ข่าววันนี้
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีผลตอบแทนอย่างน่าสนใจ คือ “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 70 วัน” อัตราดอกเบี้ย 2.89% ต่อปี ไม่เสียภาษี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 3.40% ต่อปี) นำเสนอภายในงาน Thailand Smart Moneyครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 16 – 18 ธันวาคม 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว โดยผู้ฝากจะต้องมีใบจองสิทธิซึ่งจะแจกภายในงานวันละ 2 รอบๆ ละ 300 ราย รวม 1,800 ราย ฝากได้ภายในงาน หรือ ณ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16-22 ธันวาคม 2559 นี้เท่านั้น ทั้งนี้ ธนาคารฯ เปิดรับฝากเฉพาะบุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากสูงสุดไม่เกินรายละ 500,000 บาท เปิดได้คนละ 1 บัญชีเท่านั้น ไม่รับฝากบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ หรือบัญชีร่วม หรือบัญชีคณะบุคคล หรือบัญชีนิติบุคคล ถ้าถอนก่อนครบกำหนดจำนวนเงินที่ถอนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันจากยอดเงินฝาก โดยผู้ฝากจะต้องมีใบจองสิทธิฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 70 วัน จากในงาน Thailand Smart Moneyและต้องสมัครใช้บริก
จากกรณีที่ ชาวบ้านอ่าวทองหลาง ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ นำต้นกล้วยมาปลูกกลางถนน หวังประชด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เข้ามาซ่อมแซมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ทรุดตัวเป็นหลุมลึกนานกว่า4ปี ทำให้การสัญจรลำบาก และเสี่ยงอุบัติเหตุ แต่รอจนกล้วยออกลูก จนป่านนี้ ยังไม่ได้มีการเหลียวแล วอนผู้มีหน้าทีรับผิดชอบช่วยเหลือ ชาวบ้านในพื้นที่ม.7 บ้านอ่าวทองหลาง ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้ นำต้นกล้วยมาปลูกไว้กลางถนนทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อหวังประชดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาดูแล ความเดือดร้อน หลังจากที่ถนนเกิดทรุดตัวเป็นหลุมลึก และเกิดรอยร้าวเป็นแนวยาว กินพื้นที่ผิวจราจรไป1ช่องจราจร ทำให้รถวิ่งผ่านไปมาลำบาก และตรงบริเวณจุดนั้นรถไม่สามารถสวนทางกันได้ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่แล้วรอจนกระทั่งกล้วยที่ชาวบ้านนำมาปลูกเพื่อที่จะประชดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกลูกใกล้สุก แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาเหลียวแล หลังจากที่ชาวบ้านโทรอ่อนวอนสื่อมวลชนเพื่อที่จะให้ไปดูความจริงที่ปรากฏ และแปลกไม่มีที่ไหนเหมือน จึงได้ เดินทางไปตรวจสอบปรากฏว่า พบถนนสายอ่าวทองหลาง เป็นถนนลาดยาง อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่าง หมู่6 และหมู
นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ยัวะเหตุนักท่องเที่ยวเปิดเพลงดังลั่นบนแหล่งท่องเที่ยวภูทับเบิก โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ “ไกรสร กองฉลาด” ด่ากราดสันดานน่ารังเกียจ ไล่หากอยากฟังเพลงดังๆให้ไปเข้าผับเข้าเธค เพราะคนอื่นต้องการความสงบ ลั่นกลุ่มคนเหล่านี้ไม่มาเที่ยวคนเพชรบูรณ์ก็ไม่เดือดร้อน จี้นายอำเภอหล่มเก่างัดข้อกฎหมายจัดการทุกข้อแถมย้ำให้มีแบบนี้อีก จากนั้นยังแนบลิงค์ไฟล์วีดีโอกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นปัญหาเปิดเพลงดังลั่นโดยใช้ชื่อว่า “เช้าวันนี้ที่ภูทับเบิก 11-12-59” ซึ่งมีการปล่อยเผยแพร่บนยูทูบมาพร้อมด้วย อย่างไรก็ตามได้มีบรรดาแฟนคลับและสมาชิกนอกจากจะแห่กดไลค์กดแชร์แล้ว ยังร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนแนวคิดของนายไกรสร พร้อมยังร่วมประณามนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ในทำนอง ไม่รู้จะกาละเทศะแล้วยังขาดจิตสำนึกอย่างแรงอีกด้วย ทั้งนี้สำหรับข้อความบนเฟซบุ๊ก “ไกรสร กองฉลาด” ระบุว่า “เป็นสันดานการท่องเที่ยวที่น่ารังเกียจมากครับ อยากฟังเพลงดัง ๆ เชิญพวกมึงไปเข้าผับ เข้าเธค มึงจะเปิดให้โคตรพ่อโคตรแม่มึงฟังไม่มีใครเขาว่า แต่นี่ที่ท่องเที่ยว มึงเล่นเปิดยันเช้
เวลา 07.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่หมู่ที่ 8 ต.ห้วยใหญ่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีชาวบ้านรวมกลุ่มกันปลูกปอเทืองรวมกันแล้วหลายพันไร่ ขณะนี้กำลังออกดอกเหลืองอร่ามกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นายสมชาย สอนใส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่กล่าวว่าพื้นที่การปลูกปอเทืองมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่คลอบคลุมพื้นที่ 3 หมู่บ้านของตำบลห้วยใหญ่คือหมู่ที่ 5,8,และหมู่ที่ 10 ทั้งนี้ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกปอเทืองเพื่อเป็นพืชปุ๋ยสด สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีอีกทั้งเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย โดยหลังจากชาวบ้านเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็จะทำการปลูกข้าวโพดแต่ระหว่างที่รอการปลูกข้าวโพดนั้นชาวบ้านได้ทำการไถดินจากนั้นได้นำเมล็ดปอเทืองมาหว่านโดยไม่ต้องรดน้ำหรือดูแลใด ๆ เพราะเป็นพืชที่ดูแลง่ายอาศัยความชื้นจากพื้นดิน ประมาณ 3 – 5 วันก็จะเริ่มงอก กระทั่งต้นปอเทืองเจริญเติบโตออกดอกกระทั่งดอกโรยก็จะเก็บเมล็ดไว้เพื่อทำการเพาะปลูกในปีต่อไป ส่วนต้นปอเทืองก็จะทำการไถกลบเป็นพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับคุณภาพดิน ซึ่งจะเป็นการประหยัดเงินในการซื้อปุ๋ยได้เ
วันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่ทุ่งนาทางทิศตะวันออกของบ้านพังงู ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เป็นที่นาของนายวิมล เสาร์ดี อายุ 66 ปี พร้อมด้วยภรรยาคู่ชีวิต คือ ยายสุบิน เสาร์ดี อายุ 65 ปี ซึ่งกำลังช่วยกันเก็บผักคันจอง (ผักพาย) อย่างขะมักเขม้น โดยเฉพาะนายวิมล ซึ่งเป็นคนพิการไม่มีขาทั้งสองข้าง แต่ยังช่วยกันทำนาผักคันจองตลอด ยายสุบินกล่าวว่า เมื่อก่อนตาวิมลไม่ได้เป็นคนพิการ เป็นคนขับรถสิบล้อ หาเลี้ยงลูกเมียตามปกติ จนกระทั่ง ปี 2519 เกิดอุบัติเหตุ รถชนกัน ทำให้ตาวิมล ถูกตัดขาทั้งสองข้าง เหลือแต่โคนขาจึงพากันกลับบ้านเกิด และ ตนจึงรวบรวมเงิน มาซื้ออุปกรณ์การซ่อมรถจักรยาน ให้สามี รับซ่อมจักรยาน จากนั้นพัฒนามาเป็นซ่อมรถจักรยานยนต์ ตนรวบรวมเงินได้ จึงมาซื้อรถสองแถว วิ่งรับส่งผู้โดยสารสายหนองหาน – กุมภวาปี โดยมีตนเป็นคนขับรถ กระทั่งตาวิมล อยากจะขับรถเอง จึงได้ทำการต่ออุปกรณ์เพื่อให้สามารถขับรถได้ จึงได้ขับรถสองแถวรับส่งผู้โดยสารมาตลอด ไม่ย่อท้อ กระทั่ง มาทำนาผักคันจอง อยู่ด้วยกันมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด จากนั้นได้ซื้อรถตู้ รับส่งผู้โดยสาร และรับส่งนักเรียนในจังหวัดอ
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. เกษตรกรและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ในเขตอำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำสมุดบัญชีเงินฝาก และบัตรเอทีเอ็ม มาปรับและกดเช็คยอดเงินโอนช่วยเหลือตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ ธกส.สาขาบุรีรัมย์ อย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อปรับเช็คยอดต่างก็ดีใจเมื่อมียอดเงินโอนเข้าบัญชีรายละ 1,500 บาท โดยบางรายที่มีบัตรเอทีเอ็ม ก็กดถอนเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายทันที ขณะบางรายต่างก็ผิดหวังเมื่อไม่มียอดเงินโอนเข้าบัญชีตามที่คาดหวังไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้ไปขอตรวจสอบคุณสมบัติที่สรรพากรพื้นที่ ว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ เช่น มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี หรือเป็นผู้เสียภาษีหรือไม่ ทั้งนี้ ยังพบปัญหาผู้มีรายได้น้อยอีกจำนวนมากที่ลงทะเบียนไว้ แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชีเงินฝาก จึงได้เร่งรัดให้ไปเปิดบัญชียังธนาคารที่แจ้งลงทะเบียนไว้ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเอง และรอรับเงินโอนช่วยเหลือตามโครงการดังกล่าว โดยจากข้อมูลของ ธกส.พบว่า ธกส.ทั้ง 26 สาขา ทั้งสิ้นจำนวน 86,980 ราย คิดเป็นยอดเงินโอนรวมกว่า 197 ล้านบาท นางนันทวัน วรเชษฐ์ อายุ 53 ปี แม่ค้าขายส้มตำ ที่นำบัตร
ชาวเน็ตแห่แชร์คลิป “ป้าแคลร์” แหม่มชาวอังกฤษ อาชีพชาวนา-เลี้ยงวัวที่ จ.มุกดาหาร ขายผัดไทยที่ถนนข้าวสาร พูดไทย-อีสาน-ลาว ชัดแจ๋ว! ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Nattapon Brian Srichan โพสต์คลิปวิดีโอ สาวชาวอังกฤษจากกรุงลอนดอนชื่อ “แคลร์” ที่กำลังผัดผัดไทยให้ลูกค้า โดยป้าแคลร์ พูดภาษาไทย อีสานและลาวได้ชัดเจน ระบุว่า ตนเองมีอาชีพเลี้ยงวัว ทำนา อยู่ที่ จ.มุกดาหาร โดยบอกว่า “ไม่ได้ล้อเล่นนะ เลี้ยงวัวจริงๆ” ทั้งนี้ ป้าแคลร์มาอยู่ที่ประเทศไทยเพราะสามีอยู่ที่ประเทศไทย โดยปีหน้าจะกลับไปประเทศอังกฤษ เพราะไม่ได้กลับมา 3 ปีแล้ว คลิปนี้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก และต่างชื่นชม “ป้าแคลร์” เป็นฝรั่งอีกหนึ่งคนที่มีหัวใจไทยและรักเมืองไทย ล่าสุดมีผู้คลิปเข้าไปชมแล้วมากกว่า 1.2 ล้านครั้ง
วันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กวัยรุ่นสาว โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก อ้างว่าร้านข้าวมันไก่แห่งหนึ่งที่ตนเพิ่งไปกินมา ย่านจรัญสนิทวงศ์ 35 นำกะโหลกสุนัขมาทำน้ำซุปและจะไม่ไปกินข้าวมันไก่ร้านนี้อีกต่อไป โดยมีผู้แชร์ข้อความดังกล่าวออกไปจำนวนมาก แต่ชาวเน็ตตรวจสอบภายหลังพบว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และชิ้นส่วนกระดูกที่วัยรุ่นสาวอ้างว่าเป็นส่วนกะโหลกของสุนัขนั้นก็เป็นเพียงกระดูกไก่เท่านั้น สร้างความเสียหายแก่ร้านข้าวมันไก่เป็นอย่างมาก วัยรุ่นสาวจึงถูกชาวเน็ตต่อว่าในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เวลาต่อมา แม่ของวัยรุ่นสาวผู้โพสต์เฟซบุ๊ก จึงนำตัวลูกสาวเดินทางมาขอโทษเจ้าของร้าน ขณะที่ลูกค้าของร้านข้าวมันไก่และชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันตำหนิวัยรุ่นสาวและแม่ บางคนยังใช้ถ้อยคำรุนแรง ทั้งนี้ เจ้าของร้านข้าวมันไก่ยังได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางขุนนนท์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ชมคลิป คลิกที่นี่
นทท.สุดฟินทะเลหมอกเขาค้อสวยงามอลังการ วันที่ 12 ธันวาคม บรรยากาศการท่องเที่ยวที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ปรากฏว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยอุณหภูมิต่ำสุดเมื่อเช้าตรู่วันนี้ราว 15 องศาเซลเซียส ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างรู้สึกฟินและดื่มด่ำกับสภาพอากาศที่ไม่หนาวเย็นจัดจนเกินไป นอกจากนี้จากทิวทัศน์ทะเลหมอกที่แผ่ปกคลุมตามหลืบแอ่งที่ล้อมรอบด้วยทิวเขา ทำให้นักท่องเที่ยวต่างกระจายกันไปปักหลักรอชมพร้อมเก็บบันทึกภาพพระอาทิตย์ขึ้นตามจุดชมวิวต่างๆ กันอย่างคับคั่ง แม้กระทั่งบริเวณที่พักสงฆ์บ้านกองเนียม หมู่ 4 บ้านกองเนียม ต.เขาค้อ ก็มีนักท่องเที่ยวไปชื่นชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นเหนือทิวเขาและทะเลหมอก จนเป็นภาพงดงามและเป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันที่บริเวณจุดชมวิวเขาค้อ หมู่ 1 บ้านกนกงาม ปรากฏว่านักท่องเที่ยวแห่มาชมทะเลหมอกกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณลานกางเต็นท์ศาลาชมวิวเขาค้อ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนอนพักเต็นท์ต่างตื่นขึ้นมาชื่นชมและสัมผัสทะเลหมอกที่ตระการตา พระนที ฐานวุทโธ ประธานที่พักสงฆ์บ้านกองเนียม กล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากางเต็นท์พักกันพอสมควร เนื่องจากเป็นจุดที่วิวทิวทัศน์
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. เรือตรวจการณ์สถานีตำรวจน้ำระนอง ได้ออกทำภารกิจประจำวัน ตรวจพื้นที่ในน่านน้ำระนอง ขณะแล่นเรือผ่านแนวชายฝั่งทะเล บริเวณหน้าเกาะเหลาหน้านอก ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้พบฝูงปลาโลมา จำนวน 6 ตัว โผล่ขึ้นมาเล่นน้ำ ดำผุดดำว่าย อยู่บริเวณด้านข้างของกาบเรือ ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ที่ไม่พบปลาโลมาในน่านน้ำระนองตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปลาโลมาเล่นน้ำ กันอยู่เกือบ 5 นาที ก่อนจะว่ายน้ำหายไป เครื่องโซนาร์ในเรือชี้ ปลาโลมาว่ายน้ำออกจากริมฝั่ง มุ่งหน้าไปทางเกาะช้าง จ.ระนอง ร.ต.ท.อภิวัฒน์ เสทธะยะ รองสารวัตร สถานีตำรวจน้ำระนอง หัวหน้าเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ กล่าวว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาเราพบเจอฝูงปลาโลมาประมาณ 6 ตัว ที่บริเวณหน้าเกาะเหลา อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เข้ามาเล่นน้ำโชว์ประมาณเกือบ 5 นาที ซึ่งเป็นช่วงน้ำลง ก่อนจะว่ายน้ำมุ่งหน้าไปทางเกาะช้าง จ.ระนอง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า ความอุดมสมบูรณ์ได้กลับมาสู่ทะเล จ.ระนอง ของเรา อย่างน้อยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว จ.ระนอง จะได้มีโอกาสได้เห็นฝูงปลาโลมาบ่อยครั้งขึ้น มีการรายงานจากนักวิชาการประมงว่า บริเวณทะเลอัน
