ข่าววันนี้
เมื่อวันทีี 9 พ.ค. นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานลั่นฆ้องชัย เปิดงานประเพณีบวชนาคช้าง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่บริเวณวัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง ต. กระโพ อ. ท่าตูม จ. สุรินทร์ ด้วยขบวนช้างร่วมในขบวนแห่นาคกว่า 80 เชือก และในปีนี้มีนาคที่จะเข้าอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ 16 รูป ประเพณีบวชนาคช้างจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 13-15 ค่ำเดือน 6 ของทุกๆ ปี เมื่อหนุ่มชาวกูยทุกๆ คนที่ออกไปทำงานต่างถิ่นต่างแดนได้มีอายุครบบวช ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ต้องเดินทางกลับมาบ้านเกิดเพื่อเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวกูยแล้ว หากลูกหลานคนใดต้องการจะบวชเพื่อทดแทนพระคุณพ่อแม่ ก็ต้องกลับมาบวชที่บ้านตากลางแห่งนี้เท่านั้น หากบวชที่อื่นก็ไม่ถือว่าการบวชนั้นสำเร็จ ประเพณีนี้จึงเป็นประเพณีสำคัญของทุกๆ คนในหมู่บ้าน เป็นพิธีอุปสมบทหมู่ที่งดงามอย่างมีเอกลักษณ์ ในวันแรกนั้นจะมีการทำพิธีปลงผมนาค หลังจากนั้นก็จะเป็นการทำพิธีทำขวัญ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของนาคตามแบบประเพณีบวชนาคช้างของชาวกูยที่มีมาแต่โบราณนั้น จะ–เน้นให้มีสีสันสดใส จะเว้นอยู่สีเดียวคือสีดำ เครื่องแต่งกายแล
เมื่อวันทีี 9 พ.ค. นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานลั่นฆ้องชัย เปิดงานประเพณีบวชนาคช้าง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่บริเวณวัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง ต. กระโพ อ. ท่าตูม จ. สุรินทร์ ด้วยขบวนช้างร่วมในขบวนแห่นาคกว่า 80 เชือก และในปีนี้มีนาคที่จะเข้าอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ 16 รูป ประเพณีบวชนาคช้างจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 13-15 ค่ำเดือน 6 ของทุกๆ ปี เมื่อหนุ่มชาวกูยทุกๆ คนที่ออกไปทำงานต่างถิ่นต่างแดนได้มีอายุครบบวช ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ต้องเดินทางกลับมาบ้านเกิดเพื่อเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวกูยแล้ว หากลูกหลานคนใดต้องการจะบวชเพื่อทดแทนพระคุณพ่อแม่ ก็ต้องกลับมาบวชที่บ้านตากลางแห่งนี้เท่านั้น หากบวชที่อื่นก็ไม่ถือว่าการบวชนั้นสำเร็จ ประเพณีนี้จึงเป็นประเพณีสำคัญของทุกๆ คนในหมู่บ้าน เป็นพิธีอุปสมบทหมู่ที่งดงามอย่างมีเอกลักษณ์ ในวันแรกนั้นจะมีการทำพิธีปลงผมนาค หลังจากนั้นก็จะเป็นการทำพิธีทำขวัญ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของนาคตามแบบประเพณีบวชนาคช้างของชาวกูยที่มีมาแต่โบราณนั้น จะ–เน้นให้มีสีสันสดใส จะเว้นอยู่สีเดียวคือสีดำ เครื่องแต่งกายแล
ยังไม่จบดราม่าสำหรับกระทะตัวเทพ ที่เกิดข้อถกเถียงขึ้นในสังคมอย่างหนัก หลังจากมีการเปิดเผยภาพการวางขายกระบะชื่อดังกล่าวที่ประเทศสิงคโปร์ในราคา 600 บาท ในขณะที่ประเทศไทยขายอยู่หลักพันและมีการโฆษณาว่า ราคาหลักหมื่นแต่มีการลดราคาให้ผู้ที่ทำตามกติกาของบริษัท ล่าสุดพบว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Kasemsant Weerakun หรือ เกษมสันต์ วีรกุล ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ต้นทุนกระทะเทพ แค่ 358 บาท!!!! #ช่วยกันแชร์ให้ถึงลุงตู่ #FakeOriginalPrice #คุ้มครองผู้บริโภค” พร้อมกับทำรายละเอียดแจกแจงราคา ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ฺตามมาอีกครั้ง
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศมาเลเซียได้เคลื่อนเข้าปกคลุมช่องแคบมะละกา ประกอบกับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามมติของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ในการประชุม ครั้งที่ 1/2560 วันที่ 30 มีนาคม 2560 ไม่อนุมัติอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 10,992 อัตรา โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) นำตำแหน่งว่างที่มีอยู่และตำแหน่งที่จะว่างในอนาคตมาบริหารจัดการแทนนั้น ล่าสุดเพจเฟชบุ๊กเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญชวนพยาบาลทุกท่านร่วมเปลี่ยนภาพ profile เพื่อแสดงจุดยืน กรณีรัฐบาลไม่อนุมัติตำแหน่งใหม่ให้พยาบาล 10,992 อัตรา รัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของพยาบาล=รัฐบาลทิ้งประชาชน
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานผู้ขับรถยนต์ผ่านไปทางสี่แยกเกาะกลอย ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง เห็นสาวสวยแต่งชุดไทย สวมหมวกงอบเดินขายพวงมาลัย ช่วงรถติดสัญญาณไฟแดง จะเดินมาตรงมาที่คนขับ ชูพวงมาลัย พวงละ 20 บาท สร้างความฮือฮาแก่ผู้ขับขี่และช่วยกันซื้อพวงมาลัย จึงเดินทางไปพบกับสาวชุดไทยขายพวงมาลัยท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ สาวขายพวงมาลัยบอกชื่อนางสาวชมพู่ พรมรัตน์ อายุ 26 ปี เป็นคนระยอง ยึดอาชีพขายพวงมาลัยมานานแล้ว เหตุผลที่ต้องแต่งชุดไทยสวมหมวกงอบเดินขายพวงมาลัย เนื่องจากช่วงวันเทศกาลวันสงกรานต์ที่ผ่านมา เห็นผู้หญิงไทยแต่งชุดไทยกันเต็มบ้านเต็มเมือง จึงนำมาเป็นจุดขายสร้างจุดสนใจแปลกใหม่น่าจะขายพวงมาลัยดีกว่าเดิม ผลตอบรับยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเก่า เดิมขายได้ประมาณวันละ 70 พวง ราคาพวงละ 20 บาท ทุกวันนี้ขายได้วันละ 130 พวง นางสาวชมพู่ กล่าวว่าอยากให้คนไทยแต่งชุดไทยทุกวันและอยากแสดงให้เห็นว่าการแต่งชุดไทยไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด นับว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ จะได้ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยไว้ ผู้สื่อข่าวรายงานคนขับรถบางคนเห็นสาวแต่งชุดไทยเดินขายพวงมาลัย ด้วยความที่ไม่เคยเห็น ถึง
วอนช่วย 2 พ่อลูกปลูกเพิงอยู่ในป่าใช้ผ้าขึงแทนฝากันแดดลม เตาไม่มีต้องใช้ก้อนหินวางกับพื้นดิน 3 มุมแล้วใช้ฟืนหุงข้าวผัดกับข้าว ไม่มีที่นั่งกินต้องยืนกินข้างบ้าน ลูกสาววัย 8 ขวบโรงเรียนใกล้เปิดยังไม่มีเสื้อผ้านักเรียน กระเป๋า เครื่องเขียน วอนผู้ใจบุญช่วย เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่บริเวณกลางไร่อ้อยและสวนปาล์ม บ้านชัยพฤกษ์ หมู่ 3 ต.วังทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” พบที่อยู่อาศัยที่เป็นเพิงพักหรือกระต๊อบเล็กๆ ฝาใช้ผ้าไวนิลขึงบังไว้ 3 ด้าน อีกด้านใช้ผ้าขึงในส่วนด้านหน้าใช้ผ้าขนหนูขึงแทนประตู พื้นใช้ไม้ไผ่ลำเล็กๆสอดเรียงเป็นพื้น เป็นที่อยู่อาศัยของ 2 พ่อลูก พ่อชื่อนายเสริม แสงรอด อายุ 48 ปี ส่วนลูกสาวชื่อ ด.ญ.อรัญญา หรือน้องบุ๋ม แสงรอด อายุ 8 ขวบ ห้องน้ำห้องส้วมก็ไม่มีเวลาจะขับถ่ายต้องวิ่งเข้าป่าอ้อย เวลาอาบน้ำก็ตักน้ำจากบ่อปลาขึ้นมาอาบกลางแจ้ง โดยใช้พุ่มไม้เตี้ยๆ บัง แต่ก็กันอะไรไม่ได้ ส่วนภายในห้างนาไม่มีของมีค่าแม้แต่ชิ้นเดียว เวลาจะหุงข้าวแม้แต่เตาก็ยังไม่มี ต้องใช้ก้อนหิน 3 เส้าเรียงกับพื้นดินแทนเตา ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงสำหรับหุงข้าวและทำกับข้าว ซึ่งสมัยนี้คงไม่มีใครทำแบบนี้อีก
เว็บไซต์เทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่าการ “กินขี้มูก” นั้นดีต่อสุขภาพฟันและสุขภาพโดยรวม รายงานระบุว่านักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมไปถึงมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ระบุว่า บรรดาผู้ปกครองไม่ควรห้ามลูกๆใช้นิ้วแคะขี้มูก เนื่องจากในรู จมูกนั้น “เป็นแหล่งรวมของแบคทีเรียชนิดดีเป็นจำนวนมาก” บทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร “อเมริกันโซไซตี้ฟอร์ไมโครไบโอโลจี” วารสารวิชาการด้านจุลชีววิทยาของสหรัฐอเมริกา ระบุด้วยว่าการ “กินขี้มูก” ยังเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียติดอยู่ที่ฟันด้วย รายงานระบุด้วยว่า น้ำมูกหรือขี้มูก นั้นสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ แผลในกระเพาะอาหาร หรือแม้แต่ เชื้อเอชไอวี ได้ โยอาคิม เลิฟ แคะขี้มูกออกมากินระหว่างคุมทีมเยอรมนี ในฟุตบอลโลกปี 2010 เวลานี้นักวิทยาศาสตร์กำลังอยู่ระหว่างการคิดค้นยาสีฟัน รวมถึงหมากฝรั่ง จากขี้มูกสังเคราะห์ เพื่อใช้ประโยชน์จากขี้มูกที่ดีต่อสุขภาพปากและฟัน ดร.สก็อต แนปเปอร์ ศาสตราจารย์ด้านไบโอเคมิสทรี จากมหาวิทยาลัยซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา ระบุว่า ธรรม
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า กรณี “บอย ชิงร้อยชิงล้าน” ดาราตลกอดีตลูกทีม “หม่ำ จ๊กมก” หลังจู่ๆ หายหน้าไปจากรายการแบบไม่ร่ำลาแฟนคลับจนถูกถามถึง กระทั่งเจ้าตัวสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการมาเปิดร้านขายอาหารสไตล์อีสาน ชื่อร้าน เมาอุ้มกลับ บริเวณริมถนนสายเทพาพัฒนา ย่านกลางเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมเปิดใจถึงสาเหตุทิ้งจอเพราะถึงจุดอิ่มตัวและอยากมีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ที่สำคัญอยากอยู่ดูแลครอบครัวนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเหล่าแฟนคลับที่เพชรบูรณ์ต่างรับรู้ถึงการเปิดกิจการร้านอาหารของดาราตลกหน้าตายรายนี้ ต่างพากันมาให้กำลังใจและยังเป็นลูกค้าช่วยอุดหนุน จนทำให้ร้านเมาอุ้มกลับของบอยแน่นขนัด วัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารหมดเกลี้ยงจนต้องปิดร้านเร็วกว่ากำหนด นอกจากนี้ หลังลูกค้ารับประทานอาหารเสร็จส่วนใหญ่จะขอถ่ายรูปเซลฟีคู่กับบอยไว้เป็นที่ระลึกหรือนำไปเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา บอย ชิงร้อยฯ หรือ พีรชัย รักเบิกบาน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่มือก็ยังทำอาหารให้ลูกค้าไม่หยุดว่า “ไม่คาดคิดว่าแฟนคลับที่เพชรบูรณ์จะแห่กันมาช่วยอุดหนุนและให้กำลังใจก
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 พ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มายังวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2560 เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วเสด็จออกชานหน้าพระอุโบสถทรงจุดธูปเทียนบูชาสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เมื่อเสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินประทักษิณ (เวียนเทียน) พระอุโบสถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงค์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายหน้า ฝ่ายใน ครบสามรอบแล้ว เสด็จขึ้นพระอุโบสถทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร ถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว พระสรภาณโกศล วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพิพัฒนวราภรณ์ วัดสุนทรธรรมทาน พระวินัยสุธี วัดธาตุทอง และพระสมุทรมังคลาจารย์ วัดกลาง จ.สมุทรปราการ ถวายอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจั
