ข่าววันนี้
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) อยู่บนเส้นทางที่จะควบคุมและขจัดโรคแอฟริกันทริปาโนโซมิเอซิสหรือโรคเหงาหลับ โรคชากาส และอาการป่วยดึกดำบรรพ์อื่นๆ ให้หมดไปจากโลกภายในปี 2020 ในการประชุมที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ประชุมฮูรับทราบถึงเป้าหมายที่บรรลุผลแล้วของโร้ดแมปโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการรักษาผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้ 1 พันล้านคนในปี 2015 ซึ่งส่งผลให้คนหลายร้อยล้านต้องตาบอด พิการ เสียโฉม หรืออ่อนแรง นอกจากนี้ยังมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือ ในปี 2016 มีผู้คนทั่วโลก 25 คนเท่านั้นที่ป่วยเป็นโรคพยาธิกีเนีย ซึ่งเป็นโรคเกิดจากปรสิตที่ติดเชื้อผ่านทางน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และมีมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 114 ล้านคน ที่ได้รับการรักษาโรคพยาธิตาบอดซึ่งเป็นโรคเกิดจากปรสิตที่มีแมลงริ้นดำเป็นพาหะ ดร.เดิร์ก เองเกลส์ ผู้อำนวยการฝ่ายโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยของฮูเปิดเผยว่า โดยทั่วไปแล้วมีพัฒนาการไปมากในเรื่องการขจัดโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยให้หมดไป และเชื่อว่าก่อนหน้าปี 2030 โรคเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์เท่านั้น ที
นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้รับการแต่งตั้งจากนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการดีป้า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2560 จนถึงขณะนี้เป็นระยะเวลา 1 เดือนครึ่ง ซึ่งกำลังเร่งปรับโครงสร้างหน่วยงานและกำหนดพันธกิจ รวมถึงบุคลากรให้เสร็จภายในวันที่ 23 ก.ค. 2560 ตามที่กฎหมายกำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วันนับจากวันที่กฎหมายใหม่ พ.ร.บ.พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ถูกบังคับใช้เมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ให้เป็นดีป้า กับพันธกิจที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายของกระทรวงดีอี สำหรับโครงสร้างใหม่นั้นจะมุ่งตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลตั้งแต่ระดับฐานราก แบ่งกลุ่มงานทั้งหมดเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มงานโครงการพิเศษที่เกี่ยวกับการกำหนดตามนโยบายรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล กลุ่มงานพัฒนาเชิงสังคม กลุ่มงานพัฒนาโครงการดิจิทัลชุมชน กลุ่มงานยุทธศาสตร์ และกล
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติงบประมาณราว 5,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาล ว่า งบประมาณที่ได้รับมานั้น จะนำมาจัดสรรและกระจายไปในโรงพยาบาลทุกระดับ ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) โรงพยาบาลชุมชน(รพช.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) โดยจะกระจายงบในกลุ่มผู้ป่วยในกว่า 3,000 ล้านบาท และอีก 300 ล้านบาท ใช้กับงานดูแลทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักน้อย ส่วนอีกราว 1,000 ล้านบาท จัดสรรเป็นค่าตอบแทนตามผลปฏิบัติงานหรือพีฟอร์พี และอีกประมาณ 600 ล้านบาทเป็นการชำระหนี้ที่ติดค้างกับกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในครั้งนี้ จะสามารถบรรเทาปัญหาการขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลได้ระยะหนึ่ง แต่ในอนาคตต้องมีปรับแก้ไขระบบทำให้โรงพยาบาลสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง “ขณะนี้เตรียมปรับให้โรงพยาบาลที่มีความหนาแน่น แต่มีศักยภาพในการปรับตัว สามารถให้บริการแบบนอกเวลา เพื่อใช้ประโยชน์จากสถานที่ราชการ ทั้งห้องผ่าตัด ห้องตรวจรักษา เพื่อเพิ่มรายได้ ให้รพ. ช่วยลดความแออัดในเวลาราชการ สำหรับประชาชน ที่มา
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ประธานคระกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้พิจารณาอนุมัติขายข้าวในสต็อกของรัฐให้กับผู้เสนอซื้อสูงสุด 13 ราย ใน 125 คลัง ปริมาณ 1.62 ล้านตัน หรือ 44.32% ของปริมาณข้าวที่เปิดประมูล มูลค่าเสนอซื้อ 7,929.58 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตกลงขายให้ผู้เสนอซื้อในราคาสูงสุดที่เหมาะสมกับสภาพข้าวโดยคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการเก็บรักษาข้าว และผลกระทบต่อตลาดข้าวและธัญพืชอื่นๆ ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณ 3.66 ล้านตัน ซึ่งปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อสูงสุด 15 ราย ใน 157 คลัง ปริมาณ 2.07 ล้านตัน นางดวงพร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ประธาน นบข. ยังได้เห็นชอบให้กรมการค้าต่างประเทศ ออกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2560 ปริมาณ 1.03 ล้านตัน ตามแผนการระบายข้าวคงเหลือในสต็อกของรัฐที่คณะกรรมการ นบข. ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว โดยจะเปิดให้
เพจ อ้ายจง รายงานว่าสื่อจีนเผยเบอร์โทรศัพท์มือถือที่มีราคาสูงที่สุดในจีน ประมูลสูงถึง 120 ล้านหยวน หรือประมาณ 600 ล้านบาท โดยเบอร์ที่มีราคาสูงสุดเบอร์นี้ คือหมายเลข 188 8888 8888 เป็นเบอร์ของค่ายเครือข่ายมือถือ China Mobile ที่มีราคาสูงมากเพราะเลข 8 (อ่านว่า ปา) ในภาษาจีนมีเสียงพ้องกับคำว่า ฟาไฉ 发财 แปลว่า “ร่ำรวย” ตามข้อมูล ระบุว่า รายได้จากการประมูลเบอร์นี้จะถูกนำไปบริจาคให้องค์กรการกุศล ซึ่งผู้ที่ประมูลเบอร์นี้ไปเป็นบริษัทที่เมืองซานโถว (ซัวเถา) การหาซื้อเบอร์มงคล ไม่ได้มีแค่ในไทย แต่ที่จีนยังนิยมกันมาก เวลาเราไปซื้อซิม แต่ละเบอร์จะมีราคาต่างกัน ซึ่งตามประสบการณ์ของอ้ายจง ตอนไปเปิดเบอร์ที่ศูนย์บริการโดยตรง (ทั้ง China Mobile และ China unicom) เบอร์สวยๆจะถูกกันไว้ให้กับคนจีน ชาวต่างชาติจะมีเบอร์ให้เลือกค่อนข้างจำกัด เคยสงสัยเหมือนกัน จึงถามพนักงาน พนักงานจึงให้ดูที่หน้าระบบ พบว่ามีระบุไว้ว่าเบอร์ไหนต่างชาติเปิดได้ เบอร์ไหนเฉพาะคนจีน ส่วนใหญ่เบอร์สวยจะอยู่ฝั่งคนจีนหมดเลย.. แต่อาจจะแตกต่างกันไปที่แต่ละเมืองด้วยครับ “และถ้าใครอยากได้เบอร์สวยๆ มีขายในอินเทอร์เน็ตด้วย อย่างเถาเป่า Taobao ม
วันที่ 19 เมษายน 2560 ที่วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดงานประจำปีสรงน้ำหลวงพ่อชมเกจิอาจารย์ชื่อดัง โดยมีชาวบ้านร่วมกันทำขนมจากย่างบนเตา ความยาวประมาณ 20 เมตร ชื่อ “ขนมจากใจ” เพื่อนำรายได้ถวายวัด ซึ่งมีประชาชนเดินทางไปร่วมงานจำนวนมาก นายอำพนธ์ เพชรชู นายกเทศมนตรีตำบลท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ กล่าวว่า การทำขนมจากขายครั้งนี้ไม่มีต้นทุนในการผลิต โดยชาวบ้านร่วมกันนำมะพร้าว น้ำตาล น้ำมัน และแป้งมัน มาช่วยกันกวนผสมใส่ห่อและย่างขาย ใช้เตาย่างยาวเกือบ 20 เมตร เพื่อย่างได้ครั้งละหลายห่อทันต่อความต้องการที่ประชาชนมาเข้าแถวรอซื้อ ด้านพระมหาบุญโฮม ปริปุณณสี พระวัดท่าไทร กล่าวว่า ประชาชนที่มาเที่ยวงานมาเข้าแถวรอซื้อขนมจากจำนวนมาก เนื่องจากถือว่าเป็นขนมผลิตพิเศษจากเตาย่างที่ยาวและทำจากใจของพุทธศาสนิกชน รวมถึงรสชาติที่อร่อย ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ที่สำคัญทั้งคนซื้อและคนผลิตได้ร่วมทำบุญโดยรายได้ทั้งหมดไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆคาดว่าตลอดงาน 9 วัน จะได้เงินถวายวัดกว่า 200,000 บาท ที่มา มติชนออนไลน์
นักศึกษา 3 คนจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้แนวความคิดเรื่องการเปลี่ยนขวดบรรจุน้ำพลาสติกให้เป็นวัสดุแบบใหม่ มาตั้งแต่ร่วมกันทำโครงงานในสถานศึกษา และประสบความสำเร็จในการคิดค้นขวดบรรจุน้ำแบบใหม่ด้วยการหันเข้าหาวัสดุในธรรมชาติ มาทดแทนพลาสติก ที่นับวันจะกลายเป็นขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกที สิ่งที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาได้คือ “โอ้โฮ” (Ooho) น้ำดื่มที่บรรจุอยู่ในเนื้อเยื่อใส ไร้สี ไร้กลิ่น สามารถกินเข้าไปพร้อมกับน้ำก็ได้ หรือ จะคายทิ้งก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเนื้อเยื่อที่เป็นภาชนะบรรจุน้ำดังกล่าวสามารถย่อยสลายไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติภายใน 6 สัปดาห์ ทั้ง 3 ออกมาก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพชื่อ สคิปปิง ร็อคส์ แล็บ ใช้เวลาในการระดมทุนและพัฒนากระบวนการผลิต “โอ้โฮ” อยู่นาน 2 ปีเศษ ก็สามารถระดมทุนและพัฒนาระบบการผลิตจนสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้แล้วในตอนนี้ “โอ้โฮ” เป็นน้ำดื่มบรรจุในภาชนะทรงกลม ซึ่งผลิตจากวัสดุชีวภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เทียบได้กับเปลือกผลไม้สักอย่างหนึ่ง ตัวเนื้อเยื่อดังกล่าวเป็นเนื้อเยื่อชีวภาพประกอบด้วย “โซเดียม อัลจิเนท” กับ “แคลเซียม คลอไรด์” ซึ่งเป็นส่วนผสมที่
เป็นอีกหนึ่งนักร้องที่มีแฟนคลับเป็นสาวๆ ทั่วประเทศ สำหรับ ‘ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์‘ หลายคนคงทราบว่า หนุ่มฮิวโก้และภรรยา ฮาน่า ทัศนาวลัย อาศัยอยู่ที่วังจักรพงษ์ หรือวังท่าเตียน ของหม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ มารดาของฮิวโก้ แต่หลายคนคงไม่เคยเห็นว่า ภายในวังจักรพงษ์จะสวยงามขนาดไหน ปัจจุบัน ฮิวโก้ เปิดวังจักรพงษ์เป็นโรงแรมขนาดเล็กในชื่อ “จักรพงษ์วิลล่า” สำหรับ วังจักรพงษ์แห่งนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2452 เพื่อประทานให้เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรส ซึ่งเป็นบิดาของ หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ วังจักรพงษ์ เป็นอาคารตึกสไตล์อิตาเลียนวิลล่า สร้างโดยสถาปนิกชาวอังกฤษชื่อโปรเฟสเซอร์ เอ็ดเวิร์ด ฮีลี ผู้ออกแบบสถานทูตอังกฤษ ที่ถนนวิทยุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์เตือนภัย จากสมาชิกเฟซบุ๊ก “หาญศึก แลพิทักษ์” ซึ่งได้เตือนภัยเรื่องการโกงเงินค่าซื้อขนมไมโลคิวบ์ ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ โดยพบว่า ผู้โพสต์ได้เปิดรับพรีออร์เดอร์ และสั่งของจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า ” “ความ ทรงจำ” ชื่อเล่นว่า “น้ำ” โดยมียอดการโอนเงิน 167,900 บาท และขาดการติดต่อไป จากนั้นพบว่ามีผู้ที่ถูกทำในลักษณะเดียวกัน คือ หลอกให้โอนเงินค่าของจากนั้น ก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยผู้โพสต์ได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแล้ว ทั้งนี้ พบว่า มีผู้แสดงตนว่า รูปที่ สมาชิกเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า ” “ความ ทรงจำ” เป็นภาพที่นำมาจากเฟซบุ๊กของผู้อื่นอีกครั้งหนึ่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเฟซบุ๊ก กล่าวในการประชุมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประจำปีของเฟซบุ๊กที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ให้สัญญาว่า เฟซบุ๊กจะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกับที่มือปืนรายหนึ่ง ก่อเหตุยิงเหยื่อเสียชีวิตผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐ เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาขึ้นอีก ในเหตุการณ์ดังกล่าว นายสตีฟ สตีเฟนส์ มือปืนวัย 37 ปี ก่อเหตุยิงนายโรเบิร์ต ก็อดวิน ซีเนียร์ วัย 74 ปีเสียชีวิตผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ซึ่งดูเหมือนว่านายสตีเฟนส์เลือกเหยื่อแบบสุ่ม โดยหลังก่อเหตุคลิปวิดีโอดังกล่าวยังคงปรากฏอยู่บนหน้าเฟซบุ๊กเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จุดชนวนให้เกิดข้ออภิปรายถกเถียงในเรื่องความกังวลต่อการแพร่กระจายของคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งนี้ นายซัคเคอร์เบิร์กได้แสดงความเสียใจต่อเพื่อนและครอบครัวของนายก็อดวิน ซีเนียร์ ในนามของพนักงานทั้งหมดของเฟซบุ๊กด้วย
