ข่าววันนี้
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 มีร้านขายสเต็กแห่งหนึ่ง ขายในราคาเพียง 29 บาทเท่านั้น ทำให้มีลูกค้าแห่เข้ามาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก โดยร้านดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนชยางกูร เลขที่ 512 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ร้านอยู่ด้านข้างห้างสรรพสินค้าสุนีย์ทาวเวอร์นั้นเอง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นห้องแถวชั้นเดียว เปิดหน้าร้านให้ลูกค้านั่งได้ โดยติดป้ายชื่อร้านลิ้นจี่สเต็กไว้ที่หน้าร้าน จากการสอบถามนางสาวถกลกาญจน์ เกิดสิริ อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน ทราบว่า เปิดร้านมานานกว่า 10 ปีแล้ว และขายในราคาปกติทั่วไป โดยเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 ได้ไปร่วมทำความดีถวายพ่อหลวง โดยนำเอาสเต็กไปให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ทาน ซึ่งตนทำเป็นชิ้นเล็กแบ่งใส่จานเพื่อให้ทั่วถึงทุกคน และตนก็เห็นว่า ทุกคนที่นำไปรับประทาน ก็อิ่มพอดี จึงมีความคิดพร้อมกลับมาปรับราคาสเต็กที่ร้านลดลงและทำชิ้นสเต็ก จากเดิมใช้เนื้อชิ้นใหญ่ ก็หั่นให้เป็นลูกเต๋า ก่อนเสิร์ฟลูกค้าและก็ได้รับความนิยมจากลูกค้า ซึ่งมีทั้งนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป หากถามว่าได้กำไรไหม ก็พอได้บ้าง อาจจะน้อย แต่ก็อยู่รอดได้อย่างสบาย สำหรับร้านลิ้นจี่สเต
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2560) นางยศธร ชินรุ่งเรือง ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 ประจำปี 2559 พร้อมทั้งเปิดการอบรมและทดสอบฯ ประจำปี 2560 รุ่นที่ 1 เพื่อประกอบอาชีพช่างไฟฟ้า ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 ณ ห้องเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี อาคารสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้านครหลวง ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า กฟน. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหน้าที่ในการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประชาชนผู้ประกอบอาชีพช่างไฟฟ้า ซึ่งเป็นวิชาชีพที่มีความจำเป็นต้องมีทักษะความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันอันตรายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติงาน อีกทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายช่วยดูแลระบบไฟฟ้าในชุมชนได้อย่างทันท่วงที จึงได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร (วัดธาตุทอง) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดการอบรมทดสอบและสัมภาษณ์ เพื่อประเมินขอหนังสือรับ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยโครงการ วิลเลจ ทู เดอะ เวิลด์ ซึ่งเป็นไอเดียใหม่ของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยกลุ่มบริษัทต่างๆ มีการเชิญหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาร่วมกิจกรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในกิจกรรมคือ การเรียนรู้การทำน้ำตาลที่หมู่บ้านริมคลองผีหลอก หมู่ที่ 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านริมคลองโฮมสเตย์ นายสมชาย สมุทรทองคำ ปราชญ์ชาวบ้าน อายุ 71 ปี กล่าวว่า ขั้นตอนการทำน้ำตาล เริ่มจากการเก็บน้ำตาลมะพร้าวจากงวง แล้วกรองเศษไม้ออก จากนั้นตั้งกระทะเคี่ยวให้เดือด ช้อนฟองออก ใช่เวลาเคี่ยวราว 1 ชม. จากนั้น กระทุ้งน้ำตาลที่งวดได้ที่ เพื่อลดอุณหภูมิ ตามด้วยการหยอดลงแม่พิมพ์ให้ได้รูปตามต้องการ นานสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ในอดีต ชาวบ้านแถบนี้ หากจะส่งลูกเรียนจบ ต้องทำน้ำตาลถึง 10 ตัน ราคาเฉลี่ยในยุคนั้นตกราว กก.ละ 3 บาท สำหรับปัจจุบันราคาสูงสุดอยู่ที่ กก.ละ 120 บาท “ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือ กลัวจะไม่มีคนสืบทอด เพราะเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้านพอเรียนหนังสือจบ นิยมไปทำงานที่กรุงเทพฯโรงเรียนในชุมชนก็ไม่ส่งเด็กมาเรียนรู้
นางปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผู้อำนวยการ (ผอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ เผยว่า ได้จัดประชุมภายใต้หัวข้อ ‘นวัตกรรมเพื่อชุมชน สู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน’ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ซึ่งมีผลงานการวิจัยและนวัตกรรมจำนวนมาก โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องอาชีพของชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไฮไลต์ของปีนี้คือ การนำเสนอหนอนแม่โจ้ (BSF) ที่เป็นโปรตีนจากแมลงเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับคนและสัตว์ “หนอนที่ว่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการกำจัดขยะอินทรีย์พวกเศษพืชผัก ผลไม้ ซึ่งมีโปรตีนสูงและมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่ผ่านมามีผลงานวิจัยออกมาแล้ว โดยนำไปเลี้ยงสัตว์ที่เน้นสีสวยงาม อย่างเช่น ปลา และไก่ชน ปรากฏว่าให้สีที่สวยงาม ปัจจุบัน มีฟาร์มเลี้ยงหนอนชนิดนี้แห่งแรกอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมี อบต. หลายแห่งสนใจนำไปเลี้ยง ส่วนกรณีที่จะใช้เป็นอาหารของคนนั้นกำลังทำงานวิจัยอยู่ จะเน้นในรูปของการแปรรูปมากกว่า ไม่ใช่ทานเป็นตัวๆ แบ
วันที่ 24 ก.พ. ที่บริเวณทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นที่นาหลังเก็บเกี่ยวของเกษตรกร นายวรรฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือ พี่เปี๊ยก อายุ 45 ปี ชาว จ.สกลนคร ชีวิตผกผัน ดิ้นรนมารับจ้างทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในจันทบุรี เมื่อ 27 ปีก่อน ได้ขอเช่าพื้นที่ท้องนาจำนวนกว่า 10 ไร่ ของเกษตรกรหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อทำการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง ในช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาสู่ความสำเร็จ จนมีรายได้เพิ่มเป็นฐานรากให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3 แสนบาท ปัจจุบันผลผลิตของ พี่เปี๊ยก เป็นที่สนใจแก่ลูกค้าตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก พี่เปี๊ยก กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ มาศึกษาข้อมูลการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง และเริ่มลงมือเพาะปลูกโดยเฉพาะแตงโมพันธุ์กินรี ที่หาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามท้องตลาด และแคนตาลูป จนเวลาผ่านไปผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถเก็บขายได้ราคาดีจนประสบความสำเร
“ดร.แก้มหอม” ร่ำไห้ ยุติรักษาฟรี งัดหลักฐานแพทย์จริง ลั่นไม่ทำไม่เดือดร้อน แต่สงสารเคยเห็นไหมคนจนขนาดต้องใส่รองเท้าทีละข้าง วอนผู้มีกำลังสานต่อ “ดร.แก้มหอม” เปิดแถลงข่าวทั้งน้ำตา งัดหลักฐานการศึกษายืนยันจบป.เอก 5 ใบด้านมะเร็ง เป็นแพทย์ทางเลือกอเมริกาจริง เผยรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจนหยุดการฟอกไตได้จริง และได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นที่อเมริกาจากการรักษาผู้ป่วยรายนี้ ประกาศยุติโครงการรักษาฟรี ลั่นไม่ทำไม่เดือดร้อน แต่สงสารคนจนยากไร้ ซัดเข้าใจคำว่าคนจนหรือเปล่า เคยเห็นไหมจนขนาดต้องใส่รองเท้าทีละข้าง วอนผู้มีกำลังสานต่อหากเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี ด้าน “ดาว มยุรี” จิตอาสาโครงการ ร่ำไห้สงสารผู้ป่วยยากไร้ที่เสียโอกาสดีๆ สุดเสียดายปิดตำนาน “นางฟ้า บาทเดียว” ตกเป็นข่าวโด่งดังเลยทีเดียวสำหรับ “ดร.แก้มหอม สวนแก้ว” แพทย์ทางเลือกด้านมะเร็งจากอเมริกา หลังจากได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวชีวิต การทำงาน และการอุทิศตัวเพื่อสังคม หอบเงินจากการเป็นแพทย์ทางเลือกและจำหน่ายยาสมุนไพรที่อเมริกากลับบ้านเกิดจังหวัดเชียงใหม่เปิดอโรคยารักษาฟรี 1 บาทรักษาทุกโรค ทำให้ชื่อของดร.แก้มหอมโด่งดังในเวลารวดเร็ว จนได้ฉายา “น
มูลนิธิเอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคนโดยมุ่งเน้นที่เด็กและเยาวชน หนึ่งในพันธกิจของมูลนิธิฯคือการส่งเสริมให้เยาวชนเลือกเรียนในสิ่งที่ตนสนใจและมีความถนัด รวมถึงสร้างคนที่มีความรู้และทักษะฝีมือที่เหมาะกับงาน มูลนิธิฯ จึงได้ดำเนินโครงการอาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ นับตั้งแต่ปี 2556 โดยส่งเสริมให้น้อง ๆ ที่เรียนจบ ม.3 ได้พิจารณาเส้นทางสายอาชีวะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการศึกษาต่อ โดยสนับสนุนทุนการศึกษาในสาขาช่างอุตสาหกรรม และสาขาบริการ อีกทั้งยังได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนทุนฯ อย่างต่อเนื่อง เนื่องในช่วงเดือนเทศกาลแห่งความรัก มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมสาธิตการทำอาหาร “มอบความรัก ด้วยเมนู Love สไตล์อาชีวะฝีมือชน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เหล่าอาชีวะฝีมือชน ที่กำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สาขา คหกรรมศาสตร์ ได้แสดงฝีมือการทำขนม โดยมีตัวแทนนักเรียนจาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี ร่วมกิจกรรมกับ 2 รุ่นพี่อาชีวะฝีมือชนคนต้นแบบ ได้แก่ เชฟแอน – ภาวิตา แซ่เจ้า เชฟหญิงชื่อดัง ผู้มีประสบการณ์ในการทำอาหารทั้งในและต่างประเทศ และ ครูอีน ̵
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยโครงการ วิลเลจ ทู เดอะ เวิลด์ ซึ่งเป็นไอเดียใหม่ของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยกลุ่มบริษัทต่างๆ มีการเชิญหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาร่วมกิจกรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในกิจกรรมคือ การเรียนรู้การทำน้ำตาลที่หมู่บ้านริมคลองผีหลอก หมู่ที่ 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านริมคลองโฮมสเตย์ นายสมชาย สมุทรทองคำ ปราชญ์ชาวบ้าน อายุ 71 ปี กล่าวว่า ขั้นตอนการทำน้ำตาล เริ่มจากการเก็บน้ำตาลมะพร้าวจากงวง แล้วกรองเศษไม้ออก จากนั้นตั้งกระทะเคี่ยวให้เดือด ช้อนฟองออก ใช่เวลาเคี่ยวราว 1 ชม. จากนั้น กระทุ้งน้ำตาลที่งวดได้ที่ เพื่อลดอุณหภูมิ ตามด้วยการหยอดลงแม่พิมพ์ให้ได้รูปตามต้องการ นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ในอดีต ชาวบ้านแถบนี้ หากจะส่งลูกเรียนจบ ต้องทำน้ำตาลถึง 10 ตัน ราคาเฉลี่ยในยุคนั้นตกราว กก.ละ 3 บาท สำหรับปัจจุบันราคาสูงสุดอยู่ที่ กก.ละ 120 บาท “ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือ กลัวจะไม่มีคนสืบทอด เพราะเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้านพอเรียนหนังสือจบ นิยมไปทำงานที่กรุงเทพฯโรงเรียนในชุมชนก็ไม่ส่งเด็กมาเรียนรู้ ปัจจ
วันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายรุ่งเจริญ สุลเม็ต อายุ 35 ปี เจ้าของแบมบู จังเกิ้ล รีสอร์ทแอนเรสเตอรอง รีสอร์ท ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.พะแสง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เล่าว่า ตนเป็นคนท้องถิ่นนี้ เกิดและโตที่นี่ และหลังเปิดรีสอร์ทก็ได้คิดจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแนว แอดเวนเจอร์ เดินป่าชมธรรมชาติริมภูเขา จิบกาแฟกระบอกไม้ไผ่ ก่อนล่องแพไม้ไผ่ในคลองแสง รับฤดูร้อนสุราษฎร์ธานี เพื่อตอบสนองลูกค้า และนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวแนวผจญภัยเบาๆ สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสถานที่แห่งนี้จะได้สัมผัสกับธรรมชาติริมคลองแสง เริ่มด้วยการเดินป่าชมธรรมชาติแบบเบาๆ ตามเส้นทางที่ได้จัดทำไว้ เริ่มจากการเดินสบายๆ ผ่านสวนปาล์มน้ำมัน จนถึงบริเวณตีนเขาจากจุดนี้ไปจะเป็นทางเดินแนวผจญภัยมีทั้งปีนป่าย ไต่เชือก เดินสะพานไม้เล็กๆ และหย่อนตัวลอดอุโมงค์หิน ตลอดเส้นทางการเดินจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่เย็นสบาย เห็นแหล่งน้ำที่เกิดจากธรรมชาติ และมีจุดชมวิวให้เห็นคลองแสงในอีกมุมหนึ่งด้วย “ระหว่างทางจะแวะพักต้มน้ำสำหรับชงกาแฟ โดยการก่อกองไฟและใช้กระบ
วันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระลูกวัดตาด่าน ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าได้มีกลุ่มคน 3 คน ขับรถเข้ามาภายในวัด อ้างตัวว่าเป็นหมอฟันจะมาทำการรักษาฟันให้กับพระฟรี แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นหมอฟันที่มีใบประกอบวิชาชีพทันตกรรม เพราะมีพฤติกรรมคล้ายกลุ่มมิจฉาชีพ และเกรงว่าจะเหมือนกับกลุ่มอื่นๆ ที่เคยเข้ามาให้บริการในลักษณะเดียวกัน และมีการเรียกเงินค่าบริการในราคาที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงเครื่องมือที่นำมาใช้ไม่ได้มาตรฐานเหมือนกับหมอฟันในโรงพยาบาลหรือสถานบริการทันตกรรมทั่วไป เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย ที่ได้รับแจ้งมาก่อนหน้านี้ กำลังทำการสอบถามข้อมูล ซึ่งพระในวัดได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายของกลุ่มอ้างเป็นหมอฟันเอาไว้ได้ เป็นภาพชายอายุประมาณ 45-50 ปี ผมเกรียน ใส่เสื้อยืดสีเทาแขนสั้น ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวทะเบียนป้ายแดง ก-0362 อำนาจเจริญ ขับออกไปก่อนตำรวจจะมาถึง จากการสอบถามพระลำ ถาวโร พระลูกวัดตาด่าน เล่าว่า ชายกลุ่มนี้เคยเข้ามาวัดแล้ว 2 ครั้ง และมักจะเปลี่ยนรถขับเข้ามา พฤติกรรมจะมาบอกว่าเป็นหมอฟัน มีโปรโมชั่นพิเศษ ขูดหินปูนฟรี อุดฟันฟรีซี่แรก ซี่ต่อไปจะ
