ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 17 เมษายน นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ เลขานุการนายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ( 21.30 น. วันที่ 16 เมษายน ) เกิดเหตุเพลิงไหม้ตรงอาคารทรงไทยชั้นเดียว ทำด้วยเหล็กประกอบไม้และกระจก ขนาด 6 เมตร ตั้งอยู่ภายในวัดพระศรีสรรเพชญ เขตพระราชวังหลวงโบราณ ใจกลางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้จัดแสดงหุ่นจำลองสามมิติ ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงรายละเอียด จุดที่ตั้งและรูปแบบพระราชวังโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงจัดแสดงสื่อด้วยภาพและเสียง ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมศิลปากร ขณะเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่หรือคนงานอยู่ในพื้นที่ โดยเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบ 30 นาทีจึงดับเพลิงลงได้ พบว่าอาคารเสียหายทั้งหมด ค่าเสียหายต้องรอเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาประเมิน ด้าน พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับสาเหตุเชื่อว่า เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จะมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันนี้ สำหรับอาคารดังกล่าว บริษัท ปตท.สำรว
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 17 เมษายน 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ด้านตะวันตกของประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นโดยจะมีฝนตกหนักบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลางในช่วงวันที่ 17-18 เมษายน 2560 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนฟ้คะนองได้ สำหรับภาคใต้จะมีฝนน้อย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุไซโคลน “MAARUTHA” บริเวณอ่าวเบงกอล ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณ รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาแล้ว ทำให้ด้านตะวันตกของประเทศไทยจะมีฝนตกหนักได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคใต้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกน้อย พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซ
เมื่อช่วงเย็นและค่ำวันที่ 16 เม.ย. 60 ที่สถานีรถไฟหนองคาย มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวลาวจำนวนมาก เดินทางไปใช้บริการรถไฟ เพื่อเดินทางกลับเข้าทำงานในกรุงเทพฯ หลังการหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระ กระสอบข้าวสาร อาหารแห้ง รอขึ้นขบวนรถไฟ ผู้ใช้แรงงานชาวหนองคาย ส่วนใหญ่จะใช้รถไฟฟรี ซึ่งขบวนรถไฟที่ออกจากสถานีต้นทางที่จังหวัดหนองคาย – สถานีหัวลำโพง ที่กรุงเทพฯ มีอยู่ 2 ขบวน ขบวนแรกเป็นขบวนรถเร็ว ซึ่งเป็นรถไฟฟรี ออกจากสถานีหนองคายเวลา 18.30 น. และขบวนรถด่วนออกในเวลา 19.15 น. ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหนองคาย (บขส.) มีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลมาขึ้นที่จองไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ทางจังหวัดหนองคายยังจัดรถเที่ยวพิ เศษไว้ให้บริการประชาชนจำนวน 3 เที่ยว เพื่อให้เพียงพอกับการรับส่งผู้โดยสาร และหากไม่พอก็สามารถเพิ่มเที่ยวรถได้อีกจนกว่าผู้โดยสารจะเดินทางได้ทั้งหมด ไม่ให้มีการตกค้างอย่างแน่นอน ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ตำรากับข้าวมาตรฐานของครัวไทย ไม่ว่าเล่มไหน ย่อมจะมีสูตรทำขนมจีนซาวน้ำนะครับ เพราะมันคือสำรับที่คนครัวไทยภาคกลางภูมิใจ เป็นการรวมตัวกันของวัตถุดิบที่ไม่น่าจะมารวมกันได้เอาเลย แถมส่วนผสมยังมีกะทิ ซึ่งที่จริงก็ไม่น่าเหมาะกับอากาศร้อนๆ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่านี่คือสำรับอาหารจานเดียวที่ควรกินในฤดูร้อนที่สุด รองจากข้าวแช่ลงมาก็ว่าได้ การจะกินขนมจีนซาวน้ำ เราแค่เตรียมเส้นขนมจีนนุ่มๆ ไว้ให้พอ ถ้าชอบ อาจใช้เส้นบีบสดแบบขนมจีน/ข้าวปุ้นทางเมืองเพชรบูรณ์ ก็น่าจะนุ่มสมใจทีเดียว กะทิสดไม่ต้องข้นมากนะครับ เคี่ยวในหม้อบนเตาพอสุก จะหา “แจงลอน” คือเนื้อปลากรายขูดโขลกจนเหนียว ปั้นเป็นลูกชิ้น ต้มใส่ให้ลอยเด่นเป็นลูกๆ ด้วยก็ได้ กุ้งแห้งเนื้อดีๆ โขลกในครกหินจนละเอียดเป็นปุย พริกขี้หนูสวนหั่นหนา ดองในน้ำปลาดีราว 2 ชั่วโมง พอให้คลายความเผ็ดลงบ้าง สับปะรดเลือกลูกที่เปรี้ยวอมหวานนิดๆ หั่นชิ้นเล็ก หรือสับหยาบๆ กระเทียมไทยแกะเปลือก หั่นซอยละเอียดตามขวางกลีบ ขิงอ่อนซอยเป็นเส้นเล็กๆ มะนาวผ่าซีกไว้บีบ ถ้าชอบเปรี้ยว และน้ำตาลทรายไว้โรยหน้า ถ้าชอบหวาน เครื่องเคราก็เห็นจะมีเพียงเท่านี้เองนะครับ สำหรับสูตรมาตรฐาน..ครั้นเ
วันที่ 15 เม.ย. เฟซบุ๊กเพจ Social Hunter โพสต์ภาพจากเพจของร้านชาบู-ปิ้งย่าง แห่งหนึ่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยทางร้านนี้ใช้ถ้อยคำรุนแรงในการตอบลูกค้าที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเพจของร้าน โดยแอดมินเพจของร้านชาบูดังกล่าว ตอบผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น เช่น “แค่กุ้งหัวละ 219 ก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว มึงคิดว่าไม่คุ้มก็ลองให้แม่เธอมาเปิดดูสิ” และ “อยากได้บริการดีเชิญในห้างจ้า ร้านฉันถูกเหมือนลูกแ-ด เอาไม่ทันค่ะ ไม่ได้มานั่งเอาใจใครอยู่จ๊ะ ใครจะแดกก็แดกค่ะ ใครไม่แดกก็เชิญจ๊ะ” ทั้งนี้ ชาวเน็ตได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยต่างไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของแอดมินของร้านที่ใช้คำพูดหยาบคายตอบกลับลูกค้า
วันที่ 10 เม.ย. สถานีโทรทัศน์ Khon2 ของฮาวาย สหรัฐอเมริกา เผยเรื่องสุดประทับใจ ของน.ส.เคย์ลา จันดารา พนักงานเสิร์ฟอาหารชาวไทย ในร้านอาหารไทยชื่อน้อย ที่ฮาวาย เมื่อลูกค้าให้ทิปเยอะมากจนปลดหนี้ค่าเล่าเรียนได้สำเร็จ โดย น.ส.เคย์ลา เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารที่ร้านน้อย ที่ฮาวาย วันหนึ่งคู่รักชาวออสเตรเลียมารับประทานอาหารที่ร้านแล้วถามเธอว่ามาจากไหน เธอจึงตอบไปและบอกว่าตนย้ายมาที่ฮาวายเพื่อเรียนหนังสือ และตอนนี้ก็ติดหนี้ค่าเรียนอยู่ ทำให้กลับไปเรียนไม่ได้ เพราะไม่มีเงินเพียงพอ และค่าใช้จ่ายที่นี่ก็แพง คู่รักชาวออสเตรเลียจ่ายค่าอาหารเป็นจำนวนเงิน 200 ดอลลาร์ (6,800 บาท) ก่อนจะให้ทิปแก่เคย์ลาอีก 400 ดอลลาร์ (13,770 บาท) “ฉันคิดว่าพวกเขาช่างใจดีมาก ไม่เคยได้รับทิปเยอะขนาดนั้นมาก่อน ฉันต้องไปขอบคุณ พวกเขาได้ให้ที่อยู่ไว้ พอเลิกงานฉันเลยไปตามที่อยู่นั้น” เคย์ลาได้มอบการ์ดขอบคุณและดอกไม้แก่คู่รักออสเตรเลีย และทำให้ตกใจมากกว่าเดิม เพราะคู่รักคู่นี้ยังเสนอช่วยปลดหนี้ค่าเรียนและหนี้สินต่างๆ รวมแล้วมากกว่า 10,000 ดอลลาร์ (344,300 บาท) ให้เธอด้วย “ฉันบอกว่า ไม่ได้หรอก พวกคุณไม่ต้องทำแบบนี
สกาย นิวส์ รายงานว่า นางเอ็มมา โมราโน หญิงชราที่ “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” ประกาศมอบใบประกาศรับรองให้เธอเป็นบุคคลที่มีอายุมากที่สุดในโลก ล่าสุด มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า เธอได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวานที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น นางโมราโน เกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ปี 1899 ได้เสียชีวิตที่บ้านพักริมทะเลสาบแมกจิโอเรในเมืองเวอร์บาเนีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี รวมอายุ 117 ปี 137 วัน ทั้งนี้ โมราโน ถือได้ว่าเป็นคนสุดท้ายที่เกิดในศตวรรษที่ 19 โดยก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส เมื่อปีที่ผ่านมาว่า ชีวิตของเธอไม่ได้ราบรื่น เธอต้องทำงานอยู่ในโรงงานจนอายุ 65 ปี พร้อมเผยเคล็ดลับอายุยืนว่า เธอชอบรับประทานไข่ดิบกับบิสกิตทุกวันในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป นอกจากนั้นก็จะไม่รับประทานผักหรือผลไม้มากเกินไป
เมื่อเวลา 03.10 น. วันที่ 16 เมษายน พ.ต.ต.เสถียร วงศ์อุดมธรรม พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากกู้ภัยอรัญประเทศว่า มีเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณตลาดฟ้าประทาน เป็นส่วนหนึ่งของตลาดโรงเกลือ หลังจากได้รับแจ้ง ได้รายงานผู้บังคับบัญชาและประสานกับหน่วยดับเพลิง ในท้องที่เทศบาลเมืองอรัญประเทศ เทศบาลตำบลป่าไร่ เทศบาลตำบลท่าข้าม เทศบาลตำบลบ้านด่าน และมณฑลทหารบกที่ 19 ทั้งหมดรุดไปที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เป็นห้องแถวเลขที่ 141-150 ตลาดฟ้าประทาน อยู่ติดกับตลาดโรงเกลือเก่า ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอากาศแห้ง และเป็นห้องแถวประกอบการค้า ที่เป็นรองเท้ามือสอง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง ได้ใช้รถดับเพลิงกว่า 10 คัน ฉีดสกัดเพลิงขณะลุกไหม้และโดยรอบอาคารที่ไฟยังลุกไหม้ไม่ถึง ต้องใช้เวลาดับเพลิงกว่า 2 ชั่วโมง ไฟจึงสงบ เนื่องจากพื้นที่ทางเข้าตลาดเป็นทางแคบๆ รถดับเพลิงเข้าไปได้ไม่สะดวก ทำให้ไฟลุกลามไหม้อาคารข้างเคียงอีกกว่า 10 ห้อง รวมความเสียหายไม่น้อยกว่า 15 ห้อง มูลค่าความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ เจ้าของห้องเช่าประกอบการค้า ซึ่งเ
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมการค้าชายแดนระหว่างไทยและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวจากปีก่อนประมาณ 5-10% เนื่องจากช่วง 2 เดือนแรกของปีการค้าชายแดนขยายตัวถึง 14% โดยมูลค่าการค้าชายแดนในกลุ่มซีแอลเอ็มวีเดือนมกราคม 2560 มีมูลค่าอยู่ที่ 1,833 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัว 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 มูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 1,944 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัว 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวเลขการค้าในเดือนมีนาคมอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกับ 2 เดือนแรก ส่งผลให้คาดการณ์ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 14-15% “ตลาดซีแอลเอ็มวียังเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เพราะตัวเลขการเติบโตของจีดีพีในกลุ่มประเทศดังกล่าวเติบโตสูง เฉลี่ย 5-7% คาดว่ากำลังซื้อยังสูงอยู่ โดยการค้าระหว่างไทยและซีแอลเอ็มวีน่าจะโตได้ 5-10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการค้า 2.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าโตจากปีก่อนหน้าคือปี 2558 ถึง 4.3%” นายวัลลภกล่าว นายวั
การหวาดกลัวบุคคลที่ผ่านการบำบัดรักษาอาการทางจิต มักพบเห็นได้เสมอ ยิ่งข่าวความรุนแรงจากคนกลุ่มนี้ ยิ่งทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ ล่าสุดจากข่าวกรณีคนไข้จิตเวชทำร้ายร่างกายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จนเสียชีวิต ยิ่งสร้างความหวาดหวั่นมากยิ่งขึ้น แล้วจะทำอย่างไร เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น และผ่านการฟื้นฟูทักษะทางสังคมต่างๆ ยังมีอีกมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าระบบในการดูแล จะพึ่งพาเพียงครอบครัว หรือตัวผู้ป่วยในการกินยาอย่างสม่ำเสมอคงไม่เพียงพอ พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์นายกสมาคมสายใยครอบครัว และนายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศรีธัญญา ให้ข้อมูลว่า ข่าวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ยังบกพร่องหลายๆจุด เพราะจริงๆแล้ว ผู้ป่วยเองที่ไม่สบายควรได้รับการรักษาให้อาการสงบ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ควรมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่กระบวนการรักษายังไม่สามารถพาเขาให้ไปถึงจุดที่ดีพอ และเขาอาจยังไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ไม่รู้ว่ายาที่ใช้จำเป็นอย่างไร ตัวคนไข้อาจยังไม่ได้รับข้อมูลที่มากพอ ขณะที่ญาติผู้ป่วยเองที่ผ่านมามีโอกาสหรือไม่จะได้รับการเยียวยาจากการมีลูกมีหลานป่วย เขารู้สึกอาย หรือกลัวหรือไม
