ข่าววันนี้
กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากมาย สำหรับ ชนัทธา สายศิลา หรือ “แน๊ป” นักร้องนำ เรโทรสเปกต์ วงร็อกชื่อดังของเมืองไทย ที่ประกาศกร้าวในงานร็อก “g19” ที่ผ่านมาด้วยวลีเด็ด ร็อกไม่มีวันตายแต่เสือดำตายใครรับผิดชอบ ซึ่งได้ถูกแชร์ต่อไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ก่อนที่ “นิค” วิเชียร ฤกษ์ไพศาล พ่อใหญ่แห่งจีนี่ เรคคอร์ด จะโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หากวงเรโทรสเปกต์ สามารถระดมแฟนคลับมาได้ถึง 40,000 คน อาจมีโอกาสได้เห็นคอนเสิร์ตใหญ่ของ เรโทรสเปกต์ ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็เป็นได้ เป็น “คอนเสิร์ตเพื่อเสือดำ” ต่อมา แน๊ป เรโทรสเปกต์ ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก Retrospect ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า หาก พ่อใหญ่แห่งจีนี่ เรคคอร์ด อนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ของวง จะไลฟ์สดสักเสือดำให้ดู พร้อมเปรยต่อว่า วันนี้จะเข้าไปปรึกษาพี่ๆ จีนี่ เรคคอร์ด ทุกท่าน ถึงความเป็นไปได้ในการเกิดคอนเสิร์ตใหญ่ พร้อมทั้งชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังได้นำ “เสือดำ” มาเเปรยถึงบ่อยครั้ง “เพื่อความเข้าใจของหลายๆท่าน จะขออธิบายตนเองตามนี้นะครับ ความตั้งใจของวงในครั้งนี้ ที่นำเรื่องเสือดำขึ้นมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ไม่มีความคิดที่จะใช้ค
จากกรณี สมาชิกเฟซบุ๊ก Karuna Phankingthip ได้โพสต์และเล่าเหตุการณ์ที่ประสบกับตัวเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ระบุว่า เธอได้เดินทางจากประเทศไทย ไปประเทศเดนมาร์ก ด้วยสายการบินไทย แต่พบว่าเมื่อเดินทางไปถึง ทองคำที่เธอโหลดมาในกระเป๋าเดินทางโดนแกะเหลือแต่กล่องใส่ทองเท่านั้น โดยพบว่าจำนวนทองที่หายมูลค่าร่วม 4 แสนบาท เวลาต่อมา การบินไทย ชี้แจงเบื้องต้นว่า บริษัทฯ ได้รับทราบกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รีบดำเนินการติดต่อผู้เสียหายเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งจะประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว หากปรากฏหลักฐานว่าทรัพย์สินมีค่าของผู้เสียหาย สูญหายจากการเดินทางกับเครื่องบินของบริษัทฯ จริง บริษัทฯ จะดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรฐานสากลที่สายการบินได้กำหนดไว้ ล่าสุด วันที่ 13 ก.พ. สมาชิกเฟซบุ๊กดังกล่าว โพสต์ข้อความระบุว่า อ้อมต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ติดตาม ดำเนินเรื่องที่ทองหาย ระหว่างเดินทางกลับ ไทย-สวีเดน ตอนนี้อ้อมได้รับการติดต่อกลับและช่วยเหลือจากทุกฝ่าย
หมอดูต๊อกแต๊ก A4 ได้โพสต์ผ่านเพจ Toktak A4 ว่า ในเทศกาลตรุษจีน 2018 นี้ ดวงคนเราเริ่มเปลี่ยนแปลง บางคนดี แต่บางคนจะเจอเรื่องแย่ โดยเฉพาะ คนเกิดปีมะเส็ง ปีขาล จะดีขึ้นมากแบบชัดเจน ส่วนปี ชวด เถาะ ก็ดีแต่ ยังคงมีปัญหาเรื่องการพูดคุยติดต่อ และปี จอ มะแม ต้องระวัง ดังนั้นการไหว้เจ้า หรือ การทำบุญต่างๆจึงสำคัญมาก และถ้าแม่ไม่พูดถึงของไหว้ก็คงจะไม่ได้ ปีนี้แม่มีเคล็ดลับพิเศษ ของไหว้ ให้เฮง รวย ปัง แม่ขอแนะนำ ผลไม้สีมงคลสีทอง-แดง ที่หาซื้อได้ง่าย ความหมายดี ที่สำคัญแม่ขอแนะนำอีก 1 อย่างที่สามารถนำมาเป็นของไหว้ ด้วยสีมงคล สีทอง-สีแดง จากสก๊อต รังนกแท้ ยังสามารถมอบให้กับผู้ใหญ่ที่นับถือ เพื่อเสริมมงคลด้านโชคลาภทั้งผู้ให้และผู้รับอีกด้วย
Valentines นี้ ร้าน “ฮอตโตะ บัน” เบอร์เกอร์นึ่งสไตล์ญี่ปุ่น เเจกตุ๊กตาฮอทโตะคุง 2 รางวัล เเละ Voucher มูลค่า 100฿ 10 รางวัล สำหรับกติกา เพียงแค่ โพสรูปบันเสี่ยวของคุณจาก Hotto Bun สาขาไหนก็ได้ พร้อมแคปชั่นเสี่ยวประจำตัว แคปชั่นเเละรูปไหนเสี่ยวโดนใจแอดมิน รับฟรี ตุ๊กตาฮอทโตะคุง 1ตัว และ Voucher มูลค่า 100฿ จำนวน 10 รางวัล พิเศษสำหรับการโพสที่มียอด Like สูงสุด รับทันที ตุ๊กตาฮอทโตะคุง อีก 1 ตัว !! ประกาศผล 1 มี.ค. นี้ อย่าลืมเปิด public ด้วยน้าาาา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กลุ่มขนมไทยแม่ตะเพียน ม.5 บ้านบางพะยอมใต้ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก แหล่งผลิตขนมเทียน ขนมเข่ง รายใหญ่ ของจังหวัดพิษณุโลก มีสมาชิกกลุ่มขนมไทยกว่า 20 คน เร่งทำขนมเทียน ขนมเข่ง ตามออเดอร์เพื่อให้ทันส่งขายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ โดยนางตะเพียน ท่าผา อายุ 49 ปี ประธานกลุ่มขนมไทยแม่ตะเพียน เปิดเผยว่า ที่บ้านของตนเป็นแหล่งผลิตขนมไทยโบราณ ส่งขายตามสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะ อ.นครไทย อ.บางระกำ อ.วัดโบสถ์ ตลาดสถานีรถไฟ อ.เมือง ซึ่งในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ขณะนี้มีออเดอร์สั่งเข้ามาวันละ 7 ตัน ถ้าเทียบกับปีที่แล้วนับว่ายอดสั่งเพิ่มขึ้นถึง 2 ตัน จึงต้องเร่งให้สมาชิกมารวมกลุ่มกันทำ พร้อมกับจ้างแรงงานในหมู่บ้านเพิ่มเพื่อเร่งทำขนมเทียน ขนมเข่งส่งให้ทันตามออเดอร์ โดยจะลงมือทำขนมตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า- เที่ยงคืนทุกวัน โดยทางกลุ่มจะเน้นรสชาติครบเครื่อง สะอาด ถูกสุขอนามัย จึงทำให้ลูกค้าบอกกันปากต่อปาก จนกลายเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำขนมไทยทุกประเภท นางตะเพียน กล่าวต่อว่า ยอดขนมเทียนขนมเข่ง เริ่มทำมาได้ประมาณ 2-3 วันมานี้ ปีนี้ตนยังขายในราคาเดิม คือขายส่งอยู่ที
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. เอพีรายงานคดีสะเทือนใจในรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จับกุมชาวมาเลเซียเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน 3 คน เป็นแม่สูงอายุและลูกชายหญิง ต้องสงสัยมีส่วนทำให้นางอะเดลีนา อาชีพรับจ้างเป็นแม่บ้าน ชาวอินโดนีเซีย อายุ 26 ปี (บางสื่อรายงานว่า อายุ 21 ปี) เสียชีวิต หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีการทารุณกรรมที่บ้านในย่านบูกิต เมอร์ตาจาม เมืองเซเบรัง เปไร น.ส.อะเดลีนาอยู่ในสภาพอิดโรย หวาดกลัว และไม่สามารถให้การใดๆ ได้ เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่เพียง 1 วันถัดมา แม่บ้านรายนี้ก็เสียชีวิต จากการสอบสวนพบว่าแม่บ้านถูกบังคับให้นอนเฝ้าสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ 2 ตัวที่นอกบ้าน Indonesian house maid Adelina Lisao sits on the porch in Bukit Mertajam, near Penang, Malaysia. (AP Photo/Por Cheng Han) แม่บ้านคนดังกล่าวถูกพบครั้งแรกโดยผู้สื่อข่าวท้องถิ่น จากนั้นผู้ช่วยของนายสตีเว่น ซิม สมาชิกสภาเมืองเซเบรัง เปไร นำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ แต่เมื่อตำรวจนำกำลังไปถึงที่เกิดเหตุ พบนางสาวอะเดลีนานั่งอยู่ข้างกรงสุนัขนอกบ้าน แต่กลับมีท่าทีไม่ตอบสนองเท่าใดนัก เพียงหันมามอ
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิต โดย สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้สำรวจความสุขและทัศนคติวัยรุ่นต่อวันวาเลนไทน์ปี 2561 ในช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียน อายุ 11-19 ปี จำนวน 2,100 คน โรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า ในด้านของความสุข วัยรุ่น 2 ใน 3 มองว่าชีวิตตนเองมีความสุข มากกว่า ร้อยละ 70 รู้สึกเป็นสุขในการช่วยเหลือผู้อื่น และมั่นใจว่า ชุมชนที่อยู่อาศัยมีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า วัยรุ่นเกือบครึ่งไม่มีความมั่นใจในการแก้ปัญหาชีวิต ไม่มีความภูมิใจในตนเอง และรู้สึกว่าตนเองไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยร้อยละ 18.64 รู้สึกว่าการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวทำให้มีความสุข นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ พบว่า ร้อยละ 39.03 มองว่า วาเลนไทน์ เป็นวันแห่งความรักที่คนรักแสดงความรักให้กัน ในขณะที่ร้อยละ 32.89 ไม่ได้ให้ความสนใจ และร้อยละ 11.78 มองว่า เป็นวันที่ผู้ใหญ่ชอบมาเตือนเรื่องความรักจนเกินเหตุ ทั้งนี้ วัยรุ่น ร้อยละ 41.50 เคยมีแฟนแล้ว ในจำนวนนี
นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ปีนี้สถาบันร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จัดโครงการ ยกระดับมาตรฐานรสไทยแท้อุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตอาหารในอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการอาหารของไทย ให้มีคุณภาพปลอดภัยและมีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม ทั้งยังรักษาเอกลักษณ์ของอาหารรสไทยแท้ โดยปีนี้กำหนดให้มีการจัดทำมาตรฐานรสไทยแท้ทั้งหมด 9 เมนู แบ่งเป็นอาหารคาว 7 เมนู ได้แก่ ทอดมันปลา ฉูฉี่กุ้ง กุ้งซอสมะขาม ห่อหมกทะเล แกงเผ็ดเป็ดย่าง ยำวุ้นเส้นทะเล และแกงกะหรี่ไก่ อาหารหวาน 2 เมนู ได้แก่ บัวลอย และข้าวเหนียวสังขยา นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดทำคู่มืออ้างอิงมาตรฐานอาหารไทย 2 ภาษา เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มาตรฐานรสไทยแท้ รวมทั้งจัดอบรมให้ความรู้กับผู้ประกอบการร้านอาหารและภาคอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร มีเป้าหมายในการยกระดับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น 1,000 ราย และเตรียมจัดงานกาล่าดินเนอร์ ประชาสัมพันธ์เมนูอาหารต้นแบบรสไทยแท้ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ภูเก็ต สงขลา เชียงใหม่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาในปี 2559 มีการจัดทำมาตรฐานรสไทยแท้ 13 เมนู แบ่งเป็นอาหารคาว
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Soontree Ngamsuntisuk ได้โพสต์ข้อความแชร์เรื่องราวน่ารักๆ ลงบนโลกโซเชียล ที่พบจากประสบการณ์ทำงานของเธอ ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย เธอเล่าว่า ในระหว่างที่กำลังบอร์ดผู้โดยสารอยู่ในเคบิน ไฟลต์ TG663 PVG – BKK เธอได้เห็นผู้โดยสารผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังขะมักเขม้นแจกของอะไรบางอย่างให้แก่ผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งอยู่ เมื่อเธอเดินผ่านผู้โดยสารก็พยายามจะสื่อสารกับเธอเป็นภาษาจีน แต่ตอนนั้นคิดว่าเขาคงอยากแจกของตามเทศกาลตรุษจีน เลยบอกไปว่าข้างหลังมีลูกเรือ 4 คน แล้วสิ่งที่ได้มาคือสิ่งนี้ โดยข้อความที่ติดมาในซองคุกกี้ กล่าวว่า..“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นทารกวัย 10 เดือน ฉันดีใจที่ได้ร่วมเดินทางไฟล์ตเดียวกับทุกๆ คนนะคะ ฉันจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้ารบกวนคุณ ฉันขอกล่าวคำขอโทษล่วงหน้าด้วย ลองชิมคุกกี้และขนมดูนะคะฝีมือแม่ของฉันเอง หวังว่าทุกๆ อย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี” ข้อความบนกระดาษนั้น ทำให้เธอและทุกคนบนไฟลต์ที่รับคุกกี้อดยิ้มกับความน่ารักของผู้โดยสารแม่ลูกอ่อนรายนี้ไม่ได้.. ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เนื่องด้วยเทศกาลวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่คู่รักมากมายหลายคู่รอคอยที่จะจดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักงานเขตพื้นที่ที่มีชื่อเป็นที่นิยม สื่อความหมายที่ดีสำหรับคู่รัก ทางกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ในฐานะหน่วยงานตัวแทนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วม “ส่งรัก สานใจ ให้ครอบครัวไทยเข้มแข็ง” โดยจัดบู๊ธนิทรรศการเชิญชวนคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตบางซื่อ เพราะชื่อ “บางซื่อ” นั้น สามารถสื่อความหมายให้ความรักยืนยาวด้วยรักที่ซื่อสัตย์ต่อกัน โดยจัดกิจกรรม ให้ความรู้และส่งเสริมความสัมพันธ์ให้กับครอบครัวที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่ ให้สามารถปรับตัวและรักษา สัมพันธภาพให้ยั่งยืน และเตรียมความพร้อมในการจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการใช้ชีวิตคู่ด้วย โดยลักษณะบู๊ธนิทรรศการจะมีกิจกรรมเกม “ส่งรัก สานใจ” และเชิญชวนคู่รักเริ่มต้นความรักต่อกันด้วย 10 คำดี และแจกของที่ระลึกเกี่ยวกับ 10 คำดี เช่น “เหนื่อยไหม รักนะ มีอะไรให้ช่วยไหม คำชมเชย (ภูมิใจ/ดี/เยี่ยม) ไม่เป็นไรนะ สู้ๆ นะ ทำได้อยู่แล้ว คิดถึงนะ ขอบคุณนะ และขอโทษนะ” เป็นต้น ในวันที่ 14
