ข่าววันนี้
บก.จร. ได้ประชาสัมพันธ์ แจ้งปิดจราจร ระดับที่ 3 ในวันที่ 26 ตุลาคม มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 05.00 น. จนกว่าจะเสร็จพระราชพิธี จำนวน 42 เส้นทาง โดยปิดเพิ่มจากวันที่ 25 ตุลาคม ที่ปิดจำนวน 27 เส้นทาง อีก 15 เส้นทาง รวมเป็น 42 เส้นทาง ดังนี้ 28. ถ.ศรีอยุธยา แยกวัดเบญจฯ ถึงแยกพล.1 29. ถ.พิษณุโลก แยกพานิช ถึงแยกวังแดง 30. ถ.กรุงเกษม แยกเทวกรรม ถึงแยกประชาเกษม 31. ถ.จักรพรรดิพงษ์ แยกหลานหลวงถึงแยก จปร. 32. ถ.วิสุทธิ์กษัตริย์ แยก จปร. ถึงแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ 33. ถ.พระอาทิตย์ 34. ถ.พระสุเมรุ ตัด ถ.พระอาทิตย์ ถึงแยกบางลำพู 35. ถ.พระสุเมรุ แยกบางลำพู ถึง ถ.เจ้าฟ้า 36. ถ.จักรเพชร 37. ถ.บ้านหม้อ 38. ถ.ตรีเพชร 39. ถ.ตรีทอง 40. ถ.พาหุรัด ถึงแยกเมอรี่คิงส์ 41. ถ.เจริญกรุง ถึงแยกสะพานมอญ 42. ถ.บำรุงเมือง ถึงแยกสำราญราษฎร์ ที่มา มติชนออนไลน์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ต.ค. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในฉลองพระองค์เสื้อโปโลสีดำพระราชทาน “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ฉลองพระมาลาสีฟ้า พร้อมผ้าพันคอสีเหลืองพระราชทาน ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อทรงร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา เมื่อเสด็จถึงทรงวันทยหัตถ์ ทักทายผู้มาเฝ้ารับเสด็จทุกคน ก่อนที่จะถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นเสด็จไปที่อุโบสถวัดราชบพิธฯ เพื่อนมัสการพระพุทธอังคีรส พระประธานของอุโบสถ ถวายสังฆทานแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และสนทนาธรรมกับสมเด็จพระสังฆราช ก่อนพระดำเนินจากอุโบสถของวัดไปทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ยังสุสานหลวงวัดราชบพิธฯ เมื่อถึงทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะ สถูปอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา อันเป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคารของ ราชสกุลมหิดล อาทิ พระราชสรีรางคารของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้า เจ้าฟ้าวไลอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร สมเด็จพระเ
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่สนามหลวง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในฉลองพระองค์เสื้อโปโลสีดำพระราชทาน “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ฉลองพระมาลาสีฟ้า พร้อมผ้าพันคอสีเหลืองพระราชทาน ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ไปยังศาลหลักเมือง เพื่อประทานน้ำดื่ม ขนมและพิมเสนน้ำ ให้แก่พสกนิกรที่มาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยได้ดำเนินไปตามถนนหน้าศาลฎีกา และทรงเลี้ยวซ้ายเข้าท้องสนามหลวง เพื่อไปชมความงดงามของพระเมรุมาศ
นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป จัดงาน “Remembrance of the King Rama 9 สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์” เพื่อถวายความอาลัยเนื่องในการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมกันนี้ 3 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ร่วมถวายอาลัย อำนวยความสะดวกให้ประชาชนช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเปิดให้จอดรถฟรีกว่า 7,000 คัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 06.000 น. วันที่ 26 ต.ค. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมวางดอกไม้จันทน์ตามสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ ในวันที่ 31 ต.ค.- 5 พ.ย. 2560 เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ หนึ่งในศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ยังจัดกิจกรรม “ดอกไม้ของพ่อ บุหงารำไป” เชิญชวนประชาชนและผู้ใช้บริการประดิษฐ์ถุงดอกไม้หอม เพื่อเก็บดอกไม้ของพ่อไว้ในความทรงจำตราบนิจนิรันดร์ ณ ทางเชื่อมไป อา ลา อาร์ต (A LA ART) ชั้น 2
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ชุมชนบ้านหม้อ หมู่ที่ 6 ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี นายศิริผล เล็กวงษ์ ผู้ดำเนินการสร้างภูมิสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศจำลอง เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวง โดยผู้กระทำพิธีจากหมอครูกลุ่มอนุรักษ์งานแทงหยวกบ้านหม้อ ได้นำเครื่องขมารุกขเทวดา ตลอดจนเบี้ยหอยซื้อพระแม่ธรณี ในพิธีตัดต้นกล้วยตานีเพื่อใช้แทงหยวกและเป็นเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศจำลอง ภายในวัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดราชบุรี โดยหลังพิธีการบวงสรวงแล้วเสร็จ นายกรีดา ออกฉิม ประธานกลุ่ม กลุ่มอนุรักษ์งานแทงหยวกบ้านหม้อ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใช้มีดตัดต้นกล้วยเอกที่ประดับผ้าสามสี เป็นต้นแรกในพื้นที่ของ ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยมีชาวบ้านมาช่วยกันคอยประคองขณะต้นล้มเอน พร้อมนำใบตองสดวางไว้รองรับต้นกล้วย ก่อนจะนำไปทำพิธีการแทงหยวกในวันพรุ่งนี้เวลา 17.00 น.รวม 10 ต้น พร้อมกันด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้ระคายถึงผิวของต้นกล้วย จากนั้นจึงร่วมกับชาวบ้านทำการขนย้
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. เพจเฟซบุ๊กของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ประมุขแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ลงข้อความพร้อมพระบรมฉายาลักษณ์องค์จิกมีทรงจุดเทียน ว่าราชอาณาจักรภูฏานจะจัดงานราชพิธีสวดมนต์พิเศษในวันที่ 26 ต.ค.นี้ พร้อมกับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระสังฆราช หรือ เจ เคนโป เป็นประธาน งานราชพิธีดังกล่าวจะมีพระบรมวงศานุวงค์ของภูฏาน เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง เหล่านักการทูต ชุมชนชาวไทยในภูฏาน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วม ด้วยในหลวงรัชกาลที่ 9 แห่งราชอาณาจักรไทย ทรงเป็นกษัตริย์ที่มิใช่ของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นของคนทั่วโลก ความรักและความผูกพันที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยหลายล้านคนสะท้อนผ่านโครงการพระราชดำริในชนบทกว่า 4,000 โครงการที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและยังประโยชน์ให้ประชาชนคนไทยถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จ พระเมตตา พระราชวิสัยทัศน์ และความไม่เห็นแก่พระองค์เอง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเป็นแบบอย่างของผู้นำและแสงนำทางที่เป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ต่อๆ ไป และเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นดีเยี่ยมและการมีส่วนร่วมทางจิตใจของสองราชอาณาจักรองค์จิกมีและพ
อีกหนึ่งภาพแห่งความประทับใจและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เมื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังย่านปากคลองตลาด ทรงพบปะพสกนิกรอย่างใกล้ชิด โดยมีประชาชนชาวไทยรอรับเสด็จ แน่นขนัดบริเวณทางเท้าสองฝั่ง เมื่อคืนวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเขียนข้อความลงในไอจี ส่วนพระองค์ว่า “ไปดูนิทรรศการ #ดอกไม้เพื่อพ่อ อีกที ซุ้มที่ 1 #คนไทยThais #ปากคลองตลาด #ขอบใจที่ทำให้พ่อ” และ “#ดอกไม้เพื่อพ่อ #ปากคลองตลาด #พ่อยังอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป” ทั้งนี้ ในวันที่ 23 ต.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ยังเสด็จ ร้านนภสร โดยทรงชมภาพวาดในนิทรรศการภาพวาดกับดอกไม้สีขาวด้วย
กรมชลประทาน แจ้งเตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนพระรามหก รับมือระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกเฉลี่ย 30 เซนติเมตร หลังพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำป่าสักยังมีฝนตกชุก ต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ระบายน้ำมากขึ้นเป็น 30 .29 ล้านลบ.ม.ต่อวัน เนื่องจากยังคงมีฝนตกในพื้นที่ตอนบนของพื้นที่ น้ำป่าสักทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อน 939.50 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 98 ของความจุที่ระดับเก็บกัก ซึ่งใกล้เต็มความจุของอ่าง ในขณะที่ยังไม่สิ้นสุดฤดูฝนของภาคกลาง ดังนั้น เพื่อให้มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำอย่างเหมาะสม ทางกรมชลประทาน มีความจำเป็นที่ต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มขึ้น จากเดิมวันละ 25.57 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 30.29 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีการเปิดบานประตูระบายน้ำจำนวน 3 บาน ในจำนวน 7 บาน ซึ่งเมื่อน้ำจำนวนนี้ไหลลงไปรวมกับปริมาณน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสักแล้ว จะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกให้อยู่ในเกณฑ์ 550 – 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงจุดบร
เมื่อเวลา 04.50 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง คณะช่างศิลปกรรม สำนักพระราชวัง นำโดย นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง อัญเชิญกรองดอกไม้จากพระราชฐานชั้นในฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมที่จะนำไปประดับชั้นยอดบนสุดของพระจิตกาธาน ขณะที่งานเครื่องสดอีกส่วนหนึ่งประกอบด้วยงานแทงหยวก งานแกะสลักเครื่องอ่อน งานช่างดอกไม้ประดิษฐ์ หรืองานกรองดอกไม้ ที่ช่างหลวงร่วมบูรณาการกันกับช่างพื้นถิ่นและช่างฝีมือ 4 ภาค ซึ่งได้ทำเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. และทำพิธีนำเครื่องสดที่ทำเสร็จสิ้นครบถ้วนมาวางไว้ตรงกลางของอาคารโรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ล้อมรอบด้วยช่างฝีมือร่วมกล่าวคำถวายเครื่องสดแด่พระองค์ท่านจากสมุดข่อยโบราณ อีกทั้งขอขมาในสิ่งที่ล่วงเกิน เพื่อความเป็นสิริมงคลของช่างฝีมือและครอบครัว ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 04.30 น. ช่างศิลปกรรมได้เชิญเครื่องสดขึ้นยังรถของกองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ไปยังพระเมรุมาศจนครบถ้วน พร้อมเริ่มประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ โดยจะเริ่มประดับตั้งแต่ชั้นบนสุดของ
วันที่ 24 ตุลาคม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า ตามที่ รฟท.ได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ชั้น 3 จากต่างจังหวัด และขบวนรถดีเซลรางจากเขตปริมณฑล(เป็นขบวนรถให้บริการฟรี) รวมทั้งการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มไปกับขบวนรถด่วนและรถเร็วที่มีเดินประจำ ในระหว่างวันที่ 22-30 ตุลาคม 2560 เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้ได้รับความสะดวก เพียงพอ และปลอดภัยนั้น สำหรับการโดยสารเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม มีประชาชนเดินทางรวมทั้งสิ้นจำนวน 96,156 คน แบ่งออกเป็นขบวนรถโดยสารที่มีเดินเป็นประจำ และขบวนรถเสริม ดังนี้ 1.ขบวนรถโดยสารที่มีเดินเป็นประจำ มีผู้โดยสารเดินทางจำนวน 90,600 คน แบ่งออกเป็นผู้โดยสารขาเข้ากรุงเทพฯจำนวน 54,600 คน และผู้โดยขาออกกรุงเทพฯจำนวน 36,000 คน 2.ขบวนรถเที่ยวเสริม มีผู้โดยสารเดินทาง จำนวน 5,156 คน เป็นผู้โดยสารขาเข้ากรุงเทพฯจำนวน 4,163 คน และขาออกกรุงเทพฯจำนวน 993 คน สำหรับเส้นทางที่ผู้โดยสารเดินทางมากที่สุด คือ สายตะวันออ
