ข่าววันนี้
ครั้งคณะทูตสยามเยือนฝรั่งเศสในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีการเขียนภาพต่างๆ ไว้จำนวนหนึ่ง แต่มีเพียงภาพเดียวที่วาดคณะราชทูตทั้งโกษาปาน พร้อมด้วยอุปทูต และตรีทูต คือ ขุนศรีวิสารวาจา พร้อมคณะในเครื่องแต่งกายที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระราชทาน คือ เสื้อคลุมกันหนาว และหมวกสักหลาด โดยถูกบันทึกไว้ในโอกาสเยือนหัวเมืองเหนือของฝรั่งเศส เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2229 ต้นฉบับเป็นของหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส นอกจากนี้ มีบันทึกไว้ว่า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเมื่อราชทูตสยามไปถึงที่ไหน ได้มีการยิงสลุตต้อนรับ และรับรองเป็นอย่างดี พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2229 ขณะอยู่ที่เมืองดูเอย์ บาทหลวงเยซูอิตได้จัดการแสดงละครฉลองด้วย โดยฉากต่างๆ แสดงถึงเรื่องราวของเทพฝรั่งเศสชักชวนให้เทพสยามปลูกสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14, ฉากความยิ่งใหญ่ของวีรบุรุษที่ได้รับสมญานามว่า มหาราช, ฉากเทพแห่งสยามเห็นประโยชน์ที่จะมีสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสและฉากเทพสองแผ่นดินต่างเกษมเปรมปรีดิ์เมื่อเจริญสัมพันธไมตรีสำเร็จ ภาพและข้อมูลจาก โกษาปาน ราชทูตกู้แผ่นดิน โดย ภูธร ภูมะ
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 เมษายน 2561) ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 05 เมษายน 2561 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5-6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ ในวันที่ 5 เมษายน 2561 ภาคเหนือ : จังหวัดลำปาง พะเยา แพร
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาญจนบุรี ว่า สำหรับบรรยากาศการเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ และช่วงวันหยุดยาวที่ใกล้จะมาถึงนี้ พบว่า ชาวเมียนมา ที่เดินทางมาขายแรงงานในประเทศไทย เริ่มทยอยเดินทางกลับบ้าน เพื่อกลับไปร่วมเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัวที่บ้านเกิด โดยการเช่าเหมารถยนต์ และรถตู้โดยสารเช่าเหมากลับมาเป็นคณะ โดย นายวันชัย ไม่ทราบนามสกุล อายุ 37 ปี แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเมียนมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเอง พร้อมภรรยา ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย 15 ปี จนตอนนี้มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน มาทำงานโรงงานอาหารทะเล ที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งจะต้องกลับไปเที่ยวบ้านช่วงระหว่างสงกรานต์ทุกปี จึงได้เช่าเหมารถให้มาส่ง ที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี เนื่องจากทางนี้เส้นทางสะดวก และใกล้กับบ้านตนเอง ซึ่งอยู่ในจังหวัดซาเองเซจี ห่างจากชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ประมาณ 120 กิโลเมตร โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางเพียง 3 ชั่วโมง ก็สามารถเดินทางถึงบ้าน โดยทุกปีช่วงเทศกาลสงกรานต์ตนเองจะกลับไปเยี่ยมครอบครัว เพื่อกลับไปร่วมรดน้ำขอพรจาก พ่อ แม่ รวมทั้งญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว และร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัว ซึ่งที่หมู่บ้านของตนเองจะมี
ข่าวจากกระทรวงวัฒนธรรม แจ้งว่า วันเสาร์ที่ 7 และวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายนนี้ ทางกรมศิลปากร ได้จัดโครงการวรรณคดีและประวัติศาสตร์สัญจร “ตามรอยออเจ้า อยุธยา-ลพบุรี” อิงละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ตามกระแสเรียกร้องจากประชาชนจำนวนมาก โดยการสัญจรครั้งนี้ เป็นแบบเช้าไปเย็นกลับ โดยแต่ละวันจะมีรถบัสบริการจำนวน 2 คัน รองรับผู้เข้าร่วมสัญจรได้วันละ 80 คน ส่วนค่าบริการคิดท่านละ 1,200 บาท เกี่ยวกับรายละเอียดบางส่วนของการเดินทางร่วมทิปสัญจรอิงกระแสละครดังครั้งนี้ เริ่มออกเดินทางตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจากจุดรวมพล บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มุ่งหน้าสู่วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นจึงเดินทางไปยังจังหวัดลพบุรี เพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกกล่าวไว้ในบทประพันธ์ดังแห่งยุค อาทิ พระตำหนักทะเลชุบศร บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นต้น และช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. คณะสัญจรตามรอยออเจ้า จะได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “วรรณคดีและประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นจึงร่วมรับฟังการบรรเลงเพลงสมัยอยุธยาจากสำนักการสังคีต กระทั่งเวลา 18.00 น.
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านนับเงินสดจนเมื่อยมือ ถ้าเป็นเงินทองของคนอื่นอาจถูกติฉินนินทา อาจมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น เพื่อนฝูงและใครๆ ก็ช่วยเหลือท่านไม่ได้ มีเรื่องยุ่งยากเกี่ยวแก่ชื่อเสียง ถ้ามีของหายจะเกิดการโทษกันพัลวัน ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องที่มีการซื้อขายและแบ่งปันผลประโยชน์แก่กัน ผู้ใหญ่อาจจะไม่ช่วยเหลือท่านถ้ามีเรื่อง คนรัก คู่หมั้นคู่สมรสช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่ ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านไม่ได้รับความพอใจในการใช้เครื่องสำอางและเครื่องประดับต่างๆ ควรระมัดระวังในการใช้ยา มีเรื่องขัดข้องใดๆ บริวารจะช่วยเหลือเต็มที่ ญาติที่อยู่ห่างไกลก็เอาใจใส่ในความเป็นไปของท่าน ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับเงินสดก้อนหนึ่งในฐานะที่เป็นลาภลอยซึ่งเป็นลาภที่ได้โดยยาก จะให้บำเหน็จรางวัล เช่น เสื้อผ้าเครื่องประดับแก่บริวาร ท่านจะหลงลืมเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเรือน ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่
เรื่องราวความฟีเวอร์ของละครบุพเพสันนิวาสยังมีให้อ่านกันต่อเนื่อง ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อคุณ Kevin Ketkaew ได้โพสต์ถึงเรื่องราวของคณะราชทูตสยามที่เดินทางไปฝรั่งเศสว่า เมื่อวานเห็นคนแชร์เรื่องราวประวัติศาสตร์จากละครบุพเพสันนิวาสเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือจากไทยไปฝรั่งเศสซึ่งออกจากปากอ่าวไทย ไปขึ้นฝรั่งเศสที่เมือง brest [บ-เฆส] โดยส่วนตัวไม่ได้ดูละครบุพเพสันนิวาส แต่จะบอกว่าตัวเองเคยมีโมเมนต์หนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมือง brest ในแคว้น bretagne ปลายยอดแหลมๆ ทางด้านซ้ายบนของฝรั่งเศส ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องของละคร ที่เมือง brest เนี่ย จะมีถนนสายหลักสำคัญกลางเมืองอันหนึ่งที่ชื่อว่า rue de siam [ฆู-เดอ-ซี-อัม] หรือแปลเป็นไทยว่า ถนนของสยาม ณ วันที่เห็นก็แอบตกใจเบาๆว่า อ้าวเฮ้ย ทำไมถนนชื่อสยามอ่ะ นี่คือบังเอิญถูกมะ??? ถามอีเพื่อนฝรั่ง ซึ่งเป็นคน brestois [บ-เฆส-ตัว = ชาว brest] แต่โดยกำเนิด นางก็บอกไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า siam คือไร #อ้าวอีนี่ ก็ siamois ไง แมวอ่ะแมว แมวสายพันธุ์ไทย ที่ต้องบอกอย่างงี้เพราะคนฝรั่งเศสส่วนใหญ่รู้จักคำว่า siamois [ซี-อา-มัว] แต่ไม่รู้จักคำว่า siam
เข้าพิธีซัดน้ำ แต่งงานตามฉบับชาวอยุธยาไปเรียบร้อย ก็ถึงคราวที่ ‘คุณพี่เดช’ และ ‘แม่หญิงการะเกด’ จะเข้าห้องหอกันเสียที กับฉากที่แฟนนิยายบุพเพสันนิวาสรอคอย เมื่อคุณพี่ถามออเจ้าว่า “โล้สำเภาเป็นหรือไม่” การะเกดผู้ไม่รู้ประสีประสาตอบว่าเคยเห็นแต่เรือสำเภา แต่ไม่เคยขึ้น คุณพี่เดชจึงออกปากจะสอนการะเกดโล้สำเภากันสองต่อสอง สำหรับฉากนี้ แม้ว่า พระนางอย่าง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า-ราณี แคมเปน จะเข้าพระเข้านางกันมาหลายครั้งแล้ว แต่แค่ซ้อมพอต้องใกล้กันทีไรเป็นต้องหลุดขำก๊ากใส่กันทุกที งานนี้จึงต้องมีทำข้อสัญญาตกลงยุติการขำไว้ว่า ‘ถ้าหากถ่ายจริงใครหัวเราะก่อนคนนั้นแพ้’ ทั้งคู่จึงดูตั้งใจซ้อมสุดๆ ห้ามพลาด “บุพเพสันนิวาส” คืนวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน วลา 20.20 น. ทางช่อง 33 ที่มา : มติชนออนไลน์
สืบเนื่องกรณีผู้ค้าเตรียมจับจองพื้นที่ขายสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยใช้วิธีการพ่นสีบนกำแพงเมืองที่ริมแม่น้ำป่าสัก บริเวณใต้สะพานปรีดี ล่าสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 3 เมษายน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทำความสะอาดรอยสีให้เจือจางลงบ้างแล้ว ในขณะที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นโบราณสถานของชาติ พร้อมทั้งแนะนำให้แจ้งความเอาผิดต่อผู้ทำลายโบราณสถานให้เสื่อมค่าอย่างไม่มีจิตสำนึก ที่มา : มติชนออนไลน์
เป็นละครยอดฮิตที่ทำให้ “ช่อง 3” มีเรตติ้งเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่กำลังเข้มข้น ซึ่งอีกไม่กี่ตอนก็จะรูดม่านปิดฉากถึงตอนอวสานแล้ว ซึ่งล่าสุด จากการตรวจสอบของ “TV Digital Watch” โดยแบ่งเรตติ้งออกเป็นกรุงเทพมหานคร และภาคต่างๆ เก็บข้อมูลเรตติ้ง 12 ตอน (21 กุมภาพันธ์ ถึง 29 มีนาคม) นั้นพบว่า กรุงเทพฯ ครองแชมป์เรตติ้งสูงสุด เฉลี่ย 17.535 ขณะที่ อันดับสุดท้ายคือภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรตติ้งเฉลี่ยน้อยสุดที่ 9.418 ขณะที่เรตติ้งของภาคอื่นๆ โดยเฉลี่ย ได้แก่ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก 13.763, ภาคเหนือ 12.219 ภาคใต้ 10.855 กดอ่าน กรุงเทพฯ ครองแชมป์คนดู “ออเจ้า” สูงสุด โดย TV Digital Watch น่าคิดว่า จากตัวเลขดังกล่าวนี้ เราเห็นปรากฏการณ์อะไรบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของเรตติ้งภาคอีสานที่น้อยกว่ากรุงเทพฯ ที่อาจเรียกได้ว่าเกือบเท่าตัว กำพล จำปาพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เจ้าของผลงานอย่าง นาคยุดครุฑ “ลาว” การเมืองในประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย, อยุธยา จากสังคมเมืองท่านานาชาติสู่มรดกโลก, ข่าเจือง: กบฏไพร่ ขบวนก
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ งานปรับปรุง สนามทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ปรากฏภาพสภาพไม่เรียบร้อย คราบปูนซีเมนต์เกาะพื้น ขอบปูนบริเวณทางเดินเหมือนทำไม่เสร็จ โดยโครงการพัฒนาทุ่งศรีเมืองนี้ จังหวัดอุดรธานีใช้งบยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด จำนวน 70,500,000 บาท ในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทางจังหวัดอุดรธานียังไม่ได้เซ็นตรวจรับงานจากบริษัทผู้รับจ้างแต่อย่างใด ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ยังได้โพสต์ภาพ ก๊อกน้ำ ที่บริเวณทุ่งศรีเมือง ที่ถูกเทปูพื้นจนทำให้ก๊อกน้ำและท่อน้ำมีสภาพอยู่เหนือพื้นเพียงไม่กี่เซนติเมตร ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยชาวเน็ตได้วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ที่มา :ข่าวสดออนไลน์
