ข่าววันนี้
กฎหมายสรรพสามิตใหม่ เปิดทางรัฐเก็บภาษีอื้อ บุหรี่เต็มเพดาน 5 บาทต่อมวน-น้ำมัน 20 บาทต่อลิตร-อาบอบนวดพันบาทต่อรอบ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเษกษาประกาศ ออกประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยหลังกฎหมายประกาศจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของกรมฯ และเพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้กรมต้องออกกฎหมายลูก 80 ฉบับ รวมถึงอัตราการจัดเก็บภาษีจริง เนื่องจากกฎหมายเป็นกำหนดเพดานจัดเก็บ ซึ่งมีอัตราสูง เพราะบังคับใช้ในอนาคต 20 ปีข้างหน้า “อัตราการจัดเก็บแท้จริงคงต้องมาดูในรายละเอียดอีกครั้งว่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ต้องอยู่ภายใต้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดว่าการกำหนดอัตราภาษีใน พ.ร.บ. สรรพสามิตฉบับใหม่จะต้องไม่สร้างภาระภาษีเพิ่มขึ้นให้กับประชาชน” นายสมชาย กล่าว สำหรับเพดานอัตราภาษีสรรพาสามิตฉบับใหม่ มีสาระสำคัญ เช่น เพิ่มเติมบทนิยามที่สำคัญ เช่น คำว่า “ราคาขายปลีกแนะนำ” “ผลิต” “สุรา” “ยาสูบ” และ”ไพ่” , ปรั
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยให้กู้รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก และปีที่ 4-7 คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ตามที่ธพว.กำหนด โดยรัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 2% ใน 3 ปีแรก สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการแยกเป็นดังนี้คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคล ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและมีปัญหาด้านสภาพคล่อง, ผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ตอัพ) หรือผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ หรือมีแนวโน้มเติบโตเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และเอสเอ็มอี 4.0 เช่น เอสเอ็มอีในกลุ่มธุรก
วันที่ 21 มีนาคม ที่บริเวณลานริมถนนศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เกิดปรากฏการณ์อุโมงค์ต้นกัลปพฤกษ์ กว่า 150 ต้น ออกดอกสีชมพู บานสะพรั่งเต็มต้น ราวกับดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่น สร้างความฮือฮา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีนักศึกษาและประชาชนทั่วไป พามาถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน นายธนิสร มะลิหยด อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทส. กล่าวว่า ตนเห็นเพื่อนๆ ถ่ายรูปแชร์ต่อในเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูที่มีความสวยงามมาก คล้ายกับดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่น ตอนแรกนึกว่าไปถ่ายดอกซากุระที่จังหวัดภาคเหนือ แต่เมื่อเห็นเพื่อนหลายคนบอกว่าอยู่ที่ มทส.นี่เอง จึงได้พากันมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งจากที่เห็นรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะต้นกาฬพฤกษ์ออกดอกเป็นสีชมพูเต็มต้นไปหมด และมีบางส่วนที่ร่วงลงมาบนพื้น เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้วกลายเป็นพรมสีชมพูสวยงามมาก เช่นเดียวกับนางสาวกฏนันท์ นครพล อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีอาหาร มทส. กล่าวว่า ตนและเพื่อนรู้สึกประทับใจกับภาพที่ปรากฏข้างหน้ามาก เพราะดอกไม้เหล่านี้คล้ายกับดอกซากุระ หรือดอ
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง กรรมการ และเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยถึงยอดธารน้ำใจจากประชาชนที่ร่วมโอนเงินบริจาคผ่านบัญชีธนาคารของมูลนิธิเพื่อนช้างทั้ง 2 บัญชี ซึ่งหลังจากมียอดเงินบริจาคเข้ามา 35,680,883.67 บาท โดยเป็นยอดบริจาคระหว่างวันที่ 14–20 มีนาคม นั้น ในวันนี้ มูลนิธิเพื่อนช้างได้มีการปรับยอดเงินที่เข้ามาล่าสุด พบว่ามียอดเงินเพิ่มเข้ามาอีก 3,489,270 บาท รวมยอดเงินบริจาค ณ วันที่ 21 มีนาคม เวลา 10.38 น. มียอดเงินรวม 42,569,267 บาท โดยเป็นยอดเงินที่ถูกส่งมาทางบัญชีธนาคารกสิกรไทย 38,680,329.20 บาท และบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ 3,888,938.58 บาท “จากยอดบริจาคดังกล่าวนั้น ถือเป็นธารน้ำใจที่ยังคงส่งมาให้ เพื่อเป็นกำลังใจต่อมูลนิธิเพื่อนช้างอย่างมาก ตนขอขอบพระคุณในน้ำใจที่มีมาให้มูลนิธิเพื่อนช้าง ซึ่งในการร่วมบริจาคยังมี คุณวาปี ภิรมย์ภักดี บริจาคให้มูลนิธิ 1,000,000 บาทด้วย นับเป็นพระคุณที่ได้ช่วยเหลือการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อนช้างครั้งนี้ สำหรับการประชุมร่วมกับประธานกรรมการและคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อนช้าง ที่กำหนดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม นี้ ตนเองจะเดินทางไปร่วมป
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่ลานเอเทรียม ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์ “บาร์บีคิวพลาซ่า” บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “ยิ่งส่งยิ่งสุข” แคมเปญแรกสู่การฉลองครบรอบ 30 ปี บาร์บีคิวพลาซ่า กรณีเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เกิดกระแส “ดราม่า”บนโซเชียลออนไลน์ ถึงการเปลี่ยนกะทะปิ้งย่างของบาร์บีคิวพลาซ่าจากกะทะทองเหลืองเป็นกะทะดำ ว่า กะทะดำอาจมีสารปนเปื้อนทำให้น้ำซุปที่ต้มมีสีดำ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ย่างเนื้อบนกะทะ ซึ่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ จนมีการถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง ส่งผลให้บาร์บีคิว พลาซ่า ต้องปิดร้าน 25 สาขา เป็นเวลา 2 วัน เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้วนั้น คุณบุณย์ญานุช กล่าวยอมรับว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนอย่างดี หากข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพราะกะทะมีสารปนเปื้อน แต่เพราะการทำความสะอาดของพนักงานไม่ดีพอ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ทำให้มองเห็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อพบสาเหตุของปัญหาก็รีบดำเนินการแก้ไขโดยทันที “กะทะดำเ
กรณีที่ทีมสัตวแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ช่วยกันผ่าตัดเอาเหรียญออกจากท้องเต่าตนุ หรือ เต่าออมสิน ประสบความสำเร็จ เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก เพราะถือเป็นการผ่าตัดเอาเหรียญจำนวนถึง 915 เหรียญ รายแรกของโลก ซึ่งภายหลังจากการผ่าตัดในระยะแรก พบว่าอาการของออมสินดีขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น รศ.สพญ.นันทริกา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ออมสินมีอาการเซื่องซึม ไม่ยอมเคลื่อนไหวร่างกาย จึงรีบนำตัวไปเอ็กซเรย์ พบว่า ลำไส้ของออมสินพันกันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ทำให้เกิดแก้สในช่องท้อง ร่างกายเสียโปรตีนจำนวนมาก จึงต้องนำเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้งอย่างเร่งด่วน หลังจากนั้นก็ให้ออมสินอยู่ในห้องไอซียู โดย ออมสินไม่ตอบสนองอะไรเลย หมอให้น้ำเกลือ และให้ออกซิเจน มีหมอที่เข้าเวรเฝ้าดูอาการตลอด 24 ชั่วโมง ยอมรับว่าอาการค่อนข้างแย่ ต้องทำใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น. วันที่ 21 มีนาคม ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมสัตวแพทย์ นำโดย รศ.สัตวแพทย์หญิง(สพญ.) นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ผศ.นายสัตวแพทย์(น.สพ.)ภาสกร พฤกษะวัน ศัลยแพทย์ แถลงข่าว อาการของเต่าออมสิน
วันที่ 21 มีนาคม 2560 นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่าเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามกำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจึงทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในหลายด้าน โดยเฉพาะการประกอบธุรกิจโรงแรม ที่พักโฮมเสตย์ รีสอร์ทซึ่งขณะนี้ไม่น้อยกว่า 400 แห่งแต่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงแค่ 30 แห่ง อีกทั้งล่าสุดได้มีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมเมืองสมุทรสงครามทำให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวในอำเภอเมืองที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องจะไม่สามารถประกอบกิจการได้และอาจมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังทำให้ขาดรายได้จากกลุ่มผู้ศึกษาดูงานของราชการ เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องก็ไม่สามารถออกใบเสร็จเบิกค่าใช้จ่ายได้ ดังนั้นจังหวัดจึงเชิญผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักโฮมเสตย์ รีสอร์ทเข้าเพื่อทำความเข้าใจในการขึ้นทะเบียนถูกต้อง นายคันฉัตรกล่าวว่า จังหวัดเข้าใจว่าแต่เดิมบ้านเรือนของผู้ประกอบการได้ขออนุญาตเป็นที่พักอาศัย เมื่อมีผู้คนสนใจมาท่องเที่ยวมากขึ้นจึงได้พัฒนาเป็นโรงแรม ที่พัก โฮมเสตย์ รีสอร์ท และมีรายได้เพียงแค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ – ศุกร์ไม่มีรายได้ เม
วันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยนาท ที่ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพืชผักในพื้นที่ซึ่งมีป้อนตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาผักสดเริ่มขยับตัวขึ้น โดยเฉพาะแตงกวาที่ปรับตัวขึ้นสัปดาห์เดียวถึง 7 บาทต่อกิโลกรัม จากที่สัปดาห์ก่อนขายราคากิโลกรัมละ 18 บาท ปัจจุบันราคาปรับขึ้นไปที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม โดยแม่ค้าผักบอกว่าสาเหตุที่แตงกวาขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น มาจากสภาพความแห้งแล้งที่ทำให้แตงกวาติดผลน้อยลง บางส่วนก็เสียหายจากโรคระบาด ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ราคาหน้าสวนปรับขึ้นและราคาขายหน้าแผงจึงขยับตามเช่นกัน ส่วนผักสดรายการอื่นๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 บาทเช่นกัน โดยกะหล่ำปลีล่าสุดกิโลกรัมละ 20 บาท ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 25 บาท ผักคะน้ากิโลกรัมละ 20 บาท ถั่วฝักยาวกิโลกรัมละ 35 บาท และต้นหอมผักชีราคาเท่ากันที่กิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งยังมีแนวโน้มที่ผักสดจะมีการปรับราคาขึ้นได้อีกจากผลกระทบภัยแล้ง
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)เรื่อง แนวทางในการกำหนดปัจจัยเพื่อพิจารณาความเสี่ยงของลูกค้าเกี่ยวกับอาชีพ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 13 (1) (ก) 3) ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าสำหรับผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) พ.ศ.2559 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 2 ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) ต้องดำเนินการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายสำหรับ ลูกค้าทุกรายเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เหมาะสมตามข้อ 11 ของกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าสำหรับผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (10) พ.ศ. 2559 ข้อ 3 ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5
วันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ซอยแจ้งวัฒนะ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ เบื้องต้นพบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากชั้นที่ 4 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางเขนและใกล้เคียง นำกำลังรุดไปตรวจสอบและเข้าระดมฉีดน้ำเป็นการด่วน โดยเจ้าหน้าที่เร่งเข้าระงับเหตุแต่แสงเพลิงยังไม่มีทีท่าว่าจะดับลงง่ายๆ ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
