ข่าววันนี้
โดยผู้โพสต์ได้ตามติดไปถ่ายภาพบรรยากาศในโรงแรมร้างกลางใจเมืองดังกล่าว และพบกับนายสมมาตร ซึ่งเผยว่า ก่อนรหน้านี้ตนเป็นทหารอยู่ที่บุรีรัมย์ และย้ายมาอยู่กรุงเทพเนื่องจากป่วยเป็น โรคมะเร็งที่ปอด จนร่างกายพร้อมโทรม ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่า มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 5 ปี และไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง เลยต้องมาอาศัยนอนที่โรงแรมร้างแห่งนี้ โดยกิจวัตรประจำวันของ นายสมมาตร คือการ ทำงานโบกรถจอดตามสถานที่เที่ยว หาเงินมาประทังชีวิต และรักษาโรคมะเร็ง บางวันหนาวไม่มีผ้าห่ม บางวันไม่ได้เงิน ต้องอดกินข้าว ต้องไปขอที่วัดกิน และกลับมาใช้โรงแรมร้างแห่งนี้เป็นที่พักพิง ซึ่งมีเพียงที่นอนเก่าๆ และขยะเต็มไปหมด เรียกว่าไม่น่าจะใช่ที่อยู่ของคนได้ นายสมมาตร เล่าต่อว่า ตนอยู่ที่นี่ก็เหมือนเป็น รปภ. ตึกไปในตัวด้วย บางวันมีเด็กมาเล่นยาตนก็เป็นคนไล่ไป บางทีก็เจองูบ้าง ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ถามในคลิปวิดีโอดังกล่าวว่า มีญาติหรือครอบครัวหรือไม่ นายสมมาตร เผยว่า ตนมีญาติ แต่พอไม่มีเงิน เขาก็ไม่นับถือตนเป็นญาติ
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จากกรณีหวย 30 ล้านบาท นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ถึงกรณีพยานใหม่ของครูปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี โดยระบุว่า “ผมขอต้อนรับสมาชิกพยานใหม่ของครูปรีชาด้วยความยินดีครับ หลังจากที่ผมดูข่าวช่องอัมรินทร์แล้ว ผมขอเชิญชวนท่านมาให้การตามที่ท่านอยากจะให้ความเป็นธรรมแก่ครูด้วยครับ อย่าแค่ให้สัมภาษณ์ด้วยความมันส์หรือแค่สร้างสีสันไปวันๆ ออกมาเลยครับ ผมและคุณลุงไม่ขัดข้อง ขออย่างเดียวคือให้ซักซ้อมกันให้ดี เอาให้เนียนสุดๆเลยครับ ท่าน ผบ.ตร.ออกมาบอกแล้วว่าคดีนี้มันเป็นขบวนการ ผมเองก็เชื่อมาตั้งแต่แรก ประชาชนทุกท่านก็ช่วยกันคิดตามด้วยครับว่าลำพังแค่ครูกับป้าบ้าบิ่นจะคิดเป็นคิดออกหรือครับ คนที่ไม่รู้กฎหมายและใจไม่กล้าจริงคิดวางแผนเรื่องนี้ไม่ได้หรอกครับ โดยเฉพาะการที่จะต้องหาประจักษ์พยานให้ได้ เพราะคำๆนี้ชาวบ้านพื้นๆคิดไม่ออกแน่ครับว่าจะต้องวางแผนและจะใช้วิธีการใดที่จะทำให้เรื่องราวมันเดินได้อย่างราบรื่นเพื่อให้สมจริงสมจัง คนที่วางแผนให้มันต้องมีครับ คนที่เข้าร่วมขบวนการนี้ ถ้าไม่มีผลประโยชน์มาเสนอให้ ผมเชื่
ความคืบหน้ากรณีหวยอลเวง 30 ล้าน ระหว่าง “ครูปรีชา” นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี กับ “ลุงจรูญ” ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ ที่ประชาชนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในทุกช่องทาง ว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทที่แท้จริง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟสบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ว่า “ผมขอต้อนรับสมาชิกพยานใหม่ของครูปรีชาด้วยความยินดีครับ หลังจากที่ผมดูข่าวช่องอัมรินทร์แล้ว ผมขอเชิญชวนท่านมาให้การตามที่ท่านอยากจะให้ความเป็นธรรมแก่ครูด้วยครับ อย่าแค่ให้สัมภาษณ์ด้วยความมันส์หรือแค่สร้างสีสันไปวันๆ ออกมาเลยครับ ผมและคุณลุงไม่ขัดข้อง ขออย่างเดียวคือให้ซักซ้อมกันให้ดี เอาให้เนียนสุดๆเลยครับ ท่าน ผบ.ตร.ออกมาบอกแล้วว่าคดีนี้มันเป็นขบวนการ ผมเองก็เชื่อมาตั้งแต่แรก ประชาชนทุกท่านก็ช่วยกันคิดตามด้วยครับว่าลำพังแค่ครูกับป้าบ้าบิ่นจะคิดเป็นคิดออกหรือครับ คนที่ไม่รู้กฎหมายและใจไม่กล้าจริงคิดวางแผนเรื่อ
ช่วงวันตรุษจีน ปีใหม่จีน ปีจอนี้ หมอช้าง ทศพร เผยว่า มี 3 ปีนักษัตรที่ดีในปีจอ คือ มะเมีย ขาล และ ปีที่ดีที่สุด คือ ปีเถาะ โดย ปีเถาะ ชง 100 % เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้หลุดชง และเป็นปีที่ดีมาก ส่วนปีชงจริงๆ มีปีเดียว คือ มะโรง ส่วน ชงร่วม ฉลู มะแม จอ บางตำราก็มี ระกา ด้วย สิ่งช่วยเรื่องปีชง จริงๆแล้ว คือ เรื่องความกตัญญู ตรุษจีน ออกแบบให้มีความกตัญญู คนจีนให้ความสำคัญมากกับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ไหว้เจ้า ไหว้ชุดใหญ่มาก เทศกาลแฝงคุณธรรม โดยการไหว้วันที่ 15 ก.พ. เช้าไหว้เจ้าที่คุ้มครองเรามา ตรุษจีน ช่วงสายไหว้บรรพบุรุษ หมอช้างมาแนะนำของไหว้มงคล กวักโชคลาภ งานรุ่ง รักปัง ชีวิตยืนยาว นอกจากหมูเป็ดไก่ ผลไม้ยอดฮิต คือ ส้ม สีทองความมงคล สีแดง แอปเปิ้ลแดง กล้วย กวักโชค ไหว้เจ้าวางหงาย ไหว้บรรพบุรุษ วางคว่ำ และ องุ่น ได้โชคลาภทวีคูณ รังนก นอกจากบำรุงกำลัง ยังเป็นความหมายที่ดีกับครอบครัว โดยวันที่ 14 ก.พ. วันจ่าย วันที่ 15 ก.พ. วันไหว้ และ วันที่ 16 ก.พ. วันตรุษจีน แนะนำให้พูดแต่สิ่งดี สิ่งมงคล ใส่เสื้อผ้าสีมงคล ทำแต่เรื่องมงคล ส่วนการแก้ชง ให้เริ่มแก้ วันที่ 17 ก.พ. ส่วนสถานที่ยอดฮิตคนนิยมไปไหว้สิริมงค
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณตลาดนัดพิมายเมืองใหม่ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นางสาวประวีนา วงค์สุนา ครูโรงเรียนบ้านทับควาย ได้นำเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึง ชั้น ป.6 จำนวน 10 คน ถือกล่องร้องเพลงเพื่อขอรับบริจาคเงินไปซื้อเครื่องดนตรีใช้ในโรงเรียน โดยเด็กๆ ทุกคนจะพลัดเปลี่ยนกันร้องเพลง ทำเอาผู้คนที่เดินตลาดนัดต่างบริจาคเงินเพื่อสบทบทุน โดยนางสาวประวีณา เล่าว่า สาเหตุที่ต้องนำเด็กนักเรียนออกมาร้องเพลงขอรับบริจาคเงินครั้งนี้ เนื่องจากโรงเรียนบ้านทับควายเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเด็กนักเรียน ทั้งหมด 34 คน เปิดสอนในระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีเด็กนักเรียนน้อยที่สุดในอ.พิมาย และมีครูเพียงแค่ 2 คนทั้งนี้ ทางโรงเรียนต้องการ เครื่องดนตรีที่ใช้ในวงโยธวาทิตเพื่อฝึกทักษะให้กับเด็กนักเรียนในช่วงที่มีงานแข่งกีฬาของโรงเรียนหรืองานกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน โดยใช้งบประมาณ 10,000 บาท ทั้งนี้ทางโรงเรียนเองไม่มีเงินงบประมาณที่จะจัดซื้อเครื่องดนตรีได้จึงนำเด็กนักเรียนออกมาร้องเพลงเพื่อขอรับบริจาคเงิน ซึ่งผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินสบทบทุนซื้อเครื่องดนตรีให้กับโรงเรียนได้ที
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นางกอบัว กิตติ แม่ค้าขายดอกกุหลาบ ในตลาดเทศบาลเมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว กล่าวถึงบรรยากาศการซื้อดอกไม้วันวาเลนไทน์ ว่า ปีนี้ แม่ค้าขายดอกกุหลาบ แทบหืดขึ้นคอ ขายดอกละ 5 บาท ยังไม่มีคนจะซื้อ จะซื้อเฉพาะเด็กนักเรียนที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ซื้อดอกกุหลาบส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนหญิง กับสาวประเภทสอง ส่วนนักเรียนชายจะซื้อค่อนข้างน้อยมาก อย่างไรก็ตามพบว่า นักเรียนระดับประถมและระดับมัธยมตอนต้นจะซื้อสติกเกอร์รูปหัวใจสีแดง ราคาถูก ติดเสื้อได้หลายคน จะขายได้มากกว่าดอกกุหลาบ
เป็นภาพน่ารักๆ เหมาะสมกับในวันวาเลนไทน์แบบนี้ โดยภาพดังกล่าวได้รับการแชร์จากสมาชิกทวิตเตอร์ @Psolemn ซึ่งมีการรีทวิตต่อไปถึงกว่า 8 พันครั้ง โดยหนุ่มคนนี้ถ่ายภาพกับหญิงมีอายุคนหนึ่ง ซึ่งภาพดูแล้วอบอุ่น กอดกันด้วยความรัก ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก ซึ่งเขาเขียนแคปชั่นว่า “วันนี้พาแฟนไปเดทมาครับ” แต่ก่อนที่จะกลายเป็นความดราม่าเรื่องความรักต่างวัย หนุ่มรายนี้ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า “แฟนอากงครับ” โดยภาพดังกล่าวได้รับการแชร์ไปด้วยความชื่นชมในความน่ารักที่หลานชายพาอาม่ามาถ่ายรูปทำกิจกรรมร่วมกัน พลอยทำให้คนเห็นภาพยิ้มกว้างตามไปด้วยเลยทีเดียว และดูเป็นแบบอย่างว่า ความรักไม่จำเป็นต้องมอบให้แฟนเพียงเท่านั้น สามารถมอบให้คนรอบตัว ญาติผู้ใหญ่ พ่อแม่ และเพื่อนได้ทั้งสิ้น ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ในวันแห่งความรักแบบนี้
“ครูแว่นดำ” หรือนายชาตรี บุญมี ครูภาษาไทยผู้พิการทางสายตา จาก โรงเรียน เทศบาลบ้านคลองภาษี อ.กันตัง จ.ตรัง ได้จัดทำ MV ที่มีชื่อว่า เพื่อนดีดี เนื่องในวันวาเลนไทน์ เพื่อเตือนวัยรุ่นทั้งหลายให้แสดงออกซึ่งความรักอย่างเหมาะสม เพราะอาจเสียการเรียน เสียตัว เสียใจ หรือเสียอนาคต ซึ่งการจัดทำ MV ในครั้งนี้ ได้มีการนำทำนองเพลงแฟนดีดี ของวง SOMAN มาแต่งขึ้นใหม่ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ตรงกับวันวาเลนไทน์ ซึ่งจริงๆแล้ววันวาเลนไทน์นั้น เป็นวันที่มีขึ้นเพื่อให้ชาวโลกได้แสดงออกซึ่งความรัก หรือความเมตตาต่อกัน อันจะนำมาซึ่งสันติภาพและสันติสุขของโลก แต่วัยรุ่นไม่น้อยกลับเลือกที่จะแสดงออกแต่ในเรื่องความรักฉันท์ชู้สาว ถึงแม้ความรักจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเกิดขึ้นผิดที่ ผิดเวลา ก็อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น ออกมาในทางตรงกันข้ามได้ “ครูแว่นดำ” จึงสร้างสรรค์ผลงานเพลงออกมา เพื่ออยากจะเตือนสติวัยรุ่นว่า “ขณะนี้เรายังไม่ได้อยู่วัยรัก แต่เป็นวัยเล่นและวัยเรียน ซึ่งเป็นวัยที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ อย่างมีความสุขสนุกสนาน ทุกคนจึงต้องเก็บเกี่ยวช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ไว้ให้มากที่สุด เพรา
วันนี้วันพุธ โดยรวมดวงชะตาให้คุณมากกว่าให้โทษ อาทิตย์คนรอบข้างให้การสนับสนุน จันทร์นักธุรกิจมีกำไรเข้ากระเป๋า อังคารการเงินรั่วไหล คนแปลกหน้าทำให้เสียทรัพย์ พุธเหมาะเสี่ยงโชคเก็งกำไร พฤหัสฯ การเงินหมุนเวียนคล่องมือ ใช้จ่ายอย่างไรก็ยังมีเหลือเก็บ ศุกร์หลายคนได้รับข่าวดีเรื่องยศตำแหน่ง ส่วนเสาร์ไม่จำเป็นอย่าควักเงินออกจากกระเป๋า ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ ดวงชะตาพลิกผัน ติดต่อประสานงานราบรื่น สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน เหมาะริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิต ผู้ใหญ่เจ้านายเมตตา เหมาะแสดงผลงานให้เป็นที่ปรากฏ การเงินหมุนเวียนคล่อง เอาเงินไปต่อเงินได้ผลตอบแทนคุ้มค่า คนรักนำความสุขมาให้ ช่วงเวลาให้คุณ 11.00-12.00 น. ท่านที่เกิดวันจันทร์ ดวงชะตาให้คุณ ติดต่อประสานงานราบรื่น คนรอบข้างให้การสนับสนุน ผู้ใหญ่เจ้านายเมตตา การเงินหมุนเวียนคล่องมือ เหมาะเอาเงินไปต่อเงิน เจรจาธุรกิจได้รับการสนับสนุน เปิดกิจการจะมีกำไร ได้ลาภจากการเดินทาง คนรักไม่ทำให้ผิดหวัง ช่วงเวลาให้คุณ 17.00-18.00 น. ท่านที่เกิดวันอังคาร ดวงชะตาให้คุณ ทุกอย่างราบรื่น สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน คนรอบข้างให้การสนับสนุน ผู้ใหญ่เจ้านายให้โอกาส การเง
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก โดยสีสันวันวาเลนไทน์ปีนี้ พาไปดูคู่รักนักบุญ อยู่อย่างพอเพียงที่จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นคู่รักของคุณตาเพิ่ม กับ คุณยายฉ่ำ ชาวบ้านเกาะ ทั้งคุณตาและคุณยายมีอายุย่างเข้า 90 ปี ครองรักกันมายาวนานถึง 62 ปีแล้ว ภายในบ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.บ้านเกาะ อ.เมืองสมุทรสาคร และที่น่าแปลกนอกจากความรักที่สามารถครองกันมาได้อย่างอายุมั่นขวัญยืนตามคำอวยพรของคนโบร่ำโบราณนั้น สิ่งที่กำหนดชะตาบ่งชี้ให้สองตายายมาเป็นคู่เนื้อนาบุญกัน นั่นก็คือ คุณตาเพิ่ม กับ คุณยายฉ่ำ เกิดวันเสาร์เหมือนกัน เกิดเดือน ก.ย.เหมือนกัน และเกิดพ.ศ.2472 ปีเดียวกัน แต่ที่ต่างกันก็ตรงที่คุณตาเพิ่มเกิดวันเสาร์ที่ 6 ก.ย. 2472 ส่วนคุณยายฉ่ำเกิดวันเสาร์ที่ 13 ก.ย. 2472 ห่างกันเพียง 7 วันเท่านั้น คุณตาเพิ่ม เล่าว่า ตนพบรักกับคุณยายฉ่ำได้เพราะญาติทั้งสองฝ่ายแนะนำและจับแต่งงานกัน ซึ่งสมัยนั้นก็ไม่ได้ขัดใจพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเห็นสมควรเหมาะสมกัน ก็ตกลงปลงใจแต่งงานครองเรือนร่วมกันมาตั้งแต่อายุ 27 ปี แล้วก็ช่วยกันทำมาหากินด้วยอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว คือการทำนากับเย็บจาก เงินทุกบาทท
