ข่าววันนี้
กรณีที่ทีมสัตวแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ช่วยกันผ่าตัดเอาเหรียญออกจากท้องเต่าตนุ หรือ เต่าออมสิน ประสบความสำเร็จ เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก เพราะถือเป็นการผ่าตัดเอาเหรียญจำนวนถึง 915 เหรียญ รายแรกของโลก ซึ่งภายหลังจากการผ่าตัดในระยะแรก พบว่าอาการของออมสินดีขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น รศ.สพญ.นันทริกา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ออมสินมีอาการเซื่องซึม ไม่ยอมเคลื่อนไหวร่างกาย จึงรีบนำตัวไปเอ็กซเรย์ พบว่า ลำไส้ของออมสินพันกันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ทำให้เกิดแก้สในช่องท้อง ร่างกายเสียโปรตีนจำนวนมาก จึงต้องนำเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้งอย่างเร่งด่วน หลังจากนั้นก็ให้ออมสินอยู่ในห้องไอซียู โดย ออมสินไม่ตอบสนองอะไรเลย หมอให้น้ำเกลือ และให้ออกซิเจน มีหมอที่เข้าเวรเฝ้าดูอาการตลอด 24 ชั่วโมง ยอมรับว่าอาการค่อนข้างแย่ ต้องทำใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น. วันที่ 21 มีนาคม ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมสัตวแพทย์ นำโดย รศ.สัตวแพทย์หญิง(สพญ.) นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ผศ.นายสัตวแพทย์(น.สพ.)ภาสกร พฤกษะวัน ศัลยแพทย์ แถลงข่าว อาการของเต่าออมสิน
วันที่ 21 มีนาคม 2560 นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่าเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามกำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจึงทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในหลายด้าน โดยเฉพาะการประกอบธุรกิจโรงแรม ที่พักโฮมเสตย์ รีสอร์ทซึ่งขณะนี้ไม่น้อยกว่า 400 แห่งแต่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงแค่ 30 แห่ง อีกทั้งล่าสุดได้มีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมเมืองสมุทรสงครามทำให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวในอำเภอเมืองที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องจะไม่สามารถประกอบกิจการได้และอาจมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังทำให้ขาดรายได้จากกลุ่มผู้ศึกษาดูงานของราชการ เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องก็ไม่สามารถออกใบเสร็จเบิกค่าใช้จ่ายได้ ดังนั้นจังหวัดจึงเชิญผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักโฮมเสตย์ รีสอร์ทเข้าเพื่อทำความเข้าใจในการขึ้นทะเบียนถูกต้อง นายคันฉัตรกล่าวว่า จังหวัดเข้าใจว่าแต่เดิมบ้านเรือนของผู้ประกอบการได้ขออนุญาตเป็นที่พักอาศัย เมื่อมีผู้คนสนใจมาท่องเที่ยวมากขึ้นจึงได้พัฒนาเป็นโรงแรม ที่พัก โฮมเสตย์ รีสอร์ท และมีรายได้เพียงแค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ – ศุกร์ไม่มีรายได้ เม
วันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยนาท ที่ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพืชผักในพื้นที่ซึ่งมีป้อนตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาผักสดเริ่มขยับตัวขึ้น โดยเฉพาะแตงกวาที่ปรับตัวขึ้นสัปดาห์เดียวถึง 7 บาทต่อกิโลกรัม จากที่สัปดาห์ก่อนขายราคากิโลกรัมละ 18 บาท ปัจจุบันราคาปรับขึ้นไปที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม โดยแม่ค้าผักบอกว่าสาเหตุที่แตงกวาขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น มาจากสภาพความแห้งแล้งที่ทำให้แตงกวาติดผลน้อยลง บางส่วนก็เสียหายจากโรคระบาด ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ราคาหน้าสวนปรับขึ้นและราคาขายหน้าแผงจึงขยับตามเช่นกัน ส่วนผักสดรายการอื่นๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 บาทเช่นกัน โดยกะหล่ำปลีล่าสุดกิโลกรัมละ 20 บาท ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 25 บาท ผักคะน้ากิโลกรัมละ 20 บาท ถั่วฝักยาวกิโลกรัมละ 35 บาท และต้นหอมผักชีราคาเท่ากันที่กิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งยังมีแนวโน้มที่ผักสดจะมีการปรับราคาขึ้นได้อีกจากผลกระทบภัยแล้ง
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)เรื่อง แนวทางในการกำหนดปัจจัยเพื่อพิจารณาความเสี่ยงของลูกค้าเกี่ยวกับอาชีพ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 13 (1) (ก) 3) ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าสำหรับผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) พ.ศ.2559 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 2 ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) ต้องดำเนินการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายสำหรับ ลูกค้าทุกรายเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เหมาะสมตามข้อ 11 ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าสำหรับผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) พ.ศ. 2559 ข้อ 3 ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5
วันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ซอยแจ้งวัฒนะ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ เบื้องต้นพบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากชั้นที่ 4 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางเขนและใกล้เคียง นำกำลังรุดไปตรวจสอบและเข้าระดมฉีดน้ำเป็นการด่วน โดยเจ้าหน้าที่เร่งเข้าระงับเหตุแต่แสงเพลิงยังไม่มีทีท่าว่าจะดับลงง่ายๆ ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในประเทศไทย เมื่อสมาชิกพันทิปรายหนึ่ง มาตั้งกระทู้เล่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติที่ร้านเสื้อผ้าร้านดังในห้างสยามพารากอน โดย ระบุว่าอยากเตือนผู้ปกครองของเด็กๆ ที่จะเข้าไปซื้อเสื้อในร้านนี้ เพราะตนไปซื้อเสื้อผ้าในร้านนี้ ระหว่างที่กำลังจะจ่ายเงิน มองไปเห็นฝรั่งสาวคนหนึ่ง ถอดกางเกงลองกลางร้าน ไม่เข้าไปลองในห้องลอง โชว์กางเกงใน ท่ามกลางความตกตะลึงของลูกค้า จากนั้นยังถอดเสื้อ ทำให้เห็นหน้าอก เมื่อเจ้าของกระทู้ไปบอกพนักงานถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จากนั้น เจ้าของกระทู้จึงเดินเข้าไปเตือนฝรั่งสาวด้วยตัวเอง แต่ฝรั่งสาวไม่สนใจ พูดว่า I don’t care เจ้าของกระทู้จึงเตือนชาวเน็ตให้ใช้ความระมัดระวัง เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ส่วนมากอยากให้มีการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศ จะได้ไม่แสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาอีก หมายเหตุ ภาพประกอบไม่ใช่เหตุการณ์จริง
กรณีที่ทีมสัตวแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ช่วยกันผ่าตัดเอาเหรียญออกจากท้องเต่าตนุ หรือ เต่าออมสิน ประสบความสำเร็จ เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก เพราะถือเป็นการผ่าตัดเอาเหรียญจำนวนถึง 915 เหรียญ รายแรกของโลก ซึ่งภายหลังจากการผ่าตัดในระยะแรก พบว่าอาการของออมสินดีขึ้นตามลำดับ ทีมสัตวแพทย์ที่นำโดย รศ.สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ พยายามที่จะฟื้นฟูสุขภาพของเต่าออมสิน โดยการทำกายภาพ ฝึกว่ายน้ำในทะเลเทียม เพื่อเตรียมตัวให้ออมสินสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเต่าตัวอื่นๆได้ แต่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น รศ.สพญ.นันทริกา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ออมสินมีอาการเซื่องซึม ไม่ยอมเคลื่อนไหวร่างกาย จึงรีบนำตัวไปเอ็กซเรย์ พบว่า ลำไส้ของออมสินพันกันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ทำให้เกิดแก้สในช่องท้อง ร่างกายเสียโปรตีนจำนวนมาก จึงต้องนำเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้งอย่างเร่งด่วน หลังจากนั้นก็ให้ออมสินอยู่ในห้องไอซียู และห้ามเยี่ยมอย่างเด็ดขาดเพราะกลัวจะเกิดการติดเชื้อนั้น วันที่ 20 มีนาคม รศ.สพญ.นันทริกา ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้า อาการเต่าออมสินว่า ขณะนี้ออมสินไม่ตอบสนองอะไรเลย หม
รัฐมนตรีว่าการสธ.ลงนามประกาศคุม รพ.เอกชนเก็บเงินผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต คาดประกาศใช้ได้สงกรานต์นี้ พร้อมกำหนดความชัดเจนนิยาม ‘สีแดง- อัตราค่าบริการการแพทย์’ กว่า 3 พันรายการ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข และหลักเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ ในการลดปัญหา รพ.เอกชนบางแห่งเรียกเก็บเงินผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ซึ่งขัดต่อนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ ภายใน 72 ชั่วโมง ว่า สำหรับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559นั้น ล่าสุดตนได้ลงนามเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 ประกอบด้วย 1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉิน 2.เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยา และการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น ซึ่ง 2 ฉบับจะบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ฉบับที่ 3. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่
วันที่ 20 มีนาคม ที่ห้องประชุมสหกรณ์จังหวัดระยอง ศาลากลางจังหวัดระยอง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ประธานคณะทำงานยกระดับคุณภาพผลไม้ จังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม โดยมีคณะทำงานทั้ง 5 คณะเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายไชยา บุญญานุภาพ สหกรณ์จังหวัดระยอง เลขานุการคณะทำงาน นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง นายทรงธรรม ชำนาญ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายวิทยากล่าวว่า กรณีคณะทำงานเสนอแผนตรวจจับปรับ ผู้ค้าทุเรียนอ่อน กำหนดเอาผิดถึงเจ้าของสวนทุเรียนที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้มีการตัดทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดนั้น เรื่องนี้ต้องเชิญกำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้นำท้องถิ่น มาลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) สกัดทุเรียนอ่อนโดยมีการบูรณาการร่วมกันทั้งตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่เกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจทุเรียนอ่อน ตลอด 24 ชม.จำนวน 3 จุด ในพื้นที่ อำเภอแกลง ด้านนายไชยากล่าวว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพผลไม้ จังหวัดระยอง อาทิ การคัดผลไม้คุณภาพบรรจุกล่องต
วันที่ 20 มีนาคม 2560 นางสาวโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง กรรมการ และเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ตนเองจะเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร เพื่อประชุมร่วมกับประธานมูลนิธิเพื่อนช้าง และกรรมการของมูลนิธิเพื่อนช้าง เพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินงานต่อไปของมูลนิธิเพื่อนช้าง ที่ทำงานมาอย่างยาวนานเข้าสู่ปีที่ 25 ปีนี้ และจะขอยุติการทำงานลง เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเจอปัญหา และอุปสรรคมามากมาย โดยเฉพาะทุนทรัพย์ที่ติดลบมาถึง 11 ปี ยอดติดลบสะสมที่ผ่านมากว่า 20 ล้านบาท จนต้องออกหนังสือไปยังประธานมูลนิธิเพื่อนช้าง อย่างไรก็ตาม การหารือดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2560 นี้ ซึ่งตนจะนำเรียนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงยอดเงินบริจาคจากประชาชนที่ส่งธารน้ำใจเข้ามาที่ขณะนี้มีจำนวนกว่า 39 ล้านบาทแล้ว “เดิมที่นั้นตนตั้งใจไว้ว่า หากไม่มีทางออกของปัญหาในเรื่องนี้ ก็จะขอยุติการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อนช้างลง ตามหนังสือที่เคยนำเสนออกไป แต่หากมีทางออกที่จะสามารถดำเนินงานต่อ อย่างเช่น ธารน้ำใจจากประชาชนที่มีเข้ามาอย่างล้นหลาม แต่ก็จะต้องหารือกับทางประธาน และกรรมการของมูลนิธิเพื่อนช้างต่อไปว่า เราไม่อยากที่จ
