอฟพี ระบุว่า เลิฟโฮเต็ลในญี่ปุ่นสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไล่ตั้งแต่การตกแต่งห้องสารพัดสไตล์ ทั้งคลินิกรักที่คนรู้ใจสามารถเล่นบทหมอกับพยาบาลเพิ่มสีสันแห่งรักได้ รวมไปถึงห้องสำหรับคู่รักนักปาร์ตี้คริสต์มาสที่ไม่ต้องรอฉลองถึงเดือนธันวาคม นอกจากนี้ รังรักชั่วคราวยังมีบริการรายชั่วโมงในราคาที่สมเหตุสมผล ท่ามกลางความเจริญที่ทำให้ค่
ถึงร่างกายจะ “พิการ”แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้มีความพิการทางร่างกายจะไร้ซึ่งอารมณ์ และความรู้สึก!!! โทมัส พิค หนุ่มพิการชาวเช็กวัย 26 ปีซึ่งพิการเดินไม่ได้ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นมานาน 5 ปี เล่าให้นักข่าวเอเอฟพีที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็กฟังว่า เขายังมี”ความรู้สึกทางเพศ” เหมือนหนุ่มๆ ทุกคน และต้องพึ่ง “หญิงขายบริการ” เพื่อช่วยปลดเปลื้องอารมณ์ทางเพศให้ แต่ที่มันไม่ง่ายสำหรับเขาเลยก็คือ มีหลายครั้งที่เขาถูกพวกผู้หญิงเหล่านั้นปฎิเสธ เมื่อรู้ว่า เขาพิการ !!! “ลำพังแค่เป็นคนพิการ คุณก็สูญเสียความมั่นใจมากพอแล้ว ยิ่งมาถูกผู้หญิงขายบริการปฎิเสธ คุณยิ่งรู้สึกล้มเหลวไม่เป็นท่า”โทมัสเล่าความรู้สึกลึกๆ ให้นักข่าวฟัง แน่นอนว่าต้องมีคนพิการอีกมากมาย ที่เจอปัญหาแบบเดียวกับโทมัส แต่ที่น่ายินดีก็คือ ปัจจุบันที่สาธารณรัฐเช็กได้มีอาชีพขายบริการทางเพศรูปแบบใหม่สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะเรียกว่า “เซ็กซ์ซวล แอสซิสแทนซ์ (Sexual assistants)” หรือ “ผู้ช่วยทางเพศ” ที่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้พิการในการจัดการกับความต
กระแสเห่อปั่นจักรยานในบ้านเรายังแรงดีไม่มีตก เพราะได้แรงหนุนจากความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทรนด์ใส่ใจสุขภาพ แถมบวกปัญหาจราจรที่ติดขัดแบบสาหัส ความนิยมปั่นพาหนะ 2 ล้อไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในหลายประเทศก็เกิดกระแสนี้คล้ายๆ กัน บางประเทศจัดเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับจักรยานก็พลอยเติบโตตามไปด้วย ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า กระแสปั่นจักรยานที่เกิดขึ้นในหลายมุมโลก นอกจากจะส่งผลดีในแง่สิ่งแวดล้อม เพราะเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ยังช่วยสร้างโอกาสด้านธุรกิจให้กับคนเล็กคนน้อยในประเทศกานาที่ผลิตจักรยานไม้ไผ่จำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งๆ ที่ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ทนทาน กันแรงกระแทก และพร้อมสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ แต่กลับไม่มีใครนำไม้ไผ่มาเป็นวัสดุในการผลิตจักรยานขายในเชิงพาณิชย์ ครั้งแรกๆ ที่มีคนคิดค้นนำไม้ไผ่มาขึ้นโครงจักรยานเริ่มตั้งแต่ปี 2437 แต่ไอเดียดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกสานต่อมานานร่วม 120 ปี จนเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากฝีมือของช่างในกานาและหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามอย่างหนักให้จักรยานไม้ไผ่แจ้งเกิด เบอร์นีซ ดาปาห์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการริเริ่มจักร
เรื่องและรูปโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ชาวไทยยทุกภาคล้วนรู้จักกินแกงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อย แกงขี้เหล็กของชาวล้านนาคล้ายกับภาคกลางคือเป็นแกงกะทิ ใส่เนื้อวัว เนื้อหมู หรือปลาย่าง แกงของชาวใต้จะใส่พริกแกงใต้ที่ใส่ขมิ้นและเครื่องเทศที่เผ็ดร้อนกว่า ชาวกวย (เขมร) เรียกแกงขี้เหล็กว่า “ซัมลอร์อ็องกัญ” จะใส่น้ำใบย่านางที่ตำกับข้าวเบือ พริกแกงมีพริกสดหรือพริกแห้ง กระเทียม และกระชาย ส่วนหัวหอมจะฝานเป็นแผ่นๆ ใส่ลงไปในหม้อทีหลัง ใส่กากหมู หมูสามชั้นหรือปลาทูเค็มและใส่น้ำปลาร้า ซึ่งคล้ายกับแกงขี้เหล็กแบบอีสานและลาว ที่ไม่ใส่กะทิ องค์ บรรจุน เล่าไว้ใน “ข้างสำรับมอญ” ว่า แกงขี้เหล็ก ภาษามอญเรียกว่า “ฟะแป่คัด” เป็นอาหารที่ใช้ในพิธีฟ้อนผีเม็งของชาวเหนือ หรือพิธีรำผีมอญของภาคกลาง เพื่อแก้บนผีของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นประเพณีเดียวกัน เพราะเมื่อทวารวดีเสื่อมลง ชาวมอญจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อพยพสู่เมืองหริภุญชัยแถบลุ่มน้ำปิง หรือที่เรียกว่า “ระมิง” ที่มาจาก “ระเมญ” (เม็ง) ในภาษามอญ แกงที่ใช้ในพิธีนี้จะเป็นแกงกะทิใส่มะเขือพวง ไม่ใส่เนื้อสัตว์ เชื่อกันว่าการกินแกงขี้เหล็กนี้ทำให้มีสุขภาพดี ชาวนครช
