ข่าววันนี้
อีกคลิปวิดีโอที่คนรักแมวอาจจะริอาจทำตาม ทั้งที่ไม่น่าจะง่ายแน่ๆ (ฮา) หลังจากที่มีแฟนเพจเฟซบุ๊ก คลิปรอบโลก ได้แชร์คลิปวิดีโอหนึ่งลงแฟนเพจ พร้อมระบุข้อความว่า รักจะอยู่บ้านนี้ ต้องมีระเบียบ โดยในคลิปดังกล่าวเป็นภาพหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งกำลังแปรงขนให้เจ้าเหมียวสีน้ำตาลที่นอนให้ทำความสะอาดตัวอย่างว่านอนสอนง่าย โดยมีเจ้าเหมียวอีก 5 ตัวต่อแถวรอทำความสะอาดอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งหากตัวไหนหลุดออกจากแถว “ทาสแมว” ก็จะไปจับมานั่งรออยู่ในแถวเช่นเดิม โดยได้รับคำชมจากโลกโซเชียลอย่างมากมายถึงความน่ารักของเจ้าเหมียว รวมถึงเจ้าของ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทย-ลาวของจังหวัดหนองคายช่วงนี้คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อกุกจี่เบ้าไปขายต่อเป็นจำนวนมาก โดยมีขายอยู่ 4 จุด คือ อำเภอสังคม, บ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่, อำเภอโพนพิสัย และ บ้านเปงจาน อ.รัตนวาปี แต่จะจุดเปิดขาย 2 วันต่อสัปดาห์ สำหรับ กุดจี่เบ้า หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “บักเบ้า” กำลังได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่มีกุดจี้เบ้ามากที่สุด กุดจี่เบ้า เกิดจากในช่วงฤดูฝนตัวแมงกุดจี่จะออกไข่ใต้กองขี้ควาย จากนั้นแมงกุดจี้จะกลิ้งก้อนขี้ควายที่ไข้ไว้ไปมาจนเป็นทรงกลมหมกไว้ใต้ดิน ผ่านไปสักระยะไข่ที่อยู่ข้างในจะเจริญเติบโตเป็นตัวหนอน จากหนอนกลายเป็นดักแด้ เจริญเติบโตเป็นกุดจี่ตัวเต็มวัย แล้วเจาะเบ้าออกมา ใน 1 เบ้าจะมี 1 ตัวเท่านั้น โดยพื้นใต้ดินหนึ่งจุดอาจมีมากกว่า 10 เบ้า ช่วงที่ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานคือช่วงที่เป็นหนอนก่อนจะกลายเป็นตัวดักแด้ ซึ่งช่วงที่เป็นดักแด้ ชาวบ้านเรียกว่า “ตัวท้าวตัวนาง” นำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ หมก, อ่อม, ยำ, ผัด และจิ้มแจ่วแบบสดๆ เป็นต้น อีกเมนูยอดนิยมคือนำมาก้อยแบบเดียวกับก้อยไข่มดแดง ราคาขายที่
หากย้อนไปเมื่อราวสิบปีก่อน ต้องยอมรับว่า สินค้าประเภทเครื่องดื่ม-ขนมปัง ภายใต้แบรนด์ “Love Milk” สามารถ เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย อาจเพราะเป็นเจ้าบุกเบิกอันดับต้นๆ สำหรับแนวคิดทางธุรกิจ “ขายนมบนรถตู้” จากจุดเริ่มเพียงทดลอง “ขายเล่น-เล่น” โดยมีจุดเด่นเป็น รถตู้ยี่ห้อคลาสสิก ปรากฏลูกค้าสนใจล้นหลาม จนรายรับจากผลประกอบการดีเกินคาด ส่งผลให้เจ้าของไอเดีย เดินหน้าอย่างจริงจัง กระทั่งผ่านไปเพียงปีเศษ สามารถสร้างร้านต้นแบบก่อนขยายรูปแบบออกเป็น “แฟรนไชส์” ปัจจุบัน ร้านนมรถตู้ สีชมพู หวานๆ ทั้งแบบขับได้และขับไม่ได้ ทำการขยายสาขาไปหลายแห่ง รวมถึงเปิดขายแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศ กว่า 300 สาขา ทั้งยังมีสินค้าที่หลากหมายมากขึ้นด้วย คุณนุ-ปรีดา มอญปาน เจ้าของกิจการ “Love Milk” เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาให้ฟังพอสังเขป อาชีพดั้งเดิมเป็นนักดนตรี และมีเครื่องดนตรี-ลำโพงให้เช่า รวมทั้งมีรถตู้ไว้คอยขนเครื่องดนตรีไปตามงานแสดงต่างๆ จากนั้นลงทุนทำผับ โดยนำรถตู้มาตกแต่งหลังเวทีในร้าน เปิดได้ไม่นานมีปัญหากับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เรื่องเปิดผับเกินเวลา เลยมาทบทวน ก่อน “กลับวิธีคิด” หันมา “ขายของ” ที่สังคมส่งเสริม
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 2561 ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้นำสลากปลอมมาขึ้นรางวัล ที่ จ. สมุทรสาคร ทำให้มีผู้เสียหาย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าจะเป็นการนำสลากที่ตัดแปะแก้ไขตัวเลขและคิวอาร์โค้ด มาขึ้นเงินรางวัล ประกอบกับมีการนำมาขึ้นรางวัลหลายใบพร้อมกัน ทำให้ผู้รับซื้อรางวัลอาจไม่ได้ตรวจสอบสลากทุกใบอย่างละเอียด จึงขอให้ผู้มีอาชีพรับซื้อรางวัลโปรดใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสลากด้วยความรอบคอบ สำนักงานสลากฯ จะเร่งตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดก็พร้อมจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมาย โฆษกคณะกรรมการสลากฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพมากขึ้น ขอให้ผู้ประกอบอาชีพรับซื้อรางวัล ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบสลากอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น โดยในเบื้องต้นให้ใช้วิธีการเปรียบเทียบกับสลากของจริงของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนั้นๆ เพื่อหาความแตกต่างกับสลากที่ต้องการตรวจพิสูจน์ เช่น ตรวจดูคุณลักษณะทั่วไปของสลาก คือความหนาบางของกระดาษ
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนาง ติ๋ม ฐานทอง หรือ ป้าอ้อย อายุ 54 ปี แม่ค้าขายอาหารลิงแสม ที่เขาช่องกระจก เขตเทศบาลเมืองประจวบ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองในมุมสูง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมเกือบ 3 พันตัว โดยนางติ๋ม เล่าให้ฟังว่า ตนยึดอาชีพขายอาหารลิงให้กับนักท่องเที่ยวหรือประชาชน มานานกว่า 27 ปีแล้ว โดยจะอยู่ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดประจวบฯ และวัดธรรมิการามวรวิหารเป็นหลัก ยอมรับว่าสมัยก่อนเคยขายอาหารลิงได้วันละพันกว่าบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ดี เลี้ยงครอบครัวได้ แต่พบว่าปริมาณประชากรลิงแสมเพิ่มมากขึ้นทุกปีจากแค่มีลิงไม่กี่ร้อยตัวจนปัจจุปันมีลิงแสมมากเกือบ 3 พันตัว ประกอบกับเศรษฐกิจย่ำแย่ส่งผลให้รายได้ลดน้อยลง นักท่องเที่ยวและชาวประจวบที่มาเที่ยวเขาช่องกระจกมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และไม่นิยมซื้ออาหารเลี้ยงลิงแสมเหมือนในอดีต ทุกวันนี้มีรายได้จากการขายอาหารลิงแสม เพียงวันละ 100-200บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก นางติ๋ม เล่าต่อว่า ที่สำคัญลิงแสมเกือบ 3พันตัว บนเขาช่องกระจกแบ่
เฟซบุ๊กเพจ Sukan Star TV – sstv.my จากประเทศมาเลเซีย เผยแพร่คลิปวิดีโอการฝึกซ้อมวอลเลย์บอลในสนามที่เป็นดินแดงของเยาวชนชาย 3-4 คน โดยที่พิเศษคือใช้อุปกรณ์ช่วยในการซ้อมลูกตบหน้าเน็ต โดยเป็นเครื่องที่ใช้การประดิษฐ์แบบง่ายๆ ด้วยการปล่อยให้ลูกไหลลงมาระหว่างตัวหนีบ จากนั้นให้นักกีฬากระโดดตีลูกจากเครื่องดังกล่าว ซึ่งจากคลิปวิดีโอการซ้อมจะเห็นได้ว่าเครื่องดังกล่าวสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี และทำให้การซ้อมทำได้อย่างต่อเนื่อง หลังคลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไปมีผู้เข้าชมหลายล้านคน และแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ตามที่มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินโดยสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อและสร้างเรื่องว่ามีพัสดุตกค้างที่ไปรษณีย์และด้านในมีสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็ม จำนวนมาก ซึ่งรวมถึงบัญชีเงินฝากของเหยื่อด้วย จึงทำให้เหยื่อเป็นผู้เข้าข่ายพัวพันกับคดีฟอกเงินและจะต้องถูกอายัดบัญชีทั้งหมด และแจ้งเหยื่อว่าจะต้องโอนเงินมาให้ ธปท. ตรวจสอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ดังกล่าว และเพิ่มความน่าเชื่อถือของเรื่องหลอกลวงด้วยการโอนสายให้สนทนากับบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ธปท. และกำชับเหยื่อว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร นอกจากนี้ ยังพบว่ามิจฉาชีพเริ่มใช้ Line Account ที่มีสัญลักษณ์ (Logo) และชื่อ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” หรือ “BANK OF THAILAND” เพื่อติดต่อ หาเหยื่ออีกด้วยธปท. ขอเรียนชี้แจง ดังนี้ 1. ธปท. เป็นธนาคารกลางของประเทศ มีหน้าที่กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน แต่ไม่ได้ทำธุรกรรม ทางการเงินใดๆ กับประชาชน จึงไม่มีการให้ประชาชนโอนเงินมายัง ธปท. โดยตรงเพื่อตรวจสอบหรือยืนยันข้อมูลใดๆ 2. โดยทั่วไป การตรวจสอบความผิดปกติของบัญชี
กลายเป็นกระแสสุดร้อนแรง สำหรับคลิปป้าทุบรถ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโลกโซเชียล แต่ดูเหมือนสังคมส่วนใหญ่จะเข้าใจและเห็นใจ “คุณป้า” มากกว่าแถมซ้ำร้ายกว่านั้นเจ้าของรถถูกด่ายับเยิน โดยคุณรัชนิกร เลิศวาสนา หญิงที่ถูกทุบรถ เผยว่า “วันนั้นเราออกจากบ้านแถวสวนหลวง และก็มาที่ตลาดเพื่อจะมาซื้อ ไปซื้อปลากะพงทอดน้ำปลา ซึ่งวันนั้นรถที่ตลาดเยอะมาก ตอนนั้นตลอดทางไม่มีที่จอดรถเลย จนมาเจอตรงนี้แหละ เพราะมีช่องว่าแค่ช่องเดียวคือหน้าบ้านของคุณป้าเขา” “คือตั้งใจจะจอดแค่ชั่วคราว เพราะเห็นสลิง 2 เส้นด้วย พร้อมกุญแจล็อก คิดว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่จริงๆ ยอมรับว่าไม่อ่านป้าย เพราะกะลงไปซื้อไม่นาน ก่อนจะได้ยินเสียงแตรและคนเต็มไปหมด แต่ไม่เห็นรถตัวเอง ซึ่งเข้าใจว่าบ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่ คงไม่ใช่รถตัวเอง พอเดินกลับมาถึงก็ได้ยินเสียง เจ้าของรถอยู่ไหนเนี่ยรถโดนทุบแล้ว เลยแสดงตัว ยกมือขอโทษคุณป้าไป เพราะคิดว่าไม่มีคนอยู่” อย่างไรก็ตามต่อมา หลังจากที่ ผอ.สำนักงานเขตประเวศ แถลงข่าวยืนยันชัดเจนแล้วว่าตลาดสดทั้ง 5 แห่ง ต้องปิดตัวในวันที่ 28 ก.พ.นี้ 3 แห่ง เพราะไม่มีใบอนุญาต และอีก 2 แห่งขอใบอนุญาตพาณิชย์ ไม่ใช่ตลาดสด
น.ส.ดาลัด อัศเวศน์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) สายการพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. 2561 ทสภ. จะเปิดให้บริการร้านอาหาราคาถูกภายในสนามบินเพิ่มอีก 1 แห่ง ซึ่งจะใช้พื้นที่ประมาณ 100-120 ตารางเมตร บริเวณชั้น 1 ฝั่งตะวันออกของสนามบิน ติดกับสวน ซึ่งเดิมเคยเปิดเป็นร้านอาหารราคาประหยัด ใช้ชื่อว่า “ร้านนัดเจอ” ซึ่งปิดให้บริการไปแล้ว โดยจะขายอาหาร ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท และน้ำดื่ม ราคา 10 บาท โดยร้านจะอยู่ด้านนอกอาคารติดกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าจะสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ประมาณ 150-200 คน นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเร่งขยายพื้นที่ร้านเมจิกฟู้ดพอยต์ บริเวณชั้น 1 อีก 50 ตร.ม. รองรับผู้ใช้บริการได้เพิ่มอีกกว่า 100 คน คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเม.ย.นี้ ส่วนการควบคุมราคาอาหารในสุวรรณภูมิไม่ให้เกิน 25% ของราคาอาหารที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำนั้น อยู่ระหว่างการรอผลการสำรวจราคาอาหาร และเครื่องดื่มในห้างสรรพสินค้าจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดราคากลางของ ทอท. ต่อไป นอ
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่กรุงเทพมาหนคร (กทม.) จะใช้เงินลงทุน 1,200 ล้านบาท ดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า สถานีสะพานตากสิน (S6) เพื่อลดปัญหาแออัดการให้บริการ ว่า ตามแผน กทม. จะต้อง ขยายรางรถไฟฟ้าจากรางเดี่ยวเป็นรางคู่ ควบคู่ไปกับการขยายปีกสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ออกไปฝั่งละ 1.8 เมตร เป็นระยะทาง 230 เมตร เพื่อคงจำนวนช่องจราจรบนสะพานสาทรเท่าเดิม คือ ไป-กลับฝั่งละ 3 ช่อง ไม่ให้เกิดปัญหาการจราจร โดยในส่วนของการขยายสะพาน นั้นอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ดังนั้น กทม.จะต้องส่งแบบรายละเอียดการก่อสร้างทั้งหมดมาให้ ทช.พพิจารณาก่อน ซึ่งกทม.แจ้งว่าขณะนี้แบบก่อสร้าง มีความคืบหน้าประมาณ 40% คาดว่าจะส่งแบบก่อสร้างให้ ทช. พิจารณาความเหมาะสมได้ช่วงต้นเดือนมี.ค. นี้ โดย ทช. จะต้องนำแบบของ กทม. ไปพิจารณาว่ามีรูปแบบการก่อสร้างที่นำเสนอมาเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย มีความมั่นคงแข็งแรงหรือไม่ รวมทั้งจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับแผนงานก่อสร้างของกทม. ด้วย โดยกทม. จะต้องวางแผนการก่อสร้างไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการจราจรบริเวณโดยรอบ เบื้องต้น ทช. กำหนดให้ กทม
