ข่าววันนี้
มะพร้าวน้ำหอมราคาแพงชาวสวนสร้างโอกาสเพาะพันธุ์มะพร้าวราคาพุ่ง3เท่าต้องจองข้ามปีสร้างรายได้งาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มะพร้าวน้ำหอมถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดสมุทรสงคราม นอกเหนือจากส้มโอและลิ้นจี่ แต่ปัจจุบันลิ้นจี่ไม่ให้ผลผลิตติดต่อกันมาแล้วหลายปี ชาวสวนส่วนหนึ่งจึงโค่นต้นลิ้นจี่ทิ้งแล้วหันมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมแทน ทำให้พื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำที่เคยมีเพียงแค่พันกว่าไร่ก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6,200 ไร่ ในปัจจุบันโดยเฉพาะใน ต.ดอนมะโนรา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และขายผลมะพร้าวสดได้ราคาเฉลี่ยลูกละ 20 บาท ส่งผลทำให้มีชาวสวนต้องการพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไปปลูกจำนวนมาก ดันให้ราคาพันธ์มะพร้าวน้ำหอมสูงขึ้นไปถึงต้นละ 80 ถึง 100 บาท นางสุนีย์ อำโพธิ์ศรี อายุ 46 ปี ซึ่งเพาะพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมขายใน ต.ดอนมโนรา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนปลูกมะพร้าวน้ำหอมไว้ 4 ไร่ มักจะมีลูกค้ามาถามว่ามีพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมขายบ้างไหม ตนจึงเกิดแนวคิดที่จะเพาะพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมขาย โดยอาศัยพื้นที่ว่างบนร่องสวนมะพร้าวจำนวน 7 ร่อง นำมะพร้าวน้ำหอมแก่มาปาดหัว
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม สพ.ญ.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการดำเนินการภายหลังเต่าออมสินตายลง ว่า จากนี้ทีมสัตวแพทย์จะผ่าพิสูจน์เต่าออมสินอย่างละเอียด เพื่อหาค่าโลหะหนักจากการกินเหรียญที่สะสมอยู่ในตับ ไต และอวัยวะภายใน เพื่อนำกลับมาคำนวณเปรียบเทียบกับปริมาณโลหะหนักที่สะสมอยู่ในเลือดของเต่าออมสิน เมื่อได้ผลการวัดค่าโลหะหนักนี้แล้วอย่างชัดเจนแล้ว ก็จะนำผลที่ได้นี้ไปช่วยเหลือเต่าตนุตัวอื่นที่อยู่ร่วมบ่อกับเต่าออมสิน ซึ่งทราบว่าเวลานี้ยังมีอีกหลายตัวรักษาและดูแลอยู่ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภาคตะวันออก จ.ระยอง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องเจาะเลือดนำมาตรวจหาค่าโลหะหนัก เพื่อช่วยชีวิตเต่าเหล่านี้ต่อไป โดยจะดำเนินการร่วมกับ น.สพ.วีรพงษ์ เหล่าเวชประสิทธิ์ สัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยทรัพยากรฯ สพ.ญ.นันทริกา กล่าวอีกว่า หลังจากผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดแล้ว จะมีการสตัฟฟ์ซากเต่าออมสิน พร้อมเหรียญที่นำออกมาจากตัวเต่า เพื่อส่งมอบให้ศูนย์วิจัยทรัพยากรฯ นำไปจัดแสดงเพื่อเป็นอนุ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 18 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีผู้ประกาศรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสน – 1 ล้านบาท จึงรุดตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบ นายเสียง นิลวรรณา อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน กำลังดูแลประคบประหงมตุ๊กแกที่เลี้ยงเอาไว้ในตะกร้าพลาสติกสีดำที่มีตาข่ายปิด นอกจากนั้นบริเวณหน้าบ้าน ยังได้ก่อปูนเป็นห้องสำหรับเลี้ยงตุ๊กแกขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 2.5 เมตร ภายในปิดหน้าต่างด้วยกระสอบป่าน ที่พื้นวางท่อนไม้ตามขอบผนังสำหรับให้ตุ๊กแกหลบซ่อนตัว โดย นายเสียง ได้แจ้งว่าตนรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสนบาทจริง แต่จะต้องมีขนาดยาว 18 นิ้ว นายเสียง กล่าวว่า อดีตตนเองเป็นหัวหน้าแผนกติดตั้งเครื่องจักรกลของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อเกษียณอายุได้ทำงานเป็นผู้รับเหมาติดตั้งเครื่องจักรกล ซึ่งได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัด จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ตนไปพบกับอาชีพการเลี้ยงตุ๊กแกที่ จ.อ่างทอง และอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน จึงสนใจศึกษาแล้วทดลองเลี้ยง เนื่องจากเห็นว่าการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ตนจะออกหาและจับตุ๊
มะพร้าวน้ำหอมราคาแพงชาวสวนสร้างโอกาสเพาะพันธุ์มะพร้าวราคาพุ่ง3เท่าต้องจองข้ามปีสร้างรายได้งาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มะพร้าวน้ำหอมถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดสมุทรสงคราม นอกเหนือจากส้มโอและลิ้นจี่ แต่ปัจจุบันลิ้นจี่ไม่ให้ผลผลิตติดต่อกันมาแล้วหลายปี ชาวสวนส่วนหนึ่งจึงโค่นต้นลิ้นจี่ทิ้งแล้วหันมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมแทน ทำให้พื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำที่เคยมีเพียงแค่พันกว่าไร่ก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6,200 ไร่ ในปัจจุบันโดยเฉพาะใน ต.ดอนมะโนรา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และขายผลมะพร้าวสดได้ราคาเฉลี่ยลูกละ 20 บาท ส่งผลทำให้มีชาวสวนต้องการพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไปปลูกจำนวนมาก ดันให้ราคาพันธ์มะพร้าวน้ำหอมสูงขึ้นไปถึงต้นละ 80 ถึง 100 บาท นางสุนีย์ อำโพธิ์ศรี อายุ 46 ปี ซึ่งเพาะพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมขายใน ต.ดอนมโนรา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนปลูกมะพร้าวน้ำหอมไว้ 4 ไร่ มักจะมีลูกค้ามาถามว่ามีพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมขายบ้างไหม ตนจึงเกิดแนวคิดที่จะเพาะพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมขาย โดยอาศัยพื้นที่ว่างบนร่องสวนมะพร้าวจำนวน 7 ร่อง นำมะพร้าวน้ำหอมแก่มาปาดหัว
ถือเป็นอีกตลกซุปตาร์ของไทย สำหรับ ‘โหน่ง ชะชะช่า’ หรือ ‘ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข’ ที่ตอนนี้นอกจากจะมีผลงานในวงการบันเทิงแล้ว ยังทำธุรกิจส่วนตัวด้วยการเปิดร้านขายบะหมี่โหน่ง ชะชะช่า โดยมีลูกชาย 2 คนคือ เดียร์และบุหรี่ คอยดูแลกิจการ ซึ่งครอบครัวของตลกซุปตาร์ถือว่าอบอุ่น และอาศัยอยู่ในบ้านหลังงามที่ตกแต่งด้วยสีโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล แถมยังมีรถยนต์หลากหลายสไตล์ตามความชื่นชอบ ดูแล้วเป็นบ้านอีกหลังที่น่าอยู่มากๆ งานนี้เลยขอพาย้อนดูบ้านของตลกดัง ‘โหน่ง ชะชะช่า’ ว่าจะสวยขนาดไหน ขอบคุณรายการตีท้ายครัว ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 18 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีผู้ประกาศรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสน – 1 ล้านบาท จึงรุดตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบ นายเสียง นิลวรรณา อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน กำลังดูแลประคบประหงมตุ๊กแกที่เลี้ยงเอาไว้ในตะกร้าพลาสติกสีดำที่มีตาข่ายปิด นอกจากนั้นบริเวณหน้าบ้าน ยังได้ก่อปูนเป็นห้องสำหรับเลี้ยงตุ๊กแกขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 2.5 เมตร ภายในปิดหน้าต่างด้วยกระสอบป่าน ที่พื้นวางท่อนไม้ตามขอบผนังสำหรับให้ตุ๊กแกหลบซ่อนตัว โดย นายเสียง ได้แจ้งว่าตนรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสนบาทจริง แต่จะต้องมีขนาดยาว 18 นิ้ว นายเสียง กล่าวว่า อดีตตนเองเป็นหัวหน้าแผนกติดตั้งเครื่องจักรกลของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อเกษียณอายุได้ทำงานเป็นผู้รับเหมาติดตั้งเครื่องจักรกล ซึ่งได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัด จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ตนไปพบกับอาชีพการเลี้ยงตุ๊กแกที่ จ.อ่างทอง และอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน จึงสนใจศึกษาแล้วทดลองเลี้ยง เนื่องจากเห็นว่าการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ตนจะออกหาและจับตุ๊
ความงามกับผู้หญิงมักเป็นของคู่กันเสมอ โดยเฉพาะปัจจุบันมูลค่าตลาดที่มาแรงแซงหลายธุรกิจคงหนีไม่พ้นตลาดของคลินิกเสริมความงาม ที่ผู้หญิงเรานิยมใช้บริการเพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้า ตลอดจนทำให้ใบหน้าเรียววีเชฟ ในชื่อที่คนไทยคุ้นเคยเรียกกันว่า “การฉีดโบท็อกซ์” หากแต่แท้จริงแล้วคำว่า “โบท็อกซ์” เป็นชื่อสามัญของ “โบทูลินัม ท็อกซิน” หรือที่เรียกกันว่า “ท็อกซิน” โดยแปลตรงตัวว่า “สารพิษ” นั่นเอง เมื่อตลาดธุรกิจความงามเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีมูลค่าสูงถึง 21 ล้านล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครๆ ต่างจดจ้องชิ้นปลามันเพื่อมีส่วนร่วมในขุมสมบัติดังกล่าว โดยเฉพาะตลาด “ท็อกซิน” ในประเทศเกาหลี ที่มีโรงงานยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นถึง 3 แห่ง ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่ด้วยความยากลำบากในสภาวะแวดล้อมปกติที่จะสามารถหาสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตสารท็อกซินได้อย่างในปัจจุบัน จึงเป็นที่สงสัยถึงความไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัยของการจัดตั้งโรงงานทั้ง 3 แห่งใหม่ที่เกิดขึ้นถึงการแจ้งจดรายละเอียดของต้นกำเนิด และการได้มาของเชื้อจุลชีพซึ่งถือเป็นวัตถุอันตรายสูง สามารถทำลายล้างมนุษยชาติ ซึ่งหากนำมาใช้ในทางการรักษาต้องแจ้งให้หน่วยงานสาธารณสุขทราบโ
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับรอบระยะเวลางานชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้สอดคล้องกับนานาประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันให้แก่ตลาดทุนไทย โดยได้เตรียมความพร้อมในการปรับลดระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้สามารถดำเนินการได้ใน 2 วันทำการ (T+2) จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 วันทำการ (T+3) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการสนับสนุนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์ คัสโตเดียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้หารือและได้ข้อสรุปร่วมกันในการกำหนดวันสำหรับการปรับลดระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ในวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นวันแรกที่การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะใช้รอบระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบเป็น T+2 “ขณะนี้ มีความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมรองรับ T+2 แล้ว โดยได้เริ่มพัฒนาระบบไปพร้อมกับกระบวนการปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ร่วม
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม ราชกุมารี เนื่องในโอกาสที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถในศิลปะหลากหลายด้านซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของพระองค์กว่า 350 ผลงาน อาทิ พระราชนิพนธ์ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ภาพวาดฝีพระหัตถ์ประกอบหนังสือรวมทั้งเครื่องหมายการค้า ภูฟ้า ที่ทรงออกแบบสำหรับสินค้าในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริฯ ล้วนเป็นการสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสังคมเศรษฐกิจ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า กรมจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ 3 ชนิดราคา ประกอบด้วย 1.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำขัดเงา ชนิดราคา 16,000 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 30,000 บาท ผลิตไม่เกิน 5,000เหรียญ 2.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงินขัดเงา ชนิดราคา 800 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท ผลิตไม่เกิน 30,000 เหรียญ และ3.เหรียญกษาปณ์ที่
นายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ ทองขาวเกษตรอำเภอย่านตาขาว เดินทางไปยังแปลงต้นขาไก่ หมู่ที่ 1 บ้านโลหะหาร ตำบลหนองบ่อ ที่มี นางอำไพ ตันธนาภินันท์ เป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม เพื่อปลูกแซมในสวนยางพารา หรือสวนผลไม้ สร้างรายได้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดในท้องถิ่น โดยเก็บใบอ่อนขาย ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ดีกว่าผักเหมียง ที่ขายกิโลกรัมละ 50-60 บาท อีกทั้งยังนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ ผักลวกจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันหอย แกงเลียง เนื่องจากเป็นพืชที่มีคลอโรฟิลล์สูง ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงสายตาและบำรุงโลหิต สำหรับต้นขาไก่ มีลักษณะทรงพุ่มคล้ายต้นผักเหมียง มีรสชาติหวาน หอม และมัน ทั้งนี้ นอกจากนางอำไพแล้วยังมีเกษตรกรหลายรายทั้งในตำบลหนองบ่อ อำเภอย่านตาขาว และจากตัวเมืองตรัง มาสั่งซื้อต้นพันธุ์ ผู้สนใจ โทร.สอบถามได้ที่ (089) 593-0489 ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด ภาพจาก: http://www.nanagarden.com
