ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ร้าน“จะเอ๋-กิ๊ฟ บิวตี้โซน” ซอยหลังศาล ถนนสันติประชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ น.ส.อารยา สุนทรวณิชย อายุ 19 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านจะเอ๋-กิ๊ฟ บิวตี้โซน เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.52 น. วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา มีสาวประเภทสอง 1 คน พร้อมเด็กผู้หญิงอีก 3 คนอายุประมาณ 15-16 ปี เข้ามาทำทีเลือกซื้อเครื่องสำอางก่อนจะเดินออกจากร้านไปโดยไม่ได้ซื้อของ น.ส.อารยา กล่าวต่อว่าเมื่อสำรวจสินค้าก็พบว่า แป้งพับ คอนแทคเลนส์ และลิปสติก รวมมูลค่ากว่า 2,000 บาทหายไป จึงมาย้อนดูภาพกล้องวงจรปิดที่ทางร้านติดตั้งไว้ ก็พบภาพสาวประเภทสองซึ่งสวมสวมเสื้อแขนยาวสีแดงสวมหมวกปิดคลุมศีรษะ และเด็กผู้หญิงผมสั้นอีกคนลงมือลักขโมยทั้งแป้งพับ คอนแทคเลนส์ ลิปสติก ยัดใส่เสื้อแขนยาวที่สวมใส่แล้วเดินออกจากร้านไป โดยมีเด็กผู้หญิงอีก 1 คน สวมเสื้อคลุมสีแดงคล้ายกันยืนดูลาดเลาอยู่หน้าร้าน และได้นำภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย “พร้อมนำภาพวงจรปิดโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อเตือนภัยให้ร้านอื่นได้ระมัดระวังตัวจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ และขอให้ประชาชนที่พ
หลังจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือไตรภาคี ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ จนได้ข้อสรุปจัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ… ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวได้แก้ไขเพิ่มเติมให้สิทธิสวัสดิการลูกจ้างมากขึ้น อาทิ การเพิ่มความชัดเจนในเรื่องหญิงตั้งครรภ์สามารถลาคลอดได้ 90 วัน แต่ที่ผ่านมาไม่รวมวันก่อนคลอด โดยร่างกฎหมายใหม่ให้สามารถรวมไว้และกำหนดให้ลาเพื่อไปตรวจตั้งครรภ์ โดยไม่ถูกหักเงิน เป็นต้น เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (CILT) กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ฯดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะการกำหนดเรื่องเกษียณอายุ ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาพันธ์ฯและเครือข่ายแรงงานได้มีการร้องขอเรื่องนี้มาตลอด เพราะหลายบริษัทไม่มีการกำหนดอายุเกษียณของลูกจ้าง ปล่อยให้ลูกจ้างทำงานไปเรื่อยๆ ทำไม่ไหวก็จะลาออกไปเอง โดยที่ไม่ได้รับเงินเกษียณอะไรเลย หรือไม่ได้รับเงินชดเชย เหมือนกรณี น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ที่ทำงานกว่า 35 ปีและลาออกไปโดยไม่ได้รับค่าชดเชย ทั้งที่ทำงานมานานก็
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนากลุ่มจังหวัด-คลัสเตอร์ โมเมนตั้มใหม่ เศรษฐกิจไทยสู่ระดับโลกว่า งบประมาณในกลุ่มจังหวัด เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณกลางปี 2559 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท จะเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันพรุ่งนี้ (27 มกราคม) คาดว่างบประมาณดังกล่าวเริ่มเบิกในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ซึ่งสำนักงบประมาณคัดเลือกโครงการที่คาดว่าจะเบิกจ่ายภายในเดือนกันยายน 2560 ซึ่งเป็นเดือนสิ้นสุดปีงบประมาณ ดังนั้น คาดว่างบประมาณที่ลงไปในกลุ่มจังหวัดจะมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตต่อเนื่อง “งบลงทุนกลุ่มจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน และเป็นการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งการลงทุนของไทยชะงักมานานเป็น 10 ปีจากปัญหาการเมือง ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง ส่งผลให้หลายประเทศแซงไทยไปแล้ว เช่น เวียดนาม และ มาเลเซีย” นายอภิศักดิ์กล่าว ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาเร่งให้เกิดการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น เติบโตจาก 0.8% ในปี 2557 ขยายตัวเป็น 2.8% ในปี 2558 และ ในปี 2559 นี้คาดว่าจะขยายตัว 3.2-3.3% ที่ม
วันก่อนกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมาว่า อย่าเชื่อที่ลือกันว่าจะมีมรสุมเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา เป็นเพียงฝนตามฤดูกาลเท่านั้น เป็นฝนที่มีในห้วงนั้นตามปกติ ภาคกลางน่าจะเรียกว่าฝนชะช่อมะม่วง ทุกวันนี้ “มะม่วง” ออกดอกออกผลตลอดปี ไม่เหมือนเมื่อก่อน โอกาสจะได้รับประทานมะม่วงต้องเดือนหน้าเดือนโน้น โดยเฉพาะมะม่วงที่ขึ้นชื่อในฤดูร้อนของประเทศไทยคือ “มะม่วงอกร่อง” รับประทานกับข้าวเหนียวมูน ที่ทราบมี 2 พันธุ์ คือ มะม่วงอกร่องทอง กับมะม่วงอกร่องเขียว มะม่วงอกร่องทองมีสีเหลืองทอง ผลใหญ่พอประมาณ เมื่อยังดิบรสเปรี้ยวจัด ครั้นสุกได้ที่มีรสหวานจัดเช่นกัน จึงนิยมรับประทานกับข้าวเหนียวมูน เช่นเดียวกับอกร่องเขียว มีรสหวานน้อยกว่าอกร่องทอง แต่รับประทานกับข้าวเหนียวมูนรับรองอร่อยไม่แพ้กัน ทุกวันนี้หายากสักหน่อย เมื่อหลายสิบปีก่อน โอกาสรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงต้องเป็นเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม มะม่วงอกร่องจะมากับเรือจากดำเนินสะดวก จำได้ว่า เมื่อข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ยังเป็นเด็ก บ้านอยู่ตลาดพลู ใกล้กับคลองบางหลวง ห้วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะมีเรือพ่วงบรรทุกมะม่วงเต็มลำเรือมาจากดำเนินสะดวก ครั้นผ่านคลองบางหลวงละแวกตลาดพลู
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลตรุษจีนตลาดยิ่งเจริญ 2560” ว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับตลาดยิ่งเจริญ จัดงานจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาเป็นธรรม และมีการจำหน่ายสินค้าชุดเซ่นไหว้ตรุษจีนราคาพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการและตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดยิ่งเจริญ พบว่า ราคาสินค้าโดยรวมมีราคาปกติไม่ได้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งหมู เป็ด ไก่ ผัก และผลไม้ มีราคาที่อยู่ในเกณฑ์ราคาแนะนำ โดยหมูเนื้อแดง ราคากิโลกรัมละ 110-135 บาท ผักคะน้าเล็ก กิโลกรัมละ 30-40 บาท กะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 20-25 บาท ผักกวางตุ้ง กิโลกรัมละ 25-30 บาท ผักกาดขาว กิโลกรัมละ 20-25 บาท ขึ้นฉ่าย กิโลกรัมละ 35-40 บาท มะระจีน กิโลกรัมละ 25-30 บาท แตงกวา กิโลกรัมละ 15-20 บาท หัวผักกาด กิโลกรัมละ 15-20 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 0 ราคาฟองละ 4.30-4.50 บาท เบอร์ 1 ราคาฟองละ 4.1-4.2 บาท เบอร์ 2 ราคาฟองละ 3.80-4.0 บาท เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3.50-3.70 บาท เบอร์ 4 ร
เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี นายวสันต์ สิงคเสลิต รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เป็นประธานเปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพด้านช่างสิบหมู่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและฝึกทักษะวิชาชีพด้านช่างสิบหมู่ให้กับผู้ต้องขัง อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของไทยไว้ไม่ให้สูญหาย ตลอดจนการสร้างมาตรฐานฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพสู่สังคม และตลาดแรงงาน นายวสันต์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ มีนโยบายพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าที่เกิดจากการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง โดยในปี 2558 นำร่องโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขังหญิงในกลุ่มทัณฑสถานหญิง8แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตทั้งในด้านบุคลากร รูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ มาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ทั้งนี้ การส่งเสริม Productivity อีกรูปแบบหนึ่ง คือการสนับสนุนให้เรือนจำและทัณฑสถานที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมด้านบุคลากร สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ วิทยากร รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงาน โดยจัดตั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ หรือ ACADEMY เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและการฝึกทักษะวิชาชีพ รวมถึงการสร้างมาตรฐานฝีมือแรงงา
วันที่ 26 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายอำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า อ.บ้านคาได้มีการปลูกสับปะรดสายพันธุ์ “ หอมทองเมืองราช ” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ของจังหวัดราชบุรี หลังมีสมาชิกเกษตรกรเริ่มนำหน่อมาปลูกแล้วประมาณ 4-5 ราย จะเน้นปลูกเพื่อขยายพันธุ์เป็นหลักก่อน จุดเด่นของสับปะรดสายพันธุ์นั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ หอมหวานไม่มาก ไม่กัดลิ้น ที่สำคัญเก็บได้นานประมาณกว่า 10วัน จากปกติสับปะรดในพื้นที่ที่ปลูกกันก็จะเก็บไว้ได้ประมาณ 4-5 วันก็จะเริ่มเน่าแล้ว โดยพื้นที่อำเภอบ้านคาที่มีการปลูกสับปะรดกันอยู่ประมาณกว่า 7 หมื่นไร่ ส่วนพันธุ์ใหม่เพิ่งริเริ่มทดลองกันปลูกอยู่ประมาณหลักร้อยไร่ เนื่องจากหน่อพันธุ์ที่ใช้ปลูกมีราคาแพง ราคาหน่อละประมาณ 30 บาท ทำให้เกษตรกรที่ปลูกแล้วจะนำหน่อไปขยายพันธุ์ให้กับสมาชิกก่อนที่จะคิดด้านการวางจำหน่าย นายเชาว์ การสมทบ อายุ 67 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านหนองแดง ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เกษตรกรกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ปฏิรูปที่ดิน บ้านโป่งกระทิง จำกัด กล่าวว่า สับปะรดสายพันธุ์ใหม่นี้เรียกว่าส่ายพันธุ์ MD2 แต่หากจะเรียกเป็นสายพันธุ์ไทยที่ได้
เมื่อวันที่ 26 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.ดินแดง อ.ลำทับ จ.กระบี่ หลังจากได้รับแจ้งจากทางชาวบ้านว่า ได้รับผลกระทบอุทกภัยน้ำท่วมขัง และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง กลับกันปริมาณน้ำยิ่งสูงขึ้นทุกวัน โดยปริมาณน้ำในวันนี้ ลึกถึง 1 เมตรและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และบ้านที่อยู่อาศัยยังมีสภาพน้ำท่วมขังอยู่หลายสิบครัวเรือน และโดยเฉพาะแปลงผัก สวนผลไม้ สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมากเนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จนทำให้ชาวบ้านอยู่ด้วยความลำบาก ขาดรายได้ ไม่มีเงินซื้อ ข้าวสารและอาหารมารับประทานในแต่ละวัน จึงจำเป็นต้องกรีดยางลุยน้ำเพื่อนำเงินมาซื้อข่าวสาร และเป็นค่าขนมให้เด็กๆไปโรงเรียน โดยชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานกว่า 1 เดือนแล้ว นางสุชานาฏ จันทร์สุข อายุ 40 ปี เปิดเผยว่า น้ำท่วมขัง มานานกว่า 1 เดือนแล้ว ขาดรายได้ จำเป็นต้องกรีดยางลุยน้ำ เพราะปกติตนกรีดยางวันละ 2,000 บาท แต่ต้องขาดหายไป ลูกๆต้องใช้จ่ายทุกวัน ค่าขนมไปโรงเรียน ค่าอาหาร ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ตนเองต้องจ่ายวันละ 300 บาท ทุกวัน ตอนนี้เครียดอยู่เรื่องน้ำท่วม เพราะน้ำคงจะท่วมไปอีกหลายวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสมาชิกเฟซบุ๊ก Methinee Kosaisuk ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือในเฟซบุ๊ก ระบุว่า แม่ของตนหายไป ระหว่างไปเที่ยวที่ย่านมงก๊กในฮ่องกง โดยแม่ไม่มีเงิน ไม่มีโทรศัพท์ และไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ โดยเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ไปแจ้งความกับตำรวจฮ่องกงแล้ว หากใครพบเห็นแม่ของเจ้าของเฟซบุ๊ก (ตามภาพ) สามารถติดต่อไปที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าวได้โดยตรง ทั้งนี้ พบว่าชาวเน็ตมีการแชร์ข้อความดังกล่าวออกไปจำนวนมากภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงได้ทราบข่าวนี้ และเข้าช่วยเหลือโดยออกเดินตามหาในสถานที่ ที่สาวคนดังกล่าวระบุไว้ รวมทั้งช่วยกันแชร์ข้อความจนสื่อในฮ่องกงนำไปแชร์ต่อ ทำให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างมาก และในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถช่วยตามหาคุณแม่ให้สาวรายนี้ได้สำเร็จ โดยใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่หลงจากย่านท่องเที่ยวหมงก๊ก ไปถึงย่านจอร์แดน ซึ่งเป็นอีกย่านหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยว โดยเธอระบุว่า” ขอบคุณ🙏🏻พลังโซเชียล ที่ช่วยกันแชร์ และ มาช่วยเดินตามหากันถึงในพื้นที่ ขอบคุณ🙏🏻เจ้าหน้าที่ภาครัฐ สถานฑูตไทย ประจำฮ่องกง และ สถานีตำรวจหมงก๊ก ที่ไม่ท
วันเสาร์ที่ ๒๘ มกราคม เป็น “วันตรุษจีน” วันขึ้นปีใหม่ของคนจีน และลูกหลานจีนโพ้นทะเลทั่วโลก หลายคนหยุดงานกลับไปเยี่ยมครอบครัว ไปคารวะญาติผู้ใหญ่ ไปเที่ยว ฯลฯ หากกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ “ไหว้เจ้า” แต่ว่าจะไปไหว้ที่ไหนกันดีล่ะ !! วันนี้เราจึงชวนท่านไปไหว้เจ้ากันที่ๆเราจะไปกันนั้นมีความน่าสนใจคือ ๑.สถานที่เก่าแก่ มีชื่อเสียงดี ๒. สถาปัตยกรรม, รูปเคารพสวยงาม ๓. ควรแก่การเคารพนับถือ ๔.ไม่ดำเนินการที่เน้นแต่ค้าขายเอากำไร ศาลเจ้าไตฮงกง (ภาพจาก www.nearby.in.th) ศาลเจ้าไต่ฮงกง หรือที่บางคนเรียกว่า “(มูลนิธิ)ปอเต็กตึ้ง” เยื้องสถานีตำรวจพลับพลาไชย การมาไหว้เจ้าที่ศาลเจ้าไต้ฮงกงต้องบอกว่าที่เดียวจบครบทุกอย่าง นอกจากมาไหว้เจ้าขอพร ใครแก้ชงก็ทำบุญ “พะเก่ง”คนละประมาณ ๒๕ บาท ใครอยากได้เครื่องราง “ฮู้”หรือยันต์ของที่นี้คือฮู้ยอดนิยมอันดับ ๑ ของประเทศ ที่แต่ละมีคนนำบูชานับล้านใบ ใครต้องการกี่ใบก็หยิบไป ส่วนจะทำบุญเท่าไหร่ก็แล้วแต่ศรัทธา สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ “อี๊–สาคู” ใส่น้ำตาลทรายแดงกับผิวส้มเช้ง ที่กินเพราะอร่อยและสิริมงคล มีบริการฟรี ๙ วัน (๒๘ มกราคม– ๕ กุมภาพันธ์) นอกจากนี้งานศิลปกรรมข
