ข่าววันนี้
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง น้ำตาล น.ส.ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 กลับถึงประเทศไทยเมื่อวานนี้ ได้เดินสายออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 โดยเล่าถึงบรรยากาศการประกวดในรายการว่า คนฟิลิปปินส์รู้จักเราเยอะค่ะ เพราะเวลาไปไหนคนฟิลิปปินส์จะเรียกตลอดว่า “ชาร์ลิ่งๆ” ซึ่งการประกวดครั้งนี้ ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา ทุกชุดที่ประกวดตาลก็ได้เลือกเอง ส่วนการแต่งหน้าก็แต่งเองด้วยด้วยค่ะ ก่อนขึ้นเวทีการประกวดตื่นเต้นมาก ตาลทั้งกรี๊ดทั้งเต้นก่อนขึ้นเวที โดยช่วงที่ตื่นเต้นที่สุดคือ ตอนประกาศ 3 คนสุดท้าย ซึ่งไม่มีไทยแลนด์ เป็นความรู้สึกที่เสียดาย ตาลทำเต็มที่มากๆ ไม่มีวันไหนที่ตาลท้อ ไม่มีวันไหนที่ตาลเหนื่อย ตอนที่ประกาศแล้วไม่มีชื่อของเรา ความรู้สึกตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน พอลงจากเวทีก็ร้องโฮออกมาทันที น้ำตาล เล่าถึงเพื่อนสนิทที่เป็นสาวงามจากโคลอมเบีย ว่า จำได้ว่าตอนเจอกันครั้งแรกก็ทักทายกันและคุยกันว่าเราหน้าเหมือนกัน กระทั้งวันหนึ่งที่เราทำผมมัดจุดทรงเดียวกันด้วย จากนั้นก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นค่ะ สำหรับการประกวดระดับโลกแบบนี้ “น้ำตาล” บอ
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตได้ร้องเรียนถึงกรณีพบข้อมูลเพจเเนะนำร้านอาหารเเละสถานที่ท่องเที่ยวมีการโพสต์ภาพเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ลงในเพจเฟซบุ๊กที่เปิดสาธารณะอย่างโจ่งเเจ้ง เห็นบรรจุภัณฑ์เเละยี่ห้อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมมีการระบุโปรโมชั่นด้วย ข้อความเชิญชวนให้ซื้อเเละใช้บริการจำนวนมาก อาทิ ซื้อสองขวดฟรีหนึ่งขวด โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ ปี 2551 จากการตรวจสอบข้อมูลในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวตามที่ได้ข้อมูล พบว่าส่วนใหญ่จะมีการโพสต์เกี่ยวกับการเเนะนำร้านอาหารเเละสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพื่อดึงดูดเเฟนเพจ ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาติดตามเป็นจำนวนมาก รวมถึงเด็กเเละเยาวชน ก่อนจะมีการโพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แทรกเข้าไปจำนวนหลายโพสต์ และมีการเชิญชวนให้ซื้อหรือใช้บริการอย่างชัดเจน ทั้งที่ทราบดีว่าการโพสต์ในลักณะดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการกระทำที่เป็นการแสวงหาประโยชน์เเบบไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีการกำหนดกลุ่มผู้เข้าถึง เเละยังเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเด็กเยาวชน รวมถึงภาพลักษณ์ข
เพิ่งผ่านไปไม่นาน สำหรับงานแต่งงานแห่งปี ของหนุ่ม เชน ธนา และสาวเจมส์ กณิการ์ ที่ฝ่ายชายหอบสินสอดมูลค่ารวม 168 ล้านบาท เป็นบ้านมูลค่า 147 ล้านบาท เงินสด 8,888,888 บาท ทองคำหนัก 168 บาท (มูลค่า 3,400,000บาท) มงกุฎเพชร 25 กระรัต มูลค่า 5,000,000 บาท และเครื่องเพชร 3,711,112 บาท จนเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในโลกออนไลน์ ล่าสุด หนุ่มเชนและสาวเจมส์ เปิดเรือนหอสุดอลังการ มูลค่า 147 ล้านบาท ให้รายการตีท้ายครัวเข้าไปชมทุกซอกทุกมุม ต้องบอกเลยว่า เรือนหอหลังนี้อลังการระดับบ้านทรายทองเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม หนุ่มเชนเปิดเผยว่า ตอนนี้ต้องรอตกแต่งภายในอีกประมาณ 8 เดือน ก่อนจะย้ายเข้าไปอยู่จริงๆ ขอบคุณที่มา NGOA TV
วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีคนเดินทางมาซื้อกุ้งเครย์ฟิช สีด่างวัวในราคาสูง 1 ล้านบาท ที่ร้านโต้บ้านป่าเครย์ฟิชคากี้โกส ตั้งอยู่เลขที่ 229 หมู่ 11 ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าเปิดเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งสวยงาม ภายในมีชั้นวางและตู้กระจกสำหรับใส่กุ้งไว้จำนวนมาก จากการสอบถามนายกนกภูมิ ศิริวัฒน์ อายุ 28 ปี เจ้าของฟาร์มกุ้ง เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหาร เพลินวาน อยู่ในเขต อ.กำแพงแสน นครปฐม อยู่แล้ว แต่รักและชื่นชอบในการเลี้ยงกุ้งสวยงาม จึงเลี้ยงเป็นงานอดิเรกมานานกว่า 8 ปี สมัยก่อนป้าของตนมีอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามแดงและยังเคยส่งไปขายต่างประเทศด้วย ในตอนนั้นตนยังเรียนอยู่ชั้น ปวช. เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เลี้ยงเรื่อยมาจึงมีความชำนาญและประสบการณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งเพราะเห็นมาแต่เล็กด้วย จำความได้ในตอนนั้นเริ่มเลี้ยงประมาณ 4–5 คู่ และได้มีการผสมพันธุ์จนได้ลายแปลกตา กระทั่งได้กุ้งเครย์ฟิช สีด่างวัว ตัวนี้ออกมา สำหรับกุ้งเครย์ฟิช ตนตั้งชื่อให้ว่า ขุนช้าง ขณะนี้มีอายุ 6 เดือนแล้ว จึงนำไปผสมพันธุ์กุ้งเครย์ฟิช เพศเมีย ชื่อว่า สีดา ใช้เวลาในการเพาะฟักไข่นานกว่า 2 เดือ
สมาชิกเฟซบุ๊ก “Supornchai Sripan” โพสต์คลิปพ่อค้าขายอาหารทอดริมชายหาด ที่มีลีลาวาทะศิลป์การพูดที่ไม่ธรรมดา ชนิดที่ว่าพูดน้ำไหลไฟดับ ปนไปด้วยความฮาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมข้อความว่า #สุดยอดการตลาด ขายของชายหาด พี่พูดเก่งขนาดนี้ ไม่ซื้อ ไม่ได้แล้วล่ะ #ทอดมันปลาอินทรีย์ ผสมเนื้อปลาโลมาตามด้วยปลาเมื่อวานอร่อยโคตรๆ #ปลาหมึกทอด จากฮาวาย กินแล้ว จะร้อง ว๊ายยยย มีแต่แป้งกว่าจะถึงปลาหมึกอิ่มแป้งพอดี 5555+” ที่มา : ข่าวสดนออนไลน์
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์(ปยป.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรในกทม. ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาจัดหาจุดจอดรถ เพื่อลดปัญหาการจรจาติดขัดที่เกิดจากประชาชนจอดรถทิ้งไว้บริเวณถนน ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ไปศึกษาความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของจุดจอดรถจำนวน 5 จุดในกทม. และปริมณฑล อาคม เติมพิทยาไพสิฐ การแก้ไขปัญหาการจรจาในกทม.และปริมณฑลนั้น จากการสำรวจพื้นที่จอดรถเบื้องต้น จำนวน 2 จุด คือ1.จุดจอดและจร ของรถไฟฟ้า รฟม.จำนวน 10 สายทาง พบว่ามีทั้งหมด 54 แห่ง จอดรถได้ 89,048 คัน และ2.จุดจอดรถส่วนบุคคลในแนวรถไฟฟ้า เช่นในห้างสรรพสินค้าต่าง รวมจำนวน 8 แห่ง จอดรถได้ 13,855 คัน รวมทั้ง 2 จุดสามารถจอดรถได้มากถึง 102,903 คัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยคาดว่าจะสามารจจอดรถได้อีก 26,713 คัน นายอาคมกล่าวถึงการแ
เรื่องโดย : คอลัมน์กฤช เหลือลมัย มติชนรายวัน ฤดูกาลเป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ อาจลืมกันไปแล้ว ค่าที่ว่าในบางปีนั้น เราแทบไม่รู้สึกว่ามีความแตกต่างใดๆ ด้านภูมิอากาศ แถมเมื่อมองผ่านวัตถุดิบอาหาร ก็ดูเหมือนว่าผักหญ้าในตลาดสดจะมีเหมือนๆ กันทั้งปีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องด้วยซ้ำ การที่คนแต่ก่อนมักพูดกันว่า “รออีกสักหน่อยเถิด จะมีมะม่วงหวานๆ มีสะเดาขมๆ มันๆ หรือมีทุเรียนหอมๆ กิน” นั้น จึงกลายเป็นเรื่องที่คนสมัยรุ่นปัจจุบันแทบจินตนาการไม่ออกเอาเลยทีเดียว แต่ผมคิดว่าถึงคนจะไม่รู้สึก แต่บรรดาสัตว์และผักหญ้าคงรู้สึกอยู่ เพราะวัตรปฏิบัติตามธรรมชาติของพวกมัน เช่น การเข้าจำศีลก็ดี การทิ้งใบ ผลิดอก ออกฝัก หรือความหอมฉุนต่างๆ ก็ดี ยังคงหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามรอบปีอย่างค่อนข้างเป็นปกติอยู่ นั่นทำให้ถึงแม้ฤดูหนาวจะไม่ค่อยหนาวแล้ว แต่ทุกปีผมก็เฝ้ารอช่วงเวลานี้ เพราะผมเป็นคนที่ชอบกิน “ผัดกะเพรา” น่ะซีครับ ………………. มันก็เมื่อสักสิบกว่าปีมานี้เองครับ ที่ผมพบขณะขับรถตระเวนไปตามทางหลวงชนบทแถบภาคกลางและภาคอีสานตอนล่าง ว่าข้างทางซึ่งเป็นที่โล่งบ้าง ละเมาะโปร่งๆ หน่อยบ้าง ดินเป็นดินลูกรังแห้งๆ หรือดินปนทรายแล้งๆ นั้น มักมีด
วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชายชราเป็นจิตอาสาตระเวนซ่อมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อในหมู่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านนา อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่วัดชมพูพล (วัดห้วยใหญ่) พบนายสุชีพ หรือตาฉุย คงวิสุทธิ์วงศ์ อายุ 73 ปี ชายชราผู้มีจิตอาสานำดินไปถมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อทั่วทั้งหมู่บ้าน นายสุชีพ เล่าว่า ตนมาอาศัยกุฎิวัดชมพูพลเป็นที่อยู่อาศัยมานานกว่า 20 ปี ไม่มีลูกเมียและคอยช่วยทำงานในวัดทำทุกอย่างรวมถึงงานที่เกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ในชุมชน แต่ที่ทำอยู่เป็นประจำหลังจากเสร็จงานในวัดคือ จะถือจอบพร้อมรถเข็นไปขุดดินเหนียวและหินกรวด ออกตระเวนซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อภายในหมู่บ้านทุกวัน โดยทำมานานกว่า 7 ปีแล้ว เพราะรู้สึกว่าถ้าทางสัญจรลำบากชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะไม่ได้รับความสะดวกสบาย หรือหากมีผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย จะได้เดินทางไปหาหมอสะดวกขึ้น “และที่สำคัญคือนักเรียนที่เดินทางไปโรงเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ อาจจะได้รับอันตรายจากหลุมบ่อบนถนนในหมู่บ้านได้ จึงได้หาดินมาถมเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในหมู่บ้าน สิ่งที่ตนเองทำทำด้วยใจไม่มีใครใช้ โดยถือคติว่า “ผมยอมลำบากคนเดียว แต่ให้คนอื่นสบ
วันที่ 31 มกราคม 2560 ที่ห้องประชุมอาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2560 โดยมีนายสนิท ศรีวิหค นายธีระ อนันตเสรีวิทยา และนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายศรัณยู เสมา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนเอกชนเข้าร่วมประชุมด้วย นายโชคชัย กล่าวถึง ความคืบหน้าการจัดระเบียบโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาการนำอาคารประเภทอื่นมาทำเป็นโรงแรมด้วยการเปิดให้บริการรายวัน ว่าจังหวัดได้ตรวจสอบข้อมูลการให้บริการห้องพักในจังหวัด มีสถานประกอบการโรงแรมในจังหวัดที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 424 แห่ง และมีสถานที่พักประเภทอื่น เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ แมนชั่น มาเปิดขายบริการห้องพักเป็นรายวัน รวมทั้งหมด 1,366 แห่ง “ทั้งนี้จังหวัดเปิดโอกาสให้สถานประกอบการโรงแรม ทั้ง 1,366 แห่ง มาขึ้นทะเบียนเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ปรากฏว่า ขณะ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. เตรียมแจกคูปองทีวีดิจิทัลล็อตใหม่อีกจำนวนทั้งสิ้น 3,984,662 ใบ รวมมูลค่า ราว 2,800 ล้านบาท โดยจะเริ่มส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ไปยังครัวเรือนที่มีสิทธิ์ได้รับคูปองตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม – 1 มีนาคม 2560 ซึ่งประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 2 กันยายน 2560 โดยครัวเรือนที่จะได้รับสิทธิ์คูปองล็อตนี้มี 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แจกคูปองครั้งแรก แต่ไม่ได้รับคูปองดังกล่าว (เฉพาะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งคืนสำนักงาน กสทช.) จำนวน 1,175,559 ใบ 2. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและมีเจ้าบ้านซึ่งมีขึ้นภายหลังวันที่ 16 กันายายน 2557 จำนวน 407,162 ใบ 3. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว ที่มีผู้อยู่อาศัย แต่ไม่มีเจ้าบ้าน จำนวน 1,870,410 ใบ และ 4. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราว และมีเจ้าบ้าน จำนวน 531,531 ใบ “การแจกคูปองครั้งนี้ กสทช. ได้เปลี่ยนแปลงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลเป็นระบบใหม่ โดยจะส่งเป็นหนังสือแจ้งสิทธิให้กับครัวเรือนทั้ง 4 กล
