ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกับนักกีฬาแบดมินตันชายหญิงของไทยที่สามารถคว้าแชมป์ในรายการสำคัญระดับโลก ทั้งน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ที่ได้รับชัยชนะจากการแข่งขันรายการซุปเปอร์ซีรีส์ พรีเมียร์ “เดนิสา เดนมาร์ก โอเพ่น 2017” ที่เมืองโอเดนเซย์ ประเทศเดนมาร์ก และน้องวิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่คว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ “บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ แชมเปียนชิพส์ 2017” ที่เมืองยอร์กยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า “นายกฯ ชื่นชมเยาวชนทั้ง 2 คนว่า เป็นนักกีฬาฝีมือดีและเป็นความหวังของคนไทย โดยน้องเมย์เคยก้าวขึ้นสู่การเป็นมือหนึ่งของโลกและคว้าแชมป์หลายรายการอย่างต่อเนื่อง ส่วนน้องวิวถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ก้าวตามรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี โดยนับเป็นนักตบลูกขนไก่ไทยคนแรกที่ได้รับชัยชนะในประเภทชายเดี่ยวแบดมินตันเยาวชนโลก และยังเป็นรายที่ 4 ของไทยที่ผงาดขึ้นเป็นแชมป์รายการนี้ต่อจากรัชนก อินทนนท์ ในประเภทหญิงเดี่ยว มณีพงศ์ จงจิตรกับรจนา จุฑาบัณฑิตกุล ในประ
เป็นเรื่องราวสุดเศร้า เมื่อสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Surakheat Boonkhwan ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพลงในเฟซบุ๊กกลุ่ม “รักหมา” โดยเล่าเกี่ยวกับสุนัขแสนรักที่เขาและพ่อเลี้ยงไว้ภายในบ้าน โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ของผู้โพสต์พบงูเห่าเลื้อยเข้ามาที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนที่พ่อจะเดินออกมาเพื่อจะหาวิธีจัดการกับงู แต่หารู้ไม่ว่า งูตัวนั้นได้เลื้อยไปหลบอยู่บริเวณถังน้ำ และเป็นช่วงกลางคืนจึงทำให้มองไม่ค่อยเห็น โดยขณะที่งูกำลังเลื้อยเข้ามาใกล้เท้าพ่อ สุนัขตัวนี้เห็นจึงกระโดดงับทันที จนงูตัวนั้นตาย แต่เจ้าสุนัขผู้เสียสละชีวิตก็ต้องตายด้วยเช่นกัน เพราะมันถูกงูกัด เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่ามันก็ถูกงูกัดเช่นกัน โดยผู้โพสต์ระบุว่า “เกิดเรื่องเศร้า ตกเย็นค่ำๆมืดๆ แม่เดินออกมาหน้าบ้าน เจองูเห่าเรียกให้พ่อมาจัดการ งูมันเลื้อยไปหลบข้างถังน้ำ มืดๆพ่อมองไม่ค่อยเห็น พอเขี่ยๆสักพักงูออกมา พ่อก็ไม่เห็น โค้กเห็นพอดีมันเลยงับงูตาย ใกล้ๆเท้าพ่อเลย เมื่อคืนถ้าไม่ได้โค้กพ่อคงโดนงูกัดไปแล้ว แต่เราเองก็ไม่รู้เลยว่าโค้กเองก็โดนกัด ตื่นมาตอนเช้าพ่อก็สงสัยว่าเช้านี้ทำไมโค้กไมวิ่งมาหา เรียกหาทั่วบ้าน เราก็ช่วยตามค
ตั้งแต่ไหนแต่ไร เรามักเห็นนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอ หากจะต่างกันออกไปก็ตรงที่จุดประสงค์ของการเล่าเรื่องในนิทรรศการนั้นๆ ว่าจะหยิบเอามุมใดของพระองค์ท่านมานำเสนอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขึ้น บริเวณชั้น 9 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2560 – 7 มกราคม 2561 โดยรวมภาพถ่ายจากฝีพระหัตถ์กว่า 200 ภาพ ทั้งที่เคยเผยแพร่และไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อนมาให้ชม ภายในนิทรรศการนั้น จัดแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ช่วงเวลา คือ ต้นรัชกาล กลางรัชกาล และปลายรัชกาล โดยภาพในช่วงต้นรัชกาล จะแสดงภาพที่พระองค์ทรงฉายพระราชโอรส พระราชธิดา ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ รวมถึงยังมีภาพที่ทรงฉายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งทุกภาพเหล่านั้นทำเอาหลายคนหยุดยืนชมในพระสิริโฉมอยู่นาน ขณะที่ภาพในกลางรัชกาล ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนัก เพื่อให้ประชาชนชาวไทยอยู่ดีกินดี ภาพในช่วงนี้จึงสะท้อนให้เห็นการทรงงานในสถานที่ต่างๆ ผ่านภาพของประชาชนจากทั่วทุกสารทิศที่ต่างมาเฝ้ารอรับเสด็จใน
กรมการขนส่งทางบกเตือน รถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง อย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน หากพบพฤติกรรมเอาเปรียบใดๆ จับปรับในอัตราโทษสูงสุดทันที และอาจพิจารณาโทษสถานหนัก พักใช้-เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ จากกรณีได้รับแจ้งพบพฤติกรรมรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถแท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินอัตรา บริเวณแยกอรุณอมรินทร์ สะพานปิ่นเกล้า และบางลำพู เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนมาร่วมชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเสมือนจริงครั้งสุดท้าย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นั้น กรมการขนส่งทางบกเร่งตรวจสอบทันที พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กวดขันการให้บริการรถสาธารณะอย่างเข้มงวด และประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทั้งใน-นอกเครื่องแบบ และสายตรวจ ขสมก.ลงพื้นที่กวดขันโดยรอบบริเวณจุดให้บริการรถสาธารณะ กรณีพบเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด ปรับสูงสุด 5,000 บาท, ปฏิเสธผู้โดยสาร/ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้/แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ/ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ปรับสูงสุด 1,000 บาท และอาจพิจารณาโทษสถานหนักโดยนำมาตรการพักใช้-เพิกถ
หลังจากประชาชนผนึกกำลังร่วมใจรังสรรค์กิจกรรม “ดอกไม้เพื่อพ่อ” โดยเนรมิตถนนจักรเพชร หรือปากคลองตลาดความยาว 400 เมตร จัดซุ้มดอกไม้แสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงวันที่ 27 ต.ค.นี้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่แตะต้องดอกไม้ เพื่อไม่ให้บอบช้ำ ล่าสุดเพจ JS100 Radio ได้โพสต์ภาพประชาชนแห่เดินทางไปชมความงดงามของซุ้มดอกไม้ บนถนนปากคลองตลาดจำนวนมาก โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งได้ลุยเข้าไปในดอกไม้ที่จัดแสดงไว้ เพื่อเข้าไปถ่ายภาพความสวยงามกับดอกไม้ โดยเพจ JS100 Radio ระบุว่า ทำแบบนี้ไม่ดีเลย…ประชาชนร่วมชมงานดอกไม้เพื่อพ่อ ที่ปากคลองตลาด พยายามจะปีนข้ามดงดอกไม้เข้าเพื่อถ่ายภาพ ทั้งๆที่ผู้จัดงานประกาศขอความกรุณาทุกคนไม่ให้แตะต้องดอกไม้ เพื่อไม่ให้บอบช้ำ และอยู่แสดงได้จนถึงวันที่ 27 ต.ค.2560 หลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ไปมีชาวเน็ตเข้ามาติติงหญิงคนดังกล่าวจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ในพิธีซ้อมใหญ่ ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีภาพนายตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามริ้วขบวน โดยก้มกราบไปบนพื้นถนนที่ร้อนระอุ ล่าสุด ด.ต. ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม หรือ “จอนนี่มือปราบ” ได้โพสต์ภาพเข่าของตำรวจที่พองเพราะความร้อนจากพื้นถนน พร้อมระบุว่า “ท่ามกลางแสงแดดและพื้นถนนอันร้อนระอุ ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันตลอดตามริ้วขบวน ทุกนายอยู่ในท่าก้มกราบนั่งพับเพียบ เป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยไม่มีการขยับไปไหน บางคนถึงกับหัวเข่าพอง เพราะความร้อนจากพื้นถนน แต่ทุกคนไม่มีบ่น ต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ เพื่อถวายงานเป็นครั้งสุดท้ายแด่พ่อ…ด้วยหัวใจที่ภักดี #เรื่องราวดีๆจากท้องสนามหลวงของตำรวจไทย”
วันที่ 22 ต.ค. ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สำนักพระราชวังจัดทำซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูมณีนพรัตน์ สำหรับให้ประชาชนได้ถวายสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นประจำทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่า จะเปิดให้ประชาชนมาถวายดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ หลังจากที่เสร็จสิ้นการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 จบแล้วในช่วงเย็นวันนี้ โดยจะเปิดให้ถวายดอกไม้ได้จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 23 ต.ค. จากนั้นจะปิดเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 00.01 ของวันที่ 24 ต.ค. เพื่อเตรียมสถานที่สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค. และหลังจากจบงานพระราชพิธีแล้ว จะเปิดให้ประชาชนเข้ามาถวายดอกไม้ที่เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม
กลุ่มนายจ้างถามเพิ่มเงินสมทบผู้ประกันตนได้อะไร ตั้งคำถามไร้การประชุมบอร์ดสปส. ไม่ได้รับการสอบถามความเห็น โดยหลักเห็นด้วย แต่ขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ด้านสปส.ย้ำเพิ่มเงินสมทบผ่านประชาพิจารณ์ตั้งแต่ปี 59 เห็นด้วยทั้งผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ ตามที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมปรับการจ่ายเงินสมทบจาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท สำหรับผู้ประกันตนเงินเดือน 20,000 บาท โดยสิทธิในกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้น คาดว่าประกาศใช้ปี 2561 ขณะเดียวกันเตรียมแก้ปัญหาเงินบำนาญชราภาพสำหรับผู้ประกันตนเกษียณที่เสียชีวิตระหว่างรับเงินบำนาญ ให้มีช่องมอบทายาทบางกรณีนั้น ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ควรให้สิทธิทายาทหรือครอบครัวรับเงินชราภาพตามจำนวนที่ผู้ประกันตนออมไว้จริงๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า หากพิจารณาดีๆ การเพิ่มเงินสมทบก็ส่งผลดีต่อลูกจ้าง และส่งผลดีต่อนายจ้างในแง่การประกันให้ลูกจ้าง แต่ปัญหาคือ ตนยังไม่รู้รายละเอียดด้วยซ้ำว่าการเพิ่มเงินสมทบ มีอะไรเพิ่มบ้าง เห็นแต่ข่าวที่ออกมาเท่านั้น จึงไม่แน่ใจว่าผ่านการรับฟังค
เพื่อเป็นการรองรับการจัดการจราจรในพระราชพิธี ให้มีความปลอดภัยและสะดวกในการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 24-29 ต.ค. 2560 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ห้ามรถทุกชนิดเข้าถนน 16 สาย ได้แก่ ถนนหน้าหับเผย หลักเมือง มหาราช ท้ายวัง เชตุพน เศรษฐการ พระพิพิธ สนามไชย ราชดำเนินใน พระจันทร์ หน้าพระธาตุ หน้าพระลาน ราชินี (แยกตัด ถ.พระอาทิตย์-ผ่านภิภพลีลา) เจริญกรุง (วงเวียนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน-แยกสะพานมอญ) กัลยาณไมตรี (แยกถนนสนามไชย-สะพานช้างโรงสีและ ซ.สราญรมย์) ห้ามจอดรถทุกชนิดบนถนน 23 สาย ได้แก่ ถนนหน้าหับเผย หลักเมือง มหาราช ท้ายวัง เชตุพน เศรษฐการ พระพิพิธ สนามไชยพระจันทร์ หน้าพระธาตุ หน้าพระลาน ราชินี อัษฎางค์ เจริญกรุง ราชดำเนินใน กัลยาณไมตรี พระอาทิตย์ จักรพงษ์ (แยกบางลำพู-จุดเชื่อมต่อ ถ.เจ้าฟ้า) ถนนเจ้าฟ้า(แยกตัด ถ.จักรพงษ์-ตัด ถ.พระอาทิตย์) กรุงเกษม (แยกสะพานขาว- แยกกษัตริย์ศึก) พระสุเมรุ (ซ.ลำพู-แยกบางลำพู) ซอยพระยาเพชร และซอยสราญรมย์ กำหนดให้รถทุกชนิดเดินได้ทางเดียว ได้แก่ ถนนพระสุเมรุ (ซอยลำพู-แยกบางลำพู) ถนนจักรพงษ์ (แยกบางลำพู-ถนนเจ้าฟ้า) ถนนเจ้าฟ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ และทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ ภายในระยะเวลาที่กําหนด พ.ศ. ๒๕๖๐ สั่งโดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติกําหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกําหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง ตอนกรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา ตามกฎกระทรวง กําหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ตอนกรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๕๘ และบนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน – บางพลี ตามกฎกระทรวงกําหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ สายวงแหวนรอบนอกกร
