ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้ยื่นกระทู้ถามสดในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) สมัยสามัญที่ 3 (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2560 โดยมีร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ เป็นประธานสภากทม.และมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมการประชุม เรื่อง ขอทราบแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในกทม. ว่า เนื่องจากกทม.ได้มีนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาอย่างสะดวก โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 และปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารกทม.ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจประชาชนจำนวนมาก จึงขอทราบแนวทางการดำเนินการการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย มาตรการในการดำเนินการกับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบนโยบายจัดระเบียบและงบประมาณในการใช้จ่ายทั้งหมด พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ตนและ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นลูกแม่ค้าต่างเข้าใจปัญหาเรื่องการจัดระเบียบเป็นอย่างดี สำหรับเรื่องหาบเร่แผงลอยได้มีประวัติมาอย่างยาวนานครั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.เมื่อปี 2528 ขณะนั้นได้กำหนดจุดผ่อนผันหรือละเว้นจุ
เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 12 กรกฎาคม นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) กล่าวว่า ในปีนี้ กฟน. ดำเนินการโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินแล้วกว่า 42 กิโลเมตร และอยู่ในระหว่างการดำเนินงานอีก 40 กิโลเมตร นอกจากนี้ที่ยังอยู่ในแผนระยะยาวอีก 127 กิโลเมตร คาดว่าทั้งหมดนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2564 โดยตั้งเป้าว่าจะนำสายสื่อสารลงดินไปด้วย โดยจะมีการแก้ปัญหาร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ถนนพหลโยธิน ใช้ท่อร้อยสายสื่อสารไปกับสายไฟฟ้า ซึ่งหากฝ่ายสื่อสารต้องการที่จะมาร่วมใช้สายร้อยท่อกับการไฟฟ้าฯ ก็ยินดี อย่างไรก็ตามจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเช่น กสทช. ตำรวจ ทีโอที มาจัดระเบียบสายสื่อสารร่วมกัน เพื่อให้สายบนเสาเป็นระเบียบ และลดจำนวนสายบนเสาลง นายชัยยงค์ กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ของการนำสายไฟฟ้าลงดิน เพราะเชื่อว่า ประชาชนใน กทม.ต้องการเห็นภาพสายไฟลงดิน นอกจากนี้ยังเพื่อความเเข็งแรงมั่นคงของสายไฟฟ้าด้วย เพราะหากอยู่บนอากาศ อาจมีกรณีรถชนเสา ต้นไม้ล้มทับสายไฟ นก หนู มากัดแทะสายไฟ ซึ่งถ้าหากนำสายลงดินปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป เพราะวัสดุที่ใช้หุ้มสายนั้น กันน้ำ กันสัตว์กัด และมีอายุการใช้งานน
กรมโรงงานอุตสาหกรรม เผยสถิติยอดตั้งโรงงานใหม่และขยายกิจการ 6 เดือนแรกของปี 2560 ตั้งแต่เดือน มกราคม-มิถุนายน ยอดรวมจำนวน 2,469 โรงงาน เงินลงทุนรวม 218,551 ล้านบาท โดย 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของชาติ ได้รับการตอบรับที่ดีมีการขอจดประกอบกิจการ 575 โรงงาน ยอดลงทุนกว่า 52,919 ล้านบาท รวมไปถึงในการขยายตัวของโรงงานในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีการขยายตัวจำนวน 284 โรงงาน ยอดลงทุนกว่า 23,806 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากตัวเลขการขยายตัวของ 6 เดือนของปีที่ผ่านมา มีความใกล้เคียงกับการขยายตัวในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่หากมองในภาพรวมของเศรษฐกิจโลกแล้ว ถือว่าประเทศไทยมีการขยายตัวในตัวเลขที่น่าพอใจ นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 ระหว่างเดือน มกราคม-มิถุนายน มีผู้ประกอบการมีการขอตั้งและขยายโรงงาน จำนวน 2,469 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 218,551 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 151,223 คน แบ่งเป็น การประกอบกิจการใหม่ 2,024 โรงงาน เงินลงทุน 126,416 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 106,971 คน และในส่วน
บริษัท จีอีพี สปินนิ่ง จำกัด เปิดตัว “ฟิลาเจน” (FILAGEN) แบรนด์เส้นใยผสมคอลลาเจน อีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มยุค 4.0 ของประเทศไทย จากการใช้นวัตกรรมสกัดคอลลาเจนจากเกล็ดปลาทะเลทำให้เส้นใยฟิลาเจนมีคุณสมบัติพิเศษ 4 ประการ ได้แก่ รักษาความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ กำจัดและปกป้องกลิ่นกาย ป้องกันรังสียูวี สูงสุดถึง SPF50 และให้อุณหภูมิผิวสัมผัสที่เย็น โดยล่าสุด “ฟิลาเจน” ได้จับมือแบรนด์ชั้นนำ อาทิ อินไนน์ บาย วาโก้ พาซาญ่า แกรนด์สปอร์ต ผลิตสินค้า อาทิ ชุดชั้นใน เสื้อกีฬา ชุดเครื่องนอน ซึ่งทางฟิลาเจน ได้ตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าระดับพรีเมี่ยมสำหรับกลุ่มรักสุขภาพและความงาม โดยตั้งเป้ารายได้ของปี 2560 1,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 70 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มสิ่งทอและเส้นใยที่มีคุณสมบัติพิเศษประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และปัจจุบันมีพันธมิตรทางธุรกิจแล้วกว่า 50 ราย และคาดว่าในอนาคต จะมีพันธมิตรไม่ต่ำกว่า 100 ราย นายเซิ่น จุ้น ซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีอีพี สปิ่นนิ่ง จำกัด กล่าวว่า จากการเล็งเห็นถึงแนวโ
จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) เว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลสถิติความต้องการแรงงานของประเทศไทยครึ่งปี 2560 ตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน พบว่า 5 กลุ่มธุรกิจที่ต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่ อันดับหนึ่ง ธุรกิจบริการ 9,691 อัตรา ตามมาด้วย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 9,018 อัตรา อันดับสาม ธุรกิจค้าปลีก 8,138 อัตรา อันดับสี่ ธุรกิจยานพาหนะ/ชิ้นส่วนยานยนต์ 6,775 อัตรา และอันดับห้า ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 6,316 อัตรา นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) กล่าวว่า เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ในฐานะผู้นำด้านเว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีผู้ฝากประวัติกว่า 1.2 ล้านคน และมีจำนวนงานจากบริษัทชั้นนำกว่า 86,000 อัตรา ได้ทำการวิเคราะห์รวบรวมจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์ จ๊อบไทย เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานแบบภาพรวมในช่วงครึ่งปี 2560 ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน พบว่ามี 5 กลุ่มธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานสูงสุด โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กลุ่มธุรกิจบริการ จำนวนงานทั้งหมด 9,691 อัตรา โดยประเภทงาน
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวในกิจกรรมเสวนาวิชาการ งานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2560 ณ อาคารโรงพยาบาลสัตว์ มทร.ตะวันออก จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2560 ในการบรรยายพิเศษ “ไผ่ อดีต ปัจจุบันและอนาคต” ว่า ไผ่เป็นเรื่องที่ถูกทอดทิ้งมานานเพราะคนไทยรู้สึกว่ามันใกล้ซะจนลืมและมองข้ามไป วิถีชีวิตคนไทยในสมัยก่อนมีความผูกพันใกล้ชิด เป็นต้นไม้ที่มหัศจรรย์ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่เป็นอาหาร ประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้สอย จักสานเป็นอาชีพเสริม หรือนำไปสร้างบ้าน โรงเรือน อาคาร ล่าสุดพบว่ามีนวัตกรรมจากไผ่สามารถนำมาทำเครื่องสำอางประทินผิวเพื่อความสวยงาม หรือทำเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล เนื่องจากมีราคาถูก ต้นทุนต่ำ แล้วให้ค่าพลังงานความร้อนสูงจึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก แปรรูปเป็นเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงทำเป็นยารักษาโรคได้ ไผ่มีหลากหลายสายพันธุ์ในประเทศไทย แต่พันธุ์ที่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจมีไม่มาก หากเข้ามาหาความรู้เพิ่มเติมจากงานวันเกษตรแห่งชาติ โซนนวัตกรรมไผ่ C 7 ซึ่งจะมีงานไปจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ กิจกรรมอัดแน่นไปด้วยนิทรรศการจัดแสดง สาธิตและจำหน่ายรวมทั้งการเสวนา ก็จ
“ห้องนอน” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนชาร์ทพลังให้ร่างกายอย่างเดียว แต่ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยห้องนอนถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของบ้านที่ไม่ควรละเลย เชื่อกันว่าการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยที่เหมาะสม จะช่วยสร้างสมดุลที่ดีให้กับบ้าน และยังส่งผลดีกับผู้อยู่อาศัยทั้งเรื่องสุขภาพ การงาน โชคลาภ เงินทอง อีกด้วย อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) จึงเชิญ อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทย มาให้ข้อแนะนำดีๆ ตามหลักฮวงจุ้ย ในกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษ “จัดฮวงจุ้ยห้องนอนอย่างไรให้รวย” ณ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาบางนา อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา เปิดเผยว่า ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่มีอายุยาวนานกว่า 4,000 ปีแล้ว หลักๆ คือการจัดเพื่อให้เกิดสมดุลชีวิตที่ดีของเรา และสามารถทำได้ด้วยตัวเองหากเข้าใจหลักพื้นฐานของฮวงจุ้ย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเชิญซินแสมาดู ฮวงจุ้ยสามารถจัดได้ทั้งที่บ้าน ตึกแถว ทาวน์โฮม คอนโด หรืออพาร์ตเม้นท์ โดยยึดฮวงจุ้ยของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ตำแหน่งเตียงนอน สำหรับห้องนอนถือเป็นหัวใจหลักของฮวงจุ้ยในบ้าน เพราะเราใช้เวลาอยู่ในห้องนอนเฉลี่ย 1 ใน 3 ของชีวิต แน่นอนว่าห้องนอนส่งผลกับเร
3 พิธีกร บ๊วย เชษฐวุฒิ, เอมี่ กลิ่นประทุม, บอล เชิญยิ้ม จากรายการ THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง พาเยี่ยมชมบ้านคนดังอีกแล้ว โดยคราวนี้เป็นบ้านของกระแต-ศุภักษร เรืองสมบูรณ์ (ไชยมงคล) ที่หมูบ้านลัดดาวัลย์ ย่านราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า ซึ่งมีพื้นที่กว่า 200 ตารางวา และราคาก็มากกว่า 50 ล้านบาท โดยกระแตบอกว่า บ้านนี้สามีเป็นคนจัดการเรื่องการตกแต่งทั้งหมด ที่เธอเลือกเองก็มีแค่โคมไฟ อย่างไรก็ดีตนกับหลุยส์ สามี จะชอบอะไรคล้ายๆ กัน เขาเลือกอะไรเธอจึงชอบหมด ห้องรับแขกซึ่งตอนแรกวาดภาพไว้สวยหรูมาก แต่ตอนนี้กลายเป็นห้องของน้องเจ้าขาไปเรียบร้อย แต่ก็ยังกันมุมหนึ่งของห้องไว้โชว์ถ้วยแข่งรถ ทั้งของเธอและสามี ห้องนอนซึ่งตั้งใจไม่ให้มีทีวี ห้องเสื้อผ้าที่มีชุดแต่งงานแขวนโชว์ โซนกระเป๋า โซนหมวก โซนแว่น ฯลฯ ในห้องเสื้อผ้า ไปดูภาพเต็มๆ และฟังเธอพูดถึงเรื่องนี้ได้ในรายการ ซึ่งจะแพร่ภาพทางช่อง 8 เวลา 14.00 น. วันเสาร์ที่ 15 กรกฏาคมนี้ ที่มา : มติชนออนไลน์
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดกิจกรรมทางลัดสร้างอาชีพ ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากประเทศให้เข้มแข็งและมั่นคง และรองรับการขึ้นทะเบียนคนจน 14 ล้านคนของภาครัฐที่จะมีมาตรการช่วยเหลือในการประกอบอาชีพต่อไป กิจกรรมสร้างอาชีพนี้ได้ร่วมมือกับธุรกิจแฟรนไชน์ เปิดอบรมฝึกอาชีพ และพัฒนาให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ครัวเรือน ซึ่งเบื้องต้นจะเปิดอบรมสูตรลัดในการทำอาหารปรุงสำเร็จ โดยเปิดอบรมสำหรับผู้ไม่มีอาชีพและต้องการเป็นผู้ประกอบการก่อน 150 คน จากนั้นจะเชื่อมโยงเข้าโครงการร้านอาหารหนูณิชย์ และต่อยอดเป็นหนูณิชย์ติดดาว ทั้งนี้ ในวันที่ 12 กรกฎาคม เริ่มจากเปิดสอนก๋วยเตี๋ยวน้ำใส-เย็นตาโฟ จากร้านเย็นตาโฟตีลังกา และวันที่ 19 กรกฎาคม ร่วมกับมูลนิธิลุงขาวไขอาชีพสอนทำก๋วยเตี๋ยวน้ำตกและข้าวเหนียวหมูฝอย ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนขยายไปอบรมในต่างจังหวัดและเพิ่มการอบรมในอาชีพอื่นๆต่อไป นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งดำเนินการตามแผนงานปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าและเพิ่ม
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีฝนฟ
