ข่าววันนี้
“บิ๊กตู่”เห็นใจผู้มีรายได้น้อย จ่อเพิ่มเงิน บัตรคนจน ขอสื่ออย่าเขียน แจกเพื่อการเมือง บัตรคนจน – เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า รัฐบาลจะพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ ค่าน้ำ ค่าไฟ จะทยอยเพิ่มไปเรื่อยๆ วันนี้อาจจะได้สำหรับคนที่มีบัตรแล้ว เพราะเรามีเงินแค่นี้ต้องจัดหมุนเวียนเงินที่มีอยู่ให้เหมาะสม หากจะให้ทีเดียวทั้งหมดอาจทำให้ประชาชนพอใจ แต่รัฐบาลต้องแบกรับหนี้สิน และเรื่องของระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณตอนนี้ก็ออกมาใหม่แล้ว การจะนำเงินไปทำอะไรต้องอยู่ในกรอบของเงินงบประมาณทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต่อไปก็ต้องคำนึงถึงสิ่งตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาความไม่สมดุลในการใช้จ่ายงบประมาณในหลายภาคส่วน ปัญหาสำคัญที่สุดคือมีการกล่าวอ้างว่าคนจน จนกว่าเดิม ซึ่งเราต้องไปดูรายละเอียด เจาะทุกเรื่อง “ผมเห็นใจผู้มีรายได้น้อย วันนี้ก็มีโครงการบ้านล้านหลังที่จะให้ผ่อนชำระ แต่ทั้งนี้ต้องมีรายได้เพียงพอที่จะผ่อนในราคาที่มีดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ซึ่งรัฐบาลทำทุกอย่าง ทั้งบัตรสวัสดิก
พาณิชย์คาดการณ์ปีหน้าส่งออกโต 8% โหม 500 กิจกรรมรักษาตัวเลขการค้าและการส่งออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 8.0% เข็นส่งออกปีหน้าโต 8% – น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี 2562 คาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายตัว 8.0% มูลค่า 276,011 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ยเดือนละ 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยบวก คือ ผู้ประกอบการขยายการส่งออกและการลงทุนไปตลาดใหม่ มีการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาที่ไทยพร้อมสนับสนุน ประกอบกับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาส่วนใหญ่เป็นบวก เช่น รัสเซีย และ CIS จาก 2.3% เป็น 2.4% ลาตินอเมริกา จาก 1.2% เพิ่มเป็น 2.2% ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ จาก 2.0% เป็น 2.5% แม้บางประเทศจะลดลงก็เพียงเล็กน้อย เช่น จีนลดลงเหลือ 6.2% จาก 6.6% อาเซียน 5 ประเทศเหลือ 5.2% จาก 5.3% เป็นต้น ขณะที่การส่งออกในแต่ละตลาดในปีหน้าทุกตลาดจะเป็นบวกคือ อเมริกาเหนือ 6.1% สหภาพยุโรป 27 ประเทศ 3.0% รัสเซีย และ CIS 10.0% จีน 12.0% ฮ่องกง 12.0% เอเชียตะวันออก คือ ไต้หวัน
พนักงานกว่า 1,200 คน รวมตัวหน้าบริษัทดัง เมืองปราจีนฯ ประท้วงเรียกร้อง โบนัส ประจำปี ระบุต้องรู้ผลภายในวันนี้ ด้าน ตำรวจ-ทหาร คุมเข้มหวั่นเกิดเหตุรุนแรง โบนัส / เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย พ.อ.วินัย บุตรรักษ์ รอง กอ.รมน.ปราจนบุรี นำกำลังตำรวจ และทหาร เข้าดูแลความเรียบร้อย เนื่องจากพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ในต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบริษัทอุปกรณ์อิเลคทรอนิสค์ อะไหล่รถยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ กว่า 1,200 คน ได้รวมตัวกันประท้วงที่หน้าโรงงานเพื่อทวงถามทางบริษัทเรื่องโบนัสประจำปี แต่ทางผู้บริหารไม่แจ้งให้ทราบเหมือนทุกปี จึงได้รวมตัวกันประท้วงทวงถามผู้บริหารในวันนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้ทวงถามถึงเรื่องปิดป้ายประกาศโบนัสให้พนักงานทราบ 1-2 ครั้ง แต่ไม่มีท่าทีจะประกาศให้พนักงานทราบ พนักงานเกรงว่าจะผ่านกำหนดเวลาที่แจ้งไว้เช่นทุกๆปี จึงได้รวมตัวกันประท้วงและรอฟังคำตอบที่ชัดเจน โดยทางพนักงานไม่ได้เรียกร้องเกินความเป็นจริงเลย ทำตามสิทธิที่พนักงานควรจะได้รับสิทธิของแต่ละคน ปีนี้ขอแค่ 1.5+2,000 บาทเท่านั้น ในการทวงถามแต่ละครั้งมีท่าทีนิ่งเฉย
ปัจจุบันนี้ คนยุคใหม่มีความสนใจในการทำธุรกิจ และต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น วันนี้เส้นทางเศรษฐีจึงมีเทคนิคดีๆ จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ดวงใจ บอกว่า คนยุคนี้ถ้าจะเริ่มต้นทำธุรกิจจะทำอย่างไรนั้น มีเรื่องที่ต้องคำนึงถึง 4 ข้อคือ 1.ต้องรู้จักสินค้า ลักษณะเด่น จุดแข็งของสินค้าที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้คืออะไร ต้องชัดเจน 2.การรู้จักกลุ่มเป้าหมาย ว่าเราต้องการขายสินค้าไปให้ใคร รสนิยมของกลุ่มนี้เป็นอย่างไร 3.สินค้าที่เรามี จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้า กลุ่มนั้นได้อย่างไร 4.คนกลุ่มนี้รับสื่อ รูปแบบไหน เราชอบการรับสารแบบใด เมื่อตอบ 4 ข้อข้างต้นนี้ได้ คำแนะนำต่อมาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจ เป็นการเตรียมตัวให้กับตัวเอง ดร.ดวงใจ บอกว่า ง่ายๆ เลย คือ 1.เริ่มต้นทำจากสิ่งที่ชอบ เพราะสิ่งที่ชอบจะทำให้เกิดความอยากทำและรักที่จะได้ทำสิ่งนั้น และเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องดูว่าความชอบของเราคืออะไร ถนัดแบบไหน ต้องถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ 2.ค้นคว้า ใส่ใจอย่างที่สุด ทำให้สุดๆ อย่าครึ่งๆ กลางๆ ค้นคว้าก็ต
แปรปรวนสุดๆ ทั้งฝนทั้งหนาว กรมอุตุฯ เผยสุดสัปดาห์นี้ เหนือ-อีสาน ฝนฟ้าคะนอง-อุณหภูมิลดฮวบ ภาคใต้ฝนถล่มยาวๆ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย คนกรุงเตรียมเฮปลายสัปดาห์นี้อุณหภูมิลดด้วย กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 20 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 22 พ.ย. 61 สำหรับบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีปริมาณฝนลดลง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 22-25 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตก
อำเภอบันนังสตา เป็นอำเภอหนึ่งที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากตัวอำเภอเมืองยะลาตามเส้นทางลงไปสู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ใต้สุดแดนสยาม อันเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่แม้อำเภอบันนังสตาจะไม่ได้ถูกจดจำว่ามีการเกษตรชนิดใดโดดเด่นเป็นหลัก แต่เมื่อถึงฤดูที่ทุเรียนให้ผลผลิต ก็มีทุเรียนหมอนทองจำนวนไม่น้อยที่ออกจากพื้นที่นี้ไป คุณอาลี บือแน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พาเราเข้าพื้นที่ไปดูแปลงทุเรียนหมอนทอง ที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเองการันตีว่า หมู่ที่ 2 เป็นแปลงปลูกทุเรียนหมอนทองแปลงใหญ่ที่สุดของอำเภอบันนังสตา คุณอาลี บอกว่า เดิมชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกยางพารา มีอาชีพกรีดยางขาย เป็นหลัก แต่เมื่อราคายางตกต่ำ ชาวบ้านหลายรายคิดเปลี่ยนอาชีพ ที่มองเห็นช่องทางของรายได้ขณะนั้นคือ การปลูกทุเรียน เพราะไม่มีปีใดที่ทุเรียนราคาถูก ทำให้มีเกษตรกรจำนวน 114 ราย โค่นยางพาราและปลูกทุเรียนหมอนทอง เฉลี่ยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง ประมาณ 5 ไร่ ต่อราย รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ โดยในจำนวนนี้ มีเกษตรกรคุณภาพ 13 ราย การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านระบุว่า เพราะช่วยให
ดวงประจำวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ราศีใดมีญาตินำลาภมาให้ ราศีใดรายได้การเงินดีกว่าเก่า ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นส่วนตัวครับ) ราศีเมษ 13 เม.ย.ถึง 14 พ.ค. ท่านจะพบว่าผู้อื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการงานของท่าน ดวงจันทร์ย้ายเข้าราศีเมษ 15.16 น. ไม่ควรริเริ่มทำกิจการใดๆ ในวันนี้ การรับผู้ช่วยทำงานบ้านได้ผลดี มีผู้นินทาใส่ร้ายท่านอย่างไร้สาระ ราศีพฤษภ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย. ท่านมีเกณฑ์ที่จะต้องเดินทางไกล ซึ่งไม่เป็นผลดีอะไรใดๆ ทั้งสิ้น พยายามไม่ไปไหนได้ก็จะเป็นการดี การเงินรายได้พอสมควร ไม่ควรเข้าไปเที่ยวเล่นในแหล่งเสื่อมโทรมต่างๆ ราศีมิถุน 15 มิ.ย.ถึง 15 ก.ค. ท่านไม่เหมาะที่จะลงทุนอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ได้รับความเมตตากรุณาจากผู้ใหญ่เป็นอย่างดี ได้รับเชิญเลี้ยงอาหารอย่างสนุกสนาน อาจได้รับเชิญไปงานแล้วไปผิดงาน ผู้มีไมตรีจิตไปมาหาสู่ ราศีกรกฎ 16 ก.ค.ถึง 16 ส.ค. ท่านโชคดีอย่างเหลือเชื่อ ได้รับเงินสดก้อนใหญ่เป็นลาภลอย ญาติมิตรไปมาหาสู่คับคั่ง ได้สิ่งของสวยงามมีราคาเข้าบ้าน บริวารทำกิจการงานเป็นสง่าราศีแก่ท่าน ราศีสิงห์ 17 ส.ค.ถึง 16 ก.ย. ท่านได้รับความรำคาญใจจากสิ่งรบกวนเล็ก
ขึ้นค่าโดยสาร – ขึ้นต่อไม่รอแล้ว! ชาวกรุงกระอัก รมว.คมนาคม ไฟเขียวพิจารณาขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ร่วม เตรียมเคาะราคาที่เหมาะ หากผ่านปีใหม่นี้ขึ้นเลย ขึ้นค่าโดยสาร – เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เผยหลังเป็นประธานในการหารือร่วมกับ นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน (รถเมล์ร่วม ขสมก.) และ นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง และตัวแทนผู้ประกอบการรถร่วมกว่า 200 คน ที่มายื่นหนังสือเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมปรับขึ้นค่าโดยสาร ที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอของสมาคมทั้ง 3 ข้อ ดังนี้ 1. ปรับค่าโดยสารรถเมล์ร้อน จาก 9 บาท เป็น 12 บาทตลอดสาย 2. ปรับค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศ จาก 13 บาท เป็น 15 บาท พร้อมเพิ่มระยะทางละ 2 บาท รถเมล์ใหม่ที่จะเข้าโครงการปฏิรูป ให้จัดเก็บค่าโดยสารเริ่มต้น 20 บาท ใน 4 ก.ม.แรก และระยะต่อไป เก็บ 25 บาท โดยที่ประชุมรับข้อเสนอทั้ง 3 ไว้พิจารณา เพราะเห็นว่ารถร่วมมีภาระต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในเดือน พ.ค. 2562 มาตรการอุดหนุนราคาก๊าซเอ็นจีวี บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะหมดอายุลง รวมทั้งค่าซ่อมและค่าแรงงานในร
สภาพัฒน์หั่นจีดีพีทั้งปีเหลือ 4.2% หลังตัวเลขไตรมาส 3/2561 ไม่สดใสโตต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันการค้าโลก ยอมรับส่งออกชะลอตัวเหลือ 7.2% จากเดิม 10% ด้านแบงก์ชาติยังเชื่อไตรมาส 4 จะดีกว่า หั่นจีดีพีทั้งปีเหลือ 4.2% – นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2561 ขยายตัว 3.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 4.6% เป็นไปตามอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดย สศช. ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปี 2561 ที่ 4.2% ในช่วงคาดการณ์ 4.2-4.7% จากเดิม 4.5% ในช่วงคาดการณ์ 4.2-4.7% เนื่องจากคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวลดลงเหลือ 7.2% จากเดิม 10% ส่วนการนำเข้าคาดว่าอยู่ที่ 16.2% จากเดิม 15.4% ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ตามการชะลอตัวของอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่วนด้านการใช้จ่ายมีปัจจัยสนับสนุนจากการเร่งตัวขึ้นของการบริโภคและการลงทุนภาคเอก
ดวงสัปดาห์นี้ 19-25 พ.ย. ราศีใดจะเสียเงิน-เจ็บตัวได้ง่าย ราศีไหนจะล้มป่วย บอกได้ใครมีเฮ สุขภาพ การเงิน ความรัก : ความน่าจะเป็นในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19-25 พฤศจิกายน 2561 โดยเสฏฐวุฒิ ลัคนา (ลั) ราศีเมษ ในรอบสัปดาห์นี้จะเคร่งเครียดกับเรื่องวุ่นๆ ภายในครอบครัว ความสัมพันธ์ทางใจก็จะลดลงไปด้วย ท่านจะใช้ชีวิตรวดเร็ว คึกคักและมั่นใจ ไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับท่าน เว้นแต่งานที่ต้องใช้กำลังกายหนักๆ เท่านั้น ท่านจะทำงานสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังชื่อเสียง รายได้ท่านไม่ค่อยดี ที่ฝันจะใช้หนี้ให้หมดคงเป็นไปได้ยาก เรื่องรักท่านต้องเอาใจเพศตรงข้ามให้มากขึ้นอีกหน่อย ถ้าจะหวังพึ่งเรื่องเสี่ยงโชคก็มีโอกาส ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ ในรอบสัปดาห์นี้ท่านจะเริ่มต้นเคลื่อนไหวไปในทางที่ตื่นตัว หรือกระตือรือร้นมากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ที่ว่างงานอยู่ก็จะได้งานใหม่ที่ยั่งยืน เรื่องงานจะตัดสินใจอย่างวู่วามได้ยาก เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ควรทำตัวใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ หรือร่วมเดินทางไปไหนมาไหนกับผู้บังคับบัญชา ถ้าไม่ออกนอกบ้านบ่อยนักก็ให้ระมัดระวังอารมณ์ จะมีรายจ่ายที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับบุตรหลานอย่างมาก ระวังอารมณ์เร่
