ข่าววันนี้
…วันหนึ่งใน พ.ศ. ๒๔๔๘ ระหว่างประทับแรมที่พระตำหนักสวนนันทอุทยาน จังหวัดนครปฐม ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงตรวจเรือนจำมณฑลนครไชยศรี และมีผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าไว้ว่า ในระหว่างเสด็จทอดพระเนตรสถานที่ต่างๆ ภายในเรือนจำนั้น ได้ทอดพระเนตรเห็นลูกสุนัขพันทาง ๒ ตัว ซึ่งเกิดจากแม่สุนัขพันธุ์ไทยที่เติบโตอยู่ในเรือนจำมณฑลนครไชยศรี ส่วนตัวพ่อนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ต่างประเทศของ “เจ้าคุณเทศา” คือ พระยาสุนทรบุรีศรีพิไชยสงคราม (ชม สุนทรารชุน) สมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครไชยศรี ซึ่งจวนของท่านเจ้าคุณเทศาอยู่ติดกับเรือนจำนั้นเอง ในเวลานั้นลูกสุนัขทั้งสองกำลังนอนดูดนมแม่อยู่ที่เชิงบันไดโรงครัวภายในเรือนจำ เมื่อทอดพระเนตรเห็นลูกสุนัขทั้ง ๒ ตัวนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงดีดพระหัตถ์เรียก ลูกสุนัขตัวที่ขนยาวปุยสีขาว มีด่างดำที่ใบหน้า ขนบนหลังเป็นสีดำเหมือนอานม้า หูตก หางเป็นพวง ได้วิ่งมาเฝ้าคลอเคลียแทบเบื้องพระยุคลบาท เป็นที่ต้องพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับแรมที่พระตำหนักสวนนันทอุทยานแล้ว จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารในพระองค์คนหนึ่งมาขอลูกสุนัขนั้นไปทรงเลี้ยง และโดยที่ลูกสุนัข
วันที่ 16 ส.ค.ที่สภ.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นายวสันต์ รัตนวิมล อายุ 31 ปี เดินทางมาลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร โดยบอกว่าตนเองถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ พร้อมกับนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ชุดที่ 13 หมายเลข 413494 งวดวันที่ 16 ต.ค.2560 มาเป็นหลักฐาน นายวสันต์ บอกว่า ตนเองไปทำบุญที่สำนักปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง และได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากแม่ค้าที่ตั้งแผงขายอยู่หน้าหลวงพ่อเกษม เกจิอาจารย์ชื่อดัง พร้อมกับได้อธิษฐานขอพรจากหลวงพ่อว่าถ้าถูกรางวัลจะนำเงินที่ได้มาทำบุญในงานครบรอบวันเกิดของหลวงพ่อเกษม ในวันที่ 28 พ.ย. และเมื่อออกรางวัลปรากฏว่าตนเองถูกรางวัลที่ 1 รู้สึกดีใจมาก เชื่อว่าหลวงพ่อเกษมให้โชคในครั้งนี้ จึงรีบมาลงบันทึกประจำวันไว้ และจะนำเงินที่ได้มาทำบุญในวันเกิดหลวงพ่อตามที่ตั้งใจไว้ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
จากกรณีร้าน Reina Bridal Thailand ร้านเวดดิ้งสตูดิโอ ที่ตั้งอยู่ตรงคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 63 (ถนนเอกมัย) ถูกน้ำท่วมขังบริเวณชั้นใต้ดินนานกว่า 3 วัน หลังฝนตกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดรายการดีเบตทางช่อง 3 ดำเนินรายการ โดย ภาษิต อภิญญาวาท ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของเวดดิ้งสตูดิโอดังกล่าว ซึ่งวันนี้แม้น้ำจะลดระดับจนเกือบแห้งสนิท แต่สภาพภายในชั้นใต้ดินถูกน้ำท่วม ทำให้ชุดวิวาห์ และทรัพย์สินต่างๆเสียหายเกือบทั้งหมด พร้อมพูดคุย คุณภัทรวดี เลิศพนารักษ์ หุ้นส่วนร้าน Reina Bridal Thailand และนายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ นายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร โดยคุณภัทรวดี หุ้นส่วนร้าน ให้สัมภาษณ์ว่าจากการประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งทางร้านไม่ได้รับแจ้งจากทางอาคาร แต่ได้รับแจ้งจากทางพนักงานเมื่อช่วงสายของวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งภายในร้านมีชุดทั้งหมดประมาณ 1 พันชุด โดยกว่าน้ำจะลดอยู่ในระดับปกติ ก็ต้องพยายามติดต่อทางอาคารเพื่อหาเครื่องสูบน้ำมาสูบออกให้เร็วที่สุด ซึ่งตนคิดว่าทางเจ้าของอาคารไม่มีการบริหารจัดการที่ดีในการแก้ปัญหานี้ ปล่อยให้น้ำท่วมนานถึงสองวัน ส่วนชุดที่เสี
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม แบบจำลองภูมิอากาศ(วาฟ) สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นขนุน ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน โดยช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.อยู่ห่างจากประเทศไทยจากจุด อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 346 กิโลเมตร โดยเวลาประมาณ 19.00 น. พายุไต้ฝุ่นขนุน จะเจอกับหย่อมความกดอากาศสูง ทำให้อ่อนกำลังลง จากนั้นก็จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แล้วหายไปเลยตั้งแต่ยังไม่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม จึงไม่มีผลกับประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ทำให้ร่องมรสุมจากเดิมที่จะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ก็จะเปลี่ยนไปพาดผ่านทางภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทำให้ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม มรสุมจะเลื่อนกลับลงมาบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกอีกครั้ง ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณเขตดุสิต ดินแดง จตุจักร บางพลัด หลักสี่ วังทองหลาง และฝั่งตะวันออก และปริมณฑล รวมทั้งภาคตะวันตกบางพื้นที่ คือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี มีฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 17 ตุลาคม ถึงเวลากลางคืน และตกข้ามไปจนถึง
จากการเอาดีทางร้องเพลงหันมาเอาดีในการทำธุรกิจอย่างเต็มตัว สำหรับ จ๊ะ อาร์สยาม โดยล่าสุด สาวจ๊ะ ได้โพสต์ว่า “ขอบคุณแม่ย่านาง ฝันว่ารถหาย และเมื่อเช้าขับรถไปทำบุญ รถยางรั่วอีก เราก็พูด…แม่ย่านางจะให้หวยป่ะเนี้ย สรุปออกจริงๆ 86 👍🏻❤️ #แต่ไม่ได้ซื้อ #เพราะไม่เล่นหวย 😆😅“ ซึ่งก่อนหน้านั้น เธอเพิ่งโพสต์ภาพว่าไปทำบุญ แต่ขากลับยางแบน ซึ่งก็มีแฟนๆ เข้ามาถามไถ่เลขทะเบียนกันตามระเบียบ ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะถูกเข้าแบบตรงๆ เลยทีเดียว ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เป็นอีกนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง แต่ใช้ชีวิตสุดติดดิน สำหรับ ‘ก้อง ห้วยไร่’ ที่ล่าสุดขอพักงานตลอดเดือนต.ค. แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จ.สกลนคร โดยช่วงที่ผ่านมาหนุ่มก้องได้ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวในทุ่งนาที่ปลูกไว้ รวมถึงยังระดมสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคอีสานด้วย นอกจากนี้การใช้ชีวิตของนักร้องหนุ่มยังสุดเรียบง่าย โดยเฉพาะการอยู่การกิน ล่าสุด ‘ก้อง ห้วยไร่’ โพสต์ภาพทำอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ อย่างหนูนาเผา พร้อมแคปชั่นว่า “เย็นนี้คุณทานข้าวกับอะไร” โดยมีแฟนคลับมาคอมเมนต์จำนวนมาก ขอบคุณที่มา ก้อง ห้วยไร่ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 16 ต.ค. นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาพ บัตรเชิญแขกผู้มีเกียรติ เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ทางรัฐบาลได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำขึ้นจำนวนทั้งหมด 5,000 ใบ โดยหน้าปกของบัตรเชิญเป็นภาพของพระเมรุมาศบนพื้นสีเทา ขณะที่ปกหลังจะเป็นตราสำนักนายกรัฐมนตรี โดยบัตรเชิญดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีค่า เนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานลายขอบที่เป็นลายไทยที่กรมศิลปากรจัดทำมาให้ทรงเลือกให้ไปปรากฎบนบัตรเชิญ สำหรับ บัตรเชิญภาษาไทย หน้าปกมีข้อความระบุว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” ส่วนข้างในมีข้อความว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพร
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. สื่อออนไลน์ในประเทศลาว เว็บไซต์และเพจโทรโข่ง และวารสารมหาชน รายงานข่าวและแชร์เรื่องราวแสดงความชื่นชมนางงามสาววัย 23 ปี “ต้นคำ พนจันเฮือง” เจ้าของตำแหน่ง “มิสเวิลด์ ลาว 2017” โดยระบุว่า สุดยอด สมเป็นมิสเวิลด์ ลาว ทั้งงาม ทั้งเก่ง สู้ชีวิต ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ พร้อมทั้งแชร์เรื่องราวของเธอ ที่เจ้าตัวเขียนโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก โดยสาวต้นคำ ระบุว่า ตอนเป็นเด็กน้อยต้องทำหมดทุกอย่างที่หาเงินได้ ตอนอายุ 15 ปี ขายลูกชิ้นเอ็นปิ้ง ไม้ละพันกีบ (4 บาท) น้ำปั่นแก้วละ 2-3 พันกีบ (8-12 บาท) พอเลิกเรียน ต้องต้มน้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวยใส่ถุงไปขายที่ตลาด ถุงละ 3 พันกีบ (12 บาท) จนคนในตลาดรู้จักกันดี พอเริ่มมีรายได้ ขณะนั้นเรียนชั้นม.4 เริ่มไม่ขอเงินแม่ไปโรงเรียน จนเรียนจบชั้นม.7 เป็นแม่ค้าขายหวย เพราะได้เงินดอก แต่สุดท้ายไปไม่รอด เป็นหนี้ 10 กว่าล้านกีบ (4 หมื่นบาท) พอขึ้นปี 1 ชั้นอุดมศึกษา เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเอกสารอยู่ค่ายเพลง เงินเดือน 6-7 แสนกีบ (2,400-2,800 บาท) ระหว่างนั้นฝึกฝนตนเอง อยากเป็นพิธีกร ไปสมัครเป็นพิธีกรตามงานบุญ หรือออกบู๊ธ รับงานเล็กงานน้อย สุดท้ายได้โอกาสจากผู้ใหญ่ “เด็
วันที่ 16 ต.ค. น.ส.ศิริพร มาลีบุตร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 12 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก พร้อมพ่อแม่และลูก 2 คน เดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.วังเจ้า เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังตัวเองถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ต.ค.60 หมายเลข 413494 จำนวน 1 ใบ ได้รับรางวัล 6 ล้านบาท น.ส.ศิริพร กล่าวว่า ตนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 ต.ค.60 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ต.ค.) ตนไปรำบวงสรวงที่วัดแห่งหนึ่งแถวหมู่บ้าน จากนั้นหลวงพ่อก็ได้ทำพิธีในขันน้ำมนต์ ปรากฏว่าตนมองเห็นเลขในขันน้ำมันต์จึงกลับมาที่บ้าน แล้วรอตอนเช้าจึงออกไปหาซื้อเลขที่ได้จากขันน้ำมนต์เป็นเลขท้าย 3 ตัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนนั่งดูทีวีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลและลุ้นตามรางวัลที่ 1 พอออกหมายเลข 413494 ซึ่งตรงกับสลากของตน จึงร้องตะโกนดีใจสุดเสียง กระโดดโลดเต้นภายในบ้านจนแม่ของตนขึ้นมาดูว่าใครเป็นอะไร ตนจึงบอกแม่ของตนว่าถูกรางวัลที่ 1 ทำเอาช็อกกันทั้งบ้าน ดีใจกันยกใหญ่ หลังจากควบคุมสติอารมณ์ได้แล้วจึงพากันเดินทางมาลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าตนถูกรางวัลที่ 1
กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม ตามรอยศาสตร์พระราชา พร้อมมีมาตรการสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมในการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนผ่านยุทธศาสตร์ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และด้านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ด้านพลังงานจำนวนมาก รวมถึงในปี 2561 กรมโรงงานฯ มีแนวทางในการส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ในกลุ่มอุตสาหกรรม S-curve โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs พร้อมจัดทำมาตรฐานหลักเกณฑ์การใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการประหยัดพลังงานโดยรวมในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจน การพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคส่วนที่ใช้พลังงานปริมาณกว่าร้อยละ 35.7 ของการใช้พลังงานในประเทศ จากใช้งานพลังงานไฟฟ้า จำนวน 6,500 พันตัน และพลังงานเชื้อเพลิงรวมกว่า 27,803 พันตัน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กรมโรงงานฯ ได้ลงพื้นดูโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนกังหันลมในภาคอุตสาหกรรม เพื่อความพร้อมในการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ ณ บริษัท เอ็มอาร์พี เอ็นจิเนีย
