ข่าววันนี้
วันที่ 4 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอทุ่งสง เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด เข้าท่วมในตัวเมืองทุ่งสงถนนหลายสาย รถยนต์เล็กไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จนกระทั่งเช้าวันนี้น้ำที่ท่วมในตัวเมืองได้ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ในพื้นที่รอบนอกเช่น ต.ที่วัง และ ต.กะปาง ของอำเภอทุ่งสง น้ำจากตัวเมืองทุ่งสงได้ไหลลงไปเข้าท่วมในพื้นที่ ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้สัญจรไปมา โรงเรียนหลายแห่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว นอกจากนี้น้ำยังเข้าท่วมรางรถไฟสายใต้ โดยเฉพาะสถานีรถไฟบ้านที่วัง จนถึงสถานีรถไฟบ้านกะปาง รางรถไฟถูกน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยระดับน้ำสูงเหนือรางรถไฟประมาณ 50 เซนติเมตร – 1 เมตร ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถวิ่งผ่าน ทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งมาจากกรุงเทพมหานคร และมุ่งหน้าไปจังหวัดตรัง ต้องจอดที่สถานีรถไฟทุ่งสงและต้องขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัสเดินทางต่อไปยังจังหวัดตรัง ขณะที่ในอำเภอชะอวด รางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟชะอวด – ส
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์กรณีรถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ทว-5395 กรุงเทพมหานคร มาตรค่าโดยสารขึ้นเร็วผิดปกติ ซึ่งเป็นการเรียกใช้บริการจากวัดเทียนดัด (อ.สามพราน) ไปยังสะพานใหม่ โดยมาตรค่าโดยสารแสดงราคา 1,298 บาท และบัตรประจำตัวผู้ขับรถที่ติดอยู่หน้ารถแสดงชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่ตรงกัน นั้น กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยติดตามตัวผู้ขับรถที่ปรากฏในคลิปคือ นายฉลอง สังข์กลิ่นหอม ให้มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่และนำรถเข้าตรวจสอบมาตรค่าโดยสารที่ส่วนตรวจสภาพรถ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องมาตรค่าโดยสาร ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ ทั้งนี้ มาตรโดยค่าสารในรถคันดังกล่าวเป็นรุ่น 3TM แบบ TB18p ที่เคยพบปัญหาหากวิ่งติดต่อกันเป็นเวลานานและระยะทางไกล เครื่องจะมีความร้อนสะสม ทำให้มาตรค่าโดยสารแสดงผลคลาดเคลื่อน เนื่องจากผู้ขับรถฝ่าฝืนใช้มาตรค่าโดยสารที่มีสภาพชำรุดมาให้บริการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 จึงเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด 2,000 บาท พร้อมให้ดำเนินการเปลี
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามหลวงว่า หลังวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นจำนวนมากจนบางคนต้องรอไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ปรากฏว่าในวันที่ 4 มกราคม หลังจากประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเริ่มต้นวันทำงานตามปกติเป็นวันแรก ปรากฏว่าแถวของประชาชนที่มารอเคารพพระบรมศพไม่มากเหมือนช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้ผู้มากราบพระบรมศพหลายคนมาเข้าแถวกราบพระบรมศพรอบ 2 นางศุภิสรา คงกล่อม ชาวกระบี่ ที่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่ตลิ่งชันกับครอบครัว บอกว่าเดินทางมาถวายความเคารพพระบรมศพมาแล้ว 15 ครั้ง เฉพาะปีนี้ก็มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยครั้งแรกมาในวันที่ 2 มกราคมพร้อมกับสามี ตั้งใจมากราบพระองค์ แม้จะต้องรอกว่า 12 ชั่วโมงก็ไม่รู้สึกว่านานเลย เพราะใจจดจ่ออยู่ที่จะได้มากราบพระบรมศพ เช้าวันนี้มารอตั้งแต่ 06.00 น. ราว 2 ชั่วโมงครึ่งก็ได้ได้เข้า พอกราบเสร็จเห็นแถวสั้นเลยมารอกราบพระบรมศพอีกรอบหนึ่ง “มาบ่อยเพราะรักพระองค์ท่านมาก บางครั้งกราบเสร็จก็ไปช่วยเป็นจิตอาสา ทำข้าวพอเพียง วันนี้ก็อยากไปช่วยทำดอกไม้จันทน์ ช่วงไหนว่างก็มาเรื่อยๆ เพราะพ่อยังอยู่
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจ ปี 2560 จะเป็นปีที่ “ยังคงย่ำแย่และซึมต่อเนื่อง” จากปี 2559 การทึ่รัฐบาลพยายามจะขายฝันว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโต 4-5 % ได้ตามศักยภาพ เท่ากับยอมรับว่าที่ผ่านมา 2 ปีกว่า ที่เศรษฐกิจไทยโต 0.7%, 2.8% และ ปี 2559 ที่โตประมาณ 3.3% เป็นการเสียโอกาสของประเทศในการพัฒนาไปอย่างมาก และโอกาสปีนี้ที่จะโต 4-5% ก็เป็นไปแทบไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศไม่เอื้ออำนวย ภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีนัก สหรัฐมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเฝ้าดูนโยบายอเมริกามาก่อนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร ยุโรปยังคงย่ำแย่และอาจจะมีบางประเทศที่จะแยกตัวออกจากอียูเพิ่มเติมจากอังกฤษ ญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นดี และจีนก็มีแนวโน้มไม่ค่อยดีนักจากภาวะหนี้เสียจำนวนมากในภาคธนาคาร อาเซียนยังคงดีอยู่โดยมีไทยที่จะโตต่ำสุดอีกปีหนึ่ง หันมามองในประเทศ การส่งออกปี 2560 ไม่น่าจะเพิ่มได้ 3% ตามที่รัฐบาลบอก ปีที่แล้วบอกส่งออกจะโต 5% ก็ไม่โตเลย ทั้งนี้เพราะไม่มีการลงทุนใหม่เพื่อขยายการส่งออกมา 2 ปีแล้ว และปีนี้การล
รายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง เปิดเรื่องราวของ ด.ญ.นภัสสร วงหรีด หรือน้องยุ วัย 7 ขวบ นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนวัดกุ่มโคก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ฝันว่าอยากเป็นพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเรียนไปถึงฝันหรือไม่ ลำพังเพียงอยู่อาศัยทุกวันนี้ก็ไม่แน่นอน เพราะไม่รู้จะถูกไล่ที่เมื่อไหร่ น้องยุวัย 7 ขวบจึงขอช่วยเหลือครอบครัวอีกแรงด้วยสองมือเล็กๆของตัวเอง น้องยุ เล่าว่า แต่ละวันต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยแม่ทำงานคือการเก็บเห็ดที่ปลูกเอาไว้ แล้วค่อยไปเรียน กลับมาก็ต้องช่วยแม่ขายเห็ด ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็จะไปขายเห็ดกับพี่สาวไปตามหมู่บ้านต่างๆ ราคาถุงละ 20 บาท ด้วยไม่มีต้นทุนทำกิน แม้แต่ที่ทำกินก็ไม่มี พ่อแม่ของน้องยุจึงขยันเพื่อลูกสาวทั้ง 2 คน นอกจากการปลูกเห็ดแล้ว ทั้งสองยังทำอาชีพรับจ้างทั่วไปและรับขุดบ่อน้ำ ที่ดินที่ทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ก็ติดจำนองซึ่งไม่รู้จะถูกไล่ออกเมื่อใด น้องยุกล่าวว่า “ไม่ขยันไม่ได้ค่ะ ไม่งั้นเราก็จะไม่มีเงินค่ะ ถ้าเราไม่ช่วยกันทำงานก็จะไม่มีเงินไปซื้อข้าวสาร” น้องยุฝันจะเป็นพยาบาลขอเป็นความหวังให้ครอบครัวในอนาคต ขอบคุณ รายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง และ Payai TV
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปี 2560 นี้กรมสรรพากรจัดทำโครงการนำร่องสำหรับโครงการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์(e –tax) เป็นหนึ่งในโครงการอีเพย์เมนต์ โดยจะนำร่องกับบริษัทขนาดใหญ่ 100 แห่ง มียอดขายมากว่า 500 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อเริ่มทอลองใช้ระบบรับ-ส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์(e-tax invoice) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ไม่ต้องพิมพ์ใบกำกับภาษี และไม่ต้องจัดเก็บใบกำกับภาษี บางบริษัทต้องเช่าโกดังขนาดใหญ่ในการจัดเก็บใบกำกับภาษี เพื่อเอาไว้ตรวจสอบเป็นเวลาถึง 10 ปี มีค่าใช้จ่ายเช่าโกดังเก็บเอกสารปีละถึง 10 ล้านบาท “ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดต้นทุน จากปัจจุบันเมื่อผู้ประกอบการ ขายสินค้าได้ ก็จะออกใบเสร็จ ต้องทำสำเนา 3 ฉบับ ,ฉบับแรกให้กับผู้ซื้อเก็บไว้,ฉบับที่สองให้ฝ่ายการเงินของบริษัทเก็บไว้ และฉบับสุดท้าย เพื่อเป็นหลักฐานการรายงานภาษีขาย กับกรมสรรพากร และภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปต้องรวบรวมภาษีซื้อและภาษีขาย เพื่อยื่นกรมสรรพากร ว่าจะการขอคืนภาษีหรือจ่ายภาษีเพิ่มเติม”นายประสงค์ กล่าว นายประสงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยมีจำนวนนิติบุคคลประมาณ 6 แสนราย บริษัท
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ติดตามฝูงช้างในพื้นที่ พบว่าเมื่อช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม แม่ช้างที่กำลังตั้งท้องตัวหนึ่งได้คลอดลูกช้าง จำนวน 1 ตัว “เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้ติดตามช้างฝูงนี้มาโดยตลอด พบว่า มีแม่ช้างใกล้คลอดอาศัยอยู่ในฝูง ซึ่งเดินอยู่บริเวณโป่งกวางใกล้กับถนน แม่ช้างใกล้คลอดอยู่ในอาการเครียด เนื่องจากเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนหนึ่ง ตอนแรกเกรงว่าแม่ช้างอาจจะแท้งลูกได้ เจ้าหน้าที่จึงอำนวยความสะดวกต้อนฝูงช้างกลุ่มนี้มุ่งหน้าไปยังป่าทึบเส้นทางไปปราจีนบุรี เพื่อป้องกันแม่ช้างไม่ให้หงุดหงิด กระทั่งวันต่อมาพบว่า แม่ช้างใกล้คลอดตัวนั้นได้คลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัย โดยเดินออกมาจากป่าพร้อมลูกช้าง 1 ตัว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเพศได้ เนื่องจากพ่อและแม่ช้างและตัวอื่นๆ ในฝูง ยังกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ ซึ่งเป็นช่วงแรกที่ฝูงช้างอาจหวงลูกช้าง” นสพ.ภัทรพล กล่าว นอกจากนี้ ยังพบช้างวัยรุ่นหลายตัวบ
วันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุรถตู้สาย กทม.-จันบุรี ชนรถกระบะ ตายหมู่หลายศพ ที่ถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 25 ศพ และยังมีการเปิดคลิปเหตุการณ์ขณะไฟกำลังไหม้รถทั้งสองคัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ระบุว่า มีเด็กอายุประมาณ 1-2 ขวบ อยู่ในรถคันที่เกิดเหตุด้วย ขอบคุณคลิปจาก Noo Roong
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ บริเวณท้องสนามหลวงว่า เนื่องจากสำนักพระราชวังหยุดให้เข้ากราบสักการะ 1 วัน ในวันที่ 1 ม.ค. ทำให้ในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมากราบสักการะเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากเป็นวันแรกของปี พ.ศ. 2560 ที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ประชาชนจึงอยากมากราบพระบรมศพอย่างใกล้ชิดเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยแถวของประชาชนล้นออกจากเต้นท์ที่ตั้งจุดรอคิวในท้องสนามหลวง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวให้ประชาชนเข้าคิวบนถนนที่บริเวญหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยแบ่งเป็นมื้อเช้า เวลา 07.00 น. ประกอบด้วย ข้าวต้มกระดูกแก้ว 1,500 ถ้วย, กาแฟสด 2,500 แก้
เมื่อ 2 ม.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ประชาชนชาวญี่ปุ่นกว่า 58,600 คนเดินทางมายังพระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว เพื่อชื่นชมพระบารมีสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมพรรษา 83 พรรษา ซึ่งเสด็จออกสู่ระเบียงด้านหน้าพระราชวังเพื่อพระราชทานพรเนื่องในวาระขึ้นปีใหม่แก่พสกนิกร ท่ามกลางเสียงตะโกนคำว่า “บันไซ” ขอให้องค์จักรพรรดิทรงมีพระชนมายุยืนนานหมื่นปี เอเอฟพี จักรพรรดิอากิฮิโตะตรัสว่า จากวันเริ่มต้นปีใหม่ปีนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาให้ความสุข และสันติจงมีแก่ประชาชนทุกคน ทั้งในประเทศของเรา และทั่วโลก จากนั้นทรงโบกพระหัตถ์และแย้มสรวลทักทายประชาชน เช่นเดียวกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ อัครมเหสี พร้อมด้วยเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายา เอเอฟพี การรวมตัวหน้าพระราชวังอิมพีเรียลในครั้งนี้ถือเป็นจำนวนมากที่สุด หลังประชาชนกว่า 33,000 คน เพิ่งเข้าเฝ้าถวายพระพรองค์จักรพรรดิเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา เมื่อปลายเดือนธ.ค. และภายหลังจากทรงมีพระราชดำรัสถึงการจะสละราชบัลลังก์ เพราะพระพลานามัยไม่เอื้ออำนวยแก่การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เอเอฟพี
