
นายพิชัย หาญกล้า อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ชาวนา หลังจากว่างจากการเตรียมเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่ ได้รวมตัวกันนำลูกตาลมาเฉาะขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก่อนที่จะรอให้ต้นข้าวในนาเจริญเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขาย โดยลูกตาลที่ได้มาตนเองและเพื่อนชาวนา ได้เช่าต้นตาลที่ขึ้นอยู่บริเวณคันนาจากเจ้าของนา ในราคา 100 บาทต่อปี นำลูกตาลที่ขึ้นมาได้มาเฉาะขาย ซึ่งช่วงนี้ผลผลิตจากลูกตาลมีจำนวนน้อย เนื่องจาก เป็นตาลทะวายไม่ใช่ตาลปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยตนเองจะขายลอนตาลในราคาถุงละ 60 – 70 บาท ส่วนหัวตาลจะขายในราคาถุงละ 10 บาท ซึ่งหลังจากตนเองและเพื่อนๆ ชาวนา นำมาเฉาะขายบริเวณริมถนน โดยมีลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำมาสั่งจองและแวะเวียนเข้ามาซื้อกันเป็นจำนวนมากจนไม่พอต่อความต้องการของลูกค้า โดยลอนตาลลูกค้านิยมเอาไปทำขนม และรับประทานสด ส่วนหัวตาลก็จะนำไปต้มปลาร้าหัวตาล แกงหัวตาล และนำไปต้มจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวนาในช่วงที่กำลังรอต้นข้าวเจริญเติบโตออกรวงจนเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขายได้ต่อไป
Latest Posts
“อย่ารอให้เกษียณแล้วค่อยทำ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ตอนที่เรายังแข็งแรงอยู่ เพื่อที่จะได้มีเวลาเสพสุขกับมันไปนานๆ” จะมีสักกี่คนที่เลือกใช้วันหยุดจากงานประจำ กลับมาปลูกต้นไม้ ทำสวน และสร้างคาเฟ่เล็กๆ ด้วยตัวเอง ในคอนเทนต์ชุดพิเศษ “โอกาสธุรกิจเกษตร” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ x เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาไปพูดคุยกับ คุณแป้ง-ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ ที่นอกจากอาชีพหลักอย่างการเป็นผู้ประกาศข่าวแล้ว เธอยังสวมหมวกอีกใบ นั่นคือการเป็นเจ้าของคาเฟ่เล็กๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชื่อว่า “บ้านสวนกำไรสุข” โดยเธอใช้เวลานอกเหนือจากงานประจำ ค่อยๆ สร้างพื้นที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเบื้องหลังบ้านสวนแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องของการเปิดร้านอาหารหรือทำเกษตร แต่ยังเป็นเรื่องของความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากให้พิสูจน์ว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องรอถึงวันเกษียณเสมอไป เริ่มต้นจากความฝัน คุณแป้งเล่าให้ฟังปนรอยยิ้มว่า ความจริงแล้ว “เกษตรกร” คือความฝันแรกในชีวิต เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำเกษตร คุณพ่อเป็นเกษตรกรปลูกสวนมะม่วงมาตลอด แต่เพราะภาพจำในอดีตที่เห็นว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีรายได้น้อย อีกทั้งยังโดนกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง คุณแม่จึงไม่สนับสนุนให้เ
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
“โก๋แก่” แบรนด์ถั่วคู่วัยรุ่นไทย ยืนหนึ่งเรื่องถั่ว เปิดตัวร้าน “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) เป็นร้านที่เนรมิตสารพัดเมนูถั่วสุดฟินเอาใจคนรุ่นใหม่ พร้อมประกาศแลนดิ้งปักหมุดความอร่อยต้อนรับสาขาใหม่ล่าสุด ณ ซีคอนบางแค ชั้น 4 บริเวณหน้า Street Gourmet ดีเดย์เปิดวันแรก 1 มิถุนายน 2569 นี้! การสปินออฟ (Spin-off) แตกไลน์ธุรกิจสู่ร้าน “โก๋นมถั่ว” ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการหยิบอินไซต์ (Insight) ผู้บริโภคของหวานและคนรักสุขภาพมารวมกันอย่างลงตัวพร้อมกับ ยกระดับวัตถุดิบจาก “ถั่วคุณภาพ” สู่เมนูไอศกรีม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ภายใต้คอนเซปต์ “มันส์ทุกเม็ด” ตาม DNA ของแบรนด์โก๋แก่ สำหรับ ไฮไลต์เมนู เด็ดที่ห้ามพลาดและพร้อมเสิร์ฟแบบจัดเต็ม ได้แก่ : และเมนูอื่นๆ มากมาย เช่น ไอศกรีม Softserve เนยถั่วซันเดย์ , ปังโก๋ และเมนูน้องใหม่ เครื่องดื่ม “โก๋เฟรช Refreshing” เมนูเครื่องดื่มเบสเลมอนผสมโซดาซ่าส์สูตรใหม่ เน้นความซ่าส์ ดับร้อน เติมความสดชื่น แนะนำรส “บ๊วย เลมอนเนด โซดา” ความลงตัวของความเปรี้ยว ซ่า อร่อย สดชื่นสะใจ ฉลองเปิดร้านใหม่และสาขาใหม่ทั้งที โก๋แก่จัดหนักอัด
หลังจากสร้างปรากฏการณ์ “น้องหมีเนย” ที่ตกมัมหมี พ่อหมี และพี่สาวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ล่าสุดแบรนด์ Butterbear ได้เปิดตัว “Bianca Bear” หรือน้องเบียงก้า พี่สาวคนสวยแสนดีของน้องหมีเนยที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพราะตัดสินใจเดินตามความฝันของตัวเองในการเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ แล้วก็ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน แถมโดนแซวว่า “พอกผิว” ด้วยมีขนสีขาว และเรียบร้อยแบบลูกคุณหนู โดยเปิดตัวน้องเบียงก้าเป็นครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เล่นเอาศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์แทบแตกเพราะเหล่ามัมหมี พ่อหมี และพี่สาวต่างมารอดูความน่ารักของสองพี่น้องกันอย่างคับคั่ง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้สะท้อนความนิยมของคาแร็กเตอร์ทั้งสองเท่านั้น แต่ Butterbear ทำอย่างไรให้น้องหมีเนยและน้องเบียงก้ากลายเป็นมาสคอตที่สร้างทั้งไวรัล ความผูกพันและฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นได้ เขมนิจ มาลาเว อาจารย์ประจำสาขาการสร้างสรรค์อิเวนต์และการประชาสัมพันธ์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต อธิบายว่า ความสำเร็จของน้องหมีเนย คือการใช้ Digital Public Relations กับ Marketing Public Relations (MPR) โดยวางกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างตัวตนของน้องหมีเนยให้
