รอบโลก
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสภาวะ Quarter-life crisis หรือ วิกฤตหนึ่งส่วนสี่ชีวิต คือภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ความสงสัย และความผิดหวังในชีวิตที่มักเกิดขึ้นในช่วงวัย 20-30 ปี ที่มักจะตั้งคำถามกับชีวิตในวัยยี่สิบกลางๆ เช่นเดียวกับ คอลลีน แมคคาร์ธี (Colleen McCarthy) สาววัย 27 ปี ที่ตัดสินใจทิ้งโต๊ะทำงานในออฟฟิศ เพื่อมาจับกรรไกรตัดดอกไม้ จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ Colleen Rose Florals ที่กวาดรายได้กว่า 6 ล้านบาท (175,000 ดอลลาร์) ในปีแรก และได้รับเลือกให้จัดช่อดอกไม้ต้อนรับศิลปินระดับโลกอย่าง Sabrina Carpenter และ Katy Perry มาแล้ว จุดเริ่มต้นจาก “ความชอบ” สู่ “ทางที่ใช่” หลังจบด้านสิ่งแวดล้อมและการสื่อสารในปี 2020 คอลลีนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการหางานช่วงโควิด เธอลงเอยด้วยการทำงานในเอเจนซี่ PR แห่งหนึ่ง ซึ่งเธอมองว่าเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว จนกระทั่งความอึดอัดในสายอาชีพทำให้เธอต้องกลับมาถามตัวเองว่า “จริงๆ แล้วเราชอบอะไร เราเก่งเรื่องไหน” คำตอบนั้นอยู่ไม่ไกลตัว คอลลีนคือคนที่ชอบซื้อดอกไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตมาจัดใส่แจกันในอพาร์ตเมนต์อยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจลองลงเรียนคอร์สจัดดอกไม้พื้นฐาน
ในทุกๆ ปี ทั่วโลกใช้ ถุงพลาสติก มากถึงแสนล้านใบ ซึ่งตัวเลขนี้เทียบเท่ากับการเผาผลาญน้ำมันดิบกว่า 12 ล้านบาร์เรล เพื่อผลิตวัสดุที่สุดท้ายต้องลงเอยในหลุมฝังกลบ แม่น้ำ และมหาสมุทร ที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัวต่อปี ซึ่งถุงพลาสติกส่วนใหญ่ไม่สามารถรีไซเคิลด้วยวิธีทั่วไปได้ มันจึงสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดปัญหาไมโครพลาสติก อนุภาคจิ๋วที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ น้ำ และอาหาร จนสุดทายสะสมเข้าร่างกายมนุษย์อย่างเงียบๆ แต่ปัญหานี้ทำให้คนรุ่นใหม่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นรองเท้าผ้าใบสุดเท่ โดยเจ้าของแนวคิดนี้คือ Ashay Bhave (อาเชย์ ภาเว) ผู้ก่อตั้ง Thaely แบรนด์รองเท้าสัญชาติอินเดียที่เปิดตัวมาแล้ว 7 ปี ด้วยความมุ่งมั่นจะเข้ามาแก้ไขปัญหาการรีไซเคิลถุงพลาสติกที่ไม่เหมาะสม เมื่อปัญหาใกล้ตัวกลายเป็นแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจที่ทำให้ Ashay Bhave ก่อตั้งแบรนด์ เริ่มต้นมาจากแม่ของเขาทำงานอยู่ในศูนย์จัดการขยะท้องถิ่น เขาเลยสังเกตุเห็นว่าถุงพลาสติกถูกรีไซเคิลอย่างไม่เหมาะสม จึงส่งผลให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก จนเกิดแนวคิดที่อยากจะเปลี่ยนขยะเหลือใช้ ให้มาเป็นสิ่ง
เรื่องราวของ ฮิโรกิ โทมิยาสุ (Hiroki Tomiyasu) อดีตข้าราชการชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะตัวอย่างของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แก้ปัญหาจริงในภาคเกษตรกรรม แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเกษตรหรือวิศวกรรมมาก่อนก็ตาม โทมิยาสุเติบโตในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เคยทำงานเป็นข้าราชการมาก่อน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูที่ดินทำกินที่ถูกทิ้งร้างในฮอกไกโด และเรียนรู้การบริหารจัดการไร่ด้วยตนเองทั้งหมด ปัจจุบันเขาดูแลพื้นที่เพาะปลูกบล็อคโคลี่ ฟักทอง ต้นหอมญี่ปุ่น และถั่วเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ราว 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มนำ ChatGPT และ Codex เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด มาใช้แก้ปัญหาการทำฟาร์มที่ต้องใช้แรงงานหนักและขาดแคลนบุคลากร แทนที่จะพึ่งพาระบบอัตโนมัติสำเร็จรูปราคาแพงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาเลือกเรียนรู้และสร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง ตัวอย่างเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น ได้แก่ ระบบตรวจสอบโรคพืชด้วยการถ่ายภาพจุดดำบนบล็อคโคลี่แล้วให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ระบบติดตามสภาพแปลงเพาะปลูกด้วยข้อมูลดาวเทียมที่นำมาซ้อนท
เมื่อการย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่มาพร้อมกับ “ความเหงา” และความพยายามในการหาเพื่อนใหม่ หลายคนอาจเลือกไปงานสังสรรค์หรือดาวน์โหลดแอปต่างๆ แต่สำหรับ Owen Akhibi Herrera วัย 27 ปี เขาเลือกชวนคนแปลกหน้ามา “วิ่ง” จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เพื่อแก้เหงาในนิวยอร์ก สู่การเป็นคอมมูนิตี้ฟิตเนสสุดฮิตที่มีผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคน และต่อยอดงานเสริมนี้ให้กลายเป็น ธุรกิจทำเงินสูงถึง 640,000 ดอลลาร์ (ราว 23 ล้านบาท) ต่อปี บทความนี้จะพาทุกคนไปถอดบทเรียนความสำเร็จของเขาว่า ทำไม “รันคลับ” ที่มีอยู่เกลื่อนเมือง ถึงทำเงินมหาศาลได้ขนาดนี้ จุดเริ่มต้นการสร้างรายได้จาก Run Club Owen Akhibi Herrera ผู้ก่อตั้ง Peak and Pace กลุ่มรันคลับในนิวยอร์กซิตี เล่าว่า เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการวางแผนจัดงานวิ่ง 5 กิโลเมตรและงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้บนเกาะ Governor’s Island โดยตอนนั้นตนเองและทีมงานได้บรรจุสิ่งของลงในรถบรรทุกถึง 18 คัน และวางแผนจะนำขึ้นเรือข้ามฟาก แต่ทว่าในเช้าวันก่อนจัดงาน เขาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าเรือเสีย ทำให้รถบรรทุกติดเคว้งอยู่ที่วอลล์สตรีท ย่านธุรกิจการเงินอันพลุกพล่านของเมือง “ตอนนั้นผมกังวลเรื่องการต้อง
หลายคนอาจคิดว่าช่วงวัย 60 ปี คือช่วงเวลาของการพักผ่อนและเตรียมตัวใช้ชีวิตหลังเกษียณ แต่สำหรับ เทเรซา เบิร์นลีย์ เธอกลับมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ที่ทรงพลังที่สุดในชีวิต วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ เทเรซา เบิร์นลีย์ วัย 65 ปี จากเมืองมิลฟอร์ด รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เธอนั้นเป็นอดีตเจ้าของบริษัท Wiley Road Foods ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผลิตเบเกอรี่สูตรคลีนแบบ Clean-label ที่มีความแปลกใหม่ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Trader Joe’s และ Milk Bar ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นปั้นแบรนด์โปรตีนไบท์ หรือโปรตีนชนิดคำพอดีคำของตัวเองที่ชื่อว่า Circ เป็นธุรกิจเสริมขึ้นมาในปี 2023 ช่วงปลายปี 2024 เธอตัดสินใจอำลา Wiley Road Foods เพื่อมาลุยกับ Circ แบบเต็มตัว ปัจจุบัน Circ มีโปรตีนไบท์วางจำหน่ายถึง 6 รสชาติ โดยในปีที่ผ่านมาแบรนด์ทำรายได้สูงถึงราว 2 ล้านดอลลาร์ (ราว 67 ล้านบาท) และมีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกกว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงร้าน Starbucks และ Walmart แรงบันดาลใจสู่ธุรกิจเสริม ในฐานะที่เธอเป็นนักวิ่ง และเป็นคุณแม่ของลูกๆ ที่เป็นนักกีฬาถึง 3 คน เธอจึงให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและโภชน
การเดินทางบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ของ เนเน่ รอยัล ได้สร้างความประทับใจและจารึกความทรงจำครั้งสำคัญให้กับแฟนๆ ชาวไทยและแฟนคลับทั่วโลกไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เธอฝ่าฟันอุปสรรคและโชว์ศักยภาพอันโดดเด่นจนทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ (Final) ได้สำเร็จ โดยเนเน่ได้ออกมาแสดงเป็นคนที่ 7 ซึ่งก่อนจะเริ่มการแสดงมีการเปิดตัวด้วยคลิปสั้นๆ ย้อนถึงการเดินทางมาสู่รอบไฟนอล โดยเนเน่กล่าวว่า “ตอนนี้ AGT ได้เปลี่ยนชีวิตฉันไปแล้ว” พร้อมเริ่มโชว์สุดขนลุก ที่ทรงพลังเช่นเคย ในเพลง Seven Nation Army เป็นเพลงระดับตำนานของ The White Stripes เมื่อการแสดงจบลง ทำให้กรรมการอย่าง เมลบี ถึงกับเอ่ยปากว่า “รู้สึกตัดสินใจถูกมากที่กดปุ่มทองตอนนั้น เนเน่อยู่อันดับดีที่สุดของโลก โชว์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อายุแค่ 16 ถ้าเนเน่ไม่ชนะ จะเอาบ้านใหม่ฮาร์วีไปขาย” นอกจากนี้หลังจบการแสดง ฮาร์วีขึ้นไปกอดเนเน่กลางเวที หลังจบโชว์ พร้อมบอกว่า เธอสมควรได้รับ 1 ล้านเหรียญ การถ่ายทอดเสียงร้องและเสน่ห์เฉพาะตัวบนเวที AGT ไม่เพียงแต่มัดใจกรรมการ แต่ยังครองใจผู้ชมทางบ้านนับล้านคนที่คอยติดตามและส่งแรงใจเชียร์ตลอดการแข่งขัน การ
เรื่องราวของ “เจคอบ แอนสัน” วัย 31 ปี เจ้าของร้านเบเกิล Brazen Bagels ที่เปิดขายในโชว์รูมรถ เมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน จนสามารถสร้างรายได้ปีละ 200,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.4 ล้านบาท เจคอปเคยทำงานขายยางรถมือสองในบริษัทแห่งหนึ่ง เขารู้สึกหมดไฟในการทำงานจึงตัดสินใจลาออกในปี 2021 พร้อมกับมองหาอะไรใหม่ๆ ทำ จนได้เห็นวิดีโอร้านเบเกิลแห่งหนึ่งในนิวยอร์กที่มีคนต่อคิวยาว เขาจึงเริ่มทำเบเกิลสไตล์นิวยอร์กในครัวที่บ้าน ซึ่งใช้เวลาฝึกฝนและทดลองสูตรนานถึง 4 เดือน ขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารเพื่อหารายได้ประคองตัวไปด้วย “เป็นเวลาหลายเดือนที่ผมไม่ได้นั่งพักเลย ไม่ได้หยุดอบขนม ถ้าผมเหนื่อยหรือรู้สึกไม่ค่อยอยากทำ ผมก็จะโยนทุกอย่างลงในเครื่องผสมแล้วคิดว่า ผมจะไม่ทิ้งมันไปเปล่าๆ ลองทำซ้ำอีกครั้งดีกว่า” เจคอปเล่าเสริม หลังจากได้สูตรที่ลงตัว เจคอปเลือกเปิดร้าน Brazen Bagels ในโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 พร้อมกับใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงินมาเป็นเงินทุนในการซื้อเตาอบกับเครื่องผสมแป้ง เขาตัดสินใจนำเบเกิลที่เหลือไปแจกตามร้านค้าในละแวกนั้น หนึ่งในนั้นคือร้านเบอ
“ทุกคืนจะนอนข้างโทรศัพท์สองเครื่องและแล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง โดยเปิดเสียงดังสุด เพื่อจะได้ยินสายเรียกเข้าจากลูกค้าได้ตลอดเวลา” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ ซาฮาร์ โยนา หญิงสาววัย 27 ปี ที่เป็นช่างทำกุญแจแบบครบวงจร สำหรับบ้านและอาคารพาณิชย์ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนจากคลิปเดียว ธุรกิจนี้มีชื่อว่า Locksmith Girl of NYC ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยเธอบอกว่าเธอนั้นต้องการที่สร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จุดเริ่มต้นจากคลิปไวรัล เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเงียบเหงากลับมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จัก นั่นคือการที่เธอตัดสินใจโพสต์คลิปลงบน TikTok เป็นคอนเทนต์ที่แนะนำให้ผู้หญิงในนิวยอร์กโทร.หาเธอ หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือกังวลที่จะต้องเรียกช่างกุญแจผู้ชายมาสะเดาะลูกกุญแจที่บ้านในยามค่ำคืน ซึ่งเรียกได้ว่าคลิปได้กลายเป็นไวรัลจนมียอดเข้าชมสูงกว่า 600,000 ครั้ง และได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปทันที เพราะจากเดิมที่มีงานประปราย กลายมาเป็นมีลูกค้าติดต่อเข้ามาแน่นขนัดถึง 60 งานต่อสัปดาห์ โดยม
อายุเพียง 18 ปี แต่กลับสร้างรายได้เข้ากระเป๋าเดือนละ 10 ล้านบาท ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D เพียงเครื่องเดียว เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ Young Entrepreneur อย่าง ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) อายุ 18 ปี ที่ได้สร้าง ธุรกิจ E-commerce จากการขายสินค้า จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) ได้โพสต์วิดีโอตอนที่เขากำลังกระดกน้ำอัดลมจาก “ที่ใส่กระป๋องรุ่นแท็กทิคัล” ของเขา ซึ่งคล้ายกับปลอกใส่กันเย็นทั่วไปแต่ให้ความรู้สึกที่สนุกกว่า เพราะเมื่อเขาดื่มกระป๋องแรกหมด เขาจะกระแทกที่ใส่กระป๋องลงบนกระป๋องใหม่ทันที ทำให้กระป๋องเก่ากระเด็นพุ่งออกมาเหมือนกับการคัดปลอกกระสุนปืน แล้วเขาก็เริ่มดื่มกระป๋องที่สองต่อได้เลย วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลถล่มทลายด้วยยอดวิวมากกว่า 50 ล้านครั้งบน Instagram https://www.instagram.com/reel/DOKTNtPDHYm/?igsh=MXZmYzB2NjZ2aXlpag== เมื่อถูกถามว่าทำไมมันถึงกลายเป็นกระแสไวรัลขนาดนี้ ไมเคิลมองว่ามันคือความแปลกใหม่ที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน และกระแสนี้เองที่ส่งผลให้ธุรกิจ “Cruise Cup” ของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโ
