ข่าววันนี้
วันที่ 29 ม.ค. 2561 จะครบรอบ 13 ปีแล้วที่ นายวันชาติ พึ่งฉ่ำ หรือ “หนู คลองเตย” ศิลปินตลกผู้ถูกกล่าวขานว่าเป็นนักเรียกรอยยิ้ม และเล่าเรื่องด้นสดได้ขำที่สุดในเมืองไทย เสียชีวิตลง “หนู คลองเตย” เป็นเด็กต่างจังหวัด เรียนจบแค่ ป.1 และเดินทางเข้าเมืองกรุงมาอยู่ที่สลัมคลองเตย เข้าสู่วงการแสดงด้วยการเข้าร่วมคณะลิเก ในฐานะเด็กตีกลอง ก่อนผันตัวเองไปเป็นตลกในคณะ “อิสระ เดือนเพ็ญ” และเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อได้ร่วมแสดงตลกกับ เป็ด เชิญยิ้ม รวมถึงมีผลงานในรายการเกมส์โชว์ต่างๆทางทีวีในยุคสมัยนั้น อย่างไรก็ดี ท่ามกลางชื่อเสียงโด่งดัง หนู ต้องพุ่งชนกับ หนี้การพนันบอลถึง 10 ล้านบาท รวมถึงยาเสพติด จนทำให้บ้านส่วนตัวถูกยึดทั้งหมด ก่อนจะกลับสู่วงการอีกครั้งในชื่อ “หนู คลองเตย” ทำให้หนูมีผลงานการแสดงละครและภาพยนตร์ต่างๆ แต่ว่าหนูมีโรคประจำตัวคือวัณโรค และไวรัสติดเชื้อเข้าสมอง ทำให้หนูต้องเข้าโรงพยาบาลตลอด จนกระทั่งอาการทรุดหนัก แพทย์ต้องห้ามญาติและผู้อื่นเข้าเยี่ยมอาการ จนกระทั่งหนูเสียชีวิตด้วยอายุเพียง 41 ปี ปิดฉากตลกพรสวรรค์หมายเลข 1 ของเมืองไทย โดย “หนู คลองเตย” ได้รับการพูดถึงจากคนรุ่นหลังว่า หากเขายัง
วันที่ 24 ม.ค. นางมิ่งขวัญ พุกเปี่ยม ประธานชมรมโรงสีข้าวจ.พิจิตร เปิดเผยว่า เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่พึ่งประกาศไปนั้น คาดคะเนว่าจะไม่กระทบกับโรงสี เพราะค่าแรงของคนงานต่างๆ สูงอยู่แล้วโดยเฉพาะช่าง หรือวิศวกร เพราะที่ผ่านมาจ้างวันละ 500 บาท/คน/วัน และไม่ต่ำกว่า 450 บาท/คน/วัน แต่จะมีผลกระทบบ้าง ก็เป็นในเรื่องของผู้ใช้แรงงานแบกหาม ซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ใช้เครื่องจักร จึงไม่ได้รับผลกระทบเหมือนผู้ประกอบการ ที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ซึ่งทางโรงสีก็พร้อมปฏิบัติตามนโยบายอยู่แล้ว นางมิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า ราคาข้าวจังหวัดพิจิตรขณะนี้เริ่มดีแล้วกระเตื้องขึ้น ตกตันละ 7,000 บาท ชาวนาพอใจ แต่จ.พิจิตร มีชาวนาบางคนไม่พอใจในเรื่องราคาข้าว ในส่วนนี้ก็ต้องมาพิจารณาว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนราคาข้าวหอมมะลิอยู่ 10,000 บาท ด้าน นายปรีชา แสงบุญ อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนา ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นผู้ควบคุมกำกับนโยบายเรื่องการค้าทุกอย่างในประเทศไทย ควรปรับปรุงเรื่องราคาข้าวให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันบ้าง ควรจะเพิ่มราคารับซื้อมา
วันที่ 24 มกราคม 2561 บริเวณริมถนนสายอ่างทอง – สิงห์บุรี (สายใน) หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบชาวนารวมกลุ่มกันกำลังเฉาะลูกตาลขายบริเวณริมถนน หลังจากเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกรอต้นข้าวเจริญเติบโตรอการเก็บเกี่ยว ซึ่งใช้เวลาว่างจากการ เตรียมพื้นที่นาในการเพาะปลูกหารายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยการนำลูกตาลมาเฉาะขายริมถนน ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาประจำและขาจรแวะเวียนกันมาอุดหนุนจนขายหมดทุกวัน เพื่อนำไปทำเป็นขนมอาหารคาวหวาน เนื่องจากส่วนประกอบของตาล อย่างเช่น ลอนตาลและหัวตาล นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง นายพิชัย หาญกล้า อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ชาวนา หลังจากว่างจากการเตรียมเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่ ได้รวมตัวกันนำลูกตาลมาเฉาะขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก่อนที่จะรอให้ต้นข้าวในนาเจริญเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขาย โดยลูกตาลที่ได้มาตนเองและเพื่อนชาวนา ได้เช่าต้นตาลที่ขึ้นอยู่บริเวณคันนาจากเจ้าของนา ในราคา 100 บาทต่อปี นำลูกตาลที่ขึ้นมาได้มาเฉาะขาย ซึ่งช่วงนี้ผลผลิตจากลูกตาลมีจำนวนน้อย เนื่องจาก เป็
เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร บอกเองว่าตอนมีแฟน เธอนั้นไม่ค่อยได้เจอกับเพื่อน แต่ล่าสุดเมื่อโสดสนิท ชาวก๊วนก็นัดเจอกัน งานนี้มีทั้งอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ , หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ , ตอง-ภัครมัย โปรตระนันท์ฯลฯ และนี่คือคลิปส่วนหนึ่งของการสนทนา ที่มีทั้งการกอดต้อนรับเมย์กลับมา และข้อเสนอว่าจะต้องหาเงินไว้เยอะๆ เพื่อสร้างบ้านไว้อยู่รวมกันในอนาคต เอาเป็นว่าบรรยายยังไงก็ไม่เท่าไปดูและฟังกันเอาเอง น่ารักกันจริงๆ ขอบคุณ aum_patchrapa
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กับมีฝนหนักบางแห่งในภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย เกษตรกรบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ระมัดระวังความเสียหายที่อาจเกิดกับผลผลิตเนื่องจากฝนตกไว้ด้วย สำหรับภาคเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป ส่วนยอดดอยมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา กระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคเหนือตอนบนมีอากาศหนาวเย็นและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้
ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เมื่อเวลา 11.15 น. พื้นที่เขต กทม. มีฝนตก ปานกลางเขตดุสิต ปทุมวัน ป้อมปราบฯ บางรัก ราชเทวี เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเฉียงใต้ เข้าสู่เขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ธนบุรี ส่วนฝนเล็กน้อยกระจายเขต สาทร ยานนาวา ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ ภาษีเจริญ แนวโน้มคงที่ ปริมาณฝนสูงสุดเขตปทุมวัน 73.5 มม. ทั้งนี้ พบว่าพื้นที่ในเมืองมีน้ำฝนรอการระบาย ท่วมฟุตปาธ หลายพื้นที่ อาทิ หน้าเซ็นทรัลเวิล์ด ชิดลม หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก การจราจรเริ่มติดขัดหลายแห่ง ภาพจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @SiriSirink70 ,สำนักข่าวไทย, @TRS995radio,@iPhone-Droid
วันที่ 24 ม.ค. เวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนดอยอ่างขาง บ้านคุ้ม หมู่ที่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สภาพอากาศเย็น ลมนิ่งสงบ เมฆบางตา ในช่วงเช้าอุณหภูมิอยู่ที่ -3 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส จากการลดลงของอุณหภูมิ ส่งผลให้เกิดแม่คะนิ้ง ปกคลุมทั่วสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง และพื้นที่รอบรอบ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของดอยอ่างขาง ที่เกิดแม่คะนิ้งมากสุด และในพื้นที่สวนทดลองไม้ผล และทดลองพืชไร่ มีแม่คะนิ้งขึ้นเต็มทั้งบนหลังคา และชุ้มประดับสวนดอกไม้อ่างขาง นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเข้าเก็บภาพเป็นที่ระลึก คนงานที่รับผิดชอบดูแลแปลงทดลองพืชไร่ ต้องรีบออกมารดน้ำ เพื่อละลายน้ำแข็งไม่ให้ทำลายต้นพืช แข่งกับเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังเข้ามาเที่ยวชมดอกซากุระ (แท้) ที่ยังมีให้เห็นอยู่ และมาสัมผัสกับอากาศเย็นของดอยอ่างขาง ทั้งนี้คาดว่าอุณหภูมิจะลงติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้อากาศเย็นลงเรื่อยๆ เป็นที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวที่ตั้ใจมาสัมผัสอากาศเย็น โดยในวันนี้ทางบ้านพัก และลานกางเต็นท์นั้น มีนักท่องเที่ยวมาจับจ
กรมวิชาการเกษตรหนุนชาวไร่เมืองดอกบัวขยายพื้นที่ปลูก “มันสำปะหลังอินทรีย์” ดึงโรงงานแป้งมันร่วม แจมรองรับผลผลิต ชี้ความต้องการหัวมันอินทรีย์สดปีละกว่า 80,000 ตัน มุ่งเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกร พร้อมขยายช่องทางทำเงินเพิ่มรายได้ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 (สวพ.4) จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และโรงงานแป้งมันอุบลเกษตรพลังงาน ในเครือกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์นำร่องในพื้นที่ 3 อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ อำเภอนาเยีย พิบูลมังสาหาร และวารินชำราบ โดยมุ่งผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปรับเปลี่ยนการผลิตเข้าสู่ระบบอินทรีย์ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ หรือออร์แกนิก (Organics) ป้อนเข้าสู่โรงงานแป้งมันที่มีความต้องการหัวมันอินทรีย์สด ปีละกว่า 80,000 ตัน ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นแป้งมันได้ ประมาณ 20,000 ตัน ขณะนี้แปลงเกษตรกรต้นแบบผลิ
ผู้สื่อข่าวพบว่า บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำลำพอก ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 10 คน เดินทางเหมารถกระบะ มาจากบ้านสำโรง ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ ระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร เพื่อมาหาขุดหรือชาวอีสานเรียกว่า “มาหาขัวหอยขม” ที่มีอยู่เยอะตามทุ่งนาใกล้กับอ่างเก็บน้ำลำพอก ช่วงนี้น้ำกำลังลดลง เพราะใกล้หน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้านในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี นางจอม พรมอุ่น อายุ 39 ปี เลขที่ 48 บ้านสำโรง หมู่ 3 ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ เปิดเผยว่า เดินทางมากับเพื่อนบ้านญาติพี่น้องกันนับสิบคน รวมเงินจ่ายค่าเหมารถกระบะคนละ 50 บาทรวมแล้วก็ 500 บาท เพื่อเดินทางมาขุดหอยขม หรือชาวบ้านเรียกว่า หาขัวหอยขม หรืองมหอยขม เมื่อได้แล้วก็จะนำไปขังไว้ในกะละมังหรือถัง เพื่อให้หอยขมคลายเศษสิ่งสกปรกออกจากตัว ก่อนจะนำไปล้างและนำไปต้ม เพื่อใช้ประกอบอาหาร รับประทานในครัวเรือน ทั้งต้ม แกง อ่อม หรือผัด หากเหลือก็จะนำไปขาย หอยขมช่วงนี้เป็นที่ต้องการของชาวบ้านมาก ช่วงนี้หาได้คนละ 20-30 กิโลกรัม นำมาใส่ถุง ถุงละหนึ่งกิโลกรัม ขาย 25 บาท ขายพอมีรายได้เสริม บางครั้งก็สร้างรายได้วันละ 200-400 บาท แล้วแต่จำนวนหอยที่หาได
วันที่ 24 มกราคม ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณด่านศุลกากร จุดผ่อนปรนไทย-ลาว หน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 และกรรมการมหาเถระสมาคม พร้อมพระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสฯ และเจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายฆราวาสมี นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ท.สนธยา ศรีเจริญ รองแม่ทัพภาค 2 และหัวหน้าส่วนราชการ นำพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ลาว และข้าโอกาสพระธาตุพนม ร่วมประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากริมแม่น้ำโขง โดยจะแห่ไปตามถนนกุศลรัษฎากร เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วิหารหอพระแก้ว ภายในวัดพระธาตุพนมฯ ซึ่งเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ พิธีเริ่มตามฤกษ์พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา จากนั้นนายสมชายฯ ผวจ.ฯ กล่าวคำอัญเชิญพระอุปคุต โดยมีผู้ดำน้ำลงไปอัญเชิญ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) นายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รอง ผวจ.ฯ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม และ นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม เพื่อนำมาส่งให้แก่นายสมชายฯผวจ.ฯที่ยืนรออยู่บนประรำพิธี พิธีสำคัญนี้จะจัดขึ้นทุกปี
