ข่าววันนี้
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ความคืบหน้ากรณีนางทองหลอม ยับยั้ง อายุ 72 ปี และนางทองหล่อ คุ้มปลื้ม อายุ 69 ปี เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเขาชะเมา จำกัด ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 1 ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา ร้องว่าไปถอนหุ้นสมาชิกจำนวน 15,960 บาท และ 9,200 บาท ตามลำดับ เพื่อจะนำเงินก้อนสุดท้ายเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วยในบั้นปลายชีวิต แต่ถูกปฏิเสธ อ้างว่าสหกรณ์ยังขาดทุน มีกำไรจะคืนให้ ทำให้สองคุณยายเกิดอาการเครียดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (คลิกอ่าน) เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายไชยา บุญญานุภาพ สหกรณ์จังหวัดระยอง ชี้แจงว่าปัญหาของสหกรณ์การเกษตรเขาชะเมา จำกัด อยู่ในกลุ่มจับตาเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้าไปฟื้นฟูการบริหารจัดการภายในสหกรณ์มา 3 ครั้งแล้ว ปีแรกก็เริ่มดีขึ้น ต่อมาสถานการณ์ก็เริ่มตกต่ำ ประสบปัญหาขาดทุนอีก เกิดปัญหาโกงตาชั่งรับซื้อยาง จับได้ก็ไล่ออก ขาดผู้จัดการมานาน 2 ปี หาคนไม่ได้ กรรมการบางคนในอดีตทำผิดระเบียบ ปล่อยเงินกู้ไม่มีหลักฐาน ทุจริตเงินฝาก รวมทั้งกรณีขายน้ำมันเงินเชื่อ ทำให้ประสบปัญหาเรียกเก็บเงินกู้รวมทั้งเงินเชื่อไม่ได้ “สหกรณ์เป็นนิติบุคคล” คณะกรรมการเขามีอำนาจเต็ม “สหกรณ์จังหวัด
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนักกิจกรรมกรีนพีซ นำนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ที่บรรจุฝุ่นที่เก็บรวบรวมจากพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษในกรุงเทพฯ และจากหลายจังหวัด เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายจัดการคุณภาพอากาศ PM2.5 อย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน หลังจากมีการตรวจพบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ นายธารา กล่าวว่า สำหรับจดหมายเปิดผนึกที่ทำถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อรณรงค์ขออากาศดีคืนมา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการจัดการวิกฤติฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันและในอนาคต ประเทศไทยควรไปถึงวิสัยทัศน์ “อากาศสะอาดเพื่อเราทุกคน (Save Air for All)” ที่รัฐบาลตั้งไว้ในร่างแผนยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพอากาศ 20 ปี โดยรัฐบาลจะต้องยกระดับดัชนีคุณภาพอากาศให้ทันสมัย กำหนดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ให้เป็นสารมลพิษอากาศหลักในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ ก
กลายเป็นคดีอุทาหรณ์สำหรับ “ป้าทุบรถ” ซึ่งนอกจากเป็นปัญหาการจอดรถกีดขวางอย่างไม่เป็นระเบียบ ยังบานปลายไปถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการก่อสร้างตลาดในชุมชน ทำให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหารนคร มีการเข้าตรวจสอบตลาดทั้งหมด และสั่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า อาจจะต้องมีการรื้อถอนตลาดที่ไม่ถูกต้องออกไปนั้น ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า มีพ่อค้าแม่ค้าได้นำคลิปหนึ่งมามอบให้ผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวบริเวณรอบตลาด โดยพบว่า เป็นคลิปเหตุการณ์หน้าบ้านป้าบุญศรี และรัตนฉัตร แสงหยกตระการ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีก่อน โดยพบว่า คุณป้าบุญศรี กำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีการนำกระถางปูนวางไว้บนพื้นผิวถนน ทำให้ส่งรถมายกออก และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถกระทำได้เพราะกีดขวางการจราจร แต่คุณป้าทั้งสองคนออกมาอธิบายโต้ว่า เป็นเพราะถูกรถมาจอดขวางหน้าบ้านจึงต้องทำเช่นนี้ด้วย
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2561) ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวนต่อเนื่องต่อไปอีก 1-2 วัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยจะมีผลกระทบดังนี้ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคเหนือ: จังหวัดกำแพงเพชร และตาก ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี แ
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่าไม่เคยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลแต่มีชื่อปรากฏเป็นกรรมการของบริษัทจำกัดเพื่อประกอบกิจการประเภทต่างๆ นั้น กรมฯ ขอเตือนประชาชนในการนำบัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลในบัตรฯ มอบให้แก่ผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในกิจธุระต่างๆ ให้มีความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทนสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ควรที่จะทราบเหตุผลการนำบัตรฯ ไปใช้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและได้รับความเดือดร้อนได้ในภายหลัง “ทั้งนี้ กรมฯ ได้กำชับนายทะเบียนที่พิจารณาการจดทะเบียนนิติบุคคลให้ตรวจสอบเอกสารการยื่นขอจดทะเบียนด้วยความรอบคอบ หากเกิดข้อสงสัยให้เชิญกรรมการผู้ขอจดทะเบียนฯ มายืนยันตัวตน” หากประชาชนสงสัยหรือกังวลว่าตนเองจะถูกหลอกลวงในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล โดยมีกลุ่มบุคคลหรือนายหน้ามาขอบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลบัตรฯ ไป หรือได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวให้รีบติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกแห่งโดยด่วน และขอเตือนประชาชนให้ระวังผู้ไม่หวังดีลวงนำบัตรประจำตัวประชาช
วันที่ 23 ก.พ. จากกรณี ป้าเจ้าของบ้าน ใช้ขวานทุบรถที่มาจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้าน หมู่บ้านเสรีวิลล่า ย่านประเวศ จนกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับปัญหา การจอดรถขวางทางเข้าออกบ้าน แทบจะเป็นปัญหาพื้นฐานที่หลายบ้านต้องเจอเป็นประจำและแน่นอนว่าสร้างความหงุดหงิดใจไม่น้อยทีเดียว ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Pimporn Somruay เผยภาพ ป้ายห้ามจอดรูปแบบใหม่ ที่พ่อของเธอทำขึ้น เรียกว่าอินเทรนด์สุดๆ เพราะไม่ใช่ป้ายห้ามจอดขวางทางเข้าออกธรรมดา แต่ในป้ายที่เขียนว่า “ห้ามจอด มีรถเข้าออกตลอดเวลา” นั้น มีรูปขวานติดอยู่ด้วย คล้ายเหตุการณ์ป้าเจ้าของบ้านที่ใช้ขวานทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้านนั่นเอง
เป็นอีกหนึ่งคลิปที่จบลงอย่างประทับใจ และมีการแชร์ส่งต่อกันไปเป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ Leelana Rodjinda เรื่องราวนายจ้างสาวจัดเซอร์ไพรส์ให้ลูกจ้างที่เป็นผู้สูงอายุ จากที่เริ่มแรงนายจ้างสาวเริ่มต้นด้วยความดุดัน ขึงขัง และยืนยันว่าจะไล่ชายสูงวัยออกจากงานพร้อมยื่นซองเงินเดือนเดือนสุดท้ายให้ โดยชายคนดังกล่าวไม่ยอมรับเงินเดือนแล้วเดินหนีไป อย่างไรก็ตามสุดท้ายเรื่องราวกลับจบลงอย่างเซอร์ไพรส์ เมื่อนายจ้างนอกจากไม่ไล่ชายคนดังกล่าวออกแล้ว ยังนำเค้กพร้อมของขวัญมามอบให้ เนื่องในโอกาสที่เป็นวันเกิดอีกด้วย โดยผู้โพสต์เขียนบรรยายว่า JUST KIDDING!!!! นี่เราเล่นแรงไปมั้ยเนี่ย เล่นซะลุงแกร้องไห้เลย #ให้ซองขาวก็ไม่รับ #ไล่ออกไม่ยอมออก #ในซองมีกี่พันถามใจเธอว์ดูว์ #มีเบื้องหลังซ้อมตั้งหลายรอบกลัวไม่เนียน ซึ่งหลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชม บางคนถึงกับตื้นตันน้ำตาไหลออกมากันเลยทีเดียว
กลายเป็นคลิปที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์เมื่อมีการแชร์คลิปผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเล่าเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุ “ป้าทุบรถ” ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก โดยคลิปดังกล่าวพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผู้สื่อข่าวช่องวัน ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ประชาชนย่านตลาด ซึ่งมีการนำไปเผยแพร่ต่อเป็นคลิปสั้นๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มแม่ค้า ทางเพจ “ข่าวช่องวัน” ได้นำคลิปดังกล่าวมาลงอีกครั้ง พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “วันก่อนลงไป พี่ไม่พอใจหาว่าตัดมาสั้น ๆ คนเข้าใจผิดว่าด่าป้า ความจริง..พี่เขาบอกแค่แสดงให้ดูเท่านั้นว่าวันนั้นป้าพูดยังไง งั้นเราไปดูกันยาว ๆ #ทีมตลาด ดูจบแล้วคิดยังไง? ปล.พี่เสื้อดำ คือ คนที่มาเดินตลาดไม่ใช่แม่ค้า ปล.2 แหล่งข่าวส่งไลน์ฝากผู้สื่อข่าวของเราให้ลงแคปชัน “น้องช่วยลงข่าวแก้ให้ด้วยได้ไมครับ เพื่อนฐานะรวยครับ บ้านใหญ่ ขับ benz 2 คัน บ้านมีรถเอาพาท มีอีก 3 คัน จบปริญาตรีธรรมศาสตร จบโทรามฯ 555555”
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 นายขุนไกร สุขสุมิตร นายอำเภอโพนสวรรค์ จ.นครพนม ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารจาก มทบ.210 นครพนม ผู้นำชุมชนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาพายุฝนหลงฤดู เนื่องจากเป็นพื้นที่อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักสุด มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบรวม 4 ตำบล 22 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวม 320 หลังคาเรือน พังเสียหายหนักสุดรวม 20 หลังคาเรือน โรงเรียนอีก 2 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการดูแล เร่งซ่อมแซมช่วยเหลือเบื้องต้น จากการตรวจสอบ นอกจากมีบ้านเรือนของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ยังพบว่าพืชเศรษฐกิจสวนยางพาราของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก เบื้องต้นจากการสำรวจ พบว่ามีสวนยางได้รับผลกระทบจากพายุฝนหลงฤดูกว่า 300 ไร่ มีต้นยางหักโค่นเสียหายมากกว่า 5,000 ต้น เกษตรกรเดือดร้อนกว่า 150 ราย ส่วนใหญ่เป็นต้นยางที่มีอายุเกินกว่า 10 ปี และสามารถกรีดยางได้ทั้งหมด สร้างมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรสวนยางอย่างหนัก เนื่องจากต้องเจอวิกฤตราคายางตกต่ำ และยังมาเจอพายุฝนถล่มต้นยางเสียหายอีก ด้านนายชุมพล
จากกรณีเกิดเหตุทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้าน บานปลายไปถึงเรื่องการตรวจสอบตลาดรอบบ้านป้าที่เกิดเหตุ จนมีคำสั่งให้มีการปิดตลาดที่ผิดกฎหมาย 3 แห่ง จาก 5 แห่ง ทั้งนี้ พบว่า มีการนำข้อมูลรายได้จากตลาดออกมาเปิดเผย จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากพบว่า บางบริษัท เช่น บริษัท ยิ่งนรา มีรายได้รวมเพียง 18.05 บาท จนมีการตั้งคำถามว่า มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีบริษัทยิ่งนรา จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดตั้งตลาดยิ่งนรา 1 ใน 5 ตลาดย่านสวนหลวง ร.9 ที่เกิดปัญหากรณีป้าทุบรถ ซึ่งมีการจดทะเบียน 40 ล้านบาท แต่มีการยื่นเสียภาษีปี 2559 โดยมีรายได้รวม 18.05 บาท รายจ่ายรวม 8,000 บาท ขาดทุนสุทธิ 7981.95 บาท ว่า ปกติสรรพากรมีการตรวจสอบการเสียภาษีของเจ้าของตลาด และผู้ค้าในแผงตลาดทั่วประเทศให้เสียภาษีอย่างถูกต้องอยู่แล้ว โดยไม่เคยมีการละเว้นปฏิบัติไม่ว่าตลาดนั้นเป็นของใคร ส่วนกรณีตลาดยิ่งนรา มีผลประกอบการในปี 2559 ขาดทุน และมีรายรับรายจ่ายน้อยนั้น เจ้าหน้าที่ฯได้รายงานว่าไม่พบความผิดปกติ เพราะตลาดยิ่งนราเพิ่งเป็นตลาดเปิดใหม่ ซึ่งปกติเวลาตลาดเปิดใหม่จะมีการทำโปรโมชั่
