ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม แบบจำลองภูมิอากาศ(วาฟ) สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นขนุน ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน โดยช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.อยู่ห่างจากประเทศไทยจากจุด อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 346 กิโลเมตร โดยเวลาประมาณ 19.00 น. พายุไต้ฝุ่นขนุน จะเจอกับหย่อมความกดอากาศสูง ทำให้อ่อนกำลังลง จากนั้นก็จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แล้วหายไปเลยตั้งแต่ยังไม่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม จึงไม่มีผลกับประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ทำให้ร่องมรสุมจากเดิมที่จะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ก็จะเปลี่ยนไปพาดผ่านทางภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทำให้ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม มรสุมจะเลื่อนกลับลงมาบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกอีกครั้ง ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณเขตดุสิต ดินแดง จตุจักร บางพลัด หลักสี่ วังทองหลาง และฝั่งตะวันออก และปริมณฑล รวมทั้งภาคตะวันตกบางพื้นที่ คือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี มีฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 17 ตุลาคม ถึงเวลากลางคืน และตกข้ามไปจนถึง
จากการเอาดีทางร้องเพลงหันมาเอาดีในการทำธุรกิจอย่างเต็มตัว สำหรับ จ๊ะ อาร์สยาม โดยล่าสุด สาวจ๊ะ ได้โพสต์ว่า “ขอบคุณแม่ย่านาง ฝันว่ารถหาย และเมื่อเช้าขับรถไปทำบุญ รถยางรั่วอีก เราก็พูด…แม่ย่านางจะให้หวยป่ะเนี้ย สรุปออกจริงๆ 86 👍🏻❤️ #แต่ไม่ได้ซื้อ #เพราะไม่เล่นหวย 😆😅“ ซึ่งก่อนหน้านั้น เธอเพิ่งโพสต์ภาพว่าไปทำบุญ แต่ขากลับยางแบน ซึ่งก็มีแฟนๆ เข้ามาถามไถ่เลขทะเบียนกันตามระเบียบ ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะถูกเข้าแบบตรงๆ เลยทีเดียว ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เป็นอีกนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง แต่ใช้ชีวิตสุดติดดิน สำหรับ ‘ก้อง ห้วยไร่’ ที่ล่าสุดขอพักงานตลอดเดือนต.ค. แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จ.สกลนคร โดยช่วงที่ผ่านมาหนุ่มก้องได้ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวในทุ่งนาที่ปลูกไว้ รวมถึงยังระดมสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคอีสานด้วย นอกจากนี้การใช้ชีวิตของนักร้องหนุ่มยังสุดเรียบง่าย โดยเฉพาะการอยู่การกิน ล่าสุด ‘ก้อง ห้วยไร่’ โพสต์ภาพทำอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ อย่างหนูนาเผา พร้อมแคปชั่นว่า “เย็นนี้คุณทานข้าวกับอะไร” โดยมีแฟนคลับมาคอมเมนต์จำนวนมาก ขอบคุณที่มา ก้อง ห้วยไร่ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 16 ต.ค. นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาพ บัตรเชิญแขกผู้มีเกียรติ เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ทางรัฐบาลได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำขึ้นจำนวนทั้งหมด 5,000 ใบ โดยหน้าปกของบัตรเชิญเป็นภาพของพระเมรุมาศบนพื้นสีเทา ขณะที่ปกหลังจะเป็นตราสำนักนายกรัฐมนตรี โดยบัตรเชิญดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีค่า เนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานลายขอบที่เป็นลายไทยที่กรมศิลปากรจัดทำมาให้ทรงเลือกให้ไปปรากฎบนบัตรเชิญ สำหรับ บัตรเชิญภาษาไทย หน้าปกมีข้อความระบุว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” ส่วนข้างในมีข้อความว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพร
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. สื่อออนไลน์ในประเทศลาว เว็บไซต์และเพจโทรโข่ง และวารสารมหาชน รายงานข่าวและแชร์เรื่องราวแสดงความชื่นชมนางงามสาววัย 23 ปี “ต้นคำ พนจันเฮือง” เจ้าของตำแหน่ง “มิสเวิลด์ ลาว 2017” โดยระบุว่า สุดยอด สมเป็นมิสเวิลด์ ลาว ทั้งงาม ทั้งเก่ง สู้ชีวิต ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ พร้อมทั้งแชร์เรื่องราวของเธอ ที่เจ้าตัวเขียนโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก โดยสาวต้นคำ ระบุว่า ตอนเป็นเด็กน้อยต้องทำหมดทุกอย่างที่หาเงินได้ ตอนอายุ 15 ปี ขายลูกชิ้นเอ็นปิ้ง ไม้ละพันกีบ (4 บาท) น้ำปั่นแก้วละ 2-3 พันกีบ (8-12 บาท) พอเลิกเรียน ต้องต้มน้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวยใส่ถุงไปขายที่ตลาด ถุงละ 3 พันกีบ (12 บาท) จนคนในตลาดรู้จักกันดี พอเริ่มมีรายได้ ขณะนั้นเรียนชั้นม.4 เริ่มไม่ขอเงินแม่ไปโรงเรียน จนเรียนจบชั้นม.7 เป็นแม่ค้าขายหวย เพราะได้เงินดอก แต่สุดท้ายไปไม่รอด เป็นหนี้ 10 กว่าล้านกีบ (4 หมื่นบาท) พอขึ้นปี 1 ชั้นอุดมศึกษา เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเอกสารอยู่ค่ายเพลง เงินเดือน 6-7 แสนกีบ (2,400-2,800 บาท) ระหว่างนั้นฝึกฝนตนเอง อยากเป็นพิธีกร ไปสมัครเป็นพิธีกรตามงานบุญ หรือออกบู๊ธ รับงานเล็กงานน้อย สุดท้ายได้โอกาสจากผู้ใหญ่ “เด็
วันที่ 16 ต.ค. น.ส.ศิริพร มาลีบุตร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 12 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก พร้อมพ่อแม่และลูก 2 คน เดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.วังเจ้า เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังตัวเองถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ต.ค.60 หมายเลข 413494 จำนวน 1 ใบ ได้รับรางวัล 6 ล้านบาท น.ส.ศิริพร กล่าวว่า ตนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 ต.ค.60 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ต.ค.) ตนไปรำบวงสรวงที่วัดแห่งหนึ่งแถวหมู่บ้าน จากนั้นหลวงพ่อก็ได้ทำพิธีในขันน้ำมนต์ ปรากฏว่าตนมองเห็นเลขในขันน้ำมันต์จึงกลับมาที่บ้าน แล้วรอตอนเช้าจึงออกไปหาซื้อเลขที่ได้จากขันน้ำมนต์เป็นเลขท้าย 3 ตัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนนั่งดูทีวีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลและลุ้นตามรางวัลที่ 1 พอออกหมายเลข 413494 ซึ่งตรงกับสลากของตน จึงร้องตะโกนดีใจสุดเสียง กระโดดโลดเต้นภายในบ้านจนแม่ของตนขึ้นมาดูว่าใครเป็นอะไร ตนจึงบอกแม่ของตนว่าถูกรางวัลที่ 1 ทำเอาช็อกกันทั้งบ้าน ดีใจกันยกใหญ่ หลังจากควบคุมสติอารมณ์ได้แล้วจึงพากันเดินทางมาลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าตนถูกรางวัลที่ 1
กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม ตามรอยศาสตร์พระราชา พร้อมมีมาตรการสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมในการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนผ่านยุทธศาสตร์ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และด้านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ด้านพลังงานจำนวนมาก รวมถึงในปี 2561 กรมโรงงานฯ มีแนวทางในการส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ในกลุ่มอุตสาหกรรม S-curve โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs พร้อมจัดทำมาตรฐานหลักเกณฑ์การใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการประหยัดพลังงานโดยรวมในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจน การพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคส่วนที่ใช้พลังงานปริมาณกว่าร้อยละ 35.7 ของการใช้พลังงานในประเทศ จากใช้งานพลังงานไฟฟ้า จำนวน 6,500 พันตัน และพลังงานเชื้อเพลิงรวมกว่า 27,803 พันตัน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กรมโรงงานฯ ได้ลงพื้นดูโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนกังหันลมในภาคอุตสาหกรรม เพื่อความพร้อมในการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ ณ บริษัท เอ็มอาร์พี เอ็นจิเนีย
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 (พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และสระบุรี) เตรียมจัดกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวชุมชนและลานวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย รามัญ-จีน ในแนวคิด “4 จังหวัดอัศจรรย์” หรือ “Journey to the Fantastic Four” หวังสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อดึงดูดให้เดินทางมาเที่ยวในกลุ่มจังหวัดมากขึ้น ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2560 นายชัยรัตน์ จงก้องเกียรติ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ประกอบด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และสระบุรี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยที่มีความผสมผสานกันทั้งเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม เชิงเกษตรและวิถีชีวิตพื้นถิ่นที่เรียบง่าย มีประเพณีและวัฒนธรรมรวมทั้งอาหารการกินที่ผสมผสานทั้งอิทธิพลของไทย รามัญและจีน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเยือนเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวมักเดินทางมาเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะเชื่อมโยงกันในกลุ่มจังหวัด ซึ่งในปี 2559 มีจำนวนน
จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพร้านค้า ติดป้ายขายมังคุดกิโลละ 350 บาทโดยอ้างว่าเป็นมังคุดคัดพิเศษ ซึ่งขายราคาคนไทย ต่างชาติเหมือนกัน วันที่ 16 ต.ค.60. นางนิยดา หมื่นอนันต์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งพบว่าร้านขายผลไม้ดังกล่าวมีการปิดป้ายแสดงราคาไว้อย่างชัดเจนให้ลูกค้าทราบ ดังนั้น การที่มีการขายมังคุดในราคาดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าราคาสินค้าและบริการแต่อย่างใด รวมทั้งไม่จำเป็นต้องลงตรวจสอบ โดยการจะตัดสินใจเลือกซื้อมังคุดในราคาดังกล่าวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและความพอใจของลูกค้า เพราะทางร้านมีการปิดป้ายแสดงราคาไว้เป็นที่ชัดเจนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากไม่พึงพอใจสามารถเลือกบริโภคผลไม้อย่างอื่นได้ เนื่องจากมังคุดไม่ได้เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการยังชีพ ทั้งนี้พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ บอกด้วยว่า เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา เคยเกิดกรณีเดียวกันนี้ที่ย่านตลาดเมืองใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในครั้งนั้นได้รับการอธิบายชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียดจากทางเจ้าของร้านว่าเป็นมังคุดคุณภาพส
เป็นผู้หนึ่งที่เข้าช่วยเหลือคนที่มีความทุกข์ยากอยู่ตลอดเวลา จนเป็นที่รู้จักของผู้คนสำหรับ นางฟ้าซาลอน โดยล่าสุด พบว่า มีการโพสต์ผ่านเพจ “นางฟ้าซาลอน” ว่าได้ถูกต่อว่า ว่า เข้าไปช่วยเหลือคนพิการจนทำให้หน่วยงานเดือดร้อนโดนตำหนิ จึงได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนหนึ่งว่า “จริงๆ แล้ว สิ่งที่ฉันได้ฟัง มันทำให้ฉันท้อ มากๆ แต่เมื่อมองเห็น ดอกไม้พระราชทาน,เสื้อพระราชทาน และ อุปกรณ์ตัดผมพระราชทาน จากในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ฉันได้รับแล้ว ทำให้ฉันต้องลุกขึ้นมาสู้ ฉันต้องก้าวผ่านอิทธิพลเหล่านี้ไปให้ได้ และตั้งใจทำความดีต่อไป เพราะยังมีคนพิการที่เดือดร้อนอีกมากมายรอฉันอยู่ ….. “ฉันเป็นเพียงประชาชน ตัวเล็กๆ เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ ฉันไม่มีอำนาจ ไม่มีพรรคพวกเส้นสายและไม่มีอิทธิพล ที่จะสู้รบกับใคร หรอกนะคะ …. เพราะฉันมีเพียงความดีที่ได้กระทำ เพราะฉันเขื่อว่า ความดี จะเป็นเกราะคุ้มกันตัวฉันเอง…… หากฉันจะต้องถูกทำร้าย หรือต้องตาย เพราะการทำความดี …. นั่นคือ การตายในหน้าที่ ตายเพื่อแผ่นดินไทย และภูมิใจที่ได้ทำความดีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ชีวิตนี้สละแล้ว เพื่อแผ่นดินไทยและพระบรมวงศานุว
