ข่าววันนี้
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย.นี้ ธนาคารเตรียมเสนอคณะกรรมการธ.ก.ส. เพื่อขอความเห็นชอบการขยายวงเงินโครงการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อแก้หนี้นอกระบบอีก 5,000 ล้านบาท ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป เพราะต้องมีกรณีขอชดเชยหากผู้กู้ไม่ชำระหนี้จนเกิดหนี้เสีย ทั้งนี้ เนื่องจากวงเงินเดิมของสินเชื่อฉุกเฉิน 5,000 ล้านบาท ใกล้ครบวงเงินแล้ว ซึ่งปล่อยกู้ไปแล้ว 4,658 ล้านบาท คิดดอกเบี้ย 0.5-0.85% ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยการขยายวงเงินออกไป เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีแหล่งเงินที่นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่จำเป็น ไม่ไปกู้หนี้นอกระบบอีก โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้น้อยต้องการขอกู้เงินในช่วงใกล้เปิดเทอมของนักเรียนเพื่อนำเงินไปหมุนเวียนซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนของบุตรหลาน นอกจากนี้ ธนาคารได้ดึงลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบเข้ามาร่วมโครงการแก้หนี้นอกระบบ และผ่านการฝึกอบรมกับศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง 9.92 หมื่นราย จากลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่เป็นหนี้นอกระบบ 6 แสนราย ซึ่งเป็นข้อมูลจากการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยที่เป็นลูกค้าธ
จากกรณีการตั้งเครื่องกดเบียร์สดในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีมติว่ามีความผิดจริง เนื่องจากเข้าข่ายเครื่องขายอัตโนมัติ และผิดฐานโฆษณา ขณะที่โซเชียลมีเดียมีบางส่วนแสดงความเห็นว่า เบียร์สดก็ไม่ต่างจากเบียร์กระป๋องหรือขวด เหตุใดไม่ห้ามทั้งหมด แต่ห้ามแค่เบียร์สด เพราะสุดท้ายก็ดื่มแล้วเมาเหมือนกัน วันนี้ (12 ต.ค.) นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ที่ไม่ควรตั้งเบียร์สดในร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากเป็นสินค้าแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดความสนใจ น่าดึงดูดให้ดื่ม เพราะหากเป็นเบียร์กระป๋องหรือขวดที่อยู่ในตู้ก็เป็นเรื่องปกติไม่ได้น่าสนใจอะไร แต่สินค้าของใหม่มักจะน่าดึงดูดให้ลองเสมอ ซึ่งตรงนี้จะทำให้คนเข้าถึงการดื่มได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ด้วยลักษณะของเบียร์สดจะไม่เหมือนเบียร์กระป๋อง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องดื่มทันที เพราะหากทิ้งไว้นานหรือโดนอากาศ รสชาติก็จะเปลี่ยนไป ทำให้พฤติกรรมคนดื่มเปลี่ยน คือดื่มตั้งแต่จ่ายเงินเลย หรืออาจดื่มในร้าน บนรถ เดิมดื่มตามถนนหรือซอย ซึ่งเป็นพ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่ สภ.สอง จ.แพร่ นางอนงค์ อยู่สุข อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 7 ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรวิทย์ จันปวงเสน สว.สอบสวน สภ.สอง เพื่อให้ช่วยเป็นพยานนับเงินในกระเป๋าที่เก็บได้และประกาศหาเจ้าของ เพื่อความบริสุทธิ์ใจของตนเอง นางอนงค์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังมานั่งที่เก้าอี้พักผู้โดยสารเพื่อรอรถกลับบ้าน บริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขา อ.สอง จ.แพร่ เห็นกระเป๋าพลาสติกสีชมพูวางไว้บนเก้าอี้ จึงหยิบขึ้นมาและคิดว่าคงเป็นผู้ที่มานั่งรอรถอยู่บริเวณนั้น และไม่กล้าเปิดดูโดยคาดว่าคงมีเงินและเอกสารสำคัญหลายอย่าง จึงนำมาส่งมอบให้ตำรวจดำเนินการประกาศหาเจ้าของ ต่อมา พ.ต.ท.วรวิทย์ ได้เปิดกระเป๋าดูพบเงินสดจำนวน 21,996.50 บาท และมีลอตเตอรี่ ชุด 3 ใบ 1 ชุด ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันในการทำความดีของนางอนงค์ไว้ และใครที่คิดว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าและลืมไว้ให้ไปติดต่อรับคืนได้ที่สภ.สอง ซึ่งทางตำรวจจะได้ตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าจริงหรือไม่ ก่อนจะคืนให้ไป ทั้งนี้ ได้ชื่นชมการทำความดี มีน้ำใจ ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ละโมบและไม่คิดเอาของคนอื่น
ทางหลวงทุบสะพานหน้าสนามบินดอนเมือง 4 ทุ่ม วันที่ 6 พ.ย. เป็นต้นไป เสร็จ ก.ย. ปีหน้า แนะใช้ทางเลี่ยง-เผื่อเวลาเดินทาง 3 ชม. นายมนตรี เดชาสกุลสม ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อสรุปร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเริ่มปิดการจราจรเพื่อก่อสร้างสะพานทางเข้าสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 6 พ.ย. 2560 เป็นต้นไป โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2561 ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท “กรมจะปิดจราจรขาออกช่วงเวลา 4 ทุ่ม ถึงตี 5 เริ่มวันที่ 6 พ.ย. นี้เป็นต้นไป จะใช้เวลาช่วงกลางคืนดำเนินการ เพื่อรื้อสะพานเดิมออก และเป็นการลดผลกระทบด้านการจราจร เพราะถนนวิภาวดีฯ มีปริมาณการจราจรหนาแน่น เฉลี่ย 1.8 แสนคันต่อวัน” สำหรับประชาชนที่จะเดินทางเข้าไปภายในสนามบินดอนเมือง สามารถใช้เส้นทางเลี่ยง 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. ใช้สะพานกลับรถบริเวณคลังสินค้า โดยเลี้ยวซ้ายไปตามถนนภายในสนามบิน จะมีป้ายปิดประกาศไว้ตลอดเส้นทาง 2. ใช้สะพานกลับรถบริเวณธูปะเตมีย์ จากนั้นเข้าประตูที่ 3 และ 4 ของสนามบิน และ 3. ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ “จากการเริ่มทดลองปิดเมื่อช่วงเดือน ก.ค. ท
นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงเดือนต.ค.นี้ เป็นเดือนที่มีความสำคัญต่อปวงชนชาวไทยที่จะรวมใจถวายความอาลัย เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศเพื่อมาร่วมงานพระราชพิธี บริษัทจึงมอบส่วนลดค่าโดยสาร 20% สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 25 ต.ค. ทุกเส้นทาง รวมทั้งหมด 25 เส้นทาง ตามเที่ยวเวลาที่กำหนดดังนี้ เดินทางจาก จ.หนองบัวลำภู เที่ยว 09.00 น., จากเชียงใหม่ เที่ยว 09.15 น. และ 10.00 น. จากขอนแก่น เที่ยว 06.30 น., 08.00 น., 10.00 น. และ 11.45 น. จาก อ.บ้านไผ่ เที่ยว 11.45 น. จากอุดรธานี เที่ยว 08.50 น. และ 09.40 น., จากหนองคาย เที่ยว 10.00 น. จากร้อยเอ็ด เที่ยว 09.30 น. และ 10.30 น., จากนครพนม เที่ยว 16.30 น., จาก อ.เรณูนคร เที่ยว 16.40 น., จากสกลนคร เที่ยว 07.50 น. และ 10.00 น., จากกาฬสินธุ์ เที่ยว 09.45 น. และ 12.00 น., จากสุรินทร์ เที่ยว 08.25 และ 11.25 น., จากบุรีรัมย์ เที่ยว 08.30 น. และ 09.40 น.
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น ประชุมร่วมกันและมีมติให้เขื่อนอุบลรัตน์ เพิ่มการระบายน้ำเป็นช่วงๆ โดยช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. จะปรับเพิ่มการระบายเป็น 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. จะปรับเพิ่มการระบายเป็น 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. เป็นต้นไป จะปรับเพิ่มการระบายเป็น 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากปัจจุบันเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับเก็บกัก ประมาณ 2,590 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการระบายน้ำวันละ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากกว่าวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร การระบายน้ำเพิ่มดังกล่าวข้างต้น เกิดจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนมากกว่าน้ำที่ออก จะส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำพองเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อล้นตลิ่งบริเวณสถานีวัดน้ำ E.22B บ.ท่าเม่า อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงระดับน้ำในแม่น้ำชี จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 ขอนแก่น ได้ให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำพอง และแม่น้ำชีอย่าง
“ภูเก็ต พัชทรี ทัวร์” ผู้บริการเรือท่องเที่ยวชั้นนำของภูเก็ต ผุดโปรเจ็กต์ยักษ์ โครงการสายรัดข้อมือ “ริสต์แบนด์” ติดระบบจีพีเอสพร้อมประกันชีวิต หลังเฉือนคู่แข่ง ชนะประมูลสูงสุด 42 ล้าน ได้สิทธิเป็นผู้บริหาร “ท่าเรืออ่าวปอ” เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา “นายไชยา ระพือพล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัชทรีทัวร์ กรุ๊ป เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เขาริเริ่มโครงการสายรัดข้อมือ “ริสต์แบนด์” ติดระบบจีพีเอสพร้อมประกันชีวิต เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตปีละหลายสิบล้านคน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเสนอราคาและดำเนินการ โดยจะมีการลงทุนทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2018 เร็วที่สุดก็ช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้… “ตอนนี้ตั้งเป้า 1 ล้านชิ้นต่อปี แต่จะทยอยสั่งมาเป็นล็อตเรื่อยๆ เพราะเราให้ริสต์แบนด์กับลูกค้าไปเลย ในราคาพร้อมประกันชีวิตเพียง 40 บาท แต่คุณได้วงเงินประกันถึง 1 ล้านบาท คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่ทั้งนี้เป็นความสมัครใจของผู้ใช้ จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ อนาคตเราอยากทำให้เป็นระบบตั้งแต่เริ่มจากด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตได้มีความ
เป็นอีกนักร้องสาวสู้ชีวิตอีกคน สำหรับลูกทุ่งสาว “ปิ๋ม ซีโฟร์” เจ้าของซิงเกิ้ล“ตามองตาเปิดฟลอร์” ที่ล่าสุดขยันทำมาหากินสุดๆ ก่อนควงแฟนเด็กอายุห่าง 21 ปี อย่าง “เงิน-ชัยวัฒน์ ศุจินราธร” วัย 22 ปี นักฟุตบอลชายหาดทีมชาติ ลุยเปิดร้านขายข้าวขาหมู ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม “ปิ๋ม” เปิดใจว่า “ปิ๋มไปเซ้งร้านมาและเปิดร้านขายข้าวขาหมู ข้าวหมูทอด พิซซ่า รวมถึงอาหารตามสั่งง่ายๆ ชื่อครัวคุณปิ๋ม ส่งตามหอพักนศ. แถวนั้นจะมีเยอะมาก แต่งร้านสวยๆ ชิลๆ เปิดเพลงให้เข้ากับกลุ่มวัยรุ่นมานั่งกินกัน เฉพาะพี่วินกับนศ. โชว์บัตร ขายแค่ 35 บาทเท่านั้นค่ะ “ลงทุนก็พอประมาณ ไม่เยอะ ไม่น้อย จะเปิดไม่เกิน 15 ต.ค.นี้ค่ะ ช่วงนี้ก็ช่วยกันตกแต่ง ทาสีร้าน ถามว่าเป็นธุรกิจเสริมรึเปล่า ถ้ามีรายได้เข้ามาปิ๋มว่าก็ดีหมดเสริมหรือหลักก็ไม่รู้นะ (หัวเราะ) จะดูร้านกับแฟน เขาไปเตะบอลกลับมาก็มาดู ปิ๋มร้องเพลงเสร็จก็มาช่วยกันดู “อีกอย่างช่วงปิดเทอมก็จะให้ลูกคนโต มีดี 14 ขวบ มาช่วยงานเสิร์ฟที่ร้านด้วย จะได้ฝึกทำงานไปในตัวตั้งแต่เด็ก ให้เห็นว่าเราทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่ออนาคตลูกๆ ทั้งนั้นค่ะ” ขอบคุณที่มา ข
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ สำรวจระหว่างวันที่ 2-10 ต.ค. 2560 สำรวจ 1,177 ตัวอย่างทั่วประเทศ ว่า พบว่าจะมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินสะพัดโดยรวมในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ 45,081 ล้านบาท ขยายตัว 2.5% การขยายตัวลดลงจากปีก่อน ซึ่งมีมูลค่า 43,981 ขยายตัว 4.2% แต่ในแง่มูลค่าของปีนี้สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ทำสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2551 ทั้งนี้ คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 10,245 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 9,700 บาท ปีนี้แบ่งเป็น ค่าอาหาร/กับข้าว 756 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากราคาผัก ผลไม้สดเพิ่มขึ้น ทำบุญ 2,697 บาท ซึ่งตัวอย่างส่วนใหญ่ประมาณ 60กว่า% ระบุค่าใช้จ่ายนี้เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ตั้งแต่ 1-10% รวมถึงมากกว่า 10% ค่าเดินทางไปทำบุญต่างจังหวัด 3,533 บาท ค่าที่พัก ขณะทำบุญต่างจังหวัด 4,369 บาท นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า กลุ่มตัวอย่างระบุถึงความคึกคักเทศกาลกินเจปีนี้เทียบกับปีก่อน มี 20.4% บอกคึกคักเพิ่มขึ้น เพราะเป็นการทำบุญสร้างกุศล ร่วมเทศกาลบุญ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณข
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ สำรวจระหว่างวันที่ 2-10 ต.ค. 2560 สำรวจ 1,177 ตัวอย่างทั่วประเทศว่า พบว่าจะมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินสะพัดโดยรวมในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ 45,081 ล้านบาท ขยายตัว 2.5% การขยายตัวลดลงจากปีก่อน ซึ่งมีมูลค่า 43,981 ขยายตัว 4.2% แต่ในแง่มูลค่าของปีนี้สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ทำสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2551 ทั้งนี้ คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 10,245 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 9,700 บาท ปีนี้แบ่งเป็น ค่าอาหาร/กับข้าว 756 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากราคาผัก ผลไม้สดเพิ่มขึ้น ทำบุญ 2,697 บาท ซึ่งตัวอย่างส่วนใหญ่ประมาณ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ ระบุค่าใช้จ่ายนี้เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ตั้งแต่ 1-10% รวมถึงมากกว่า 10% ค่าเดินทางไปทำบุญต่างจังหวัด 3,533 บาท ค่าที่พัก ขณะทำบุญต่างจังหวัด 4,369 บาท นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า กลุ่มตัวอย่างระบุถึงความคึกคักเทศกาลกินเจปีนี้เทียบกับปีก่อน มี 20.4% บอกคึกคักเพิ่มขึ้น เพราะเป็นการทำบุญสร้างกุศล ร่วมเทศกาลบุญ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหา
