ข่าววันนี้
วานนี้ (8 ธ.ค.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยจีนครั้งที่ 5 ในวันที่ 9 ธันวาคม ที่กรุงปักกิ่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายหวัง หย่ง รัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นประธานร่วมประชุม ในระหว่างการประชุมจะลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างตน และรองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของไทย เพื่อยืนยันความร่วมมือโครงการก่อสร้างไทยจีนที่อยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อให้โครงการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ “ในการประชุม ครม.วันที่ 7 ธันวาคม ได้เห็นชอบร่างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-จีนว่าด้วยการกระชับความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของไทย (ปี 2558-65) โดยโครงการรถไฟฟ้าไทย-จีนจะดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศได้ตกลงกันไว้ ขณะนี้โครงการรถไฟไทย-จีน คืบหน้า 3 เรื่อง คือ จีนได้ส่งแบบการก่อสร้าง 3.5 กิโลเมตร แรกให้กับไทยแล้วและอยู่ระหว่างตรวจแบบแล้ว 90% จะสรุปได้ธันวาคม หรือมกรา
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่โรมแรมรามาการ์เด้นส์ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวในงานประชุมรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ว่า ในการปรับเพิ่มกรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน เป็นต่ำสุดมี 2 แนวทางคือ 3,600 บาท หรือ 4,500 บาท และสูงสุดเป็น 20,000 บาทต่อเดือน และกรณีมาตรา 39 ซึ่งเดิมใช้ฐานค่าจ้างที่ 4,800 บาทต่อเดือน อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มมาเป็นที่ 7,800 บาท หรือ 6,700 บาทต่อเดือน เป็นการพิจารณาปรับเพิ่มในรอบ 26 ปี ตั้งแต่ที่มีการก่อตั้ง สปส.มา นพ.สุรเดช กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยหลักการเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์และความมั่นคงของชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาปรับเพิ่มทุกๆ 5 ปี เบื้องต้นจะมีการออกเป็นกฎกระทรวง เนื่องจากการแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคม มีการใช้เวลานาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ 4 ภาค ผ่านมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับฐานการคำนวณเงิน
จากรายงานของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงระหว่าง 1 มกราคม-26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จำนวน 29.23 ล้านคน และคาดว่าทั้งปีน่าจะมีจำนวนรวมกว่า 32 ล้านคน ข้อมูลล่าสุดจาก “เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป” ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวขนาดใหญ่ระบุว่า ทางบริษัทยังคงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่หลากหลายและสามารถให้ผลตอบแทนสู่ประเทศไทย ตรงกับเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยปี 2559 ที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงเข้ามาเที่ยวในประเทศ โดยจากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯพบว่าผู้ประกอบการโรงแรมไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวโซนเอเชีย-แปซิฟิกเช่น จีน, มาเลเซีย, เกาหลี และอินเดีย มากเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อวัดจากจำนวนการเดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของเอ็กซ์พีเดียกลับชี้ให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย อยู่ภายใน 5 ประเทศแรกที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางสู่ประเทศไทยสูงที่สุด ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เดินทางเข้ามาในไทย ตัวเลขดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป มีศักยภาพที
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จ.นครพนมอากาศเริ่มหนาวเย็น หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง หลายพื้นที่ยังเริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง หลังฝนขาดช่วงเร็วกว่าทุกปี ส่งผลกระทบต่อพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร ที่อยู่ระหว่างรอการเก็บเกี่ยว ขาดน้ำเหี่ยวตาย และผลผลิตลดลง 30-40 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเติมน้ำมันเครื่องสูบน้ำวันละ 500-1,000 บาท เกษตรกรชาวบ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม จึงต้องหันไปหาอาชีพเสริมด้วยการออกไปหาขุดจิ้งหรีด หรือชาวอีสานเรียกว่า “จีล่อ” ตามทุ่งนาไปขาย ได้ราคาดี ตกตัวละ 2 บาท เนื่องจากเป็นอาหารของแซบอีสาน หากินยาก สามารถนำไปประกอบอาหารได้สารพัดเมนู อาทิ คั่ว ทอด แกง ตำป่น และเป็นที่ต้องการของตลาด ชดเชยปัญหาขาดทุนจากภัยแล้ง และราคาข้าวตกต่ำ ได้เป็นอย่างดี นายสง่า แสงแก้ว อายุ 37 ปี นายกอบต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม กล่าวว่า ปีนี้ทำนาปีเจอภัยแล้งหนักพอสมควร เนื่องจากฝนทิ้งเร็ว ทำให้ข้าวนาปีที่อยู่ระหว่างตั้งท้องรอการเก็บเกี่ยวขาดน้ำ ทำให้เมล็ดข้าวเหี่ยวไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หนำซ้ำยังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ขายได้ราคา
เป็นเรื่องราวฮือฮาในโลกออนไลน์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา สำหรับ เรื่องราวของนายยงยุทธ แก้วสวนจิก หรือที่เรียกว่าเสี่ยปาน อายุ 39 ปี อดีต รปภ. ชาวจังหวัดอุดรธานี ที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 30 ล้านบาท งวดวันที่ 16 ก.ย.58 หลังจากนั้นยังเจอกระแสดราม่าเกี่ยวกับการตกลงทรัพย์สินกับภรรยาเป็นที่สนใจระดับประเทศ และเสี่ยปานยังตกเป็นข่าวอีกครั้ง หลังมีคนถ่ายภาพขณะไปต่อคิวรับถุงยังชีพจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด ดูเหมือนว่าบ้านหลังใหม่ของเสี่ยปาน ที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เสร็จแล้ว โดยช่องยูทูป บันทึก ข่าวสารเมืองอุดร เปิดคลิปวิดีโอ เสี่ยปานนำชมบ้านหลังใหม่กลางทุ่ง รายล้อมไปด้วยแปลงผักที่จะปลูกส่งขาย โดยเสี่ยปานยืนยันจะใช้ชีวิตเกษตรกรไปตามลำพัง ขออยู่อย่างสงบ ที่มาคลิป บันทึก ข่าวสารเมืองอุดร และ 2020 ENTERTAINMENT
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
อย่างที่ทราบกัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติเดินทางมาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี อย่างไรก็ตามช่วงนี้มีฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ส่งผลให้พื้นที่หลายแห่งบนเกาะสมุย มีน้ำท่วมขัง รวมทั้งการจราจรระหว่างหาดต่างๆ มีอุปสรรคเพราะบางช่วงมีน้ำท่วมและนำไหลแรงในบางจุด นายแพทย์ธีระศักดิ์ วิริยานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย ซึ่งได้นำเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ให้การดูแลปัญหาด้านสุขภาพแก่ประชาชนได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว เป็นภาพต่างชาตินอนบนแพยาง ดื่มเบียร์อย่างสบายอารมณ์ บนถนนที่น้ำท่วมขัง ผู้สื่อข่าว”เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามไปยังนายแพทย์ธีรศักดิ์ ได้รับการเปิดเผยว่า หลังจากฝนตกหนักช่วงวันที่ 2-3 ธันวาคม ที่ผ่านมา น้ำเริ่มมาก แถมมีน้ำจากภูเขา ลงมาทั้งวันทั้งคืน จึงมีผลกับที่ลุ่ม เกิดน้ำขังซ้ำซาก “ พื้นที่ที่มีปัญหามากคือที่บริเวณ เฉวง ชุมชนตลาดดาว ที่เป็นที่ลุ่ม และแถวหน้าบิ๊กซี ซึ่งเป็นพรุเก่าและมีอาคารขวางทางน้ำ ถ้าจะพิจารณากันจริงๆ ในอดีต พื้นที่บนเกาะนี้บางแห่ง ออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ที่ขวางทางน้ำ เช่น พรุ ลำธาร และคลองเล็กๆ ทำให้
จากกรณีอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งกลายเป็นที่พูดถึงกันทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อถอยรถชนรถยาริส และต่อมาทราบว่า คนคนนั้นคือ ดีเจเก่ง จนได้รับฉายาว่า “เก่งเกียร์อาร์” นั้น ล่าสุด “ดีเจเก่ง” ภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ ได้เดินทางมาออกรายการต่างคนต่างคิด ทางช่อง Amarin TV โดยได้เปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ดีเจเก่ง เปิดเผยว่า “ผมยอมรับผิดในส่วนที่ผมทำ คือ การที่ผมถอยไปชน แต่ก่อนหน้านั้น มันมีการยั่วยุ ทำผิดกฎจราจร จนทำให้เกิดอารมณ์ เกิดความโมโห จนขาดสติ ซึ่งตั้งแต่วันที่เกิดเหตุไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใครเลยเพราะไม่อยากให้ครอบครัวได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ตัวเองทำไว้ ที่เป็นแบบนั้น เพราะโมโหจนขาดสติมากจริงๆ และอยากฝากว่า การที่เราใจร้อนทำให้เราทำอะไรก็ได้จริงๆ ส่วนที่พูดกับคลิปแบบนั้น ก็เป็นเพราะความโมโห มันขาดสติ โดยเมื่อเปิดคลิปดูแล้วคู่กรณีก็ยอมรับว่าตัวเองก็ผิดเหมือนกัน แต่ในส่วนของผม ผมก็ยอมรับว่า เมื่อโดนทั้งปาด ทุบกระจก ชนท้าย มันก็ทำให้โมโหมาก ซึ่งมันมีเรื่องราวมากกว่านั้นและผมก็ไม่ได้เป็นโรคจิตที่จะไปไล่ชนใคร” “หลังจากเกิดเหตุก็เครียด คิดมาก คิดเรื่องแม่ที่ป่วย เรื่องลูกคนเล็กป่วยเป็
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์ค จำกัด (BMN) ร่วมกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดให้บริการ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวของกรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 9 ธ.ค. 2559 เป็นต้นไป โดยจะเปิดทำการในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-15.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ภายในสถานีรถไฟฟ้าคลองเตย บริเวณพื้นที่ Metro Mall พิเศษ! สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการในวันที่ 9-20 ธ.ค. 2559 ที่ทำเรื่องขอหนังสือเดินทาง หรือต่อเล่มหนังสือเดินทาง รับฟรี! Passport Holder (จำนวนจำกัด) ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนขอทำหนังสือเดินทางล่วงหน้าแบบออนไลน์ (Q-Online) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางเว็บไซต์ https://www.passport.in.th/ หรือ ติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2572-8442 หรือ เว็บไซต์ https://www.consular.go.th/ (เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีคลองเตย)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย จัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2559 ปรากฎว่า ปีนี้ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 2559 โดยเป็นแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยในปีนี้ถือครองหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 67,244.71 ล้านบาท รวยขึ้น 4,879.52 ล้านบาท หรือ 7.82% โดยหุ้นที่น.พ.ปราเสิรฐถือครองนั้นอยู่ใน 3 บริษัท คือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 18.26% รวมมูลค่า 61,680.46 ล้านบาท บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 10.61% มูลค่า 5,502.60 ล้านบาท และ บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% มูลค่า 61.64 ล้านบาท ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 2 คือ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) โดยหุ้นที่คีรีถือครองรวมมูลค่าทั้งสิ้น 29,348.60 ล้านบาท ลดลง
