ข่าววันนี้
ผบ.ตร.บิ๊กแป๊ะขีดเส้นสิ้นเดือนนี้ รู้ใครเจ้าของลอตเตอรี่อลเวง 30 ล้าน ระหว่างหมวดจรูญและครูปรีชา “บิ๊กแป๊ะ” ชี้คล้ายกรณีครูจอมทรัพย์ มั่นใจกองปราบฯ ตอบได้ทุกข้อสงสัย “ฐิติราช” เผยคดีสมบูรณ์รู้ว่าใครผิด-ถูก ตัวการ-สนับสนุน บางคนไม่รู้อะไรด้วยแต่เชื่อว่าเป็นคนดีเลยออกมาช่วยปกป้อง สอบพบความผิดชัดเจนแน่ๆ แล้ว 1 คน แจ้งความเท็จ ครูปรีชาย้ำอีกไปพิสูจน์กันบนศาล เจ๊เกียวยันเจ๊บ้าบิ่นไม่ได้ถูกอุ้มหายไป แค่ไม่อยากเจอใคร (คลิปเปิดปากพยานสำคัญ30ล้าน!! เผยหวยตก ‘ลุงจรูญ’ เกือบถูกดำเนินคดี เห็นครูซื้อหวย‘เจ๊พัช’) จากกรณีร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจเกษียณอายุ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ ต่างอ้างตัวเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.2560 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ จำนวนเงิน 30 ล้านบาท จนฟ้องร้องดำเนินคดีกันวุ่นวาย จนผบ.ตร.ต้องให้กองปราบฯ เข้ามาดูแลคดีแทน บช.ภาค 7 เพื่อความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ล่าสุดคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ได้เผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกที่ศาลแพ่ง ที่ฝ่ายครูฟ้องเรียกเงินหวย 30 ล้านคืน ตามข่าวที่เสนอแล้ว ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น
เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเขตบางรัก ได้จัดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ เนื่องในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ภายใต้ชื่องาน “ฤดูกาลแห่งรัก ณ บางรัก Season of love @Bangrak” ซึ่งเปิดบริการให้คู่รักมาจดทะเบียนสมรส สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเป็นไปอย่างคึกคัก พบคู่รักทุกช่วงวัย แต่งกายสวยงาม ทยอยเดินทางมาร่วมจดทะเบียนสมรส โดยคู่รักเดินทางมารอคิวตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เพื่อรับคำร้องจดทะเบียนสมรสในเวลา 06.00 น. สำหรับคู่แรกที่เดินทางมาถึงอาคารไปรษณีย์กลาง คือคู่ของ นายไพรวัลย์ ขวัญนาค อายุ 35 ปี และน.ส.สุกัญญา ขำดี อายุ 30 ปี ทั้งคู่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน โดยน.ส.สุกัญญา กล่าวว่า ได้ออกเดินทางมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยรถตู้โดยสาร เมื่อเวลา 19.00 น. มาถึงอาคารไปรษณีย์กลาง ราว 23.30 น.ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันนี้ได้ตัดสินใจมาจดทะเบียนสมรสที่บางรัก เพราะเป็นสถานที่ที่คู่รักต่างอยากมาจดทะเบียนสมรส และเป็นครั้งหนึ่งที่สำคัญในชีวิต โดยคู่ของตนใช้เวลาคบหากันมากกว่า 9 ปีแล้ว วันนี้ถือเป็นเวลา
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านพบเห็นความเปลี่ยนแปลง ของสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง อาจมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยเรือ หรือไปในบริเวณที่ถูกพายุฟ้าคะนอง ได้รับการชดเชยความ เสียหายต่างๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ เป็นต้น ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านจะไม่ได้รับบริการบางอย่าง ที่เป็นความสุขสบายส่วนตัว เช่น ร้านทำผม ตัดเสื้อที่ถูกกับรสนิยมของท่านย้ายไปที่อื่นโดยไม่บอกกล่าว ความทุกข์ยากลำบากใจจากเรื่องเก่าๆ ที่ท่านลืมไปแล้ว จะกลับมาเกิดขึ้นอีก ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านได้ลาภเป็นเสื้อผ้าเครื่องสำอางหรือเครื่องประดับต่างๆ มักฝันประหลาด และตรงกับความจริง มีลาภลอยที่ไม่เกี่ยวแก่การพนัน คนรักที่จากไปไกลจะได้ไปมาหาสู่กันเหมือนอย่างเดิม ควรมีไฟฉายไว้ใกล้ตัว ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านมีกิจการมาก มีปัญหาต่างๆ ทับถมกันเข้ามาก็จริง แต่ผู้ใหญ่ญาติมิตร และบริวารก็ช่วยแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ไม่ควรไปร่วมงานกินเลี้ยงของเพื่อนบ้าน หรืองานรื่นเริงใดๆ แบบงานวัด ไม่ควรเที่ยวแม่น้ำลำคลอง ราศีสิงห์ เกิดตั้ง
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรี รายงานบรรยากาศก่อนวันแห่งความรัก พบตามร้านขายดอกไม้สด โดยเฉพาะดอกกุหลาบสัญลักษณ์ในการบอกรักของหนุ่มสาว ทั้งกุหลาบชนิดทั้งสดและแห้ง ย่านที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม 304 ,โรจนะ(ใหม่) อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 1,000 แห่ง มีคู่หนุ่ม-สาวฉันทนาตื่นตัวมาสั่งจองล่วงหน้ากันถึง 2 วัน สอบถามพ่อค้า-แม่ค้า มียอดสั่งจองเป็นจำนวนมาก พร้อมกับราคาจำหน่ายดอกกุหลาบสูงขึ้นตามด้วย โดยราคาตกดอกละ 20-50 บาท อาทิ ร้าน ปอ ปูดอกไม้สด – แห้ง หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม (อบต.) อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พบมีลูกค้าสั่งจองจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะมาสั่งจองรวมเป็นพวง โดยทางร้านได้มีการตกแต่งเอาใจลูกค้าเป็นกรณีพิเศษ ในวันแห่งความรักนี้ ซึ่งมีลูกค้าบรรดาหนุ่มสาวโรงงานมาสั่งจองกันทุกๆ ปี ซึ่งปีนี้ทางร้านสั่งดอกกุหลาบมาสำรองไว้เกือบเท่าตัว มากกว่าที่ขายในวันปกติ นางนพวรรณ เลิศศักดิ์วิมาน เจ้าของร้าน กล่าวว่า ทุกๆ ปีหนุ่มสาวมาสั่งให้ทำดอกไม้ทั้งช่อเดี่ยว-กำ เพื่อมอบให้คนรักในเทศกาลวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ทางร้านจัดทำตามใจลูกค้าทุกคน
ฮากระจายในความนก เมื่อ คุณ ได้โพสต์คลิป คุณหลวงฯแบนด์ วงนักเรียนดนตรีน้อยชิ้นที่โด่งดังบนโลกโซเชียล มางวดนี้มีเพลงเข้ากับเทศกาลแห่งความรัก “กูซัง วาเลนไทน์” ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย “ไอซ์ หลวงพระเนตร” โดยเนื้อหาก็ไม่พ้นการประชดวันดังกล่าว ว่าไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตมากมายนัก แต่ด้วยลีลาและคำร้องบอกได้เลยคนโสดฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ใกล้จะแล้วเสร็จสำหรับเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วง หัวลำโพง – หลักสอง (สายสีน้ำเงินส่วนใต้) โดยล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าชม สถานีวัดมังกร (BS10) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใต้ถนนเจริญกรุง บริเวณใกล้กับวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) โดยสถานีวัดมังกรจะเป็นสถานีแรกของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค สถานีวัดมังกร (BS10) แบ่งการจัดพื้นที่ออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้ G – ระดับถนน (Street Level) / B1 – ชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร (Concourse Level) / B2 – ชั้นชานชาลาบน ไปท่าพระ (ผ่านศูนย์วัฒนธรรมฯ) (Upper Platform to Tha Phra via Thailand Cultural Centre) / B3 – ชั้นชานชาลาล่าง ไปหลักสอง (ผ่านบางหว้า) (Lower Platform to Lak Song via Bang Wa) ขอบคุณภาพ BKKTrains.com ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
สีสันวันวาเลนไทน์ปีนี้ ยกให้คู่รักนักบุญ อยู่อย่างพอเพียง ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นคู่รักระหว่าง คุณตาเพิ่ม กับ คุณยายฉ่ำ ชาวบ้านเกาะ ทั้งคู่มีอายุย่าง 90 ปี ครองรักกันมายาวนานถึง 62 ปี ภายในบ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และที่น่าประหลาดใจกันคือ ทั้งคุณตาเพิ่ม คุณยายฉ่ำ เกิดวันเสาร์เหมือนกัน เกิดเดือนกันยายนเหมือนกัน และเกิดปีพ.ศ.2472 ปีเดียวกัน ต่างกันแค่วันที่ โดยคุณตา เพิ่มเกิดวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2472 ส่วนคุณยายฉ่ำ เกิดวันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2472 ห่างกันเพียง 7 วันเท่านั้น คุณตาเพิ่ม เล่าว่า พบรักกับคุณยายฉ่ำได้เพราะญาติทั้งสองฝ่ายแนะนำและจับแต่งงานกัน สมัยนั้นไม่ได้ขัดใจพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเห็นดีเห็นงาม ก็เลยตกลงปลงใจแต่งงานครองเรือนร่วมกันมาตั้งแต่อายุ 27 ปี แล้วก็ช่วยกันทำมาหากินด้วยอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวคือ ทำนา กับ เย็บจาก เงินทุกบาทที่ได้มาก็ใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่าเก็บหอมรอมริบเอาไว้ใช้ยามแก่เฒ่าเพราะไม่มีลูกที่จะเป็นที่พึ่งยามเข้าสู่ไม้ใกล้ฝั่ง รู้กิน รู้ใช้ อยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้นพอแก่ตัวตอนอายุ 60 ปี ได
คุณ ประเสริฐ พัฒกอ ได้โพสต์คลิปจากหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยในคลิปจะเห็นว่ามีคนคอยให้บริการเสื่อกับร่มให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยแล้วชาวต่างชาติที่มาเที่ยวทะเล แต่ได้มีการนำผ้ามาปกปิดสิ่งของดังกล่าวก่อนจะนำไปให้นักท่องเที่ยว ผู้โพสต์ได้ระบายว่า ธุรกิจคนนอกคนในพื้นที่ได้แต่นั่งดู ถ้าคนในพื้นที่ทำป่านนี้โดนเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการไปหมดแล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จัดระเบียบชายหาด แต่ยังมีคนมาคอยลักลอบให้บริการซึ่งผู้โพสต์ยืนยันว่าคนที่ลักลอบมาให้บริการนั้นเป็นคนนอกพื้นที่ แม้จะมีเจ้าหน้าที่มาจัดการแต่ไม่ทันข้ามวันก็คงกลับมาทำใหม่ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่บริเวณหัวมุมสนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม “ใส่หน้ากากเสือดำ สัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี” เพื่อสร้างจิตสำนึกและบทเรียนให้นิสิตนักศึกษาในการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยทางชมรมฯ และเครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์จากมหาลัยต่างๆ 30 แห่ง ได้ออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย เดเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพรรคพวก ที่เข้าไปล่าเสือดำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และสัตว์ที่ทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรีน.ส.ณิชา เวชพานิช สมาชิกชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุดประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนๆ นิสิตจุฬา และบุคคลภายนอกที่สนใจเกี่ยวกับประเด็นการล่าสัตว์ป่าที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นเพื่อเตือนใจคนไทยว่าการอนุรักษ์สัตว์ป่าสำคัญแค่ไหนน.ส.ณิชา กล่าวต่อว่า วันนี้ครบรอบ 1 สัปดาห์ที่เครือข่ายนักศึกษาอนุรักษ์ที่ประกอบด้วยหลายมหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านวังน้ำเย็น ม.8 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เป็นชาวเขาเผ่าม้งที่อพยพมาจากถ้ำกระบอก จ.สระบุรี มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี พ.ศ2540 ร้องเรียน ถึงปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ พร้อมประชุมชาวบ้านประมาณ ม321 หลังคาเรือน เพื่อนำเสนอปัญหาไปยังผู้เกี่ยวข้อง ณ อาคารเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน โดยหลังจากประชุมแล้วเสร็จ ชาวบ้านวังน้ำเย็นรวมตัวกันกลางหมู่บ้านเพื่อเรียกร้องเพื่อขอใช้ไฟฟ้า และเป็นการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่เห็นความสำคัญกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน นายสุริยัน ทิพย์สุวรรณ นายกอบต.นาโบสถ์ กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2540 ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง ได้ถูกอพยพย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดสระบุรี และจังหวัดต่างๆ เข้าจับจองพื้นที่ จนกระทั่งในปี พ. ศ. 2547 ราษฎรประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ และได้รับความเดือดร้อน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน กลางคืนไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า เด็กๆนักเรียนที่กลับจากโรงเรียนต้องทำการบ้าน โดยอาศัยไฟตะเกียงและไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อให้ความสว่างยามค่ำคืน ส่วนโรงเรียนบ้านวังน้ำเย็น ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบ้านวังน้ำเย็น มีเด็กนักเรียน จำนวน 189 คน ต้องรวมไปถึงสื่อการเรียน
