ข่าววันนี้
ถือเป็นนักร้องที่เคยเป็นขวัญใจสาวๆ สำหรับ ลิฟท์ – สุพจน์ จันทร์เจริญ ที่ปัจจุบันนี้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับภรรยา หญิง – นราวัลย์ จันทร์เจริญ จนมี น้องพราว ลูกสาววัย 6 ขวบเป็นพยานรัก ล่าสุด 3 พิธีกร บ๊วย-เชษฐวุติ , เอมี่ กลินประทุม และ บอล เชิญยิ้ม จากรายการ “THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง” เลยอาสาพาไปชมบ้านแสนอบอุ่นของเขา ที่บ้านหมู่บ้านคาซ่า วิลล์ ถนนวัชรพล ว่าจะน่าอยู่ขนาดไหน โดย ลิฟท์ เผยว่า “บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอครับ อยู่มาตั้งแต่แต่งงาน ก็อยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน มีพ่อ-แม่ผม และครอบครัวเรา 3 คน พ่อ-แม่-ลูก การตกแต่งบ้านก็ไม่มีอะไรครับ เน้นเรื่องการใช้สอยมากกว่า เพราะเราเป็นครอบครัวใหญ่ อย่างห้องนอนก็นอนด้วยกัน 3 คน ” นอกจากจะพาชมบ้านแล้ว ลิฟท์ ยังขออวดรถมอเตอร์ไซค์คันหรูราคาเหยียบล้าน ที่เคยโดนภรรยาสั่งห้ามไม่ให้ขับ! แต่ทุกวันนี้้เวลาจะออกทริปไปไหนก็จะมีภรรยาไปด้วย “รถบีเอ็มคันนี้ก็ล้านกว่าครับ จริงๆ แล้วภรรยาจะห้ามไม่ให้ขับ แต่ตอนนี้ภรรยาไปด้วย มีวันหนึ่งไปเขาใหญ่ ภรรยาขอไปด้วย หลังจากนั้นเขาไปด้วยตลอด เขาบอกเขาชอบมาก ในเมืองไทยที่ไปกันไกลสุด คือ เชียงราย ” นอกจากนี้ทั้งคู
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ของ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า หลังจากโรงงานน้ำตาลทรายทั้ง 54 โรงได้ประกาศเริ่มรับผลิตอ้อยเข้าหีบประจำฤดูการผลิตปี 2559/60 ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2559 ล่าสุดโรงงานน้ำตาลได้ประกาศปิดหีบอ้อยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 รวมระยะเวลาการหีบอ้อยรวม 149 วัน พบว่ามีปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งสิ้น 92.95 ล้านตันอ้อย ลดลงจากปีก่อนที่มีปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งสิ้น 94.05 ล้านตันอ้อย อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำตาลทรายในปีนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าปีก่อน โดยสามารถผลิตน้ำตาลรวมทั้งสิ้น 10.03 ล้านตัน หรือคิดเป็น 100.3 ล้านกระสอบ (100 กก./กระสอบ) เพิ่มขึ้น 2.44 ล้านกระสอบ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ผลิตน้ำตาลได้ 97.86 ล้านกระสอบ สำหรับปัจจัยที่มีผลทำให้ฤดูการผลิตปี 2559/60 สามารถผลิตน้ำตาลได้ปริมาณเพิ่มขึ้นนั้น มาจากคุณภาพผลผลิตอ้อยเข้าหีบปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี มาจากสภาพอากาศเย็นและแห้งในช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้ค่าความหวานของอ้อยปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 12.27 ซี.ซี.เอส. ขณะเดียวกันโรงงานน้ำตาลทุกโรงได้เพิ่มประสิทธิภาพการหีบอ้อยเพื่อสกัดน้ำตาลให้ได้ปริมาณสูงสุ
เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ล่าสุด ด้วยดีไซน์สีชมพูมุ้งมิ้งของ Acer Hello Kitty Limited Edition บอดี้สีขาวตัดขอบชมพูเข้ม ประดับลายคิตตี้และโลโก้ Hello Kitty สีโกลด์บริเวณฝาหลัง ป้องกันรอยนิ้วมือด้วยระบบนาโนอิมพรินติ้ง หวานใสด้วยแป้นคีย์บอร์ดสีชมพูสกรีนตัวอักษรสีขาว เข้าคู่กับทัชแพดสกรีนรูป Hello Kitty ที่ดึงดูดความสนใจได้ตั้งแต่แรกเห็น นอกจากจะคิวท์แล้วยังบิลด์-อินมาดีเยี่ยม เซตระบบบูทวินโดวส์ในธีม Hello Kitty รองรับระบบปฏิบัติการ Window 10 Home พร้อมขับเคลื่อนพลังด้วยระบบประมวลผล Intel CoreTM Core i5 7th Generation (2.5GHz up to 3.1GHz, 3MB L3 Cache) พร้อมระบบอินเทลกราฟิกที่สมบูรณ์แบบ นำเสนอภาพคมชัดบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว Full HD (1920 x 1080 pixel) แบบ IPS เติมเต็มอรรถรสการรับฟังด้วยระบบเสียง Dolby Audio ผ่านลำโพงคู่บริเวณฐานเครื่อง และพอร์ต Lan, USB 3.0, USB. type-C, USB 2.0 2port, HDMI, Card Reader, ช่องใส่หูฟังในตัว เต็มแม็กซ์กับความจุ 4GB ฮาร์ดดิสก์ 1TB ภายใต้โน้ตบุ๊กดีไซน์บางเบา 1.5 กก. Acer Hello Kitty Limited Edition วางจำหน่ายในไทยทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วั
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานธนานุบาลจังหวัดพังงา อ.เมือง จ.พังงา มีชาวบ้านจำนวนมากแห่นำสิ่งของต่างๆทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและทองคำมาจำนำไว้กับโรงรับจำนำภายหลังจากโรงเรียนทั้งในเขตเทศบาลเมืองพังงาและนอกเขตเทศบาล เปิดเทอมตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนำเงินไปจ่ายเป็นค่าเทอม ซื้อหนังสือ และเสื้อผ้าชุดนักเรียนให้กับบุตรหลาน นายชูโชติ โกยกุล นายกเทศบาลเมืองพังงา เปิดเผยว่า สถานธนานุบาลจังหวัดพังงาเป็นโรงรับจำนำของเทศบาลเมืองพังงา โดยได้นำเงินสะสมของเทศบาลเมืองพังงาให้การสนับสนุน สำหรับในปีนี้เทศบาลเมืองพังงา ได้นำเงินสะสมของเทศบาลจำนวน 10 ล้านบาทให้สถานธนานุบาลพังงากู้ยืมจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมหรือในปีการศึกษา 2560 นอกจากนั้นสถานธนานุบาลยังได้กู้ยืมจากธนาคารธ.ก.ส.อีก 40 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือให้กับผู้ปกครองนักเรียนในช่วงเปิดเทอม โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับจำนำช่วงเปิดเทอม ด้วยอัตราเงินต้นไปเกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน และเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ไปจนถึง 31 พ.ค.2560 เพื่อรองร
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พร้อมด้วย นายกมล นวลใย ผอ.อุทยานแห่งชาติ นายทักษิณ มงคลคมรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเข้าตรวจยึดพื้นที่บ้านที่สร้างเป็นลักษณะรีสอร์ต 3 หลัง คิดเป็นพื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โดยผู้ครอบครองได้ซื้อที่ดินต่อจากเจ้าของเดิมเมื่อปี 2547 ซึ่งมีการผ่อนปรนให้อาศัยและทำกินได้แต่ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ โดยเมื่อ 4 พ.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดบ้านไม้สักหลังใหญ่ บนพื้นที่กว่า 3 งานเศษไปแล้ว วันนี้จึงได้สืบสวนและขยายผลตรวจยึดเพิ่มเติมอีก 3 หลัง นายนิพนธ์ กล่าวว่าที่ดินในเขตอุทยานผ่อนปรนให้อาศัยทำกินได้ แต่ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือโดยเด็ดขาด ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวได้ยึดบ้านไม้ไปแล้วจำนวน 1 หลังใหญ่ ส่วนในวันนี้ได้สืบทราบขยายผลมีเครือข่ายปลูกบ้านลักษณะรีสอร์ตอีก จึงจำเป็นต้องนำกำลังมาตรวจยึดและดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 3 คดีบริเวณแปลงที่ดินติดต่อกัน และมีบางหลังขายต่อให้กับนายทุน กรมอุทยานฯต้องยึดรีสอร์ตมูลค่าสิ่งก่อสร้างรวมทั้งสิ้น
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้รวบรวมรายงานข้อมูลการโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ของกรมทางหลวงทั่วประเทศ (76 แขวงทางหลวง) ประจำเดือนมี.ค. 2560 สำหรับทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรม รวมเป็นมูลค่า 1,598,243 ได้แก่ สายไฟฟ้า จำนวน 8 แห่ง มูลค่า 1,303,803 บาท อุปกรณ์ไฟฟ้า จำนวน 1 แห่ง มูลค่า 155,000 บาท หม้อแปลงไฟฟ้า จำนวน 1 แห่ง มูลค่า 130,000 บาท ตู้ควบคุมไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 แห่ง มูลค่า 7,500 บาท และอื่นๆ จำนวน 1 แห่ง มูลค่า 1,940 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1,598,243 บาท ซึ่งเมื่อเทียบสถิติกับเดือนมี.ค. 2559 พบว่า อุปกรณ์งานทางถูกโจรกรรมลดลง 37% โดยเฉพาะรั้วลูกกรง ไม้ศาลาทางหลวง ราวสะพานลอย เป้าสะท้อนแสง อุปกรณ์สัญญาณไฟ และอุปกรณ์ป้ายจราจร ตามลำดับ นอกจากนี้ หากจำแนกตามแขวงทางหลวงที่ถูกโจรกรรม พบว่า แขวงทางหลวงสมุทรปราการได้ถูกโจรกรรมมากที่สุด (1,000,000 บาท) รองลงมาคือ แขวงทางหลวงสระบุรี (228,380 บาท) แขวงทางหลวงสุราษฏร์ธานีที่ 1 (พุนพิน) (198,950 บาท) และแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 (130,000 บาท) ทั้งนี้ กรมทางหลวงมีมาตรการในการป้องกันการโจรกรรมและมาตรการ
สสว. จัด โครงการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่จัดอบรมให้ผู้ประกอบการใหม่ กลุ่มฟาร์มเห็ดที่ราชบุรีและกาญจนบุรี โดยปี 2560 ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนและองค์ความรู้ให้แก่ศิษย์พระดาบส และผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้มากยิ่งขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส คุณวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการที่ สสว. ได้ร่วมกับ มูลนิธิพระดาบส ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ โดยเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาและสร้างผู้ประกอบการใหม่จากศิษย์พระดาบส และผู้สนใจที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวาย หาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหาไม่มีความรู้พื้นฐานและไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วไป ได้กลายเป็นผู้ประกอบการใหม่ที่มีทักษะความรู้ในการประกอบสัมมาชีพได้อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสบุฟเฟ่ต์กำลังมาแรง อิ่ม อร่อยในราคาเดียวกันแบบไม่อั้น “แดก-ให้-ยับ” หนึ่งในร้านบุฟเฟ่ต์ฮิตติดกระแสบอกต่อกันทั่วโลกออนไลน์ในยามนี้ เป็นบุฟเฟ่ต์ทะเลเผา ไม่จำกัดเวลา นับเป็นพิกัดใหม่ของสายบุฟเฟต์เลยก็ว่าได้ คุณอาร์ม หนุ่มหน้าสวย เจ้าของร้านแดกให้ยับ คุณอาร์ม-พีรพงษ์ พลนาค 26ปี เจ้าของร้าน แดก-ให้-ยับ บอกว่า ทำอาชีพขายผลไม้ แต่ด้วยความชอบทานอาหารทะเลมาก ไหนๆ ก็ชอบแล้วเลยเปิดร้านเองเสียเลย โดยมีหุ้นส่วนคนสำคัญอีกคน คือ คุณนนท์-อานนท์ รัตติกาลสมสุข และทำควบคู่ไปกับการขายผลไม้ ซึ่งเพิ่งปิดร้านบุฟเฟ่ต์เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมานี้เอง แต่กระแสตอบรับดีเกินคาด อาจเป็นเพราะมีการแชร์ต่อๆกันในโลกออนไลน์ก็เป็นได้ แดก-ให้-ยับ ชื่อร้านแรงๆ ฟังแล้วถึงกับสะดุดหู คุณอาร์ม บอกถึงการตั้งชื่อร้านว่า ไม่ได้มีไอเดียพิเศษอะไร แค่นึกกันเล่นๆ พูดขึ้นมาลอยๆ แล้วโดนใจ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน สำหรับเมนูในร้านนั้น มีให้เลือกทานหลากหลาย เริ่มตั้งแต่อาหารสำเร็จรูป เช่น ปูผัดผงกะหรี่ สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา หอยลายผัดฉ่า โดยในแต่ละวันเมนูจะไม่ซ้ำกัน ส่วนบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลก็มีหลายรายการ เช่น กุ้งส
ผู้รับสัมปทานรังนกอีแอ่นชุมพรเดือดร้อนหนัก หลังจีนยังกีดกันนำเข้ารังนกไทยยืดเยื้อกว่า 3 ปี แถมเจอคู่แข่ง “รังนกบ้าน” ตัดราคาขายถูกกว่าเท่าตัว “ซีโกลด์ เบิร์ดเนสท์” เผยค้างจ่ายอากรรังนกให้จังหวัดกว่า 500 ล้านบาท วอนรัฐบาลช่วยเจรจาจีนปลดล็อกส่งออก ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชุมพร ว่า เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา พล.ท.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน อาหาร โดยมีนายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้มีการพิจารณาปัญหาการจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น หลังจากประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ได้กีดกันรังนกถ้ำจากเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากมีการตรวจพบสารปนเปื้อนในรังนกจากประเทศมาเลเซียทำให้รังนกถ้ำของไทยไม่สามารถส่งออกไปจีนได้เหมือนเดิมและยังทำให้การจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นายนิตย์แดงขวัญทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร หนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรร
